ตอนที่ 15 สัญชาตญาณกินเก่ง
คนทั้งบ้านตื่นใแม่นมก็ใจนหน้าซีดเผือดแล้ว ยังดีที่นายท่านใหญ่คล่องแคล่วว่องไวสาวเท้าพุ่งปราดทีเดียวยึดขาเป็ดมาจากปากของเก้าน้อย
ยังไม่ทันให้ทุกคนถอนหายใจโล่งอกเก้าน้อยก็อ้าปากร้องไห้จ้าขึ้นมา!
สวีจิ้งเหนียงอุ้มเก้าน้อยมาโอ๋ปลอบอย่างทั้งทึ่งทั้งขำ “เก้าน้อยเด็กดี เ้ายังเล็กของนั่นเ้ากินไม่ได้ รอเ้าโตกว่านี้หน่อยค่อยกินนะ!”
แต่ไหนเลยเก้าน้อยจะเข้าใจคำว่า ‘โต’ นางรู้แค่ว่าของกินแสนอร่อยที่ตัวเองบากบั่นจึงได้มาถูกคนอื่นยึดไปแล้วไม่มีแล้ว นางร้องไห้เสียงเสียใจ สิ้นหวังท้อแท้!
ฮูหยินผู้เฒ่าทนไม่ไหวรู้สึกเห็นใจนางคิดในใจว่าเก้าน้อยก็ หกเดือนแล้วถึงแม้กินอาหารไม่ได้ แต่มากน้อยก็น่าจะพอดื่มน้ำข้าวต้มได้ ดังนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าจึงรีบให้คนยกโจ๊กหนึ่งชามมาป้อนเก้าน้อย
ฮูหยินผู้เฒ่าใช้ช้อนเล็กลองตักโจ๊กนิดหน่อยส่งเข้าปากเก้าน้อย เก้าน้อยอ้าปากกลืนลงไปทันที เห็นแค่ปากเล็กของนางแจ๊บๆสองสามที เหมือนกำลังลิ้มรสชาติ ดูเหมือนรู้สึกว่ารสชาติไม่เลว นางจึงอ้าปากกว้างอีกทันทีท่าทางรอคอยคนป้อนนาง
ทุกคนอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ด้วยเหตุนี้ โจ๊กชามเล็กก็ถูกเก้าน้อยกินหมดอย่างรวดเร็ว ฮูหยินผู้เฒ่าวางช้อนลงขณะที่กำลังให้คนยกชามไปเก็บ กลับเห็นว่าเก้าน้อยขยับมือไขว่คว้า ะโ “อูๆ อาๆ” ขึ้นมา
ม่อผิงชูรีบแปลให้ทันใด “เก้าน้อยยังอยากกินอีก”
สวีจิ้งเหนียงลูบท้องอ้วนกลมของเก้าน้อยหัวเราะพลางปลอบ “เก้าน้อยเห็นไหมว่าท้องเ้ากลมขนาดไหน กินอีกจะจุกเอา ครั้งหน้าพวกเราค่อยกินกันอีกนะ!”
เก้าน้อยไม่เข้าใจเสียงถ้อยคำน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนของมารดานางรู้แค่ว่าไม่มีของอร่อยแล้ว ก็อดแหกปากร้องขึ้นมาไม่ได้น้ำตาเพิ่งบีบออกมาได้สองหยด นายท่านใหญ่ก็ะโอย่างร้อนรนทันที “ไปทำโจ๊กมาอีกเร็ว!”
ด้วยเหตุนี้ เก้าน้อยที่กินอาหารครั้งแรกก็กินข้าวต้มข้นไปสองชามเต็มตามองท้องป่องราวกับลูกบอล นางก็ยังจะกินอีก จับช้อนกอดชามให้ตายก็ไม่ยอมปล่อยแถมยังฝังหน้าตัวเองลงไปในชามอย่างกระตือรือร้น
ท่าทางนั้นแทบอยากกินชามเข้าไปทั้งใบทำเอาคนสกุลม่อขำจนน้ำตาเล็ดแล้ว
นายท่านใหญ่ทั้งขำทั้งสงสารยังอยากทำให้เก้าน้อยกินอีกหน่อย แต่คนทั้งบ้านรีบขวางไว้ก่อนเด็กทารกที่เล็กเพียงนี้ กล้าให้กินมากขนาดนั้นที่ไหนกันเล่า
แต่เก้าน้อยไม่ยอมนะั้แ่ที่แผนร้องไห้จ้าตอนฝนตกสำเร็จนางก็เรียนรู้ทักษะการปลิ้นปล้อนร้องกระจองอแง ไม่ให้ทำอะไร ก็แหกปากร้องสักทีต้องสำเร็จอย่างแน่นอน
เก้าน้อยเตรียมเบะปากเปล่งเสียงแต่ทันทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นท่าทางที่ผิดปกติ นางก็เกิดประกายความคิดฉับพลันรีบให้คนใส่โจ๊กนิดหน่อยมาในชาม ให้เก้าน้อยตักกินเอง
ตอนนี้เก้าน้อยเพิ่งนั่งได้มั่นคงไหนเลยจะกินด้วยตัวเองได้ แน่นอนว่าตักอะไรก็ไม่ถึงในปาก ฮูหยินผู้เฒ่าทำแบบนี้เป็การโอ๋นางและหลีกเลี่ยงไม่ให้นางงอแงซ้ำๆ
เก้าน้อยหารู้ไม่ว่าถูกวางแผนแล้วนางรู้แค่ว่ามีของกิน จึงคว้าชามเล็กมาหน้าตัวเองนั่งในอ้อมกอดของมารดาใช้ช้อนตักกินอย่างดีใจ แต่ทว่าแขนเล็กอ้วนนั้นถือช้อนได้ไม่มั่นแม้แต่น้อย โยกย้ายอยู่สักพัก จึงเอาช้อนใส่ชามได้ ปัก ทิ่ม งัดเขี่ย โจ๊กอยู่นาน ก็ยังไม่เข้าปากสักคำ
ทุกคนใกล้หัวร่องอหายแล้วเหล่าพี่น้องม่อผิงชูยิ่งหัวเราะจนตัวโยน กุมแก้มะโเจ็บตลอด แต่เก้าน้อยไม่ได้รับอิทธิพลจากคนรอบข้างแม้แต่น้อยนางจัดการของกินที่อยู่ตรงหน้าอย่างสมาธิจดจ่อนั่นเรียกว่าความมุ่งมั่นอย่างไรเล่า!
ั้แ่นั้นมาคนสกุลม่อก็ค้นพบเคล็ดลับโอ๋เก้าน้อย...ให้ของกินนาง!
ไม่รู้ว่าเป็เพราะเพิ่มอาหารเสริมหรือว่าบังเอิญ หลังเริ่มกินข้าวแล้ว ไม่นานเก้าน้อยก็งอกฟันเล็กออกมา เหงือกแดงๆผุดจุดเล็กสีขาวสองจุด ทำให้คนสกุลม่ออดมองแล้วมองอีกไม่ได้แต่เก้าน้อยกลับไม่สบายขึ้นมา
น้ำลายไหลออกมาข้างนอกตลอดเวลาครู่เดียวก็ทำผ้าเอี๊ยมกันเปื้อนชุ่มไม่ว่าแต่เก้าน้อยกลายเป็อยากกัดสิ่งของเป็พิเศษไปเสียแล้ว
วันนี้ขณะที่สวีจิ้งเหนียงกำลังเช็ดน้ำลายให้เก้าน้อยอยู่ไม่รู้ว่านางถูกเก้าน้อยกัดนิ้วได้อย่างไร ถึงแม้ฟันเล็กของเก้าน้อยยังไม่มีเรี่ยวแรงมากแต่นิ้วของสวีจิ้งเหนียงก็ถูกกัดจนแดงแล้ว
ม่อไท่เหวินรีบคว้านิ้วของสวีจิ้งเหนียงมาดูก่อนจะจิ้มหน้าผากของเก้าน้อยอย่างคาดโทษ “เ้าเด็กเหม็น เห็นไหมว่าเ้ากัดนิ้วแม่เ้าระวังพ่อจะตีก้นเ้า”
เก้าน้อยยกมุมปากน้ำลายแวววาวไหลลงมาเป็สาย
ท่าทางปัญญาอ่อนแบบนั้นทำให้ม่อไท่เหวินกับสวีจิ้งเหนียงที่มองอยู่อยากหัวเราะโดยไม่รู้ตัวม่อไท่เหวินลูบแก้มของเก้าน้อย อุ้มนางขึ้นมาส่งให้แม่นมก่อนพูดกับสวีจิ้งเหนียงว่า “มา ภรรยา สามีช่วยเ้าดูนิ้ว ทายาสักหน่อย”
สวีจิ้งเหนียงชำเลืองมองม่อไท่เหวินอย่างหน้าแดง “ไม่ได้มีแผลสักหน่อย ทายาอะไรกัน”
ม่อไท่เหวินดึงสวีจิ้งเหนียงเข้ามาในอ้อมกอดด้วยรอยยิ้มซุกซนกระซิบแนบข้างหูนาง “เก้าน้อยกัดเ้าข้าในฐานะพ่อก็ต้องขอโทษแทนนาง วันนี้อาศัยโอกาสที่เ้าลูกลิงพวกนั้นไม่อยู่บ้านให้สามีรับใช้ภรรยา หลายวันมานี้ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกันดีๆ เลย...” พูดพลาง มือก็ไปด้านหลังลูบเอวของสวีจิ้งเหนียงเงียบๆ
สวีจิ้งเหนียงถูกความอุ่นร้อนที่ม่อไท่เหวินกระซิบข้างหูทำให้ร่างกายชาแล้วยังถูกเขาลูบแบบนี้อีก นางตัวอ่อนยวบจนยืนทรงตัวไม่อยู่เล็กน้อยในฉับพลันในตอนที่ม่อไท่เหวินโอบกอดสวีจิ้งเหนียง แม่นมและเหล่าหญิงรับใช้ทั้งหลายก็ต่างแอบยิ้มถอยออกไปนานแล้ว
บัดนี้รอบด้านไร้ผู้คนม่อไท่เหวินอุ้มสวีจิ้งเหนียงขึ้น พาเข้าไปในห้อง เพียงชั่วขณะเดียวในห้องก็แว่วเสียงวาบหวามออกมา
เก้าน้อยที่ฟันงอกมีงานอดิเรกเพิ่มหนึ่งอย่างแล้วคือ...กัดสิ่งของไม่สนว่าเป็ของกิน ของใช้หรือของเล่น ของอะไรนางก็อยากเอาเข้าปากหมด เสื้อผ้าตุ๊กตา ของวางประดับ สิ่งของทุกสิ่งอย่าง ที่ััได้ เก้าน้อยล้วนพยายามใส่เข้าไปเคี้ยวในปาก
แต่ของเ่าั้ใส่เข้าปากได้เสียที่ไหนกันเล่าดังนั้นคนบ้านสกุลม่อจึงต้องคอยจับตาดูนางตลอดเวลามิเช่นนั้นไม่แน่ว่านางอาจจะเอาอะไรสักอย่างใส่เข้าปากไปแล้วแต่ถึงแม้ทุกคนระมัดระวังกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็ยังป้องกันไว้ไม่ได้แม้แต่เครื่องประดับบนตัวของผู้หญิงเก้าน้อยก็ไม่เว้นก่อนหน้านี้นางดึงต่างหูของแม่นมไว้แล้วเอาใส่เข้าปากจากนั้นก็ดึงสร้อยไข่มุกที่คอของสวีจิ้งเหนียงมากัด กำไลข้อมือของฮูหยินผู้เฒ่านางก็กอดแน่นไม่ยอมวาง…
ด้วยเหตุนี้ผู้หญิงบ้านสกุลม่อจึงจำต้องถอดเครื่องประดับทั้งหมดอย่างไม่มีทางเลือก เลี่ยงเก้าน้อยเห็นแล้วสนใจกัดเข้าไปโดยไม่ระวัง ยิ่งไปกว่านั้นนอกจากเครื่องเรือนที่ขยับไม่ได้ในห้องแล้วของวางประดับแจกันดอกไม้ทั้งหลายก็ถูกเก็บไปหมดในห้องกว้างใหญ่ว่างเปล่าไร้ความสวยงามไร้รสนิยมที่มีมาแต่เดิมอย่างสมบูรณ์แต่ทำอย่างไรได้ ทั้งหมดก็เพื่อเก้าน้อยนั่นแหละนะ!
เครื่องประดับไม่สวมได้สิ่งของขนไปได้ แต่คนไม่กินไม่ได้นี่สิ เก้าน้อยที่ฟันงอกสองซี่แล้วเริ่มไม่พอใจโจ๊กแล้วเห็นแต่นางคอยมองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาเร่าร้อน สะบัดแขนหนึ่งที โยนช้อนเล็กของตัวเองเข้าไปในโจ๊กยื่นมือออกไปคว้ากับข้าวในจาน
ก็ไม่แปลกใจที่เก้าน้อยทนไม่ไหวความจริงกับข้าวบนโต๊ะวันนี้ทั้งหอมทั้งยั่วยวนเกินไปแล้ว นี่คืออาหารขึ้นชื่อที่พ่อครัวผู้เฒ่าเฝิงชำนาญ...ชื่อของมันคือกั้วเหมินเซียง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/0278e9df5d182182d98848bc2c6b22f2