หลันเฟิงนั่งสมาธิอยู่ภายในห้องสองมือถือถุงเล็กที่ปิดผนึกไว้ หัวคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อยใบหน้าเน่าเปื่อยเผยสีหน้าฉงนสงสัยเล็กๆ ออกมา
“ตาเฒ่า ท่านมั่นใจหรือว่าวิธีนี้จะได้ผลบอกให้รู้ก่อนนะว่าพิษของทรายถงซาร้ายแรงมาก หากไม่ระวังล่ะก็ ถึงแก่ชีวิตเลยนะ”
ชายชรามองชายหนุ่มที่ร้อนใจจนแทบจะเป็บ้าปากก็หยักรอยยิ้มจางๆ ออกมา “ทำไมล่ะ กลัวตายงั้นหรือ”
หลันเฟิงกลอกตาพลางเบะปาก“ตายซะยังดีกว่ามีชีวิตอย่างไร้ค่าข้าไม่ได้ทะลุมิติมาโลกใบนี้เพื่อตายั้แ่ยังหนุ่มหรอกนะ”
ชายชรายักไหล่อย่างไม่ยี่หระสายตาเลื่อนออกจากเรือนร่างของชายหนุ่มไปที่ถุงบรรจุทรายถงซาแล้วเอ่ยอย่างราบเรียบว่า“วางใจเถอะ ในเมื่อข้าตัดสินใจจะลงมือแล้ว ก็หมายความว่าข้ามั่นใจเต็มร้อย”
ไม่รอให้ชายหนุ่มตอบรับชายชราก็เอ่ยต่อว่า “พิษผีดิบเป็พิษร้ายแรงที่พิเศษชนิดหนึ่งทรายถงซาเองก็มีพิษร้ายแรงพิเศษผสมอยู่ คนโบราณมีคำกล่าวว่า ใช้พิษโจมตีพิษเพื่อกำจัดพิษสถานการณ์ของเ้าในยามนี้ก็เป็เช่นนั้น และบังเอิญ ข้าศึกษาเื่นี้มาพอดี”
เมื่อััได้ถึงความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมของชายชราหลันเฟิงก็เงียบขรึมไปชั่วครู่ ในที่สุดก็เอ่ยราวกับเทหมดหน้าตักว่า “ได้ ท่านลงมือเถอะ”
ชายชราเหลือบมองชายหนุ่มแวบหนึ่งรอยยิ้มจางๆ พลันหายไปจากใบหน้าที่แก่ชรา ความเคร่งขรึมเข้ามาแทน
แม้ว่าจะมั่นใจเต็มร้อยแต่เขาก็ไม่กล้าประมาท ดั่งที่หลันเฟิงกล่าว ทรายถงซามีพิษร้ายแรงผสมอยู่หากไม่ระวังก็อาจจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรงได้และผลที่ตามมานั้นเห็นได้ชัดว่าหลันเฟิงไม่อาจทนรับ
“เ้ากลืนทรายถงซาทั้งหมดลงไปก่อน”ชายชราออกคำสั่ง
หลันเฟิงมองชายชราแวบหนึ่งแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง ก่อนเปิดถุงใบเล็กที่ถูกปิดผนึกไว้ออกนำปากถุงมาจ่อที่ริมฝีปากของตนเอง แล้วค่อยๆ เททรายถงซาที่อยู่ด้านในเข้าไปในปาก
เมื่อทรายถงซาที่มีพิษร้ายแรงผสมอยู่เข้าไปในปากของหลันเฟิงก็เหมือนกับม้าป่าหลุดจากเชือกวิ่งห้อตะบึงไปที่แม่น้ำพิษร้ายแรงที่ผสมอยู่ในนั้นเดือดพล่านมันอาละวาดในร่างกายของหลันเฟิงอย่างกำเริบเสิบสานราวกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนภายในร่าง
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำชั่วพริบตาความเ็ปมหาศาลทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขากระตุกยิกๆ
รอจนทรายถงซาหนึ่งชั่งถูกหลันเฟิงกลืนลงไปจนหมดใบหน้าของหลันเฟิงก็บิดเบี้ยวไปนานแล้ว
แต่ทว่าแม้จะเ็ปเพียงนั้นหลันเฟิงก็ยังคงเงียบกริบทุกขั้นตอน ความอดทนเหนือผู้อื่นของเขาทำให้แววตาของชายมีแววชื่นชมวาบผ่าน
หลังจากผ่านไปชั่วครู่พิษผีดิบในร่างของหลันเฟิงก็ตอบโต้พิษร้ายแรงที่แฝงอยู่ในทรายถงซาอย่างรุนแรงพิษร้ายแรงทั้งสองชนิดเริ่มต่อต้านกันอย่างดุเดือดอยู่ในร่างหลันเฟิง
การตอบโต้กันของพิษทั้งสองนี้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ตรงไปตรงมาที่สุดนั่นคือทำให้หลันเฟิงที่กำลังกัดฟันแน่นอดทนอยู่เปล่งเสียงร้องครวญออกมาในเวลาเดียวกันหนองสีดำสนิทก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากิัของเขา
ในห้องพลันอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวที่ทำให้คลื่นเสียนเวียนเกล้าโดยไม่รู้ตัวและกลิ่นคาวนี้ก็รุนแรงเสียยิ่งกว่ากลิ่นเหม็นคาวที่แผ่ออกมาจากร่างของหลันเฟิงในยามปกติเสียอีก
ชายชราขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย“การต่อต้านกันของพิษร้ายแรงสองชนิดรุนแรงกว่าที่ข้าคิดไว้นิดหน่อย”
ชายชรามองชายหนุ่มที่เหงื่อแตกพลั่กแววตาของเขาพลันฉายแววกังวลเล็กๆ ออกมา ก่อนพึมพำว่า “เ้าหนู อดทนอีกหน่อยหากผ่านด่านนี้ไปได้ ความปรารถนาของเ้าก็มีโอกาสจะเป็จริงแล้ว”
พิษร้ายแรงสองชนิดไหลบ่าไปมาโจมตีกันอยู่ภายในร่างของหลันเฟิง ร่างกายที่อ่อนแอของเขากลายเป็สนามรบของพิษทั้งสองต้องทนทุกข์ทรมานกับความเ็ปอย่างยากจินตนาการตลอดเวลา
ความเ็ปนี้ แม้จะเป็หลันเฟิงที่มีปณิธานแน่วแน่เหนือผู้อื่นก็ยังเปล่งเสียงร้องคำรามราวกับสัตว์ป่าออกมาจากลำคออย่างอดไม่ได้“อ๊าก...อ๊าก...”
ชายชราเหลือบมองชายหนุ่มที่กำลังเ็ปทรมานแววตาก็ฉายแววทนดูไม่ได้ออกมาเล็กๆ แต่ความรู้สึกเ่าั้ก็ถูกเขากำจัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วสายตาลังเลค่อยๆ เปลี่ยนเป็แน่วแน่
เขารู้ดีว่ายิ่งชายหนุ่มทรมานมากแค่ไหนอนาคตก็ยิ่งมีโอกาสสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ[1] เสียงร้องคำรามภายในห้องก็ค่อยๆเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เรี่ยวแรงทั้งหมดของหลันเฟิงดูราวกับจะหายไปพร้อมกับเสียงร้องคำรามเ่าั้ลำคอขยับแต่กลับไม่ได้ยินเสียงใดๆ ดวงตาดำขลับสูญเสียแสงแวววาบในวันวานรูม่านตาขยายออก แขนขาชาไปหมด นอนราบไปกับพื้นด้วยสติอันเลือนราง
ใต้ร่างเขามีแอ่งน้ำสีดำแผ่กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งแอ่งน้ำสีดำเหล่านี้เป็สิ่งที่ไหลออกมาจากิัของเขา
“ปริมาณพิษเพิ่มขึ้นเท่าหนึ่งทว่าความเป็พิษกลับลดลงสิบเท่า พร้อมให้ข้าใช้งานแล้ว” ชายชราลอยมาอยู่ข้างกายหลันเฟิงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆเฮือกหนึ่ง
เงาร่างของชายชราหยุดอยู่ด้านข้างหลันเฟิงก่อนเปล่งแสงสว่างวาบจมหายเข้าไปในหน้าผากของเขา
ภายใต้การชักนำด้วยเจตจำนงของชายชราพิษที่ผสมกันอย่างวุ่นวายเหมือนถูกมือใหญ่ที่ไร้รูปร่างควบคุมพวกมันทะลักไปที่จุดตันเถียนของหลันเฟิงทั้งหมด ก่อนรวมตัวกันกลายเป็ระลอกคลื่นพิษรูปทรงกรวยกั้นรูรั่วในตำแหน่งที่แตกต่างกันเก้ารูในจุดตันเถียนเอาไว้จนไม่เหลือช่องโหว่เลยสักนิด
สิ่งที่เรียกว่าการหลอมพิษก็คือการกำราบพิษที่สูญเสียความเป็พิษไปแล้วเข้าไปควบคุมมัน
สิ่งที่เรียกว่าการฟื้นฟูจุดตันเถียนก็คือการกำราบพิษและใช้มันอุดรูรั่วของจุดตันเถียนไว้
เมื่อทรายถงซาหนึ่งชั่งและโลหิตของปีศาจผีดิบตัวหนึ่งผสมกันจะกลายเป็พิษร้ายแรงที่เพียงพอจะทำให้งานอันยิ่งใหญ่นี้ประสบความสำเร็จได้
หลักการนั้นง่ายแต่การจะทำให้สำเร็จนั้นกลับยากเย็นแสนเข็ญ เพราะความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิดหายนะได้
“สึบๆๆ ...”ระลอกคลื่นพิษทั้งเก้าหมุนโคจรอย่างรวรดเร็วอยู่ตรงช่องโหว่ของจุดตันเถียนจนเกิดเป็พลังแว้งกัดอันแข็งแกร่งไปกำจัดพิษผีดิบที่หลงเหลืออยู่ตามจุดต่างๆทั่วร่างกายของของหลันเฟิง พวกมันกลืนกินพิษเ่าั้มาเสริมพลังให้ตนเองอย่างต่อเนื่อง
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยสีหน้าเคร่งเครียดของชายชราค่อยๆ ผ่อนคลายลง
ไม่ถึงครึ่งเค่อพิษผีดิบที่แขนขาทั้งสี่ของหลันเฟิงก็ถูกกลืนกินไปจนหมดช่องโหว่ทั้งเก้าของจุดตันเถียนก็ถูกปิดผนึกไว้อย่างแ่า
“สำเร็จแล้ว?”ใบหน้าของชายเผยสีหน้ายินดีเล็กๆ ออกมา
แต่ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงมักจะเกิดขึ้นในยามที่ไม่ทันตั้งตัวรอยยิ้มของชายชราหายวับไปพร้อมกับตัวที่พลันแข็งทื่อ
ระลอกคลื่นพิษขนาดใหญ่ทั้งเก้าที่กลืนกินพิษผีดิบในร่างกายของหลันเฟิงเสร็จแล้วดูเหมือนจะยังไม่พอใจมันเริ่มรุกรานมาที่ตำแหน่งอื่นๆ ของจุดตันเถียนอย่างคาดไม่ถึง มันแผ่ขยายไปทั่วทั้งจุดตันเถียนอย่างรวดเร็วระลอกคลื่นพิษทั้งเก้ารวมตัวกันกลายเป็ระลอกคลื่นพิษขนาดั์ปกคลุมทั้งจุดตันเถียนไว้ยึดครองตำแหน่งของจุดตันเถียนไป
หัวคิ้วของชายชราขมวดมุ่นส่วนลึกในั์ตาเผยแววตกตะลึง “พิษกลายพันธุ์”
ตามการคาดเดาของชายชราเมื่อพิษผีดิบและพิษทรายถงซาผสมกันจะเกิดเป็ระลอกคลื่นพิษ แต่ย่อมไม่มีเรี่ยวแรงกลืนกินจุดตันเถียนได้
แต่สิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้กลับเกิดขึ้นตรงหน้าเขาแล้ว
คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือ...พิษทั้งสองชนิดกลายพันธุ์ หรือไม่ก็ผสมกันอย่างสมบูรณ์แล้ว
อัตราความเป็ไปได้เพียงหนึ่งในหมื่นหรืออาจจะน้อยกว่านั้นกลับเกิดขึ้นมา
พิษผีดิบและพิษทรายถงซาผสมกันกลายเป็พิษชนิดใหม่ที่ร้ายแรงกว่าเดิมจนมีพลังกลืนกินจุดตันเถียน
ชายชรารู้เหมือนฟ้าถล่มลงมาต่อหน้าต่อหน้า
เื่นี้อยู่เหนือการควบคุมของเขาแล้ว
เมื่อคิดถึงความเ็ปที่หลันเฟิงเพิ่งเผชิญไปรวมทั้งความคาดหวังต่อเื่นี้ของเขา ชายชราก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจเขาไม่รู้ว่าควรจะเผชิญหน้ากับหลันเฟิงอย่างไรดี ก่อนหน้านี้เขาทุบอกบอกหลันเฟิงอย่างมั่นใจไปตั้งหลายครั้งแต่ยามนี้ความจริงกลับพิสูจน์แล้วว่าเขาล้มเหลว และผลลัพธ์ของความล้มเหลวนี้กลับเป็หลันเฟิงที่ต้องแบกรับไว้
ตอนนี้หลันเฟิงพลันฟื้นแล้ว
เสียงที่ดูอ่อนล้าเปล่งออกมาจากริมฝีปากของหลันเฟิง“เป็อย่างไรบ้าง”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ชายชราที่ปกติแล้วจะซุกซนราวกับเด็กน้อย ยามนี้กลับเงียบขรึมอย่างน่าประหลาดใจ
“หืม?”
ไม่รอคำตอบของชายชราหลันเฟิงที่เพิ่งจะเอ่ยปากกลับหยุดชะงักไป
ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงจิตััจมหายเข้าไปในจุดตันเถียนระลอกคลื่นพิษประหลาดปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาเป็อย่างแรก
นั่นคือระลอกคลื่นพิษที่ปกคลุมจุดตันเถียนทั้งหมดของเขาเอาไว้ไม่ นั่นไม่ใช่ระลอกคลื่น นั่นคือลูกบอลั์ลูกบอลสีดำสนิทที่หมุนโคจรอย่างรวดเร็ว รูปร่างไม่แตกต่างอันใดกับจุดตันเถียนสักนิดแต่แค่ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นจากพิษ และยิ่งไปกว่านั้นมันยังหมุนด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึงตลอดเวลาเกิดเป็พลังแรงดูดที่คุ้มคลั่ง ราวกับหลุมดำในจักรวาลก็ไม่ปาน
“นี่คือตันเถียนใหม่งั้นหรือ”หลันเฟิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
ในประวัติศาสตร์ของแผ่นดินใหญ่ชิงโจวดูเหมือนจะไม่เคยมี‘จุดตันเถียน’ที่แปลกประหลาดเช่นนี้ปรากฎขึ้นมาก่อน
และพิษที่หลงเหลืออยู่ร่างกายของเขาก็ถูก‘จุดตันเถียน’ นี้กลืนกินไปหมดแล้ว
ร่างทั้งร่างของหลันเฟิงทั้งในและนอกล้วนรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อนราวกับมัจฉากลับคืนสู่สายธาร วิหคกลับคืนสู่ท้องฟ้า
ความรู้สึกปกติแสนจะธรรมดาของคนทั่วไปกลับทำให้หลันเฟิงรู้สึกซาบซึ้งจนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา
สามปีแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายเช่นนี้มาก่อนราวกับทุกลมหายใจที่สูดเข้าไปล้วนเป็ความอิสระ
ไหล่ที่เคยรับความหนักอึ้งราวกับูเาทั้งลูกและโซ่อันหนักอึ้งเส้นนั้นหายวับไปในพริบตา
แต่ผ่อนคลายได้ชั่วครู่จิตััของหลันเฟิงก็จมหายเข้าไปในจุดตันเถียนอีกครั้งนี่ถึงจะเป็สถานที่ที่เขารอคอยมาตลอด
เมื่อจิตััของเขาเคลื่อนไหวลูกบอลั์สีดำสนิทที่หมุนโคจรอย่างรวดเร็วก็เกิดแรงดึงดูดมหาศาล
แรงนั้นทะลุผ่านร่างกายของหลันเฟิงออกมายังโลกภายนอกทำให้พลังปราณที่โคจรอยู่ภายนอกทะลุผ่านรูขุมขนและจุดต่างๆ ในร่างกายของเขาทะลักเข้ามาตามจุดชีพจรต่างๆแล้วมารวมตัวกันในลูกบอลสีดำสนิทนั้น
ภายในระยะเวลาอันสั้นในลูกบอลสีดำสนิทก็มีพลังปราณมหาศาลสะสมอยู่หากแบ่งตามระดับขั้น จำนวนพลังปราณในร่างกายของหลันเฟิงก็ถึงระดับสูงสุดของระดับรวบรวมปราณขั้นหนึ่งแล้ว
แต่ก่อนเขาต้องเสียเวลาถึงครึ่งเดือนถึงกว่าจะก้าวเข้าสู่ระดับนี้ได้
“ซี้ด...”
แม้ว่าเขาจะมีความอดทนสูงแต่ฉากที่อยู่ตรงหน้าก็ยังคงทำให้หลันเฟิงต้องสูดลมหายใจเย็นะเืเข้าไปเฮือกหนึ่งดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ในที่สุดอัจฉริยะที่เคยหายไปก็กลับมาแล้วไม่เพียงเท่านั้น พร์ของเขายังเพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่า
หากกล่าวว่าเขาแค่เคยอาศัยการฝึกฝนอย่างหนักถึงได้เป็อัจฉริยะโดดเด่นเหนือผู้อื่นเช่นนั้นยามนี้เขาก็กลายเป็อัจฉริยะที่แท้จริงแล้วพร์ระดับนี้ไม่ต้องพูดถึงแค่ตำบลเฟิงเล็กๆ แห่งนี้เลย แม้กระทั่งในเมืองใหญ่รอบๆก็ยังถูกจัดอยู่ในระดับโดดเด่น
ความอดทนตลอดทั้งสามปีก็เพียงเพื่อวันนี้
ทุกอย่างช่างคุ้มค่ายิ่งนัก
[1] หนึ่งเค่อหมายถึง เวลาประมาณ 15 นาที