หลังจากหลับไปจันทร์ก็ฝันว่าตนเองกำลังยืนมองสายน้ำกว้างใหญ่อยู่ตรงที่เดียวกับที่ตนเองฟื้นขึ้นมา และรับรู้ได้ถึงสายลมที่พัดมาทำให้เย็นสบายยิ่งนัก จนกระทั่งรู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่ด้านหลังตนเอง จึงได้หันกลับไปมองก็ต้องใ เพราะเห็นว่าเป็หญิงสาวคนหนึ่งที่มีหน้าตาและรูปร่างเหมือนกับเธอเมื่อตอนอายุ 15 ปีไม่มีผิด
"ยินดีที่ได้พบกันแม่หญิงจันทร์ทอแสง" หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม แต่กลับเป็รอยยิ้มที่ช่างดูเศร้าสร้อยเสียเหลือเกิน
"เธอคือแม่หญิงจันใช่ไหม" จันทร์เอ่ยถามออกไปทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อของตนเอง
"เ้าค่ะ ข้าคือกิ่งจัน บุตรสาวของคุณพ่อมิ่งกับคุณแม่กิ่งแก้ว" กิ่งจันเอ่ยตอบกลับแม่หญิงตรงหน้า ที่มีใบหน้าเหมือนตนเอง แต่อีกฝ่ายมีดวงตาใสกระจ่างและมีใบหน้าเปล่งปลั่งอย่างคนที่มีความสุข ไม่เหมือนกับตนเองที่ต้องจมอยู่กับความเศร้าและความหวาดกลัวมานานหลายปี
"ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แล้วเธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่นี่" จันทร์ทอแสงเอ่ยถามอีกฝ่ายกลับไปด้วยความร้อนรนใจ ทั้งเื่ที่ตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ที่ไหน เธอจะได้ให้คนออกไปตามหา และเื่ที่ว่าทำไมเธอถึงโผล่มาอยู่ในยุคอดีตแบบนี้
"ต้องขออภัยแม่หญิงด้วย เป็เพราะตัวข้าร้องขอเ้าค่ะ ด้วยตัวข้ามิอาจจะกลับไปอยู่กับทุกคนได้อีก ส่วนแม่หญิงเองก็มิอาจจะกลับไปอยู่กับครอบครัวตนเองได้เช่นกัน ข้าจึงร้องขอให้แม่หญิงมาอยู่ที่นี่เป็แม่หญิงกิ่งจันแทนข้า" กิ่งจันเอ่ยบอกสาเหตุที่อีกฝ่ายได้กลายเป็แม่หญิงจันแทนตนเอง
"ทำไมล่ะ ทำไมทั้งเธอและฉันถึงกลับไปหาครอบครัวของตัวเองไม่ได้" จันทร์ได้ฟังจบก็ต้องเอ่ยถามกลับไปด้วยความไม่เข้าใจและสงสัยอย่างที่สุด
"เพราะตัวข้านั่นได้สิ้นอายุขัยลงแล้วเ้าค่ะ ส่วนตัวแม่หญิงก็ถูกกระแสน้ำแห่งโชคชะตาพัดพามายังที่นี่ ข้าจึงได้ร้องขอให้สิ่งที่พาแม่หญิงมาให้นำแม่หญิงไปอยู่กับครอบครัวในฐานะของกิ่งจันแทนข้า" กิ่งจันเอ่ยตอบกลับไป ในตอนที่นางรู้ว่าตนเองได้สิ้นอายุขัยลงแล้วก็รู้สึกเป็ห่วงบิดามารดาและพี่ทั้งสองคนยิ่งนัก ซึ่งพอดีกับที่แม่หญิงจันทร์ทอแสงถูกพามายังที่นี่ และพอได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย นางก็ร้องขอสิ่งที่พาอีกฝ่ายมาออกไป ซึ่งก็ได้รับการตอบรับทันทีร่างของนางได้หลุดพ้นจากวังน้ำวนและหายไป ส่วนแม่หญิงจันทร์ก็ได้ถูกพาตัวขึ้นจากน้ำและเื่ราวก็ดำเนินไป
"แล้วครอบครัวของฉันล่ะ อยู่ๆ ฉันก็หายตัวไปแบบนี้พวกเขาต้องออกตามหากันแน่ๆ" จันทร์พอได้ฟังที่อีกฝ่ายพูดจบ ก็รู้สึกทั้งสับสนและเสียใจที่รู้ว่าตนเองคงไม่อาจจะกลับไปหาครอบครัวได้แล้วจริงๆ
"เื่นั้นร่างของข้าจะกลับไปแทนแม่หญิงเองเ้าค่ะ คิดว่าตอนนี้คงใกล้จะถูกพบแล้ว" กิ่งจันเอ่ยตอบกลับไป ตอนนี้นางเป็เพียงแค่ดวงิญญาเท่านั้น ส่วนร่างที่เคยจมอยู่ในกระแสน้ำวนก็ได้ถูกส่งกลับไปแทนร่างของแม่หญิงจันทร์แล้ว ซึ่งเป็เพียงร่างที่ไร้ิญญาเท่านั้น
"นี่ฉันไม่สามารถกลับไปหาครอบครัวตัวเองได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ ทำไมล่ะ ทำไมกระแสน้ำแห่งโชคชะตาอะไรนั่นถึงต้องพาฉันมาที่นี่ด้วย" จันทร์พอได้ฟังว่าตนเองไร้หนทางกลับไปหาครอบครัวอย่างแท้จริงก็ทรุดตัวลงร้องไห้พร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยหัวใจที่เ็ปกับการพรากจาก
"เื่ที่แม่หญิงจะกลับไปนั้นคงเป็ไปมิได้แน่นอนแล้ว ส่วนเื่ทำไมกระแสน้ำแห่งโชคชะตาถึงพาแม่หญิงมาที่นี่ ข้าก็มิสามารถตอบได้เช่นกัน เพียงแต่ในเมื่อเป็เช่นนี้แล้ว ข้าอยากจะขอร้องแม่หญิงให้ช่วยใช้ชีวิตที่นี่แทนข้าด้วย ส่วนเื่ในอดีตเคยเกิดกระไรขึ้นบ้าง ข้าจะให้แม่หญิงได้เห็นบางเหตุการณ์ แลจากนี้ข้าคงต้องไปแล้ว ฝากครอบครัวของข้าให้แม่หญิงช่วยดูแลด้วยหนาเ้าค่ะ" กิ่งจันเองก็สงสารแม่หญิงตรงหน้าเช่นกันที่ต้องพรากจากครอบครัว เพราะนางเองก็หมดเวลาลงแล้วเช่นกัน จึงได้แต่เอ่ยบอกความ้าของตนเองออกไป และส่งภาพเหตุการณ์ในความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นในอดีตไปให้อีกฝ่ายได้เห็นเท่าที่พลังของตนเองยังพอเหลืออยู่เท่านั้น แล้วร่างของนางก็ค่อยๆ เลือนหายไป
"เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป…" จันทร์เห็นร่างของแม่หญิงจันค่อยๆ สลายหายไปก็รีบร้องเรียกเอาไว้ แต่แล้วอยู่ๆ เธอก็เหมือนถูกดูดให้ไปโผล่ยังเรือนเล็กๆ หลังหนึ่งแทน
ซึ่งภาพที่เห็นคือหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้อยู่ในห้องห้องหนึ่ง ซึ่งสภาพของห้องและข้าวของก็พอจะบ่งบอกได้ว่าเ้าของห้องนั้นคงมิได้อยู่ในฐานะที่ดีสักเท่าไร ซึ่งพอจันทร์เพ่งมองดีๆ ถึงได้รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นคือแม่หญิงจันนั่นเอง แต่ดูเหมือนจะเด็กกว่าตอนที่เจอเมื่อครู่อยู่ 1-2 ปี แต่แล้วอยู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกด้วยเสียงอันดัง จนแม้แต่เธอเองก็ยังใ ไม่ต้องกล่าวถึงแม่หญิงจันที่กำลังร้องไห้อยู่เลยถึงกับใจนสะดุ้งตัวโยนเลยทีเดียว
'ว่าอย่างไรแม่จัน จะยอมยกเลิกสัญญาหมั้นหมายกับคุณพี่หมื่นเดชรึไม่' ผู้ที่เข้ามาเป็หญิงสาวอายุน่าจะไม่เกินสิบห้าปี ด้านหลังยังมีชายหนุ่มและหญิงสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกัน และอายุไล่เลี่ยกันตามเข้ามาด้วยอีกสองคน
'ข้าทำมิได้เ้าค่ะ เื่นี้คุณพ่อท่านเป็คนจัดการ' จันเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น และท่าทางที่ดูหวาดกลัวคนที่เข้ามาเป็อย่างมาก
'เ้าก็แค่ไปเอ่ยขอยกเลิกการหมั้นหมาย โดยบอกไปว่ามิพึงใจคุณพี่หมื่นเดช คุณอามิ่งรักเ้ามากอย่างไรก็ต้องยอมยกเลิกให้อย่างแน่นอน' หญิงสาวที่เข้ามาเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มขู่ และยังเข้าไปกระชากแขนของจันจนอีกฝ่ายถลาลงไปนั่งอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าที่แสดงถึงความเ็ป
'แต่ข้ามิได้อยากยกเลิกนี่เ้าคะ' จันเอ่ยตอบกลับไปตามที่คิด ถึงแม้จะหวาดกลัวอีกฝ่ายมากแค่ไหนก็ตาม และมิใช่ว่านางพึงใจหมื่นเดชเหมือนอีกฝ่าย แต่ด้วยว่านี่เป็ความ้าของบิดานางจึงยินยอมที่จะทำตามโดยมิคิดคัดค้านสิ่งใด
'เอ๊ะ ข้าบอกให้ยกเลิกก็ต้องยกเลิกสิ' หญิงสาวที่จับข้อมือได้ยินที่จันตอบก็เงื้อมือขึ้นแล้วตบลงไปบนใบหน้าของจันอย่างแรงจนถึงกับหน้าหัน แต่อีกฝ่ายเหมือนยังไม่พอใจสะบัดมือตบอีกครั้งจนใบหน้างามสะบัดหันตามแรงไปอีกด้าน และมีเหตุการณ์เช่นนี้ให้เห็นอีก 2-3 ครั้ง ส่วนจันทร์รู้ได้อย่างไรก็เพราะเสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่และคนที่ติดตามมาของอีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงไปทุกครั้งนั่นเอง
จากนั้นภาพที่เห็นก็เปลี่ยนไป ครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่แม่หญิงจันถูกทำร้ายอีกแล้ว แต่เป็บริเวณชานเรือนที่มีคนหลายคนกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ ซึ่งในนั้นมีบิดา มารดา พี่เมฆ พี่ดาว และกิ่งจัน ยังมีเหล่าหญิงสาวและชายหนุ่มที่เคยไปหาเื่แม่หญิงจันนั่งรวมอยู่ด้วย และยังมีอีกหลายคนที่ดูแล้วน่าจะเป็เหล่าญาติพี่น้องในเมืองบางกอกที่พี่ดาวเคยบอกให้ฟัง
'พ่อมิ่ง เ้านั้นมีฝีมือการทำงานเก่งกาจแลเฉลียวฉลาดกว่าน้องของเ้านัก เื่การย้ายไปรับตำแหน่งที่อยุธยาก็ยกให้พ่อทองไปเถอะหนา เ้าอยู่ทำงานที่นี่อีกปีสองปีก็คงได้เลื่อนเป็ออกหลวงแล้ว แต่พ่อทองจนป่านนี้เพิ่งจะได้เป็แค่หมื่นเอง' ชายชราที่มีใบหน้าและท่าทางดุดันเอ่ยขึ้น จันทร์มองดูแล้วว่ามีส่วนคล้ายกับผู้เป็บิดา ซึ่งนี่ก็คงจะเป็คุณปู่ของแม่หญิงจันนั่นเอง
'คงมิได้ดอกขอรับคุณพ่อ ตำแหน่งนี้พระยาโกศลท่านเป็คนระบุมาว่าให้เป็ข้า คงมิอาจจะยกให้แก่พ่อทองได้ขอรับ' บิดาของแม่หญิงจันหรือที่ถูกเรียกว่าพ่อมิ่งเอ่ยตอบกลับไปด้วยท่าทางนิ่งสงบ เหมือนมิได้รู้สึกถึงแรงกดดันที่ได้รับจากผู้เป็บิดาเลย
‘เ้าก็ไปบอกท่านว่าตนเองมิอยากย้ายไปจากเมืองบางกอก จึงขอยกตำแหน่งนี้ให้น้องชายได้ไปแทน' ชายชรายังคงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางที่ดูก็รู้ว่ากำลังกดข่มอารมณ์ของตนเองอย่างที่สุด แต่ยังไม่ลืมที่จะปลดปล่อยแรงกดดันออกไปยังบุตรชายคนกลางอีกด้วย
'ตำแหน่งที่ข้าจะไปรับนั้นต้องเป็คนที่มีความรู้ความสามารถ จะยกให้พ่อทองที่ทำกระไรก็มิเป็โล้เป็พายคงมิได้ดอกขอรับ แลเื่การไปรับตำแหน่งในครั้งนี้ข้าจะมิขอพูดอีก อย่างไรข้าก็จะเดินทางไปอยุธยาขอรับ แลคนในเรือนของข้าก็จะไปพร้อมกันทั้งหมด ถ้าอย่างไรข้าขอตัวก่อนใกล้จะต้องออกเดินทางแล้วคงต้องเตรียมข้าวของอีกมาก' มิ่งเอ่ยตอบกลับบิดาไปด้วยท่าทางหนักแน่นและไม่ยินยอม ตำแหน่งนี้เขาได้มาด้วยความรู้ความสามารถของตนเอง และถึงจะยินยอมมอบให้น้องชายไปอีกฝ่ายก็คงไร้ความสามารถที่จะทำงานนี้ได้อย่างแน่นอน คนที่วันๆ เอาแต่เมาสุราลอยชายไปมาจะทำงานการกระไรกับใครเขาได้ แค่ยศหมื่นนี้ก็ต้องเสียอัฐไปมากโขกว่าจะได้มา
'ได้ มึงอยากจะไปนักก็ไปเลย ไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีก แต่พวกมึงไปได้แค่ตัวเท่านั้นทรัพย์สินเงินทองกระไรที่เป็ของกู กูไม่ให้พวกมึงเอาติดตัวไปทั้งนั้น' ชายชราพอได้ฟังก็มีท่าทางโมโหเป็อย่างมาก ถึงกับลุกขึ้นยืนชี้หน้าบิดาของจัน และะโไล่ออกมา โดยมีใบหน้าสาสมใจของผู้ที่น่าจะเป็ลุงและอาของจันให้เห็น
'ขอรับ ข้าจะเอาไปแค่ทรัพย์สินเงินทองที่หามาด้วยตนเองเท่านั้น มิเอากระไรของเ้าคุณพ่อไปสักอย่าง ข้าลาล่ะขอรับ' มิ่งเอ่ยตอบรับคำของบิดาด้วยท่าทางนิ่งสงบ เสมือนว่าคำที่เพิ่งได้ยินจากปากของบิดาไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อตนเองเลย
'อวดดีนัก จำเอาไว้ พวกมึงไปแล้วมิต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก แลกูจะมินับว่าพวกมึงเป็ลูกหลานของกูอีกต่อไป' ชายชราเอ่ยะโออกมาด้วยเสียงอันดังเพราะความโกรธ ยิ่งเห็นท่าทางนิ่งเฉยอวดดีของอีกฝ่ายความโกรธก็ยิ่งทวีขึ้น
'ถ้าเยี่ยงนั้นพวกข้าและคนเรือนท้ายสวนขอกราบลาท่านพระยาพิไชยเดชขอรับ' มิ่งเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางไม่แยแสสิ่งใด แล้วก็ก้มกราบให้แก่ผู้เป็บิดา ภรรยาและลูกทั้งสามเห็นเช่นนี้ก็ทำตาม แล้วคนทั้งห้าก็ลุกขึ้นเดินลงจากเรือนไป ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองคนที่เหลืออีกเลย
'เออ ดี อวดดีเหมือนแม่ของมันมิมีผิด ไปกันเสียให้หมดก็ดี กูก็มิอยากจะเห็นหน้าพวกมึงเหมือนกัน ไอ้ชดมึงให้คนเอาน้ำมาล้างบันไดขึ้นเรือนเสีย' ชายชราหรือพระยาพิไชยเดชเอ่ยะโไล่หลังบุตรชายคนรองอีกครั้ง ยิ่งคิดถึงตอนที่เมียรองหรือก็คือแม่ของบุตรชายคนรองก็มีท่าทางหยิ่งผยองเช่นนี้ ในตอนที่ถูกเขาลดตำแหน่งจากเมียเอกไปเป็เมียรองก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น
ภาพเหตุการณ์จบลงแค่ตรงนี้ แต่ในความรู้สึกของจันทร์กลับเข้าใจเื่ราวทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ั้แ่เื่ที่หญิงสาวคนนั้นหรือก็คือบุตรสาวตนโตของผู้เป็ลุง ที่ชื่นชอบอดีตคู่หมั้นของจันจนถึงกับมาข่มขู่บังคับให้จันยอมถอนหมั้นเพื่อที่ตนเองจะได้หมั้นหมายแทน
ซึ่งเื่นี้อีกฝ่ายทำสำเร็จแต่ไม่ใช่เพราะจัน แต่เป็เพราะออกหลวงสาครทนเห็นบุตรสาวถูกทำร้ายไม่ได้ จึงไปขอยกเลิกการหมั้นหมายกับฝ่ายชายเสีย เพียงแต่อดีตคู่หมั้นก็ไม่ได้พึงใจญาติสาวผู้นั้น จึงไปหมั้นหมายกับแม่หญิงอื่นแทน เื่นี้ทำให้จันทร์รู้สึกสะใจอยู่เหมือนกัน
************
ไรต์ : ว่าจะเขียนแบบเรียบๆ เรื่อยๆ สบายๆ แต่ถ้ามันไม่มีปัญหาเลยก็จะน่าเบื่อเกินไปเนอะ…คิดเข้าข้างตัวเองนั่นแหละ ฮา
ปล. เจอคำผิดคำตกแจ้งได้นะคะ อ่านทวนแล้ว ตรวจคำผิดแล้ว แต่ก็ยังมีหลงมาได้ตลอด