ตอนที่ 8 : ตกกระไดพลอยโจน
ั้แ่ที่เสียครอบครัวไป ชินเฝ้านึกถึงสิ่งที่ตัวเองปรารถนาอยู่ในใจมาตลอด
ตัวเราอยากกำจัด ‘ความเกลียดชัง’ ไม่ใช่รึไง? แล้วทำไมเราถึงกลายเป็ส่วนหนึ่งของมันแบบนี้?
ขับเคลื่อนด้วยความโกรธ บีบอัดด้วยแรงแค้น เป้าหมายในการกำจัดศัตรูเต็มไปด้วยความรู้สึกพวกนั้น
ถ้าเทียบกับตัวเราเมื่อก่อน ตัวเราที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังนี้มันคือตัวเราจริง ๆ เหรอ? ชินเฝ้าถามตัวเองเช่นนั้น
และก็ได้คำตอบออกมาทุกครั้ง... เป็คำตอบที่เหมือนเดิมกับทุกครั้ง...
นั่นคือ... ความรู้สึกที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในอกนี้ไม่ใช่เื่ผิด!
การถูก่ชิงสิ่งสำคัญไปแล้วรู้สึกโกรธเกลียดชิงชังมันเป็เื่ธรรมดา ทำไมเราที่เป็มนุษย์คนนึงจะรู้สึกแบบนั้นไม่ได้
ความเ็ปจึงเป็เื่ธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ และก็จำเป็ต้องใช้กลไกธรรมชาติในการรักษา
ถ้าไม่ทำเื่ที่ควรทำ อดีตก็จะตามมาหลอกหลอน
ถ้าไม่ล้างแค้น อนาคตที่ปรารถนาก็จะมาไม่ถึงเพราะยึดติดกับอดีตอันเ็ป
มนุษย์เป็สิ่งมีชีวิตที่มีกลไกแบบนั้นจึงต้องทำให้ผู้กระทำผิดได้รับผลกรรมที่พวกมันสมควรได้รับ
แต่... ก็ทำให้เกิดคำถามหนึ่งขึ้นตามมา ว่าความรู้สึกเกลียดชังนี้มันจะจบลงเมื่อไร
และหากมันจบลง... จะมั่นใจได้อย่างไรว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก
และ... ถ้าเกิดการสูญเสียขึ้นมาอีกครั้ง เราต้องทำอย่างไรกับมัน
ดังเช่นที่เกิดขึ้นตอนนี้... ณ เบื้องหน้าของชิน
คือสภาพของหญิงสาวคนสนิทที่นอนอยู่บนพื้น หากแต่ศีรษะไม่ได้ต่อติดกับคอ
โอลิ... เวีย...
ชินยืนนิ่งเป็หิน จ้องร่างอันนิ่งสนิทไม่ไหวติงของโอลิเวียที่นอนอยู่บนพื้นท่ามกลางกองเือาบทั่วบริเวณ
ความรู้สึกหลายอย่างเริ่มกัดกุมหัวใจของชายผู้อยู่ในห้วงความแค้นอีกครั้ง
“แหม ๆ... คุณนี่อึดใช้ได้เลยนะครับ มีไม่กี่คนหรอกนะที่ยังยืนอยู่ได้หลังโดน ‘พลัง’ ของผมไปน่ะ”
ชายสวมหน้ากากเสือโคร่งแบะมือแม้จะพูดเหมือนเอ่ยชม น้ำเสียงเยาะเย้ยกระตุ้นร่างของชินให้สั่นสะท้านด้วยความพิโรธ แต่สติเกินครึ่งของชินก็ยังคงอยู่ที่ร่างไร้ิญญาของหญิงสาวคนสนิท
“น่าสมเพชจังนะครับ คนอ่อนแอยังไงก็ไม่พ้นต้องอยู่ในสภาพนั้นล่ะนะ”
อ่อนแอเหรอ...
กระทั่งคำดูแคลนโอลิเวียลอดเข้ามาในหู นั่นทำให้ชินได้สติเต็มที่
แต่อีกนัยนึง... นั่นก็ทำให้เขาสติหลุดได้เช่นกัน
เพราะอ่อนแอเลยจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ?
เพราะอ่อนแอเลยจะฆ่าก็ได้งั้นเหรอ?
นี่พวกแก คิดว่าตัวเองเป็ใครมาจากไหนกันวะ!!!?
ชินหันไปทางชายสวมหน้ากากเสือโคร่ง จังหวะเดียวกับที่แสงจันทร์ลอดเข้ามาจากผนังที่พังทะลุช่วยเผยตัวตนของชิน ชายสวมหน้ากากทั้งสองตกตะลึงชักเท้าหนีในจังหวะแรกที่เห็น
“Angry Clown เหรอ!?”
ชายสวมหน้ากากหนุมานหลุดใ การที่ทั้งสองฝ่ายสับสนกันทั้งคู่ทำให้รู้ในทันทีว่าชินไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับตนหรืออีกฝ่าย
ความอันตรายของตัวตนแองกริคราวน์เป็ที่ประจักษ์ ทั้งสองคนหันคมอาวุธตัวเองชี้ไปยังชินทันที
“ไม่อยากเชื่อว่าจะได้มาเจอกับนักล่าค่าหัวมือหนึ่งโดยบังเอิญแบบนี้นะครับ หรือว่าเล็งผมไว้นานแล้วกันล่ะเนี่ย?”
“ชิ... กลายเป็เื่ยุ่งยากแล้วไหมล่ะ”
น้ำเสียงของชายสวมหน้ากากทั้งสองสั่นกังวลจากความไม่รู้
ในมุมมองของทั้งสองคน ชินคือบุคคลที่คาดการณ์ไว้ว่า ‘ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง’ แต่การเข้ามายุ่มย่ามในศึกของพวกตนอาจมีนัยสำคัญบางอย่างจนเปลี่ยนความคิดนั้นไป แม้ความจริงแล้วมันจะเป็แค่เื่บังเอิญก็ตามที
เช่นไรก็ตาม... นั่นไม่ใช่สิ่งที่ชินสนใจ และไม่ใช่สิ่งที่ชินกำลังคิด
เพราะไม่เข้าตาก็เลยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
เพราะขัดผลประโยชน์ก็เลยคร่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์
เพราะแบบนั้น... ถึงได้พรากคนสำคัญของฉันไป
ทุกครั้ง... ทุกครั้ง... ทุกครั้ง!
จะใครหน้าไหน... ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไร้เหตุผลกันไปหมด!
ความกังวลของชายสวมหน้ากากทั้งสองไร้ค่าสำหรับชินเมื่อเทียบกับความรู้สึกคุกรุ่นที่ถูกปลุกขึ้นมา
ชินหาได้สนใจพวกมันทั้งสองคนไม่ เขาเริ่มกำมือทั้งสองแน่น คลายออก และกำแน่นสลับไปมา ความร้อนเริ่มสุมอยู่ที่อกอย่างที่เคยรู้สึกมาตลอด
สิ่งที่ขับเคลื่อนเขามาตลอดสิบปีกำลังจะปะทุออกมาอย่างรุนแรง
...แล้วถูกปลดปล่อยออกมา พร้อมกับดวงตาของเขาที่แปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉานสะท้อนออกมานอกหน้ากาก
ตู้ม!
เท้าของชินกดลงกับพื้นจนเกิดรอยแตก มวลอากาศที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจากศูนย์กลางอย่างชิน ทำเอาชายสวมหน้ากากทั้งสองหยั่งเท้าเกือบไม่ทันจนต้องปลิวถอยหลังไป
นั่นคือพริบตาที่สถานการณ์ย่ำแย่ถึงขีดสุด... จิตสังหารของแองกริคราวน์ทำเอาขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง ทำทั้งเสือโคร่งและลิงเผือกผู้เป็เ้าถิ่นตัดสินอย่างเด็ดขาดว่าชินคือศัตรูที่ต้องกำจัดทิ้งเสีย
ลับสายตาให้คมกริบ ปรับััจนเฉียบคม เข้าสู่สถานะต่อสู้เต็มรูปแบบ สายตาของทั้งคู่จดจ้องไปยังจุดที่ชินยืนอยู่
และไม่ว่าจะด้วยความประมาท ความบังเอิญหรือเพียงแค่ปฏิกิริยาปกติของร่างกาย แต่ชายสวมหน้ากากเสือโคร่งได้เผลอกะพริบตาไปครั้งนึง
...และพริบตาที่เขาเปิดเปลือกตาขึ้น ชินก็ย่นระยะมาอยู่ตรงหน้าเขาโดยไร้ซึ่งเสียง ไม่แม้แต่จะทันได้ขยับตัว
“!!!!”
หมัดของชินพุ่งใส่กลางใบหน้าของชายสวมหน้ากากเสือโคร่งเต็มแรง ไม่มีเวลาแม้แต่ยกมือขึ้นตั้งการ์ดหรือร้องด้วยความเ็ป ร่างของเขาลอยปลิวไปติดกับผนังอีกฝั่งในพริบตาจนกระอักเื
ส่วนชายสวมหน้ากากหนุมาน เขาทำได้แค่ยืนเหงื่อตกด้วยความหวาดกลัวจนขนลุกซู่
เขาเองก็ตามการเคลื่อนไหวของชินไม่ทัน ทำได้แค่เห็นว่าชินวาร์ปมาแทนที่ชายสวมหน้ากากเสือโคร่งเท่านั้น
ปีศาจชัดๆ
ดวงตาสีแดงสะท้อนออกมานอกหน้ากากสะกดให้เขาหยุดนิ่ง ทำเหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากชายสวมหน้ากากหนุมาน เขาปฏิบัติกับชินอย่างยำเกรงเสมือนกำลังเผชิญกับหมีขณะมือเปล่า
ชินหันมามองเขาอย่างช้า ๆ ยิ่งทำเอาไหล่สั่น
ไม่สิ... น่าจะเรียกว่าชินกำลังพินิจพิเคราะห์เหยื่อ คล้ายการกระทำของสัตว์ป่ากำลังคลุ้มคลั่งเสียมากกว่า
แต่แล้วชินก็หันหน้ากลับ เดินผ่านชายสวมหน้ากากหนุมานอย่างไร้เยื่อใย เขาเลือกหันไปหาชายสวมหน้ากากเสือโคร่งที่ตอนนี้หลุดออกมาจากผนังโกดังและกำลังเ็ปกับาแ
ชายสวมหน้ากากหนุมานถอนหายใจด้วยความโล่งอก อาศัยจังหวะนั้นถีบพื้นหนีไปทันที
แน่นอนว่าชินรู้ แต่เพราะชายสวมหน้ากากหนุมานไม่ได้ทำอะไรกับร่างของโอลิเวีย และไม่ใช่เหตุผลที่ชินโกรธแค้นในครั้งนี้ ชินจึงปล่อยไปอย่างง่ายดาย
“กลับกันแล้ว...”
น้ำเสียงเ็าของชินส่งผ่านไปยังชายสวมหน้ากากเสือโคร่ง เขายังคงยกมือกุมหน้าตัวเองด้วยความเ็ปที่โดนชินต่อย
สีหน้าภายใต้หน้ากากที่แตกละเอียดไปเกินครึ่งเริ่มเหยเกด้วยความโกรธกริ้ว
“กะ แก!!!!!”
ชายสวมหน้ากากเสือโคร่งเอื้อมมือมาทางชิน ะโลั่นด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความโกรธกริ้วสุดขีด
สายลมคมกริบพวยพุ่งออกมาทุกทิศทางและพุ่งเข้าหาร่างของชินโดยตรง ทำลายบาเรียจากชุดของชินจนแหลกละเอียดด้วยสาเหตุบางอย่างที่ชินเองก็ไม่เข้าใจ
แต่... ไม่ว่าการโจมตีนั้นจะเกิดจากอะไร มันก็มาไม่ถึงชิน
ที่ทนได้เป็เพราะร่างกายของเราสินะ
ชินมั่นใจ เอียงคอใส่อีกฝ่ายราวเหยียดหยามเพราะการโจมตีของมันไม่ได้ผลกับร่างกายของชิน
“อะ อะไรกัน... กะ แก ทำไมถึงไม่เป็อะไร!?”
สีหน้าและน้ำเสียงเริ่มแสดงไปในทางหวาดกลัว กระนั้นก็ยังไม่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีและความหยิ่งผยอง
แต่พอชินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน ชายสวมหน้ากากเสือโคร่งก็เริ่มถอยเท้าอีกครั้ง
“อย่าเข้ามานะ! นี่แกคิดว่าฉันคนนี้เป็ใคร! ฉันเป็าาของที่นี่ ของที่นี่เชียวนะ!!”
เขาลุกขึ้นตั้งใจจะวาดดาบไปด้านหลังหวังโจมตีชิน
“อั๊ก!”
แต่ช้าเกินไป มือของชินพุ่งเข้าไปคว้าใบหน้าของเขากระแทกเข้ากับกำแพงด้านหลัง เป็ความเร็วที่เหนือชั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“พูดบ้าอะไรของแก... สมองเพี้ยนไปแล้วรึไง”
ชินมองชายผู้อ้างว่าตัวเองเป็าาด้วยสายตาสมเพช มือของชินคว้าศีรษะของชายสวมหน้ากากเสือโคร่งแรงขึ้น ดวงตาของเขาที่ชินมองเห็นผ่านซอกนิ้วสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวมากขึ้นทุกครา
“มาทำเป็กลัว... แล้วแกไม่คิดว่าคนที่แกฆ่าไปเองก็กลัวตายบ้างรึไง!!!!!?”
“อั๊ก!!!!!”
ชินะโอย่างเกรี้ยวกราด ออกหมัดขวาพุ่งเข้าใส่กลางลำตัวของนักดาบสุดแรงจนร่างของเขาทะลุผ่านผนัง ร่างของเขาปลิวกระเด็นไปไกลอีกหลายสิบเมตร ทะลุตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งอยู่นอกโกดังไปหลายต่อหลายตู้
สุดท้ายร่างของนักดาบกระแทกเข้ากับเหล็กหนาสำหรับก่อสร้าง ร่วงลงไปนอนคว่ำหน้ากับพื้น
เขาหมดสติไปเรียบร้อยแล้ว แต่มันอาจยังไม่สาแก่ใจของสัตว์ร้ายที่กำลังพิโรธเต็มที่
ยัง... ยังไม่พอ...
ความโกรธของชินไม่มลายหายไปแค่เพราะเขาหมดสติ สำหรับฆาตกรผู้่ชิงหญิงคนสำคัญของเขาไป ไม่มีทางที่จุดจบจะสบายอย่างนั้น
ชินเดินออกมาจากตัวโกดัง ะโขึ้นสูงร่อนลงพื้น ยืนมองร่างไร้สติของชายสวมหน้ากากเสือโคร่งด้วยแววตาสีแดงฉานซึ่งไม่แม้แต่จะสงบลง
กลับกัน... มันมีแต่จะฉายแสงเข้มขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดอยู่ภายในอก
ราวกับหากไม่ได้ดื่มเืของศัตรู ความกระหายนี้ก็จักไม่มีวันหมด ชินเริ่มแยกเขี้ยวตามสัญชาตญาณราวสัตว์ป่า เผยให้เห็นฟันเขี้ยวอันเป็ลักษณะเฉพาะของเขา ลมหายใจถี่ขึ้นเรื่อยเป็ตัวกระตุ้นให้เืสูบฉีดไปทั่วร่าง
ชินเริ่มเกร็งนิ้วมือตัวเองจนมันแหลมคมราวกับหอกเทียม เล็งไปที่ศีรษะของชายสวมหน้ากากเสือโคร่งครึ่งซีก
ความกระหายเืของเขาได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว
ตายซะ... ไอ้สารเลว————
“ชิน!”
มือที่ทำเป็หอกของชินถูกชะงักลง
เพราะเสียงของหญิงสาว... หญิงสาวผู้เป็เสมือนครอบครัวคนสุดท้ายของเขาสะท้อนก้องในหูทำให้มือของเขาที่หวังปลิดชีวิตศัตรูหยุดลง
ไม่เพียงแค่นั้น... ชินยังััได้ถึงความอบอุ่นจากแผ่นหลังราวกับเธอคนนั้นกำลังสวมกอดเขาอยู่ พริบตานึงที่ชินรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกภาพหลอนครอบงำ
“ไม่เป็ไรแล้วค่ะชิน... ดิฉันไม่เป็ไรแล้ว”
แต่ชินก็เริ่มตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ภาพหลอน
โอลิเวีย... คู่หูที่ตอนนี้ไม่ได้สวมหน้ากากโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ เผยให้เห็นใบหน้างามชดช้อยและผมสีเงินยาวสลวยยามปกติของเธอ กำลังสวมกอดเขาอยู่จากทางด้านหลังจริง ๆ
“โอลิเวีย...”
มือที่เกร็งอยู่ค่อยผ่อนลง และผ่อนลงอีกเมื่อมือของโอลิเวียเลื่อนมาััมือของเขา อัตราการหายใจเองก็เริ่มกลับมาคงที่
ราวกับเป็มนตร์สะกด... ความอ่อนโยนของโอลิเวียส่งผ่านมาทำให้ความโกรธอันร้อนระอุและคุกรุ่นดับมอดลงไปจนเย็นสนิท
ทั้งเขี้ยวที่เผยให้เห็นและดวงตาสีแดงฉาน ทั้งหมดกลับคืนสู่สภาพเดิมดังเช่นปกติไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
❖❖❖❖❖
“ขออภัยที่ทำให้เป็ห่วงนะคะมาสเตอร์”
โอลิเวียก้มหัวขอโทษชิน หลังจากทำให้ชินสงบลงได้ โอลิเวียกลับมาพูดถึงเื่ที่ประมาทเลินเล่อจนตัวเองถึงแก่ความตาย
ที่สำคัญคือขอโทษในเื่ที่ทำให้ชินต้องคลุ้มคลั่ง เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนมันก็เพราะมีตัวเองเป็สาเหตุ แม้ความจริงแล้วมันจะไม่ใช่ความผิดของเธอเลยสักนิดก็ตาม
“ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะ”
ชินรู้แบบนั้นถึงไม่ยอมรับคำขอโทษ เขาเอื้อมมือลูบศีรษะปลอบโยนโอลิเวีย แต่ทางชินเองกลับรู้สึกผิดยิ่งกว่า เพราะสาเหตุที่ทำให้โอลิเวียตายไปเมื่อครู่มันคือความผิดของเขา
...แม้ความจริงแล้วจะไม่ใช่ความผิดเขาเช่นเดียวกัน
แต่... โอลิเวียได้ตายไปแล้ว
ตายไปแล้วจริงๆ
แต่ว่า... ที่เธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของฉันนี่ไม่ใช่ปาฏิหาริย์หรือว่าอะไร
แต่มันเป็เพราะสิ่งที่เรียกว่า ‘ไนท์’ หรือก็คือพลังของแวมไพร์ที่อยู่ในตัวของโอลิเวียต่างหาก
จากชัยชนะของแวมไพร์ในาเมื่อพันปีก่อน ลูกหลานสายเืแวมไพร์เกิดขึ้นมากมายเพราะแวมไพร์กระจายไปทั่วโลกเพื่อปกครองและตั้งถิ่นฐาน
และด้วยความที่สายเืแวมไพร์กระจัดกระจายไปทั่ว เลยเป็เหตุผลที่พลัง ‘ไนท์’ สามารถปรากฏขึ้นกับใครก็ได้เป็เื่ปกติ ส่วนความแข็งแกร่งก็คงลดหลั่นไปตามสายเืต้นตระกูลและความบริสุทธิ์ของสายเื
...ถึงในกรณีของโอลิเวียจะซับซ้อนกว่านั้นหน่อยก็ตามที
ยังไงก็ดี... ‘รีสทอร์ (Restore)’ คือพลังนั้นของโอลิเวีย
มันคือพลังที่สามารถรักษาาแได้ทุกชนิด แต่นิยามของมันไม่สิ้นสุดเพียงแค่นั้น เพราะดูเหมือนว่าพลังนี้จะทำการรักษาสมดุลทุกอย่างในร่างกายของโอลิเวียให้ปกติอยู่ตลอด
พลังนั่นมากถึงขนาดทำให้โอลิเวียงอกอวัยวะที่เสียไปขึ้นมาใหม่ได้แม้จะต้องใช้เวลาสักพักก็ตาม และยิ่งเป็ตอนกลางคืนพลังก็ยิ่งแกร่งขึ้น มีอัตราการฟื้นฟูสูงขึ้น
และจุดที่น่าใที่สุด คือพลังนี้สามารถทำให้โอลิเวียฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากความตายได้ แถมยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่สุดด้วย
โดยหลักการคือร่างกายจะเริ่มงอกใหม่จากอวัยวะชิ้นที่ใหญ่ที่สุด เรียกว่าถ้าร่างกายไม่สลายไปถึงขั้นไม่เหลือฝุ่น โอลิเวียก็จะไม่มีวันตาย
นั่นแหละคือ ‘ไนท์’ ของโอลิเวีย... เป็พลังสุดยอดที่ต่อให้ตามหาทั้งโลกก็คงมีคนที่มีพลังนี้แค่เธอคนเดียว
ถึงแม้เ้าตัวจะบอกว่าเป็พลังที่ภูมิใจเพราะสามารถใช้ปกป้องเราได้ตลอดก็เถอะ
แต่ว่าสำหรับฉัน... มันไม่ใช่เลย
“...ขอโทษด้วยนะ” ชินผละมือออกจากการลูบศีรษะโอลิเวีย เขารู้สึกผิดทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์นี้ ไม่เคยดีใจเลยสักครั้งที่โอลิเวียใช้พลังนี้เพื่อปกป้องตัวเขาหรือโดนลูกหลงเข้า
ครั้งนี้เองก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเื่ โอลิเวียเองก็รู้จึงไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเื่นี้อีกเป็การดี ไม่อย่างนั้นชินคงมีแต่จะโทษตัวเองหนักขึ้น เพราะเขาไม่เคยจะชินกับการตายของเธอ
กลับกันแล้ว... หากเคยชินกับการตายของคนสำคัญจนไร้ซึ่งความรู้สึกผิด นั่นต่างหากคือสิ่งที่น่ากลัว
เอาแต่คิดเื่เดิม ๆ ก็มีแต่จะรู้สึกผิด... พอดีกว่า
ชินหันหลังให้โอลิเวีย เดินเข้าไปใกล้กับร่างของชายสวมหน้ากากเสือโคร่ง ตรวจสอบผ่านระบบสแกนของหน้ากากจนมั่นใจว่าไม่มีเครื่องดักฟังหรือบันทึกภาพ เลยกวักมือเรียกโอลิเวียให้เข้ามาใกล้
“นี่เป็เป้าหมายของเรางั้นเหรอคะ”
“ใช่ และไอ้หมอนี่แหละคือคนที่ฆ่าเธอเมื่อกี้”
ชินย้ำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดไม่หาย แต่ทางโอลิเวียที่เป็เหยื่อกลับนิ่งเงียบผิดคาด เธอไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเป็พิเศษเพราะเข้าใจดีว่าสิ่งที่กำลังทำเป็เื่อันตรายถึงตายได้ตลอดเวลา
ทางชินแม้จะเข้าใจแต่อารมณ์ก็พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา แต่เพื่อให้เป็งานจึงระงับไว้
เขานั่งยองลงใกล้เป้าหมายเพื่อพลิกร่างของชายสวมหน้ากากเสือโคร่งให้นอนหงายขึ้น
ปรากฏใบหน้าของชายหนุ่มชาวยุโรปผมบลอนด์สั้นดูเรียบร้อย อายุราว 20 ปีเศษ หากพบเจอกันข้างถนน เขาคือนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มาจากต่างประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาเป็ชายหนุ่มที่ดูไม่มีพิษมีภัยจนคิดไม่ตกว่าทำไมถึงมายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ในโลกเบื้องหลักนี้ ทำให้โอลิเวียเอียงคอสงสัยตามชิน
“ตรวจสอบฐานข้อมูลก็ไม่พบประวัติอาชญากรรมหรือมีค่าหัวเลยซักนิด... หมอนี่เป็คนธรรมดางั้นเหรอ?”
“ชินเองก็ไม่มีกับเขานี่คะ?”
โอลิเวียล้อเล่นยิ้มขี้แกล้ง ท่าทางของเธอดูไม่ทุกข์ร้อนเลยสักนิด
แต่แทนที่จะไม่พอใจที่โดนแซว ชินแอบยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากแทน ท่าทางของโอลิเวียช่วยบรรเทาความรู้สึกผิดของชินไปมากเลยทีเดียว
ส่วนเื่ที่พูด... ก็เป็เื่น่าสงสัยเหมือนกันว่าทำไมคนธรรมดาถึงมาข้องเกี่ยวกับการต่อสู้ แถมยังต้องปิดบังตัวตน
หนำซ้ำ ยังเป็การต่อสู้ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเ้าตัวตลก เป้าหมายของชินด้วย
โดนจ้างวาน ช่วยเหลือคนรู้จัก หรือไม่อย่างนั้น...
“จะบอกว่าหมอนี่เป็คนประเภทเดียวกับเรางั้นสินะ คนที่ใช้หอกคู่ก่อนหน้าเราก็คงเหมือนกัน”
“แต่สาเหตุนี่นึกไม่ออกเลยนะคะ”
โอลิเวียพยักหน้าตามข้อสังเกตที่ชินตั้ง ถึงจะเดาได้ว่าเกี่ยวข้องกันกับเหตุการณ์ล่มสลายของอาณาจักรแวมไพร์เมื่อ 12 ปีก่อน แต่ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าเกี่ยวแบบไหนและอย่างไร
สรุปง่าย ๆ ว่าทั้งสองคนมีเหตุผลให้ต้องเคลื่อนไหวแบบปิดบังตัวตนแบบเดียวกับเรา
แต่เหตุผลนั้นคืออะไรกันแน่ ในจุดนี้ไม่อาจคาดเดาได้เพราะข้อมูลน้อยเกินไป
สิ่งที่เรารู้ตอนนี้ก็คือมีสองฝ่ายกำลังสู้กันโดยปิดบังตัวตนของแต่ละฝ่าย และสองฝ่ายที่ว่าคงไม่ได้มีแค่ฝั่งละคนอย่างคนที่ใช้หอกคู่กับนักดาบคนนี้แน่
แต่ว่า... เื่ที่เ้านักดาบคนนี้ปรากฏรอยสักส่องแสงสีแดงแบบเดียวกับที่ฉันเคยเห็นนี่เป็ตัวบ่งบอกได้เกือบ 100% เลยว่าเกี่ยวข้องกับ ‘เป้าหมาย’ ของเรา
จะมีจุดต่างก็แค่ รอยสักของหมอนี่เป็โล่และดาบไขว้เท่านั้น
ส่วนเป้าหมายของเราคือรอยสักรูปมงกุฎต่างหาก
ชิน้ายืนยันเื่นั้นอีกรอบ สายตาของชินเลื่อนไปมองหลังฝ่ามือซ้ายของเขา
แต่... กลับไม่มีรอยสักที่ชินเห็นเมื่อก่อนหน้านี้เลยซักนิด ไม่แม้แต่ร่องรอยใด ๆ หลงเหลือเลยสักนิด
หมายความว่ายังไงกัน?
รอยสักที่เคยเปล่งแสงจ้าหลังฝ่ามือเมื่อตอนนั้นไร้ซึ่งร่องรอยของการมีอยู่ ราวกับไม่เคยมีั้แ่แรก
ด้วยความสงสัย มือขวาของชินเอื้อมไปัักับหลังฝ่ามือของเขา
...โดยไม่ทันสังเกตเลยว่ามีเงามืดกำลังสังเกตเขาอยู่ห่างออกไป
และไม่รู้เลยว่านี่ กำลังจะเป็ตัวจุดชนวนบางสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองยังคาดไม่ถึง
วูม!!!
“!!!?”
แสงสีแดงพร้อมสัญลักษณ์โล่และดาบไขว้ปรากฏขึ้นหลังฝ่ามือของนักดาบหนุ่ม กะทันหันจนทั้งสองคนแทบสะดุ้ง แต่ก็ทำให้ทั้งชินและโอลิเวียดีใจจนเนื้อเต้นที่ตัวเองไม่ได้คิดผิด
“อึก”
แต่ก็ดีใจได้ไม่นาน... อยู่ ๆ หัวใจของชินก็เริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างไม่ทราบสาเหตุ
อุณหภูมิทั้งร่างเริ่มสูงขึ้นจนถึงขนาดที่มีควันฟุ้งลอยออกมาจากทั้งร่าง ชินรีบผละมือออกจากสัญลักษณ์นั่นจนมันหายไป และหวังว่าร่างกายที่กำลังร้อนจะสงบลงด้วย
แต่ว่า...
“อ้าก!!!” ความเ็ปเข้ากัดกินที่มือขวาของชินจนเขาร้องลั่น ความทรมานนั่นราวกับถูกใบมีดหลายสิบเล่มเฉือนเนื้อเถือกระดูก
“ชิน!”
โอลิเวียรีบพุ่งเข้าไปดูอาการ แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นเธอก็ไม่รู้อยู่ดีว่าควรทำอะไร
ชินเริ่มคงสติลำบาก ความเ็ปสมมติลามไปทั้งร่างกายยิ่งทำให้รู้สึกทรมานหนักเข้าไปอีก
ระ ร้อน... นี่มันอะไรกันเนี่ย!
“ทำใจดี ๆ ไว้นะคะชิน!”
โอลิเวียตื่นตระหนกจนถึงกับเผลอเรียกชื่อจริง เธอพยุงชินนอนพิงกับคอนเทนเนอร์ใกล้ ๆ รีบปลดกระดุมเสื้อของชินออก หวังระบายคลายความร้อนในร่างกายออกให้มากที่สุด
ทำยังไงดี
โอลิเวียได้แต่สับสน แต่กระนั้นเธอก็รีบถอดหน้ากากของชินออกและสั่งการให้มันตรวจสอบสภาพของชิน
‘อุณหภูมิของร่างกายกำลังสูงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ’
แต่สุดท้ายมันก็ไม่ช่วยอะไร... ข้อมูลที่แสดงเป็เื่ที่รู้อยู่แล้ว
จะให้ใช้หนึ่งในพลังของเธอเองเพื่อรักษาก็เกรงว่าสิ่งนี้อาจมีกลไกกับดักบางอย่าง เลยอาจส่งผลร้ายกับชินไปแทน
ทำไงดี...
โอลิเวียชั่งใจตัวเองเต็มที่ระหว่างชีวิตของชินกับเป้าหมายของชิน... เพราะเธอกำลังคิดที่จะพาชินไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดมันเสียตอนนี้ และหากเธอทำอย่างนั้น ก็เป็ไปได้สูงว่าตัวตนของทั้งคู่จะถูกเปิดเผย
แต่เื่นั้นน่ะ จะยังไงก็ช่างมันสิ!
เื่แค่นั้นจะไปสำคัญกว่าชินได้อย่างไร โอลิเวียรีบลุกและประคองชินขึ้นมา
“ยะ อย่านะ... ฉัน... ไม่เป็ไร...”
แต่ชินก็เป็คนรั้งเธอไว้เอง เขารู้ดีว่าโอลิเวียต้องเลือกชีวิตของตนแน่อยู่แล้ว ชินใช้มือซ้ายที่ไม่ได้เจ็บจับข้อมือโอลิเวียไว้ก่อนเธอจะยืนขึ้น
โอลิเวียทำสีหน้าลำบากใจสุด ๆ ออกมา แต่พอเห็นใบหน้าฝืนยิ้มของชินเธอก็มีแต่ต้องทน เพราะ โอลิเวียในตอนนี้วิเคราะห์สถานการณ์อย่างเยือกเย็นไม่ได้เลยสักนิด
แต่... ก็ยังมีสิ่งนึงที่เธอทำได้
“ไม่เป็ไรค่ะ... มาสเตอร์ ฉันจะอยู่กับคุณเอง”
โอลิเวียกุมมือทั้งสองข้างของตัวเองกับมือขวาของชินแน่น ทำให้ชินยิ้มออกมาอย่างโล่งอกทั้ง 2 นัยยะ โอลิเวียทำได้แค่นั้นในสถานการณ์อย่างนี้
“อึก...”
ใบหน้าของชินเริ่มเหยเกด้วยความเ็ปจนกัดฟันแน่น ความรู้สึกราวถูกเฉือนรุนแรงขึ้น โอลิเวียเห็นแล้วยิ่งกุมมือชินแน่นกว่าเดิม
“ไม่เป็ไร... ชินจะไม่เป็ไรแน่ค่ะ...”
เธอกระซิบบอกเสียงสั่นกลั้นน้ำตา ถึงกับภาวนาแลกชีวิตตัวเองกับชินเลยด้วยซ้ำ
แต่แม้จะไม่ต้องทำอย่างนั้น คำภาวนาของโอลิเวียก็เริ่มออกผล...
เมื่อถึงจุดพีคของความเ็ป มันก็ค่อย ๆ ลดระดับลงเรื่อย ๆ จนไม่นานนักความเ็ปราวถูกมีดรุมทึ้งก็เป็แค่อาการชาเท่านั้น
ชินหายใจหอบ ส่วนทางด้านโอลิเวียถอนหายใจด้วยความโล่งอกจนยิ้มออกมาได้
“เกิดอะไรขึ้น... กันแน่เนี่ย” ชินขมวดคิ้วแน่น ไม่เข้าใจสถานการณ์และยังเข็ดหลาบกับความเ็ปเมื่อครู่
“ยังไงก็... ดีแล้วนะคะที่ไม่เป็ไร”
ในทางกลับกัน... โอลิเวียหยิบเลื่อนมือขวาของชินขึ้นมาแนบแก้มตัวเองด้วยความดีใจจนน้ำตาปริ่ม เหตุการณ์เมื่อครู่ทำเอาโอลิเวียกลัวจนตัวสั่นมากกว่าที่ชินคิดเสียอีก
“นั่นสินะ ไม่เป็ไรแล้ว”
“ค่ะ...”
ชินเห็นแล้วก็อมยิ้มออกมาตาม เช่นเดียวกับโอลิเวียที่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก เพราะเหมือนทุกอย่างจะจบลงด้วยดีแล้ว
ทว่า... โลกนี้ไม่ได้ใจดีถึงขนาดจะหยุดความตกตะลึงไว้เพียงแค่นั้น
สิ่งผิดแปลกเริ่มขึ้นเมื่อโอลิเวียค่อย ๆ ถอนมือของชินออกจากแก้มตัวเอง
แล้วดวงตาของเธอก็เบิกโพลงขึ้นกว้าง มากยิ่งกว่าปกติแบบที่ไม่ค่อยจะได้เห็นแม้แต่ชินก็ตามที
นั่นก็เพราะเธอสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติเข้า
“ชินคะ... นี่มัน”
“มีอะไรเหรอ?”
ชินขมวดคิ้วสงสัย เพราะโอลิเวียขมวดคิ้วแน่นกังวล
โอลิเวียเองก็รู้สึกเป็ห่วง แต่ก็ค่อย ๆ หันฝ่ามือขวาของตัวชินเองให้เขาเองดู
...แล้วคำตอบที่สมกับเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ออกมา ชินเบิกตาโพลงตามโอลิเวียหรือมากยิ่งกว่า
นี่มัน... อะไรกัน?
รอยสักอันน่าชิงชังที่ทำให้นึกถึงเืของพ่อและแม่ รวมถึงเืของบรรดาคนรู้จักทั้งหลาย
ชินจำได้ดีไม่เคยลืม และไม่คิดว่าจะลืมได้ง่าย ๆ ด้วย
แต่มันกลับมาอยู่ตรงนี้... รอยสักรูปมงกุฎสีแดงที่ชินตามหามาตลอดเพราะเป็เป้าหมายในการล้างแค้นนั้น
ในตอนนี้ มันกลับปรากฏขึ้นบนหลังฝ่ามือของชินเองเสียแล้ว
❖❖❖❖❖
