ยามเฉินของเช้าวันถัดมาลานหน้าศาลผู้เฒ่าเปิดเวทีตามกำหนด โต๊ะเตี้ยตั้งกึ่งกลางบนผ้าสะอาดมีถุงผนึกของกลางวางอยู่ครบ 2 ถุงแผ่นพยานจากใต้สะพานเมื่อคืนแขวนบนกระดานใหญ่ให้คนทั้งลานมองเห็นเสมียนกลางยืนประจำพร้อมพู่กัน หมึก และตราร่วม กองยามเรือนรองยืนรูป “โล่โค้ง”เฝ้าช่องเข้าออก 3 ช่อง เหม่ยหลิงยืนด้านซ้าย ลู่หานยืนด้านขวา พยาน 3คน—ชายชราผู้ถือกระดิ่ง เ้าของโรงขนม และเถ้าเรือกวง—ยืนประจำเก้าอี้พยาน
ก่อนเสียงฆ้อนไม้เปิดเวทีผู้ประกาศอ่านแจ้งสั้น ๆ ว่าเช้าตรู่ที่ผ่านมาเรือนรองติดตามรอยจากแผ่นบันทึกใต้สะพาน
“เช้าตรู่ก่อนยามเฉินเรือนรอง ควบคุมตัวคนลากเกวียน 2 คน ตามพิธีเพื่อรอชี้แจงต่อหน้าเสมียนกลางลงบันทึกชื่อ–เวลา และมีพยาน 2 คนลงนิ้วครั่งกำกับทั้งคู่ถูกเก็บตัวไว้ในศาลฝ่ายใน โดยไม่ใช้เครื่องพันธนาการ”
ผู้คนในลานพยักหน้าเงียบๆ
ผู้ประกาศยกฆ้อนไม้ขึ้นสูงแล้วทุบลง 1 ครั้ง
“เปิดเวทีวันนี้”
ลู่หานคำนับคณะผู้เฒ่า
“วันนี้เรายืนเวทีอ่านตามกฎต่อหน้าไม่กล่าวร้ายผู้ใดโดยไร้หลักฐาน”
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[ภารกิจ:ยืนเวที—รักษาของกลางและพยานภายใต้แรงกดดันจากเมือง]
[เงื่อนไข:(1) อ่านแผ่นพยานต่อหน้า, (2) ผนึกของกลาง 3 ตรา, (3)เจรจากับผู้แทนเมืองโดยไม่เสียแก่นหลักฐาน, (4) จัดคุ้มภัยครอบครัวพยาน]
[คำแนะนำ:ถอย 1 ก้าวเพื่อชนะ 2 ก้าว—ส่งเพียง “คนชั้นปลาย” แต่รักษาแกนหลัก]
เสมียนกลางยกถุงผนึกใบแรกให้เห็นทั่วลานเขาอ่านหมายเลขที่ปากถุง เวลา และสถานที่ปิดครั่งจากนั้นหันให้ผู้เฒ่าและพยานตรวจด้วยสายตา แล้วคลายผนึกอย่างระวัง เผยแท่นตราตราวงกลม 1 ดวง และแผ่นไม้ไผ่ที่ประทับเมื่อคืน เขาจัดวางเรียงบนผ้าสะอาดยกแผ่นพยานขึ้นอ่านชัดทีละบรรทัด เมื่อจบแต่ละบรรทัด เขาหันไปขอคำจากพยาน
ชายชรากระดิ่งพูดชัด
“ข้าเห็นและได้ยิน”
เ้าของโรงขนมตามทันที
“ข้าเห็นและได้ยิน”
เถ้าเรือกวงเสริมเสียงหนัก
“ข้าเห็นและได้ยิน”
เสมียนกลางปั๊มตราเรือนรองกำกับคำยืนยันครบ3 บรรทัด แล้วชี้ให้คนทั้งลานดูตราวงกลมบนโต๊ะ เขาเลื่อนตะเกียงเข้าใกล้อ่านตัวย่อในวงในที่เป็ของกรมคลังเมืองตามด้วยอักษรย่อชื่อเสมียนระดับกลางจากนั้นวางแผ่นพยานลงตามเดิม
ผู้เฒ่าคนกลางพยักหน้าลู่หานบอกสั้น
“ผนึกของกลางรวมต่อหน้า”
เสมียนกลางป้ายครั่งอุ่นลงปากถุงทั้ง2 ถุงแล้วปั๊มตรา 3 ตราติดกัน คือ ตราของคณะผู้เฒ่า ตราท่าน้ำ และตราเรือนรองเขาบันทึกเวลาและชื่อผู้เห็นร่วมอย่างชัดเจน
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก:เงื่อนไขข้อ (1)–(2) สำเร็จ]
[คำเตือน:แรงกดดันกำลังเข้ามา—เตรียมเวทีเจรจา]
เสียงเกือกม้าดังใกล้ทางเข้าศาลาริมลานเปิดทางให้ขบวนเล็ก ขี่ม้านำหน้า 2 นายตามด้วยชายในชุดทางการผ้าคาดเอวสีเข้ม เขาลงจากม้า ส่งตราห้อยเอวให้ยามตรวจจากนั้นเดินขึ้นหน้าลานพร้อมคนติดตาม 2 คน
ผู้เฒ่าคนกลางเอ่ยเรียกชื่อ
“แจ้งนามและฐานะต่อหน้า”
ชายคนนั้นคำนับพอเหมาะ
“ข้า‘อู๋’ ผู้ช่วยจากเมืองชายแดน นำคำของผู้ว่าการเมืองชายแดนมาขอรับตัวผู้เกี่ยวข้องและของกลางทั้งหมดไปสอบสวนที่เมือง”
อู๋ชูเอกสารผนึกตราเมือง
“ตามกฎเมืองชายแดนมีสิทธิ์สอบสวนคดีที่ตราคลังเมืองถูกอ้างถึงขอให้ส่งของกลางและคนทั้งหมดให้เดี๋ยวนี้”
เสียงซุบซิบแ่ในลานแล้วจางลงเมื่อผู้เฒ่าคนกลางยกมือ ลู่หานคำนับคณะผู้เฒ่า ก่อนพูดกับอู๋เสียงเรียบ
“กฎมีลำดับขั้นแรกต้องอ่านต่อหน้าคนในเมือง เพื่อให้คำไม่บิดเบือนขั้นถัดไปค่อยส่งต่อไปยังเมือง ขอเชิญท่านอู๋ยืนร่วมต่อหน้า แล้วเราจะตกลงขั้นตอน”
อู๋ยิ้มบาง
“ขั้นตอนของที่นี่ข้าไม่ขัด ถ้าไม่ขวางอำนาจเมือง ข้าขอเพียงตัวคนทั้งหมด”
เหม่ยหลิงถามสั้น
“ตัวคนทั้งหมดรวมถึงพยานและคนกลางใต้สะพานหรือไม่”
“ใช่”
ผู้เฒ่าคนกลางหันไปมองลู่หาน
“เสนอทางกลางต่อหน้า”
ลู่หานเอ่ยชัด
“เรือนรองขอส่งคนชั้นปลายที่ควบคุมตัวเช้าตรู่วันนี้ จำนวน 2 คน ให้เมืองชายแดนพาไปสอบภายในกำหนด3 วัน ส่วนพยานและคนกลางใต้สะพานขอคงไว้ในคุ้มภัยเรือนสำนักหมอเพื่อขึ้นเวทีอ่านต่อหน้าตามกฎ เมื่อครบขั้นตอน หากยังจำเป็ เราพร้อมร่วมส่งต่อของกลางทั้งหมดคงไว้ในหีบหลวง ปิดครั่ง 3 ตรา และทำสำเนาบันทึก 3 ชุดแจกจ่ายให้คณะผู้เฒ่า เมืองชายแดน และเรือนรองฝ่ายละ 1 ชุด”
อู๋ชะงักชั่วลมหายใจ
“ถ้าคนกลางหนีใครรับผิด”
เหม่ยหลิงตอบทันที
“เรือนสำนักหมอเป็คุ้มภัยมีเวรยาม 3 ชั้น มีบัญชีเข้า–ออก หากหนี เรือนรองรับผิดทั้งหมดต่อหน้าแต่จะไม่ปล่อยให้หนี”
เสมียนกลางเสริม
“ในทุกการเข้า–ออกเราจะลงชื่อเวลาและเหตุผลบนแผ่นเดียวกัน พร้อมให้พยาน 2 คนลงนิ้วครั่งกำกับ”
อู๋กวาดตามองคนทั้งลานก่อนพยักหน้าเล็กน้อย
“ขอเพิ่มเงื่อนไขหากภายใน 3 วัน ไม่ส่งคนชั้นปลายกลับ หรือไม่ให้ความร่วมมือ เมืองจะถือว่าปิดบัง”
ผู้เฒ่าคนกลางยกฆ้อนไม้
“คณะผู้เฒ่ามีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของเรือนรอง และเงื่อนไขที่ผู้แทนเมืองเพิ่มให้เสมียนกลางจัดสำเนาบันทึก 3 ชุด และทำหนังสือขั้นตอนร่วมต่อหน้าคนทั้งลาน”
เสียงฆ้อนไม้ดัง2 ครั้ง
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก:เจรจากับผู้แทนเมือง—สำเร็จระดับแรก]
[รางวัลชั่วคราว:สิทธิ์คุมกุญแจหีบหลวงร่วมกับคณะผู้เฒ่า 1 ชุด]
เสมียนกลางย้ายของกลางเข้าหีบหลวงเลื่อนกลอน ใส่กุญแจ แล้วปิดครั่ง 3 ตรา ต่อหน้าพยานทั้ง 3 และผู้แทนเมืองเขาบันทึกเวลาและชื่อผู้เห็นร่วมครบถ้วน จากนั้นยกแผ่นบันทึก “ควบคุมตัวเช้าตรู่”ขึ้นอ่านต่อหน้า ระบุชื่อ–เวลา–เหตุผล และพยานที่ลงนิ้วครั่งกำกับ ก่อนเชิญพยานทั้ง3 ลงลายมือรับรู้
กลุ่มคณะย้ายไปยังเรือนเขียนเสมียนกลางคัดลอกแผ่นพยานและขั้นตอนเป็สำเนา 3 ชุดด้วยลายมือเดียวเหม่ยหลิงจัดตารางอ่านพยาน่เย็นที่ท่าน้ำ เมื่อสำเนาเสร็จเสมียนกลางปั๊มตราเรือนรองมุมล่างขวาทุกแผ่น แล้วเชิญคณะผู้เฒ่า ผู้แทนเมืองและพยานทั้ง 3 ลงชื่อกำกับ เขาม้วนใส่ปลอกไม้ไผ่ ส่งให้เมือง 1 ชุด คณะผู้เฒ่า 1ชุด และคงไว้กับเรือนรอง 1 ชุด
อู๋รับสำเนาเก็บลงห่อ
“ข้ารับเอกสารและรับตัวคนชั้นปลาย 2 คนที่ถูกควบคุมตัวเช้านี้ตามบันทึก”
เขาไม่พูดมากท่าทีหนักแน่น ลู่หานเพียงค้อมรับ แล้วเอ่ยกับคณะ
“ขอตั้งเวลาย้ายครอบครัวของเสมียนหานเข้าสู่คุ้มภัยเรือนสำนักหมอภายในยามมะเส็งวันนี้”
ผู้เฒ่าคนกลางตอบทันที
“อนุญาต”
อู๋กล่าวปิด
“พรุ่งนี้ข้าจะอยู่ดูเวทีหากปรากฏชื่อใด ขอให้ลงสำเนาส่งให้เมืองด้วยทันที”
เหม่ยหลิงรับคำ
“ตามนั้น”
ผู้แทนเมืองถอยพร้อมพาคนชั้นปลายออกจากศาลตามพิธี
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก:เส้นหลักฐานยังอยู่ในมือ—กุญแจร่วม, สำเนา 3 ชุด, หีบหลวงผนึก 3 ตรา]
[คำแนะนำ:เดิน 2 ทางพร้อมกัน—ตรวจห้องเก็บตรา และตั้งคุ้มภัยพยาน]
เวลาเลยยามสายลู่หาน เหม่ยหลิง เสมียนกลาง ผู้เฒ่าหนวดขาว และเถ้าเรือกวงไปยังอาคารคลังเมืองเพื่อตรวจห้องเก็บตรา ผู้ช่วยหัวหน้าคลังเปิดประตูเหล็ก 2ชั้นด้วยกุญแจ 2 ดอก เสียงกลอนดังตามจังหวะเสมียนกลางจดเวลาและชื่อผู้ไขกุญแจไว้ทันที
ภายในห้องจัดตู้ไม้เรียงเป็ระเบียบ ช่อง “ตรายกเว้นตรวจ” ว่าง 1 ช่องผู้ช่วยหัวหน้าคลังหยิบสมุดรับ–ส่งจากช่องใกล้กันมาเปิด พบชื่อ “หาน”ลงรับเมื่อคืน แต่ไม่มีชื่อคู่กำกับและไม่มีบันทึกลงส่งคู่ตอนเช้าเสมียนกลางวงบันทึกนั้นด้วยถ่าน เขาเห็นตะกร้าเล็กที่มุมห้องมีเศษครั่งติดขอบในจึงชี้ให้ทุกคนดู แล้วจด “พบเศษครั่งในมุมตะกร้า ใกล้ช่องตรายกเว้นตรวจ”
ผู้เฒ่าหนวดขาวสั่งเรียบ
“ให้ผู้ช่วยหัวหน้าคลังลงชื่อยอมรับข้อเท็จจริงเบื้องต้น”
ผู้ช่วยหัวหน้าคลังกัดฟันลงชื่อไม่โต้แย้ง เห็นสายตาพยานที่ยืนอยู่
ออกจากคลังเมืองพวกเขาไปยังเรือนสำนักหมอ อาหยินเปิดประตูรับ เธอจัดห้องเล็ก 2ห้องริมชานให้ครอบครัวเสมียนหานพัก ลู่หานสั่งวางยาม 2 นายที่หน้าประตู และอีก 1นายที่ชานด้านหลัง ชายชรากระดิ่งยืนที่เฉลียงสะพายกระดิ่ง
ลู่หานกล่าวชัด
“ั้แ่บัดนี้เรือนนี้เป็คุ้มภัยของพยาน ใครเข้า–ออกจดชื่อและเวลาไว้ทุกครั้ง”
เสมียนกลางวางสมุดหนาเล่มหนึ่งบนโต๊ะเขียนหัวว่า “บัญชีเข้า–ออกคุ้มภัยเรือนสำนักหมอ” แล้วขีดตาราง“ชื่อ–เวลาเข้า–เวลาออก–เหตุผล–ลายมือผู้เฝ้า” ให้ชัดเจน จากนั้นเขียนบันทึกสั้น ๆอีก 1 บรรทัด
“คุ้มภัยเรือนสำนักหมอยังคงพยานชายผอม ไว้ห้องใน และ เพิ่มครอบครัวเสมียนหาน ห้องถัดไปใช้สมุดเล่มเดียวกัน”
เหม่ยหลิงไปปลอบหญิงของเสมียนหานกับเด็ก2 คน
“พักให้สบายมีน้ำอุ่นและข้าวร้อน หาก้าสิ่งใดบอกอาหยินได้”
หญิงคำนับน้ำเสียงยังสั่น แต่แววตาดีขึ้นเมื่อเห็นยามและสมุดตารางเข้า–ออกวางตรงหน้า
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก:คุ้มภัยครอบครัวพยาน—สำเร็จระดับแรก]
[รางวัล:สัญญาณ “กระดิ่ง 2 ครั้ง” ใช้เป็สัญญาณถอยครึ่งก้าวตั้งโล่ภายในเขตคุ้มภัย]
ยามบ่ายผู้ประกาศอ่านกำหนดให้คนทั้งลานทราบ
“ยามเฉินพรุ่งนี้เสมียนผลัดเวร 2 คน ต้องขึ้นเวทีศาลชี้แจงต่อหน้า วันนี้ยามเย็นที่ท่าน้ำตั้งโต๊ะอ่านพยาน 1 ชั่วยาม”
คณะกลับสู่ท่าน้ำเพื่อจัดโต๊ะเถ้าเรือกวงยืนฝั่งน้ำ ชายชรากระดิ่งอยู่มุมขวาหน้าโต๊ะ เ้าของโรงขนมยกขนมงามาวาง3 ถาด ป้าย “ราคาสูงสุด–ขั้นต่ำ” ของสินค้าหลักแขวนไว้ให้ดูชัดกองยามเรือนรองแบ่งแถวรักษาพื้นที่ ไม่บังช่องเดิน
เมื่อถึงเวลาชายชรากระดิ่งสั่นกระดิ่ง 1 ครั้ง เปิดการอ่านเสมียนกลางอ่านแผ่นพยานจากเวทีเช้าให้คนท่าน้ำฟังทีละบรรทัด เน้นคำว่า “ต่อหน้า”และ “ผนึกครั่ง 3 ตรา”เถ้าเรือกวงอธิบายสัญลักษณ์ลับที่หูหีบเพื่อให้รู้วิธีตรวจการเปิด–ปิดเ้าของโรงขนมประกาศว่าราคาขนมเย็นนี้คงเดิมตามป้าย
ชายคนหนึ่งยกมือถาม
“ถ้าใครฝ่าฝืนราคาจะทำอย่างไร”
ลู่หานตอบสั้น
“แจ้งที่โต๊ะอ่านเราจะบันทึกและเรียกชี้แจงต่อหน้า หากไม่มา จะประกาศชื่อ 7 วัน”
คนฟังพยักหน้าบางคนยิ้มโล่งใจ
เงาผู้คนไหวตามแสงตะเกียง“หลิว—ชายเรือนใหญ่ผู้ถือพัดงาในวันประชุม—” เดินเลียบขอบฝูงชน เขายืนฟังเงียบไม่ส่งเสียง กองยามไม่เข้าไปกระทบ เพียงคุ้มพื้นที่ตามระยะเมื่อคนด้านหลังเบียดกัน เสียงกระดิ่ง 2 ครั้งดังเบา ๆ เป็สัญญาณ“ถอยครึ่งก้าวตั้งโล่” แถวหน้าขยับรับ แล้วคลายกลับเป็ระเบียบ
การอ่านกินเวลาราว1 ชั่วยาม จบด้วยเสียงของเหม่ยหลิง
“ั้แ่วันนี้ใครจะส่งของผ่านท่าน้ำ ต้องลงชื่อในแผ่นผ่านทางต่อหน้า ไม่มียกเว้นลับหากจำเป็ต้องยกเว้น ต้องประกาศต่อหน้าคณะผู้เฒ่าก่อนทุกครั้ง”
ชายชรากระดิ่งสั่นกระดิ่ง1 ครั้ง ปิดเวที ผู้คนทยอยกลับแผงตามเวลา กองยามยืนเฝ้าจนคนซาลงแล้วจึงถอย
ค่ำลงกลับเรือนรอง เสมียนกลางเก็บสำเนาแผ่นอ่านลงหีบเล็ก ลู่หานยืนหน้ากระดานบันทึกเขียนเรียงสิ่งที่ทำสำเร็จในวันเดียวกัน
“อ่านแผ่นพยานต่อหน้า—สำเร็จ”
“ผนึกของกลาง 3 ตรา—สำเร็จ”
“เจรจากับผู้แทนเมือง—สำเร็จระดับแรกส่งคนชั้นปลาย 2 คน คงพยาน–ของกลางไว้”
“ตั้งคุ้มภัยครอบครัวพยาน—สำเร็จ”
เหม่ยหลิงอ่านแล้วกล่าวเบา
“พรุ่งนี้เราต้องรับทั้งคำที่อาจเอ่ยชื่อ และสายตาของเมืองชายแดน”
ลู่หานตอบ
“ปล่อยให้เวทีทำงานของมันเอง”
อาหยินยื่นน้ำอุ่น
“ดื่มก่อนเ้าค่ะ”
ลู่หานรับถ้วยดื่มคำหนึ่ง แล้ววางลง มองไปทางเรือนสำนักหมอ แสงตะเกียงในคุ้มภัยนิ่ง ยามยืนตรงสมุดเข้า–ออกเปิดวางรอชื่อถัดไป
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[สรุป:เวทีภายใต้แรงกดดัน—กฎยังยืน ของกลางคงในมือ คุ้มภัยตั้งแล้ว]
[รางวัล:สิทธิ์เรียกเสมียนผลัดเวรต่อหน้าโดยตรง 1 ครั้ง]
[ภารกิจถัดไป:เผยชื่อผู้สั่งการ—ให้คำต่อหน้าเชื่อมถึงคนมีอำนาจ]
ก่อนดับตะเกียงลู่หานเติมบรรทัดสุดท้ายของวันลงบนกระดาน
“ถอย1 เพื่อชนะ 2—พรุ่งนี้คำจะออกจากปากต่อหน้า”
เขาวางพู่กันปิดฝาหมึก แล้วปิดบานหน้าต่างอย่างเงียบเมืองทั้งเมืองเตรียมใจสำหรับยามเฉินที่จะมาถึงในวันถัดไป