เฟิ่งหนิง พักอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งแบ่งปลาที่เหลือออกมากิน
นั่งคิดถึงเื่การฝึกฝนพลังิญญาตามความทรงจำของร่างเดิมว่าการเรียกพลังิญญาขั้นต้นเข้าร่าง
จะต้องรวบรวมสติไปยังจุดตันเถียนหรือที่คนในยุคปัจจุบันเข้าใจคือการนั่งสมาธิ
เธออยากจะลองอีกครั้งโดยคิดว่าจะลองใช้การฝึกวิชาตัวเบาในชาติก่อนเข้าช่วยมันน่าจะมีความเป็ไปได้ที่จะสำเร็จ
และในความทรงจำของร่างเดิมทำให้เธอรู้ว่ามีระดับของพลังิญญาเช่นกันแต่ละระดับจะห่างกันถึงสิบขั้นแต่ละขั้นพลังก็ต่างกันมหาศาลเลยทีเดียวโดยมีระดับดังนี้
หนึ่ง พลังเริ่มต้น จะเริ่มที่สีเหลือง
สอง ขั้นพื้นฐาน สีเขียว
สาม ปฐี สีม่วง
สี่ พิภพ สีน้ำเงิน
ห้า ์ สีแดง
หก เซียน สีเงิน
เจ็ด เทพ สีทอง
ทุกระดับจะต่างกัน สิบ ขั้นมีสีเป็ตัวระบุขั้น
ทวีปที่ร่างเดิมอยู่ก็มีหกระดับและแน่นอนแคว้นที่เธออยู่ตอนนี้
ก็อยู่ในระดับหกเป็ระดับต่ำสุดเช่นกันคนทั่วไปที่นี่
อายุสามขวบถึงสามสิบห้าจะอยู่ในระดับเริ่มต้นถึงขั้นพื้นฐานระดับต้น
อายุ สามสิบห้าถึงห้าสิบพลังก็อยู่ในขั้นพื้นฐานตอนต้นคนที่มีพร์หน่อยก็อยู่ใน่ตอนกลาง
อายุห้าสิบถึงเจ็ดสิบก็จะเข้าตอนกลางและตอนปลายถ้าโชคดีข้ามไปถึงขั้นปฐีอายุไขจะเพิ่มขึ้นสองร้อยปีและหน้าตาจะเยาว์วัยขึ้น
ดังนั้นการฝึกฝนจึงสำคัญแต่หากเทียบกับแคว้นต่างระดับแล้วการฝึกฝนที่นี่ก็ช้ากว่าที่อื่นหลายเท่า
คนที่อยู่แนวหน้าของที่นี่เมื่อเทียบกับแคว้นต่างระดับก็เหมือนบุคคลทั่วไปไม่ได้พิเศษอะไรเลย
และในเมืองแห่งนี้ก็มีผู้มีผู้มีพร์หลายคน
เช่นฮ่องเต้ของแคว้นที่อายุเพียงสี่สิบปีก็อยู่ในระดับพื้นฐานขั้นเก้าเหลือเพียงก้าวเดียวจะถึงระดับปฐี
ท่านปู่ของร่างเดิมในนามแม่ทัพใหญ่ของแคว้นก็อยู่ในระดับ ปฐีขั้นกลางในวัยหกสิบปีถือเป็แนวหน้าของแคว้น
ส่วน ท่านพ่อ ของเ้าของร่างเดิมอายุสามสิบแปดปีอยู่ในขั้นปฐีขั้นต้น
ที่ขาดไม่ได้คือองค์รัชทายาท เว่ย ซ่งิ ที่อายุแค่ยี่สิบปีสามารถอยู่ในระดับพื้นฐานขั้นสามได้แล้วถือว่าหายากในรอบร้อยปีก็ว่าได้
เฟิ่งหนิง เดินหาที่พักครู่หนึ่งก็เห็นถ้ำเล็กๆอยู่เบื้องหน้าเธอตัดสินใจแล้วว่าจะลองฝึกบำเพ็ญดู
เพราะถ้าหาก้ามีชีวิตรอดจากดินแดนที่มีพลังิญญาเป็ตัวกำหนดเช่นนี้มีทางเดียวที่จะอยู่รอดได้คือต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นเธอจึงเริ่มเดินเข้าสำรวจถ้ำอย่างระมัดระวังข้างบนถ้ำมีปล่องไม่ใหญ่มากปล่องหนึ่ง
ทำให้แสงส่องมาถึงถ้ำนี้จึงไม่มืดมากเมื่อไม่พบอันตรายเธอก็หาที่นั่งลงและเริ่มฝึกบำเพ็ญทันที
ปกติเธอเป็คน แน่วแน่และเด็ดเดี่ยวมาก ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ พลังจิตของเธอตอนนี้จึงเข้มข้นมากแผ่รังสีไปรอบๆ ตัวเธอหลายจั้ง
ทำให้สัตว์ป่าตื่นใวิ่งไปมาไม่กล้าเข้าใกล้บริเวณนั้นแต่ ตัวเธอเองไหนเลยจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนั่งฝึกบำเพ็ญตามความทรงจำของร่างเดิม
จิตมุ่งเข้าสำรวจจุดตันเถียนและเส้นเอ็นรับรู้ได้ว่าจุดตันเถียนของเธอตอนนี้เสียหายน่าจะเกิดจากการวางยาทำลายตันเถียนั้แ่เด็กทีละน้อยจนไม่มีใครสังเกตเห็น
มันเป็การวางแผนมาั้แ่ต้นแล้วพอถึงวัยที่เข้าสู่การเริ่มฝึกฝน
จึงทำให้เ้าของร่างเดิมไม่สามารถฝึกฝนวิชาได้ให้หมอที่มีวิชาแพทย์สูงส่งหลายต่อหลายคนมารักษาก็พูดได้แค่ว่าไม่มีทางรักษา
จึงทำให้ร่างเดิมกลายเป็คนธรรมดาไร้ซึ่งวรยุทธและพลังิญญา
และนี่ก็เป็ที่มาของ
"ขยะผู้ไร้ประโยชน์"
แต่ยังดีแม้ว่าท่านแม่ของนางจะเสียไปแล้วแต่ท่านปู่และท่านพ่อของร่างเดิมรักนางมาก
เห็นนางเป็ดั่งแก้วตาดวงใจด้วยความที่กลัวว่านางจะเสียใจที่ไม่สามารถฝึกฝนวิชาได้
ท่านทั้งหลายจึงเอาใจใส่นางเป็พิเศษแม้ผู้คนจะตั้งฉายาให้นางแต่ต่อหน้าท่านแม่ทัพและผู้าุโของตระกูลเยว่ก็ไม่มีใครเอ่ยวาจาเสียๆหายๆให้ได้ยิน
เฟิ่งหนิง ค่อยๆ ลืมตาและพลังจิตรอบๆก็ค่อย ๆ หายไปเช่นกัน
เธอเอนหลังพิงผนังมือนึงกอดอกอีกมือจับคางตอนที่เธอใช้จิตตรวจสอบเธอก็สะดุดที่ช่องว่างของมิติในตัวเธอ
"มันยังอยู่"
แต่ตอนนั้นก่อนที่เธอจะตายมันเสียหายตอนนี้กลับซ่อมแซมแล้ว
และยาเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมที่เธอใช้ชีวิตตัวเองเพื่อแลกมันมากับภารกิจสุดท้ายก่อนตาย
เธอเข้าไปยังมิติและสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ข้างในล้วนอยู่ครบเว้นแต่ห้องใต้ดินที่ไม่สามารถเปิดออกได้
ในนั้นคือคลังอาวุธที่ชาติก่อนเธอสะสมและที่ทำให้เธอแปลกใจคือนอกตัวอาคารในมิติ
มีน้ำตกเกิดขึ้นเธออดแปลกใจไม่ได้และไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร