“ใช่! เอาเนื้อมา! พวกนายอย่าคิดจะซ่อนไว้เชียว! ถ้าจะกินก็ต้องแบ่งกัน!”หลินเฟิงก้าวไปข้างหน้าหมายจะบุกเข้าไปในลานบ้าน
เซียวหยวนิคว้าแขนอีกฝ่ายไว้แน่นแขนของเขาแข็งแกร่งมาก จนหลินเฟิงถึงกับเซถลาเกือบจะล้มลง
“โอ๊ยๆๆ เจ็บๆๆ ปล่อยมือฉันนะ!” หลินเฟิงร้องโอดครวญด้วยความเ็ป
เซียวหยวนิสะบัดมือของหลินเฟิงที่ผอมบางราวกับก้านไม้ด้วยความรังเกียจ“อยากกินเนื้อก็ขึ้นเขาไปล่าเองสิ”
อย่างที่เจียวเจียวบอกหากตนเองไม่ได้กินเนื้อ ก็ได้แต่โทษตัวเองว่าไม่มีความสามารถอย่าได้ริอ่านคิดแย่งชิงของบ้านเขาไป
เนื้อที่เขาล่ามาได้ต้องให้เจียวเจียวกินเท่านั้น!
หลินเฟิงถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าวติดๆกันจนเกือบจะหกล้ม เขายกศีรษะขึ้นด้วยความโกรธจัด หมายจะด่าทอแต่เมื่อเห็นสีหน้าของเซียวหยวนิที่เ็าและบึ้งตึงยิ่งกว่ายามค่ำคืนรวมทั้งดวงตาที่เรียวยาวลึกซึ้งซึ่งฉายแววเย็นเยียบราวกับหมาป่าที่ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืดมิดทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว เขาจึงสั่นสะท้านด้วยความกลัวและกลืนคำพูดที่จุกอยู่ที่ลำคอกลับลงไปโดยไม่รู้ตัว
ซูเจียวเจียวโกรธจนถึงที่สุดทว่ากลับหัวเราะออกมา เธอยืนอยู่ตรงที่มืดสลัวมองเห็นใบหน้าที่ชั่วร้ายและเ้าเล่ห์ของโจวเม่ยและหลินเฟิงได้อย่างชัดเจนคนพวกนี้จงใจมาหาเื่กันชัดๆ
เธอก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงยืนหลังตรง ยิ้มพลางถามว่า “หัวหน้าหลี่คะป่าเป็ของตำบล ดังนั้นทุกสิ่งบนูเาจึงเป็ของตำบลใช่ไหมคะแล้วหมู่บ้านก็เป็ของตำบลด้วยใช่ไหมคะ”
หลี่เกินเซิงพยักหน้า“แน่นอนสิ! ต้นไม้ใบหญ้าทุกสิ่งในหมู่บ้านของเราเป็ของตำบลเป็ของส่วนรวม และเป็ของประชาชนพวกคุณที่แอบล่ากระต่ายป่าบนูเาเป็การละเมิดทรัพย์สินส่วนรวมแต่เนื่องจากเป็ความผิดครั้งแรก หากยอมส่งมอบออกมาอย่างซื่อสัตย์ ก็จะไม่ถูกตำหนิ”
เมื่อหลี่เกินเซิงพูดจบก็แอบดีใจอยู่ในใจ
เซียวหยวนิผู้นี้ไม่เพียงแต่ทำงานเก่งยังล่าสัตว์เก่งอีกด้วย ทุกครั้งที่ขึ้นเขาจะล่าสัตว์มีเนื้อมาได้เสมอในขณะที่ทุกคนใช้ชีวิตอย่างลำบากยากแค้น เขากลับได้กินเนื้อบ่อยๆหลี่เกินเซิงอิจฉามานานแล้ว
เมื่อก่อนหลี่ตงเหลียนคอยขัดขวางไม่ให้เขาสร้างความลำบากให้เซียวหยวนิเขาจึงทำเป็มองไม่เห็น
ใครจะไปรู้ว่าหลี่ตงเหลียนดีกับเซียวหยวนิมากขนาดนั้นแต่เซียวหยวนิกลับไม่สนใจ! หันไปแต่งงานกับยุวชนจอมมารยาคนนี้แทน!
แม้หลี่เกินเซิงจะไม่ชอบเซียวหยวนิแต่ในสายตาของหลี่เกินเซิง เซียวหยวนิไม่ควรปฏิเสธลูกสาวของเขาการกระทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าเขาฉาดใหญ่!
ซูเจียวเจียวไม่ได้ขุ่นเคือง“ดีค่ะ ในเมื่อหัวหน้าหลี่พูดเช่นนี้ ก็ง่ายขึ้นเยอะฉันกับอาิเป็ชาวบ้านที่เคารพกฎหมายกระต่ายป่าตัวนี้พวกเรายินดีที่จะมอบให้กับกองผลิตค่ะ”
“เจียวเจียว” เซียวหยวนิหันข้างมองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจและน้อยใจ“พวกเราไม่ต้องส่งมอบกระต่ายป่าที่ชาวบ้านล่าได้มักจะเก็บไว้กินเองมาตลอดไม่เคยได้ยินว่าบ้านไหนต้องส่งมอบให้ส่วนรวม! ถ้าจะต้องส่งมอบให้ส่วนรวมจริงๆงั้นคนทั้งหมู่บ้านที่ล่าไก่ป่าหรือกระต่ายป่าได้ก็ต้องส่งมอบให้ส่วนรวมทั้งหมดสิ!”
ซูเจียวเจียวตบหลังมือเขาเบาๆเป็เชิงปลอบโยน
เธอกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน“อาิ ได้ยินที่ฉันพูดใช่ไหม? ถ้าได้ยินชัดเจนก็ส่งให้เขาไป”
เซียวหยวนิสบดวงตาที่บริสุทธิ์ของซูเจียวเจียวหัวใจของเขาก็อ่อนยวบไปกว่าครึ่ง ถอนหายใจพลางหันไปยกเนื้อกระต่ายตุ๋นออกมา
“เอาไปเลย อยู่ตรงนี้หมดแล้ว”
เซียวหยวนิไม่พอใจอยู่ในใจแต่หลี่เกินเซิงเป็หัวหน้ากองผลิต อีกทั้งเจียวเจียวก็เอ่ยปากแล้วไม่ว่าเขาจะไม่อยากมอบแค่ไหนก็ต้องยอม
หลี่เกินเซิงรับเนื้อกระต่ายตุ๋นไปอย่างหน้าไม่อายแล้วกล่าวอย่างชอบธรรมว่า “อืมพรุ่งนี้เอาไปแบ่งกันที่โรงอาหาร”
โจวเม่ยยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะใส่ซูเจียวเจียว“เจียวเจียว พรุ่งนี้เธอก็อย่าลืมมากินด้วยนะ”
พูดจบทั้งสองคนก็คิดจะเดินจากไป
ทว่าซูเจียวเจียวกลับร้องเรียกพวกเขาเสียงดัง“เดี๋ยวก่อนค่ะ หัวหน้าหลี่ ฉันยังพูดไม่จบเลย”
หลี่เกินเซิงหันกลับมาอย่างงงงวยเห็นเพียงซูเจียวเจียวที่ถูกปกคลุมด้วยแสงจันทร์อันเย็นะเืใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้ม
ไม่รู้เพราะอะไรรอยยิ้มนี้ทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย
“มีอะไรอีกหรือ?”
ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆ“ฉันก็อยากจะแจ้งความเหมือนกันค่ะ”
คิ้วของหลี่เกินเซิงกระตุกด้วยความแปลกใจ“คุณจะแจ้งความด้วยเหรอ?! คุณจะแจ้งความใคร?”
เขาเหลือบมองโจวเม่ยโดยไม่รู้ตัวคิดว่าซูเจียวเจียว้าแก้แค้นโจวเม่ย
“เธออย่าพูดเหลวไหลนะ! หากแจ้งความเท็จ จะถูกลงโทษทัณฑ์!” โจวเม่ยสะดุ้งโหยง ส่งเสียงดัง
ซูเจียวเจียวเย้ยหยันไม่แม้แต่จะเหลือบมองอีกฝ่ายอีกราวกับว่าหากมองนานกว่านี้จะทำให้ดวงตาของเธอแปดเปื้อน
“ฉันจะแจ้งความพวกคุณทั้งครอบครัวค่ะ หัวหน้าหลี่” ซูเจียวเจียวกล่าวเสียงเย็น
คำพูดนี้ดุจดั่งะเิที่ถูกทิ้งลงไปในน้ำลึกทำเอาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับตกตะลึง
แววตาของเซียวหยวนิฉายประกายลึกลับราวกับว่าเขาเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
หลี่เกินเซิงเบิกตาโตค้างไปหลายวินาทีกว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ “คุณพูดอะไรของคุณคิดจะทำอะไรกันแน่!”
“ซูเจียวเจียว เธอเป็บ้าไปแล้วเหรอ!” โจวเม่ยยิ่งหัวเราะจนน้ำตาไหล“ฮ่าฮ่าฮ่า กล้าดียังไงไปแจ้งความหัวหน้าหลี่ฉันว่าเธอคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ!”
“ยุวชนซู คุณไม่ยอมรับความหวังดีสินะ ผมอุตส่าห์ละเว้นโทษให้คุณแต่คุณกลับแก้แค้นผมเสียอย่างนั้น! ดีเลยผมอยากจะเห็นว่าคุณจะใส่ร้ายผมเื่อะไรได้บ้าง!” หลี่เกินเซิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ
หลี่เกินเซิงคิดทบทวนดูแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีจุดอ่อนใดๆที่จะถูกจับได้ เขารู้สึกบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็อย่างยิ่งจึงะโกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
ในเมื่อซูเจียวเจียวบอกว่าจะแจ้งความย่อมไม่ใช่เื่เหลวไหล ต้องมีมูลความจริงโชคดีที่หลี่ตงเหลียนเคยสร้างปัญหาในชาติที่แล้วเธอจึงจำได้ว่าภรรยาของหัวหน้าหลี่ผู้นี้เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงไก่ที่มีชื่อเสียงในตำบลบ้านของพวกเขามักจะมีไข่กินไม่หมด และฝากคนนำไปขายที่ตลาด
ในเมื่อหลี่เกินเซิงตอนนี้พูดจาไร้เหตุผลว่ากระต่ายป่าบนูเาเป็สมบัติส่วนรวมงั้นไข่ที่ไก่ตัวเมียที่บ้านเขาออก ก็ยิ่งเป็สมบัติส่วนรวมเข้าไปใหญ่สิ
“หัวหน้าหลี่คะ เมื่อไม่นานมานี้ตอนที่ฉันไปที่ตัวอำเภอ ฉันเจอภรรยาของคุณเธอถือตะกร้าไข่ใบหนึ่ง...” ซูเจียวเจียวไม่ได้พูดต่อความหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว
คำพูดเหล่านี้เหมือนค้อนที่ทุบกระแทกลงบนหัวใจของหลี่เกินเซิงอย่างจัง
โดยไม่ทันตั้งตัวดวงตาของหลี่เกินเซิงก็ฉายแววหวาดกลัวใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกขณะมองซูเจียวเจียวเธอรู้เื่ที่ภรรยาของเขาแอบเอาไข่ไปขายแล้วหรือ?
นี่เป็เื่ใหญ่มากจริงๆ!
ไม่เพียงแต่เป็ปัญหาเื่การค้ากำไรเกินควรยังมีข้อหาการทุจริตโดยอาศัยอำนาจหน้าที่อีกด้วย!
หากเื่นี้ถูกจับได้ละก็งานในตำแหน่งหัวหน้ากองผลิตของเขาไม่เพียงแต่จะต้องสูญเสียไปเขากับภรรยายังจะต้องถูกจับเข้าคุก...แม้แต่ลูกชายและลูกสาวก็จะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย!
เมื่อคิดละเอียดถี่ถ้วนแล้วหลี่เกินเซิงก็เหงื่อแตกพลั่กทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาสุดท้ายก็เค้นรอยยิ้มออกมาอย่างไม่เป็ธรรมชาติ “ญาติของผมเพิ่งคลอดลูกผมก็เลยให้เมียเอาไข่ไปเยี่ยมตามธรรมเนียม ไม่ได้มีอะไรมากหรอก คุณอย่าคิดมากไปเลย”
หากใบหน้าของหลี่เกินเซิงแน่วแน่กว่านี้สักหน่อยซูเจียวเจียวก็คงจะต้องสงสัยว่าตัวเองเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่า
ซูเจียวเจียวคลี่ยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก“เป็เช่นนั้นจริงหรือคะ? แต่ดูเหมือนว่าหัวหน้าหลี่จะเลี้ยงไก่ตัวเมียเพียงตัวเดียวนะคะทั้งที่บ้านท่านกินไข่ทุกวันแต่เหตุใดภรรยาของท่านกลับสะสมไข่ไว้มากมายเพียงนั้น...ไก่ตัวเมียที่บ้านท่านออกไข่เก่งจังเลยนะคะ?”