จากป่ารกทึบตัดผ่านทุ่งนาอันโล่งกว้างมุ่งสู่ถนนหมู่บ้านแถบชนบท ด้วยการนำทางของเอกชัยที่เคยเป็หลวงพี่ก่อนหน้านี้ เอกชัยได้ลาสึกออกมาด้วยตนเองโดยไม่ยึดหลักพิธีการที่ถูกต้องใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากวัดแห่งนั้นไม่มีใครอยู่อีกแล้ว ประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เอกชัยจึงตัดสินใจขอติดตามมาด้วยข้อเสนอของการเป็ผู้นำทางให้ในครั้งนี้
ลุงชัยและคนอื่นๆต่างพยักหน้าเห็นดีด้วย ทว่าชินนั้นกลับเงียบและไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาทำเพียงแค่มองออกไปรอบๆบริเวณเท่านั้น นับั้แ่คำพูดที่โหดร้ายที่ชินได้กล่าวออกไปเมื่อตอนเช้าของวันนี้ ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปทุกคนในกลุ่มรวมทั้งตัวชินเอง เริ่มมีระยะห่างออกมาถึงแม้ว่าในบางครั้งพวกคนเ่าั้อาจจะเผลอหันสายตามองมาที่เขาบ้างเป็ครั้งคราว ทว่าชินกลับไม่ได้แยแสหรือสนใจต่อสายตาของคนพวกนั้นเลยแม้แต่นิด
ไม่ว่าใครจะว่าเขาเ็า หรือใจดำยังไงก็ช่าง นั้นแหละคือสิ่งที่เขา้า
ไม่นานนักด้วยการนำทางของเอกชัย ทุกคนสามารถมองเห็นทางเข้าหน้าหมู่บ้านแถบชนบทแห่งนี้ได้ ทั้ง7คนเดินผ่านเข้ามาตามถนนราดยางจนในที่สุด ก็มาถึงหน้าทางเข้า
ด้านในหมู่บ้านนั้นเงียบสนิทไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆ แม้แต่ฝูงซอมบี้ที่ควรจะมีแต่กลับไร้ซึ่งวี่แววของพวกมัน แม้แต่รถสักคันในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่มีให้เห็นแม้สักคันเดียว
"อะไรกัน นี่มันแปลกมาก" ชินพำพึมด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาพรางครุ่นคิดอยู่ในใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่
"มีอะไรงั้นเหรอ น้องชาย" ลุงชัยยังคงถามชินออกมาด้วยความคุ้นเคยหากแต่สายตาและน้ำเสียงกับดูไม่สนิทสนมเหมือนเช่นก่อนหน้านี้
" หรือว่า คนที่นี้จะออกไปจากหมู่บ้านกันหมดแล้ว" เอกชัยแสดงความคิดของเขาออกมาขณะที่มองไปรอบๆหมู่บ้าน
"ใช่พี่ใหญ่ เอ่อ ผมคิดว่าคุณอาจคิดมากจนเกินไปก็ได้" แม็คแสดงความคิดเห็นของเขาออกมา นี่เป็ครั้งแรกที่เขาพูดขัดความคิดเห็นของชิน ทุกคนพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วยในทันที ไม่รู้ด้วยเหตุผลใดตอนนี้ทุกคนคิดว่าความคิดเห็นของชินนั้นไร้ซึ่งน้ำหนักและไม่มีเหตุผล
ชินเหลือบสายตามองคนพวกนี้ เขาส่ายหน้าพลางถอยหายใจออกมาอย่างแ่เบา 'คนพวกนี้มองโลกในแง่ดีเกินไป' ชินไม่ได้พูดอะไรต่อและเดินแยกออกมาจากกลุ่มไปทางด้านซ้ายชองหมู่บ้านทันที
สายตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิดหวังของณริน มองไล่หลังไปทางชินที่กำลังค่อยๆเดินห่างออกไป พลางคิดในใจว่า 'ทำไมฉันถึงเคยคิดที่จะเชื่อใจผู้ชายคนนี้กัน เพราะเขาเป็คนช่วยชีวิตฉันไว้งั้นเหรอ'
"หึ นั้นคงจะเป็แค่การสร้างภาพของเขาสินะ" เสียงพึมพำราวกระชิบของณรินนั้นเบามาก จนไม่มีใครสามารถได้ยินได้ ขณะที่คิดว่าชินอาจจะแกล้งเข้ามาช่วยเหลือเธอและพ่อของเธอเพราะมีความสามารถมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย เพียงเพราะหวังที่จะได้เข้าใกล้เธอ จากสายตาที่ผิดหวังก็กลับกลายเป็ขยะแขยงชึ้นมาทันที
" เห้อ พวกเรารีบไปตามหาของที่จำเป็กันเถอะ" ลุงชัยถอนหายใจเบาออกมา เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย แต่เพราะชินเคยช่วยชีวิตเขากับลูกสาวไว้ เขาจึงทำเป็เฉยเมยต่อชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ ก่อนจะะโเสียงดังออกไปทางชินว่า "น้องชาย ก่อนค่ำมาเจอกันตรงนี้ที่เดิมนะ"
ชินทำเพียงยกมือขึ้นมาโบกเบาๆโดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับมา เขาค่อยๆเดินตรงไปในหมู่บ้านและหายไปในที่สุด ณรินเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับพฤติกรรมแย่ๆแบบนี้ของเขา จนอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเบาๆอีกครั้ง
" คนนิสัยเสียไร้มารยาท" หลังจากสบถด่าเสร็จ ณรินสบัดหน้าหนีและเข้าไปในหมู่บ้านทันที ตามมาด้วยอีก5คนด้านหลัง
" พี่ชาย..." มาร์คมองชินที่เดินจากไปด้วยสายตาละห้อย ตามปกติเขาควรวิ่งไล่ตามหลังชินไปนานแล้ว แต่ครั้งนี้เด็กน้อยกลับไม่กล้าและรู้สึกเหงาอยู่ในหัวใจแทน
"น้องมาร์ค ปกติแล้วเขาเป็คนยังไงงั้นเหรอ" แอนนี่เอ่ยถามมาร์คด้วยความสงสัย เธอรู้สึกว่าชินไม่ใช่คนแบบนี้ั้แ่แรกเขาพยายามแกล้งทำอยู่ เพราะในหลายๆครั้งเธอสั่งเกตเห็นความอบอุ่นได้ในสายตาของชิน
มาร์คส่ายศรีษะตอบเบาๆพลางกล่าวกับแอนนี่ว่า " ผมไม่รู้มาก่อนหรอกครับ พี่ชินฆ่าพ่อแม่ของผมที่เป็ซอมบี้ และช่วยผมออกมาจากที่เขาใหญ่"
"อ่ะ ไม่ใช้สิ ที่แรกเขาปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ผมก็ตื้อจนขอตามเขาออกมาจนได้ พี่เขาไม่ได้อยากพาผมมาั้แ่แรกหรอก" มาร์คก้มหน้าด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เมื่อคิดถึงเื่ที่ผ่านมาขณะที่อยู่กับชิน มันสนุกมากแต่ความจริงก็คือ ชินไม่ได้สนใจเขาั้แ่แรกแล้ว
"... "สายตาของแอนนี่แสดงออกมาถึงความสับสนเมื่อได้ยินคำตอบ ตกลงเธอเข้าใจผิดจริงๆงั้นเหรอที่คิดว่าชินนั้นแกล้งทำเป็เ็าแบบนี้ ความจริงของพวกเขานั้นไม่ต่างกัน แอนนี่มองไปทางแม็คก่อนจะถอนหายยาวออกมา
แม็คเดินตรงไปด้านหน้าด้วยสีหน้าที่มืดครึ้ม เขาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน มันยิ่งตอกย้ำความจริงของเื่ราวทั้งหมด ที่ว่าพวกเขาเคารพบูชาและพยายามที่จะติดตามผิดคน
...
ใช้เวลาไม่นานชินเดินเข้ามาถึงใจกลางของหมู่บ้านได้อย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตาไปทั่วบริเวณแต่แล้วก็ต้องรู้สึกผิดหวังขึ้นมาอีกครั้งนึง ที่นี่ไม่มีซอมบี้ไม่มีรถ ไม่มีเสบียงอาหาร "เป็ไปได้ยังไง"
ขณะที่เขากำลังคิดถึงความเป็ไปได้อยู่นั้นเสียง กุกกัก ที่เบาบางดังออกมาด้านหลังหน้าต่างของบ้านหลังหนึ่งใกล้ๆกับชิน ถึงเสียงมันจะเบาแค่ไหน ทว่าด้วยความสามารถระดับ2ของเขาในตอนนี้มันไม่อาจพ้นการรับรู้ของเขาไปได้ ชินเดินไปยังบ้านหลังนั้นทันที
มันเป็บ้านไม้ชั้นเดียว ตัวบ้านถูกทำขึ้นมาแบบเรียบง่ายด้วยไม้หลายชนิด มันดูหละหลวมและอ่อนแอเป็อย่างมาก จนชินรู้สึกว่าหากเขาออกแรงมากจนเกินไปมันอาจจะพังทลายลงมาได้
กึง
ชินตัดสินใจดึงประตูไม้ออกแทนที่จะถีบเข้าไป เสียงของไม้ที่ใช้ทำเป็กลอนประตู หักครึ่งออกจากแรงดึงของชินจนผนังแทบจะหลุดออกมาทั้งแผ่น หลังจากเปิดประตูออก ชินมองเข้าไปด้านในยังตัวบ้านที่นอกจากของใช้จำเป็ทั่วไปแล้วในนี้แทบไม่มีอะไรอีกเลย แต่สิ่งที่เขามองไม่ใช้ของใช้พวกนั้น
มันเป็เด็กสองคน กำลังนั้งกอดกันอยู่ตรงมุมสุดของตัวบ้าน คนนึงเป็ผู้หญิงอายุ18ปี อีกคนเป็เด็กผู้ชายอายุประมาณ10ขวบ ทั้งสองมองมาที่ชินด้วยความหวาดกลัว สายตาของเด็กผู้หญิงเต็มไปด้วยน้ำตาบางครั้งมันแสดงออกมาถึงความรุนแรงและความอาฆาต ทว่าเพียงพริบตามันกลับเปลี่ยนไปเป็สายตาที่ขอร้องอ้อนวอนอย่างน่าสงสารแทน
ชินนั้งยองลงตรงด้านหน้าของทั้งสองคน แต่ก่อนที่เขากำลังจะได้กล่าวถามอะไรออกไปนั้นเอง สายตาของหญิงสาวอายุ18ก็เปลี่ยนกลับเป็รุนแรงอีกครั้งพร้อมกับเสียงที่ดัง ฟุบ มีดทำครัวพุ่งออกมาจากด้านหลังของหญิงสาวอายุ18 เธอกำมีดในมือไว้แน่นขณะที่จ้วงแทงเข้าไปยังลำคอของชินอย่างสุดแรง
หมับ
มีดทำครัวที่มีคมทื้อๆกับแรงอันน้อยนิดจนน่าส่งสารของหญิงสาวอายุ18ปี ค้างอยู่กลางอากาศ มันถูกนิ้วมือของชินจับไว้ได้อย่างแ่าจนไม่สามารถขยับไก้แม้แต่น้อย มันง่ายมากสำหรับเขาที่จะทำแบบนี้ การโจมตีนี้ไม่สามารถสร้างาแให้เขาได้เลยด้วยซ้ำ
สายตาที่เฉยเมยจับจ้องไปยังหญิงสาวตรงหน้า เธอดูซูบผอมมากคล้ายคนที่ขาดสารอาหารมาเป็เวลานาน แต่กระนั้นมันก็ไม่สามารถปกปิดใบหน้าที่น่ารักของเธอได้ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าสามารถใช้นิ้วรับใบมีดของเธอได้อย่างง่ายดาย ร่างอันบอบบางก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างแรง พร้อมกับก้มกราบแนบลงไปกับพื้น
"นายท่านค่ะ...นายท่านไว้ชีวิตพวกเราด้วย ฉันขอโทษจริงๆ ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว ฉันขอร้องอย่าพึ่งฆ่าน้องชายฉัน อย่าพึ่งเอาตัวฉันไปเลย ฉันสัญญาว่าจะหาอาหารมาให้ตามที่นายท่านสั่งให้ครบตามจำนวนที่ติดค้างไว้ได้แน่ ไม่สิฉันจะเพิ่มให้เป็สองเท่าเลยค่ะ ..."
หืม...
หญฺิงสาวตรงหน้าชินยังคงร่ายคำอ้อนออกมาอย่างไม่จบไม่สิ้นด้วยความหวาดกลัวจนเหงือไหลอาบลงไปบนร่างอันบอบบางที่กำลังสั่นเทาของเธอ ดูไปก็คล้ายแมวน้อยจรจัดที่พยายามร้องขออาหารกับผู้คนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมาอย่างไรอย่างนั้น
"เธอกำลังพูดเื่อะไร? และใครที่เธอเรียกว่านายท่าน? มันเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่? "คำถามเป็ชุดถูกรัวใส่หญิงสาวตรงหน้าจนทำให้เธอถึงกับรู้สึกมึนงง ไปสักพักใหญ่
...