รอจนไน่ไน่กับเว่ยเสียงอาบน้ำเสร็จแล้ว ฟ้าก็มืดลง ผมหยิบกุญแจปิดประตู แล้วพาพวกเขาไปกินข้าวที่ร้านอาหารจีน ไน่ไน่เลือกโต๊ะติดหน้าต่าง ด้านนอกหน้าต่างคือคลอง ก่อนข้าวผัดปูถูกยกมาที่โต๊ะ เธอเอาแต่มองคลองไม่หยุด
เรือเล็กลำหนึ่งที่มีโคมไฟหมื่นดวงประดับแล่นผ่านเส้นทาง นักเต้นสะสวยเต้นรำอยู่บนเรืออย่างสง่า ไน่ไน่ยิ้มกว้าง ไม่รู้ว่าเธอกำลังดูเรือหรือกำลังดูคน แต่ผมเดาว่าเธอสนใจเรือมากกว่า
“อาหารมาแล้ว!” เว่ยเสียงร้องเรียก ดึงสติไน่ไน่กลับจากคลอง และดึงความคิดผมออกจากไน่ไน่
อาหารสี่อย่าง น้ำแกงอีกถ้วย และข้าวผัดจานหนึ่ง อาหารเย็นเสร็จสิ้นท่ามกลางความเงียบงัน
“สองทุ่มกว่าจะมีการแสดงดอกไม้ไฟ นายอยากไปด้วยไหม” ระหว่างที่ผมจ่ายเงินอยู่หน้าเคาน์เตอร์หันไปถามเว่ยเสียง เว่ยเสียงกำลังดึงปกเสื้อชุดกะลาสีของไน่ไน่ ไม่ให้เธอวิ่งสะเปะสะปะไปชนบริกรที่กำลังยกอาหาร
“ได้” เขาตอบผมสั้นๆ
เว่ยเสียงพูดน้อยลง ก่อนหน้านี้เขามักถามนู่นถามนี่ ถามผมว่าจำเื่อะไรได้อีก คาดเดาไปว่าผมลืมอะไรบ้าง ทว่าผมถูกชะตากับเขาที่เงียบเชียบพูดน้อยมากกว่า ดูไม่น่ารำคาญเท่าไร
พวกเราออกจากร้านอาหารไปเดินเล่นตามถนนด้านนอก เฮาส์เทนบอชถูกก่อสร้างตามสไตล์สถาปัตยกรรมบาโรก ในสวนนอกจากจะมีกังหันลมและแปลงดอกไม้แล้ว ยังมีสิ่งปลูกสร้างอิฐแดงสไตล์ยุโรป ที่นี่เป็สถานที่ชั้นดีสำหรับผ่อนคลายจิตใจ เมื่อก่อนผมเคยมากับหวันหวั่นครั้งหนึ่ง เวลานั้นไน่ไน่เพิ่งสองหรือสามขวบ
ผมซื้อเบียร์สองสามกระป๋องจากเครื่องจำหน่ายหยอดเหรียญ ถือคนเดียวไม่ไหว จึงโยนให้เว่ยเสียงสองกระป๋อง ไน่ไน่เหมือนผึ้งที่โฉบไปโฉบมา ไม่มี่พัก
“ระวังล้มนะลูก” ผมร้องเรียกเธอ
“ไม่ล้มหรอกค่ะ!” เธอะโไปด้วยะโไปด้วย พบว่าริมทะเลมีลำเรือที่เธอชื่นชอบที่สุด บนเรือเ่าั้ประดับด้วยไฟสีเหลืองพราวระยับ
พวกเรานั่งอยู่บนลานกว้างลักษณะคล้ายดาดฟ้าเรือที่สร้างขึ้นตามแนวทะเล จับจองที่ดีๆ ไว้รอดูการแสดงไฟเลเซอร์ตอนสองทุ่มกว่า ผมเปิดเบียร์ดื่มกับเขา เราสองคนไม่ได้นั่งใกล้กันมาก ตรงกลางมีไน่ไน่ที่หายตัวบ้าง นึกได้แล้วถึงวิ่งกลับมาบ้าง
พี่ใหญ่บอกว่าเห็นเว่ยเสียงเป็น้องชายก็พอ แต่ผมไม่ชอบให้ใครมาตามติดแจ เพราะอย่างนั้นตอนกินเบียร์ นักท่องเที่ยวรอบด้านต่างส่งเสียงเจื้อยแจ้ว มีเพียงบริเวณพวกเราเงียบเชียบวังเวง
“หลายปีที่ผ่านมาไม่เคยคิดกลับไต้หวันบ้างเลยเหรอ” เขาถาม น้ำเสียงอู้อี้อยู่เสมอ
“ยุ่งมาก ยุ่งเื่ภรรยา ยุ่งเื่ลูกสาว ยุ่งเื่เปิดร้านอาหาร ไม่มีเวลาคิด” ผมใช้นิ้วชี้ดันแว่นขึ้นเล็กน้อย
“ไม่เห็นภรรยาคุณออกมาเที่ยวกับคุณเลย” เขาถามอย่างแเี
“ตอนนี้ภรรยาอยู่ใต้ดิน ออกมาไม่ได้ เธอเสียชีวิตไปสองปีแล้ว” ผมกรอกเบียร์เข้าปากอึกหนึ่ง
“อ๋อ…” เขาเว้นจังหวะ “ผมขอเข้าใกล้คุณอีกหน่อยได้ไหม”
“หืม” ทำไมต้องเข้าใกล้ผม ผมไม่ชอบใกล้ชิดกับคนอื่นมากไป
“ลมแรงเกินไป ผมไม่ได้ยินเสียงพูดของคุณ”
“ตามใจนาย” ผมไม่คัดค้าน
เว่ยเสียงเขยิบมาอยู่ข้างผม ระยะห่างพวกเราใกล้กันราวๆ หนึ่งถึงสองเิเ ใกล้จนรู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่ซ่านออกจากตัวเขา และกลิ่นครีมอาบน้ำฟรีจากบ้านไม้หลังเล็ก กลิ่นส้มอ่อนๆ หอมหวนนิดหน่อย
“ผมไม่รู้ว่าสายตาคุณสั้น” เขาเริ่มบทสนทนาน่าเบื่ออีกแล้ว
“ฉันสั้นสามร้อยกว่า” ผมดื่มเบียร์ไปพลาง ตอบเขาไปพลาง
ถึงคราวการแสดงดอกไม้ไฟเริ่ม ผมก็กรอกเบียร์ไปหมดกระป๋องแล้ว ลมทะเลโบกโบยจนผมเผ้ายุ่งเหยิง ด้านหน้ามีผู้ชายหัวล้านพยายามกดเส้นผมที่โกยจากด้านข้างขึ้นมาปกปิดความโล้นกลางกระหม่อมสุดชีวิต ผมมองไปนึกถึงเส้นผมกลางกระหม่อมตัวเองไป นึกกลัวว่าอีกไม่นานคงกลายเป็อย่างเขา
ดอกไม้ไฟเบ่งบานในยามค่ำคืน คนญี่ปุ่นรอบข้างส่งเสียงอุทานว่า ไอ้เกย์ ไอ้เกย์ เป็พักๆ และไม่รู้เพราะอะไร ทั้งที่เป็คำว่า すげえ (สุดยอด) แต่กลับได้ยินเป็ไอ้เกย์ ต้องเป็เพราะโดนผู้ชายอกสามศอกคนหนึ่งจ้องมอง ถึงได้ห่วงภาพพจน์จนมีความคิดแบบนี้
ไน่ไน่เงยหน้าอ้าปากกว้างขณะชื่นชมทิวทัศน์อันงดงาม แสงเลเซอร์จากร้านค้ารอบทะเลที่ฉายตามวูบวาบไม่หยุด เสียงดอกไม้ไฟปังปังปังก็ดังอยู่เนืองๆ การแสดงสิบนาทีกว่าเปลี่ยนให้ท้องฟ้าสว่างไสวราวกลางวัน
“คุณพ่อคะ สุดยอดไปเลย!” ไน่ไน่ตื่นเต้นดีใจทีไรเป็ต้องตีแขนผมไม่หยุด บางครั้งก็เป็ก้น
“ตอนเด็กๆ พ่อดูบ่อยแล้ว ไม่ได้น่าทึ่งอะไร ไต้หวันเมืองที่พ่อเกิดมีการแสดงดอกไม้ไฟแบบนี้บ่อยๆ ที่ไหนมีวัด แทบจะปังทุกสามวัน” ผมบอกไน่ไน่
“ถ้าอย่างนั้นหนูจะไปไต้หวันค่ะ” ไน่ไน่บอก
“ตั๋วเครื่องบินแพงมากนะยายหนู” ผมมะเหงกเธอไปที
“ครั้งแรกที่ผมได้พบคุณก็เป็ในงานวัด คุณจำได้อยู่ไหม” เว่ยเสียงแทรก “ตอนนั้นคุณนั่งเศร้าอยู่ริมถนน ผมเป็คนพาคุณไปจากจุดที่มีกลิ่นไหม้เต็มไปหมด” ตอนเขาเล่าคล้ายกับนึกถึงความทรงจำแสนงดงาม ริมฝีปากบางยกขึ้นน้อยๆ เป็รอยยิ้มอ่อนๆ
“จำไม่ได้” ผมตอบเขาสั้นๆ
“คุณซื้อขนมสายไหมยี่สิบหยวนให้ผมไม้หนึ่ง คุณยังจำสีของสายไหมได้ไหม”
“จำไม่ได้” ผมบอก
“ต้องทำยังไงถึงจะจำได้”
“ไม่มีวันจำได้หรอก” ผมบอกเขาด้วยประโยคเดิมๆ “เลิกถามเื่ที่ไม่สำคัญอะไรกับฉันสักที ทำแบบนี้มีแต่จะสร้างความรำคาญให้ฉัน ฉันยังไม่ร้อนใจในความทรงจำที่ลืมไปแล้ว นายไม่จำเป็ต้องร้อนใจแทนฉัน”
“ขอโทษ” เขาหลุบสายตา