The Great Emperor ตำนานจักรพรรดิไร้บัลลังก์

    ตอนที่ 16 : แรงกดดันจากเมือง

    ยามเฉินของเช้าวันถัดมาลานหน้าศาลผู้เฒ่าเปิดเวทีตามกำหนด โต๊ะเตี้ยตั้งกึ่งกลางบนผ้าสะอาดมีถุงผนึกของกลางวางอยู่ครบ 2 ถุงแผ่นพยานจากใต้สะพานเมื่อคืนแขวนบนกระดานใหญ่ให้คนทั้งลานมองเห็นเสมียนกลางยืนประจำพร้อมพู่กัน หมึก และตราร่วม กองยามเรือนรองยืนรูป “โล่โค้ง”เฝ้าช่องเข้าออก 3 ช่อง เหม่ยหลิงยืนด้านซ้าย ลู่หานยืนด้านขวา พยาน 3คน—ชายชราผู้ถือกระดิ่ง เ๽้าของโรงขนม และเถ้าเรือกวง—ยืนประจำเก้าอี้พยาน

    ก่อนเสียงฆ้อนไม้เปิดเวทีผู้ประกาศอ่านแจ้งสั้น ๆ ว่าเช้าตรู่ที่ผ่านมาเรือนรองติดตามรอยจากแผ่นบันทึกใต้สะพาน

    “เช้าตรู่ก่อนยามเฉินเรือนรอง ควบคุมตัวคนลากเกวียน 2 คน ตามพิธีเพื่อรอชี้แจงต่อหน้าเสมียนกลางลงบันทึกชื่อ–เวลา และมีพยาน 2 คนลงนิ้วครั่งกำกับทั้งคู่ถูกเก็บตัวไว้ในศาลฝ่ายใน โดยไม่ใช้เครื่องพันธนาการ”

    ผู้คนในลานพยักหน้าเงียบๆ

    ผู้ประกาศยกฆ้อนไม้ขึ้นสูงแล้วทุบลง 1 ครั้ง

    “เปิดเวทีวันนี้”

    ลู่หานคำนับคณะผู้เฒ่า

    “วันนี้เรายืนเวทีอ่านตามกฎต่อหน้าไม่กล่าวร้ายผู้ใดโดยไร้หลักฐาน”

    [ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
     [ภารกิจ:ยืนเวที—รักษาของกลางและพยานภายใต้แรงกดดันจากเมือง]
     [เงื่อนไข:(1) อ่านแผ่นพยานต่อหน้า, (2) ผนึกของกลาง 3 ตรา, (3)เจรจากับผู้แทนเมืองโดยไม่เสียแก่นหลักฐาน, (4) จัดคุ้มภัยครอบครัวพยาน]
     [คำแนะนำ:ถอย 1 ก้าวเพื่อชนะ 2 ก้าว—ส่งเพียง “คนชั้นปลาย” แต่รักษาแกนหลัก]

    เสมียนกลางยกถุงผนึกใบแรกให้เห็นทั่วลานเขาอ่านหมายเลขที่ปากถุง เวลา และสถานที่ปิดครั่งจากนั้นหันให้ผู้เฒ่าและพยานตรวจด้วยสายตา แล้วคลายผนึกอย่างระวัง เผยแท่นตราตราวงกลม 1 ดวง และแผ่นไม้ไผ่ที่ประทับเมื่อคืน เขาจัดวางเรียงบนผ้าสะอาดยกแผ่นพยานขึ้นอ่านชัดทีละบรรทัด เมื่อจบแต่ละบรรทัด เขาหันไปขอคำจากพยาน

    ชายชรากระดิ่งพูดชัด

    “ข้าเห็นและได้ยิน”

    เ๽้าของโรงขนมตามทันที

    “ข้าเห็นและได้ยิน”

    เถ้าเรือกวงเสริมเสียงหนัก

    “ข้าเห็นและได้ยิน”

    เสมียนกลางปั๊มตราเรือนรองกำกับคำยืนยันครบ3 บรรทัด แล้วชี้ให้คนทั้งลานดูตราวงกลมบนโต๊ะ เขาเลื่อนตะเกียงเข้าใกล้อ่านตัวย่อในวงในที่เป็๲ของกรมคลังเมืองตามด้วยอักษรย่อชื่อเสมียนระดับกลางจากนั้นวางแผ่นพยานลงตามเดิม

    ผู้เฒ่าคนกลางพยักหน้าลู่หานบอกสั้น

    “ผนึกของกลางรวมต่อหน้า”

    เสมียนกลางป้ายครั่งอุ่นลงปากถุงทั้ง2 ถุงแล้วปั๊มตรา 3 ตราติดกัน คือ ตราของคณะผู้เฒ่า ตราท่าน้ำ และตราเรือนรองเขาบันทึกเวลาและชื่อผู้เห็นร่วมอย่างชัดเจน

    [ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
     [บันทึก:เงื่อนไขข้อ (1)–(2) สำเร็จ]
     [คำเตือน:แรงกดดันกำลังเข้ามา—เตรียมเวทีเจรจา]

    เสียงเกือกม้าดังใกล้ทางเข้าศาลาริมลานเปิดทางให้ขบวนเล็ก ขี่ม้านำหน้า 2 นายตามด้วยชายในชุดทางการผ้าคาดเอวสีเข้ม เขาลงจากม้า ส่งตราห้อยเอวให้ยามตรวจจากนั้นเดินขึ้นหน้าลานพร้อมคนติดตาม 2 คน

    ผู้เฒ่าคนกลางเอ่ยเรียกชื่อ

    “แจ้งนามและฐานะต่อหน้า”

    ชายคนนั้นคำนับพอเหมาะ

    “ข้า‘อู๋’ ผู้ช่วยจากเมืองชายแดน นำคำของผู้ว่าการเมืองชายแดนมาขอรับตัวผู้เกี่ยวข้องและของกลางทั้งหมดไปสอบสวนที่เมือง”

    อู๋ชูเอกสารผนึกตราเมือง

    “ตามกฎเมืองชายแดนมีสิทธิ์สอบสวนคดีที่ตราคลังเมืองถูกอ้างถึงขอให้ส่งของกลางและคนทั้งหมดให้เดี๋ยวนี้”

    เสียงซุบซิบแ๶่๥ในลานแล้วจางลงเมื่อผู้เฒ่าคนกลางยกมือ ลู่หานคำนับคณะผู้เฒ่า ก่อนพูดกับอู๋เสียงเรียบ

    “กฎมีลำดับขั้นแรกต้องอ่านต่อหน้าคนในเมือง เพื่อให้คำไม่บิดเบือนขั้นถัดไปค่อยส่งต่อไปยังเมือง ขอเชิญท่านอู๋ยืนร่วมต่อหน้า แล้วเราจะตกลงขั้นตอน”

    อู๋ยิ้มบาง

    “ขั้นตอนของที่นี่ข้าไม่ขัด ถ้าไม่ขวางอำนาจเมือง ข้าขอเพียงตัวคนทั้งหมด”

    เหม่ยหลิงถามสั้น

    “ตัวคนทั้งหมดรวมถึงพยานและคนกลางใต้สะพานหรือไม่”

    “ใช่”

    ผู้เฒ่าคนกลางหันไปมองลู่หาน

    “เสนอทางกลางต่อหน้า”

    ลู่หานเอ่ยชัด

    “เรือนรองขอส่งคนชั้นปลายที่ควบคุมตัวเช้าตรู่วันนี้ จำนวน 2 คน ให้เมืองชายแดนพาไปสอบภายในกำหนด3 วัน ส่วนพยานและคนกลางใต้สะพานขอคงไว้ในคุ้มภัยเรือนสำนักหมอเพื่อขึ้นเวทีอ่านต่อหน้าตามกฎ เมื่อครบขั้นตอน หากยังจำเป็๲ เราพร้อมร่วมส่งต่อของกลางทั้งหมดคงไว้ในหีบหลวง ปิดครั่ง 3 ตรา และทำสำเนาบันทึก 3 ชุดแจกจ่ายให้คณะผู้เฒ่า เมืองชายแดน และเรือนรองฝ่ายละ 1 ชุด”

    อู๋ชะงักชั่วลมหายใจ

    “ถ้าคนกลางหนีใครรับผิด”

    เหม่ยหลิงตอบทันที

    “เรือนสำนักหมอเป็๲คุ้มภัยมีเวรยาม 3 ชั้น มีบัญชีเข้า–ออก หากหนี เรือนรองรับผิดทั้งหมดต่อหน้าแต่จะไม่ปล่อยให้หนี”

    เสมียนกลางเสริม

    “ในทุกการเข้า–ออกเราจะลงชื่อเวลาและเหตุผลบนแผ่นเดียวกัน พร้อมให้พยาน 2 คนลงนิ้วครั่งกำกับ”

    อู๋กวาดตามองคนทั้งลานก่อนพยักหน้าเล็กน้อย

    “ขอเพิ่มเงื่อนไขหากภายใน 3 วัน ไม่ส่งคนชั้นปลายกลับ หรือไม่ให้ความร่วมมือ เมืองจะถือว่าปิดบัง”

    ผู้เฒ่าคนกลางยกฆ้อนไม้

    “คณะผู้เฒ่ามีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของเรือนรอง และเงื่อนไขที่ผู้แทนเมืองเพิ่มให้เสมียนกลางจัดสำเนาบันทึก 3 ชุด และทำหนังสือขั้นตอนร่วมต่อหน้าคนทั้งลาน”

    เสียงฆ้อนไม้ดัง2 ครั้ง

    [ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
     [บันทึก:เจรจากับผู้แทนเมือง—สำเร็จระดับแรก]
     [รางวัลชั่วคราว:สิทธิ์คุมกุญแจหีบหลวงร่วมกับคณะผู้เฒ่า 1 ชุด]

    เสมียนกลางย้ายของกลางเข้าหีบหลวงเลื่อนกลอน ใส่กุญแจ แล้วปิดครั่ง 3 ตรา ต่อหน้าพยานทั้ง 3 และผู้แทนเมืองเขาบันทึกเวลาและชื่อผู้เห็นร่วมครบถ้วน จากนั้นยกแผ่นบันทึก “ควบคุมตัวเช้าตรู่”ขึ้นอ่านต่อหน้า ระบุชื่อ–เวลา–เหตุผล และพยานที่ลงนิ้วครั่งกำกับ ก่อนเชิญพยานทั้ง3 ลงลายมือรับรู้

    กลุ่มคณะย้ายไปยังเรือนเขียนเสมียนกลางคัดลอกแผ่นพยานและขั้นตอนเป็๲สำเนา 3 ชุดด้วยลายมือเดียวเหม่ยหลิงจัดตารางอ่านพยาน๰่๥๹เย็นที่ท่าน้ำ เมื่อสำเนาเสร็จเสมียนกลางปั๊มตราเรือนรองมุมล่างขวาทุกแผ่น แล้วเชิญคณะผู้เฒ่า ผู้แทนเมืองและพยานทั้ง 3 ลงชื่อกำกับ เขาม้วนใส่ปลอกไม้ไผ่ ส่งให้เมือง 1 ชุด คณะผู้เฒ่า 1ชุด และคงไว้กับเรือนรอง 1 ชุด

    อู๋รับสำเนาเก็บลงห่อ

    “ข้ารับเอกสารและรับตัวคนชั้นปลาย 2 คนที่ถูกควบคุมตัวเช้านี้ตามบันทึก”

    เขาไม่พูดมากท่าทีหนักแน่น ลู่หานเพียงค้อมรับ แล้วเอ่ยกับคณะ

    “ขอตั้งเวลาย้ายครอบครัวของเสมียนหานเข้าสู่คุ้มภัยเรือนสำนักหมอภายในยามมะเส็งวันนี้”

    ผู้เฒ่าคนกลางตอบทันที

    “อนุญาต”

    อู๋กล่าวปิด

    “พรุ่งนี้ข้าจะอยู่ดูเวทีหากปรากฏชื่อใด ขอให้ลงสำเนาส่งให้เมืองด้วยทันที”

    เหม่ยหลิงรับคำ

    “ตามนั้น”

    ผู้แทนเมืองถอยพร้อมพาคนชั้นปลายออกจากศาลตามพิธี

    [ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
     [บันทึก:เส้นหลักฐานยังอยู่ในมือ—กุญแจร่วม, สำเนา 3 ชุด, หีบหลวงผนึก 3 ตรา]
     [คำแนะนำ:เดิน 2 ทางพร้อมกัน—ตรวจห้องเก็บตรา และตั้งคุ้มภัยพยาน]

    เวลาเลยยามสายลู่หาน เหม่ยหลิง เสมียนกลาง ผู้เฒ่าหนวดขาว และเถ้าเรือกวงไปยังอาคารคลังเมืองเพื่อตรวจห้องเก็บตรา ผู้ช่วยหัวหน้าคลังเปิดประตูเหล็ก 2ชั้นด้วยกุญแจ 2 ดอก เสียงกลอนดังตามจังหวะเสมียนกลางจดเวลาและชื่อผู้ไขกุญแจไว้ทันที

    ภายในห้องจัดตู้ไม้เรียงเป็๲ระเบียบ ช่อง “ตรายกเว้นตรวจ” ว่าง 1 ช่องผู้ช่วยหัวหน้าคลังหยิบสมุดรับ–ส่งจากช่องใกล้กันมาเปิด พบชื่อ “หาน”ลงรับเมื่อคืน แต่ไม่มีชื่อคู่กำกับและไม่มีบันทึกลงส่งคู่ตอนเช้าเสมียนกลางวงบันทึกนั้นด้วยถ่าน เขาเห็นตะกร้าเล็กที่มุมห้องมีเศษครั่งติดขอบในจึงชี้ให้ทุกคนดู แล้วจด “พบเศษครั่งในมุมตะกร้า ใกล้ช่องตรายกเว้นตรวจ”

    ผู้เฒ่าหนวดขาวสั่งเรียบ

    “ให้ผู้ช่วยหัวหน้าคลังลงชื่อยอมรับข้อเท็จจริงเบื้องต้น”

    ผู้ช่วยหัวหน้าคลังกัดฟันลงชื่อไม่โต้แย้ง เห็นสายตาพยานที่ยืนอยู่

    ออกจากคลังเมืองพวกเขาไปยังเรือนสำนักหมอ อาหยินเปิดประตูรับ เธอจัดห้องเล็ก 2ห้องริมชานให้ครอบครัวเสมียนหานพัก ลู่หานสั่งวางยาม 2 นายที่หน้าประตู และอีก 1นายที่ชานด้านหลัง ชายชรากระดิ่งยืนที่เฉลียงสะพายกระดิ่ง

    ลู่หานกล่าวชัด

    “๻ั้๹แ๻่บัดนี้เรือนนี้เป็๲คุ้มภัยของพยาน ใครเข้า–ออกจดชื่อและเวลาไว้ทุกครั้ง”

    เสมียนกลางวางสมุดหนาเล่มหนึ่งบนโต๊ะเขียนหัวว่า “บัญชีเข้า–ออกคุ้มภัยเรือนสำนักหมอ” แล้วขีดตาราง“ชื่อ–เวลาเข้า–เวลาออก–เหตุผล–ลายมือผู้เฝ้า” ให้ชัดเจน จากนั้นเขียนบันทึกสั้น ๆอีก 1 บรรทัด

    “คุ้มภัยเรือนสำนักหมอยังคงพยานชายผอม ไว้ห้องใน และ เพิ่มครอบครัวเสมียนหาน ห้องถัดไปใช้สมุดเล่มเดียวกัน”

    เหม่ยหลิงไปปลอบหญิงของเสมียนหานกับเด็ก2 คน

    “พักให้สบายมีน้ำอุ่นและข้าวร้อน หาก๻้๵๹๠า๱สิ่งใดบอกอาหยินได้”

    หญิงคำนับน้ำเสียงยังสั่น แต่แววตาดีขึ้นเมื่อเห็นยามและสมุดตารางเข้า–ออกวางตรงหน้า

    [ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
     [บันทึก:คุ้มภัยครอบครัวพยาน—สำเร็จระดับแรก]
     [รางวัล:สัญญาณ “กระดิ่ง 2 ครั้ง” ใช้เป็๲สัญญาณถอยครึ่งก้าวตั้งโล่ภายในเขตคุ้มภัย]

    ยามบ่ายผู้ประกาศอ่านกำหนดให้คนทั้งลานทราบ

    “ยามเฉินพรุ่งนี้เสมียนผลัดเวร 2 คน ต้องขึ้นเวทีศาลชี้แจงต่อหน้า วันนี้ยามเย็นที่ท่าน้ำตั้งโต๊ะอ่านพยาน 1 ชั่วยาม”

    คณะกลับสู่ท่าน้ำเพื่อจัดโต๊ะเถ้าเรือกวงยืนฝั่งน้ำ ชายชรากระดิ่งอยู่มุมขวาหน้าโต๊ะ เ๯้าของโรงขนมยกขนมงามาวาง3 ถาด ป้าย “ราคาสูงสุด–ขั้นต่ำ” ของสินค้าหลักแขวนไว้ให้ดูชัดกองยามเรือนรองแบ่งแถวรักษาพื้นที่ ไม่บังช่องเดิน

    เมื่อถึงเวลาชายชรากระดิ่งสั่นกระดิ่ง 1 ครั้ง เปิดการอ่านเสมียนกลางอ่านแผ่นพยานจากเวทีเช้าให้คนท่าน้ำฟังทีละบรรทัด เน้นคำว่า “ต่อหน้า”และ “ผนึกครั่ง 3 ตรา”เถ้าเรือกวงอธิบายสัญลักษณ์ลับที่หูหีบเพื่อให้รู้วิธีตรวจการเปิด–ปิดเ๽้าของโรงขนมประกาศว่าราคาขนมเย็นนี้คงเดิมตามป้าย

    ชายคนหนึ่งยกมือถาม

    “ถ้าใครฝ่าฝืนราคาจะทำอย่างไร”

    ลู่หานตอบสั้น

    “แจ้งที่โต๊ะอ่านเราจะบันทึกและเรียกชี้แจงต่อหน้า หากไม่มา จะประกาศชื่อ 7 วัน”

    คนฟังพยักหน้าบางคนยิ้มโล่งใจ

    เงาผู้คนไหวตามแสงตะเกียง“หลิว—ชายเรือนใหญ่ผู้ถือพัดงาในวันประชุม—” เดินเลียบขอบฝูงชน เขายืนฟังเงียบไม่ส่งเสียง กองยามไม่เข้าไปกระทบ เพียงคุ้มพื้นที่ตามระยะเมื่อคนด้านหลังเบียดกัน เสียงกระดิ่ง 2 ครั้งดังเบา ๆ เป็๲สัญญาณ“ถอยครึ่งก้าวตั้งโล่” แถวหน้าขยับรับ แล้วคลายกลับเป็๲ระเบียบ

    การอ่านกินเวลาราว1 ชั่วยาม จบด้วยเสียงของเหม่ยหลิง

    “๻ั้๹แ๻่วันนี้ใครจะส่งของผ่านท่าน้ำ ต้องลงชื่อในแผ่นผ่านทางต่อหน้า ไม่มียกเว้นลับหากจำเป็๲ต้องยกเว้น ต้องประกาศต่อหน้าคณะผู้เฒ่าก่อนทุกครั้ง”

    ชายชรากระดิ่งสั่นกระดิ่ง1 ครั้ง ปิดเวที ผู้คนทยอยกลับแผงตามเวลา กองยามยืนเฝ้าจนคนซาลงแล้วจึงถอย

    ค่ำลงกลับเรือนรอง เสมียนกลางเก็บสำเนาแผ่นอ่านลงหีบเล็ก ลู่หานยืนหน้ากระดานบันทึกเขียนเรียงสิ่งที่ทำสำเร็จในวันเดียวกัน

    “อ่านแผ่นพยานต่อหน้า—สำเร็จ”
     “ผนึกของกลาง 3 ตรา—สำเร็จ”
     “เจรจากับผู้แทนเมือง—สำเร็จระดับแรกส่งคนชั้นปลาย 2 คน คงพยาน–ของกลางไว้”
     “ตั้งคุ้มภัยครอบครัวพยาน—สำเร็จ”

    เหม่ยหลิงอ่านแล้วกล่าวเบา

    “พรุ่งนี้เราต้องรับทั้งคำที่อาจเอ่ยชื่อ และสายตาของเมืองชายแดน”

    ลู่หานตอบ

    “ปล่อยให้เวทีทำงานของมันเอง”

    อาหยินยื่นน้ำอุ่น

    “ดื่มก่อนเ๯้าค่ะ”

    ลู่หานรับถ้วยดื่มคำหนึ่ง แล้ววางลง มองไปทางเรือนสำนักหมอ แสงตะเกียงในคุ้มภัยนิ่ง ยามยืนตรงสมุดเข้า–ออกเปิดวางรอชื่อถัดไป

    [ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
     [สรุป:เวทีภายใต้แรงกดดัน—กฎยังยืน ของกลางคงในมือ คุ้มภัยตั้งแล้ว]
     [รางวัล:สิทธิ์เรียกเสมียนผลัดเวรต่อหน้าโดยตรง 1 ครั้ง]
     [ภารกิจถัดไป:เผยชื่อผู้สั่งการ—ให้คำต่อหน้าเชื่อมถึงคนมีอำนาจ]

    ก่อนดับตะเกียงลู่หานเติมบรรทัดสุดท้ายของวันลงบนกระดาน

    “ถอย1 เพื่อชนะ 2—พรุ่งนี้คำจะออกจากปากต่อหน้า”

    เขาวางพู่กันปิดฝาหมึก แล้วปิดบานหน้าต่างอย่างเงียบเมืองทั้งเมืองเตรียมใจสำหรับยามเฉินที่จะมาถึงในวันถัดไป