ตอนที่ 9 : ลมสงบหลังพายุ
ค่ำคืนอันแสนวุ่นวายและสับสนอลหม่านของเด็กหนุ่มและเด็กสาวได้จบลง
เช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นโดยไม่รอให้ผู้ใดเตรียมใจทั้งสิ้นเป็ดั่งการคัดกรองตามธรรมชาติ หากผู้ใดเตรียมใจไม่ทันก็ไม่อาจก้ามข้ามวันใหม่มาได้อย่างปกติสุข
ชินผู้กำลังนอนหลับสนิทในห้องของตัวเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
หลังเผชิญหน้ากับการต่อสู้ของชายสวมหน้ากากปริศนาสองคน ในที่สุดชินก็ได้พบกับรอยสักเรืองแสงสีแดงเ้าปัญหาที่เขาตามหามานานกว่า 12 ปีเสียที
แต่ช่างเป็ตลกร้าย เพราะการพบพานนั้นได้ทำให้รอยสักรูปมงกุฎของศัตรูคู่อาฆาตที่ชินรังเกียจเดียดฉันท์ ได้มาปรากฏอยู่ที่หลังมือขวาของชินไปเสียอย่างงั้น
แม้จะยังสับสน แต่ทั้งคู่ก็ประเมินสถานการณ์กันทันทีว่าหากอยู่ที่เกิดเหตุนานคงไม่ใช่เื่ดีแน่ จึงรีบทำลายหลักฐานทั้งหมดจากเืโอลิเวีย รวมถึงจัดฉากชายสวมหน้ากากเสือโคร่งไว้ในโรงงานเสมือนว่าเขาถูกนักเลงท้องถิ่นทำร้าย แล้วก็รีบออกมาจากสถานที่นั้นในทันที
อนึ่ง แม้ในความเป็จริงการปิดปากไปเลยอาจจะเป็เื่ดีกว่า แต่หากยังไม่รู้ว่าศัตรูอยู่กลุ่มไหนก็ไม่ควรสร้างความบาดหมาง
ประโยชน์อีกอย่างนึงคือการใช้ชายสวมหน้ากากเสือโคร่งเป็ม้าเมืองทรอย โดยชินได้แอบติดเครื่องติดตามขนาดพิโกเมตร (ขนาดเล็กกว่านาโนพันเท่า) ไว้กับชายสวมหน้ากากเสือโคร่ง เพื่อใช้ติดตามการเคลื่อนไหวของเป้าหมาย
จากนั้นโอลิเวียก็รีบพาชินกลับไปยังห้องพักในทันที
หลังจากส่งชินเข้านอนและแอบใช้ยานอนหลับกับเขา เพราะเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าชินคงนอนไม่หลับแน่หลังเื่ที่เกิดขึ้น
พอชินหลับแล้ว เธอจึงค่อยนำข้าวของเครื่องใช้และชุดของทั้งเธอและชินกลับไปเก็บที่ฐานลับ เรียกได้ว่าเป็คนจัดการธุระทุกอย่างด้วยตัวเองแทนชินที่เป็เ้านาย
ไม่สิ เธอไม่ได้ทำเพราะเป็ข้ารับใช้ของชิน... เธอเป็ห่วงชินในฐานะผู้หญิงคนนึงเหมือนอย่างทุกทีเท่านั้น
นั่นคือบทสรุปของเื่เมื่อคืน
“....”
สติของชินค่อย ๆ ฟื้นคืนจากการหลับใหล มีอาการเวียนศีรษะเหลืออยู่เล็กน้อยจากผลกระทบของยานอนหลับที่โอลิเวียแอบให้เขาทาน
แต่ถึงจะบอกว่าแอบ ความจริงคือชินรู้ตัวอยู่แล้วทั้งสิ่งที่โอลิเวียทำและเจตนา เขาจึงไม่ได้ขัดความตั้งใจของเธอแม้ความ้าจริง ๆ ของเขาจะเป็การรีบรวบรวมหลักฐานและเบาะแสของเื่เมื่อคืนก็ตาม
อันที่จริงเขาก็คิดจะเริ่มทำมันเสียตอนนี้แม้สติยังกลับมาไม่เต็มที่ ชินค่อย ๆ ชันตัวเองขึ้น
“อรุณสวัสดิ์ค่ะชิน”
โอลิเวียปรากฏตัวขึ้นข้างเตียงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ไม่สิ... ความจริงคือเธอนั่งรอที่โต๊ะเล็กข้างเตียงอยู่ตลอด พอเห็นว่าชินเริ่มได้สติจึงขยับเข้าไปนั่งข้างเตียงดูอาการของชินต่างหาก
แต่พอเห็นโอลิเวียฝืนแบบนี้ ชินเองกลับรู้สึกลำบากใจยิ่งกว่า
“ไม่ต้องทำหน้าเป็ห่วงแบบนั้นหรอก” ชินชิงพูดออกมาก่อน เพราะสีหน้าของโอลิเวียเองก็บอกว่ากำลังเป็ห่วงมากแม้จะดูเรียบเฉยเหมือนทุกที
แต่พอชินบอกไม่ให้คิดมาก โอลิเวียก็ส่ายหน้าให้ทันที
“เห็นทีจะไม่ได้หรอกค่ะ ก็เมื่อวาน...”
โอลิเวียทำสีหน้ากังวลทำชินขมวดคิ้วเล็กน้อยตาม
ในมุมมองของโอลิเวีย เธอคิดว่าชินกำลังทรมานจากการที่รอยสักอันน่ารังเกียจและเป็สัญลักษณ์แห่งความเคียดแค้นกลับสถิตอยู่กับเขา ราวกับชินกำลังโดนคำสาป รู้แบบนั้นไม่มีทางที่เธอจะวางใจได้เลย
แต่ชินเองก็ส่ายหน้าเห็นต่าง
“ช่างมันเถอะ... แล้วอย่างน้อยมันก็จะไม่แสดงออกมาถ้าฉันไม่เพ่ง ‘จิต’ ไปยังมือขวา”
ชินยกมือขวาขึ้น แสดงหลังฝ่ามือให้โอลิเวียเห็น และมันก็ไม่มีรอยสักอะไรอยู่เลยจริงดังว่า
ใช่... ในตอนนี้รอยสักมันไม่ได้ปรากฏอยู่บนหลังมือของฉันอีกแล้ว
ดูเหมือนมันจะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อฉันเพ่ง ‘จิต’ ซึ่งเป็พลังงานธรรมชาติในร่างกายให้มาอยู่ที่มือขวา
อย่างน้อยมันก็มีข้อดีตรงที่ไม่มีใครมองเห็นหรือจำได้ถ้าเราไม่เผยให้เห็นด้วยตัวเอง
ไม่รู้ว่าใครมันเป็คนคิดค้นรอยสักนี่ แต่ก็ต้องขอบคุณที่มีฟังก์ชั่นแบบนี้ติดมาด้วยถึงทำให้การปิดบังตัวตนทำได้ง่าย
แต่ถึงจะเป็แบบนี้ก็ใช่ว่าจะวางใจได้ 100% เพราะเราไม่รู้ข้อมูลอะไรเลยซักนิดเกี่ยวกับรอยสักบ้านี่
เพราะงั้น การที่โอลิเวียจะออกอาการกังวลเกินเหตุมันก็คงเป็เื่ปกตินั่นแหละ
ชินเห็นโอลิเวียนั่งก้มหน้าอยู่ตลอดก็เผลอถอนหายใจออกมา
เขารีบลุกขึ้นจากเตียงเข้าครัวทำข้าวเช้า พยายามแสดงให้เห็นว่าตัวเขายังคงเป็ตัวเขาเหมือนทุกที พยายามไม่เผยความกังวลและอ่อนแอออกมาเพื่อไม่ให้โอลิเวียกังวลมากไปกว่าเดิม โอลิเวียเห็นแล้วก็ตามชินเข้าครัวเหมือนทุกทีโดยไม่ได้พูดอะไรอีก
ท้ายที่สุดถ้าเสาหลักมั่นคง ผู้อยู่อาศัยก็สบายใจและมั่นคงตาม
ทั้งสองคนทานอาหารที่โต๊ะเล็กด้วยชุดลำลองแบบสบาย ๆ เหมือนทุกที แม้บรรยากาศจะค่อนข้างเงียบกว่าปกติก็ตาม
“ชิน... คิดจะทำยังไงต่อเหรอคะ?”
โอลิเวียกังวลจนอดไม่ได้ที่จะถาม
หากถามว่ากังวลมากขนาดไหน ก็คงมากถึงขนาดที่คนอื่นสามารถสังเกตเห็นได้ ทั้งที่ปกติมีแค่ชินที่มองออก นั่นแหละปริมาณความกังวลของเธอในตอนนี้
แต่การบ่ายเบี่ยงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา เื่นั้นชินเองก็รู้
“พรุ่งนี้จะเริ่มกลับมาเรียนตามปกติ... เลยคิดว่าจะใช้เวลาทั้งวันวิเคราะห์เบาะแสน่ะ”
“งั้นเหรอคะ”
คำตอบไม่เกินกว่าที่โอลิเวียคาดเท่าไหร่ เธอส่งน้ำเสียงเป็ห่วงตามคาด
“แต่เื่นั้นเอาไว้ทีหลังก็ได้”
ชินหยิบตั๋วบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ นั่นทำให้โอลิเวียเลิกคิ้วขึ้น เป็ท่าทางแปลกใจแบบที่ไม่ได้เห็นบ่อย ๆ และไม่ใช่ความแปลกใจในความหมายว่า ‘เ้าสิ่งนี้มันคืออะไร’ หากแต่เป็ ‘เพราะรู้ว่าเ้านี่เป็อะไรถึงได้แปลกใจ’ ต่างหาก
“บ่ายนี้มีหนังที่เธอชอบเข้าด้วยนะ... ถ้าเป็ที่จังหวัดข้าง ๆ นั่งรถไฟความเร็วสูงไปคงไม่ต้องกลัวว่าจะมีนักเรียนจากโรงเรียนเราเห็น” ชินวางตั๋วลงบนโต๊ะให้โอลิเวียเห็นชัด ๆ
“ถือว่าเป็การผ่อนคลายจากภารกิจต่อเนื่องใน่หลายวัน... เราไปดูด้วยกันเถอะ”
ใช่... ตั๋วที่ชินเอาออกมา มันคือตั๋วภาพยนตร์ที่จองล่วงหน้ามาแล้วหลายวัน แสดงให้เห็นว่าชินตั้งใจจะชวนเธออยู่แล้ว ก็แค่หาโอกาสเหมาะ ๆ ไม่ได้เท่านั้น
เขาพูดออกมาเหมือนท่องโพย ใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยของชินคงแสดงให้เห็นว่าเขาต้องเตรียมไว้ก่อนไม่งั้นจะพูดได้ไม่ต่อเนื่องเพราะความประหม่า เห็นแบบนั้นมีหรือที่โอลิเวียจะหุบยิ้มได้
ในทางกลับกัน พริบตาที่เห็นชินหยิบตั๋วหนังขึ้นมา แก้มของโอลิเวียก็แดงก่ำไปจนถึงหูแล้ว เพราะมันสื่อความหมายเป็อื่นไปไม่ได้เลยนอกจากชินกำลังชวนเธอออกเดท
“อะ...”
โอลิเวียเริ่มทำปากพะงาบ ๆ ด้วยความประหม่า ถึงขั้นตอบรับไม่ถูก
ถึงนี่จะไม่ใช่เดทแรกของทั้งสองคน แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยชินกับสถานการณ์แบบนี้เสียที แน่นอนว่านั่นเป็เื่ดี เพราะสื่อถึงความสดใหม่ของความรู้สึกทั้งสองคน
แต่ว่าหนนี้... ลางสังหรณ์ของโอลิเวียกำลังกระตุกให้เธอรู้สึกบางอย่าง ใบหน้าของเธอเย็นะเืขึ้นระหว่างพินิจพิเคราะห์บางสิ่ง
และความสงสัยของเธอก็ถูกแถลงไขหลังเห็นสีหน้ากังวลระหว่างรอคำตอบของชิน
โอลิเวียจิบน้ำด้วยสีหน้าตามปกติ วางแก้วลง จ้องเขม็งไปยังชิน
“ขออภัยด้วยค่ะชิน... ถ้าเป็เช่นนี้ ดิฉันคงต้องขอปฏิเสธ”
“...”
สายตาเย็นะเืของโอลิเวียเป็สิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก ทำชินถึงกับไหล่กระตุกไปเล็กน้อย
แต่สีหน้าของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง น่าจะมีเพียงจุดนี้ที่บุคลิกทั้งคู่คล้ายคลึงกัน
“มีธุระเหรอ” ชินถามอย่างกังวลราวกับกำลังกุมความผิดบางอย่างไว้อยู่ ฝ่ายที่นิ่งสงบกว่ากลับเป็โอลิเวียเสียด้วยซ้ำ
“ต่อให้มีธุระ แต่ถ้าชินชวนยังไงดิฉันก็เลือกที่จะไปกับชินอยู่แล้วค่ะ”
คำตอบนั้นไร้ซึ่งความลังเล แต่ก็ยิ่งทำให้ชินรู้สึกเหมือนถูกจับได้ว่าทำผิดเข้าไปใหญ่
โอลิเวียเห็นชินลำบากใจแล้วก็รู้สึกทนดูไม่ได้ แต่ก็รู้สึกไม่ชอบใจที่ชินทำแบบนี้กับเธอเหมือนกัน
ชั่งน้ำหนักแล้ว สุดท้ายโอลิเวียก็อยากให้ชินเข้าใจและคลายกังวล เธอเริ่มถอนหายใจออกมาอย่างที่ไม่ได้ทำมานานก่อนจะทิ้งทิฐิลง
“ชิน... ดิฉันบอกหลายหนแล้วนะคะ ว่าการตายของดิฉันไม่เคยเป็ความผิดของคุณแม้แต่ครั้งเดียว... และการที่คุณรู้สึกผิดจนอยากชดใช้ด้วยการทำแบบนี้ มันไม่เคยทำให้ดิฉันรู้สึกดีใจเลยซักนิดค่ะ”
โอลิเวียยอมพูดแต่ก็ด้วยน้ำเสียงเย็นะเื คิ้วเองก็ขมวดด้วยความโกรธจนชินเหงื่อตก
แต่นั่นมันก็สมเหตุสมผลกับเื่ที่ชินทำผิดซ้ำซาก เป็ใครก็คงโกรธเป็เื่ธรรมดา
โอลิเวียไม่ได้เพิ่งเสียชีวิตเมื่อวานเป็ครั้งแรก ยิ่งหากนับ่ก่อนที่จะพบกับชินด้วยจำนวนจะยิ่งมากจนเรียกว่าชินชา การตายของตัวเธอเองจึงนับได้ว่าเป็เื่ปกติในมุมมองของโอลิเวีย
แต่ในมุมมองของชินมันต่างกัน... เขาไม่เคยรู้สึกดีหรือเคยชินเลยที่เห็นเธอตาย แม้แต่การได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยชินก็ยังเป็ห่วงเป็ใยเธอเอามาก ๆ
การถูกหวงแหนทำให้โอลิเวียรู้สึกดีอย่างแน่นอน ในฐานะที่เป็ผู้หญิงคนนึงคงไม่มีอะไรน่าดีใจไปกว่านี้อีกแล้ว
แต่อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่ดี โดยเฉพาะเื่ที่เข้าใจผิดไปจากความเป็จริง ซึ่งในกรณีนี้คือ ‘การที่ชินโทษว่าการตายของโอลิเวียเป็ความผิดของตัวเอง’
โอลิเวียเข้ามาสู่วังวนนี้ด้วยตัวของเธอเอง ตอนที่ชินตั้งใจจะล้างแค้น คนที่เลือกจะตามไปด้วยก็เป็เธอเองไม่ใช่เพราะชินขอร้องหรือบังคับ
เพราะแบบนั้น โอลิเวียจึงมองว่าการตายของตัวเองเป็ความรับผิดชอบของตัวเธอเองไม่ใช่ความรับผิดชอบของชิน
หากเป็ห่วงกันเธอจะไม่ว่าเลย แต่การรู้สึกรับผิดชอบแทนตัวโอลิเวียเองมันทำให้เธอเ็ปเพราะเหมือนถูกชินผลักไสทางอ้อม ราวถูกเขากระซิบบอกว่าการมีเธออยู่ข้าง ๆ มันทำให้เขาเ็ป ทั้งที่เธอเลือกจะอยู่ตรงนี้เองแท้ ๆ
โอลิเวียถึงรู้สึกเหมือนเป็คนผิดทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ควรจะมีใครผิดนอกจากคนที่สังหารเธอ แต่ในขณะเดียวกันโอลิเวียเองก็รู้ ว่าที่ชินรู้สึกรับผิดชอบมากขนาดนี้ก็เป็เพราะเขาห่วงใยเธอ แต่ถ้ายังเข้าใจเื่ง่าย ๆ ผิดอยู่แบบนี้ อย่างไรก็ไม่มีใครรู้สึกดีอยู่แล้ว
เพราะงั้นโอลิเวียถึงอยากให้ชินรู้สึกเป็ห่วงเธอมากกว่าจะไปโทษตัวเอง
ใช่... โอลิเวียก็แค่อยากให้ชินเข้าหาเธอด้วย ‘ความรักและเอาใจใส่’ มากกว่า ‘ความรู้สึกผิด’ ก็เท่านั้นเอง
เธอแค่อยากให้ชินเข้าหาเธอด้วยความรักใคร่เหมือนที่เธอทำก็เท่านั้นเอง... มันเป็เื่ง่าย ๆ เช่นนั้น แต่ชินกลับไม่ยอมเข้าใจเสียที นั่นถึงทำให้โอลิเวียอดมีน้ำโหไม่ได้
“ดิฉันอยากไปเที่ยวกับคุณด้วยความรู้สึกเป็สุขทั้งสองฝ่ายมากกว่าค่ะ... ไม่ใช่ว่าบอกไปแล้วเหรอคะ”
“...ขอโทษ”
ชินโดนโอลิเวียเอ็ดด้วยสีหน้าขึงขัง เขาทำได้แค่ก้มหน้ารับผิดเท่านั้น
มุมมองของโอลิเวียก็ว่าไปอย่าง แต่สำหรับชิน...
ก็มันช่วยไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?
ต่อให้อ้างเหตุผลสารพัด แต่ความจริงที่เราลากเธอมาเป็ส่วนหนึ่งของการแก้แค้นนั้นยังไงก็ไม่เปลี่ยน
แล้วการยอมรับอะไรอย่าง ‘ฉันไม่มีส่วนกับการตายของโอลิเวียซักหน่อย’ อย่างที่เธอว่า แบบนั้นมันก็เห็นแก่ตัวเกินไป
ถึงโอลิเวียจะบอกว่าไม่เป็ไรและไม่เคยคิดมาก แต่เื่นี้เท่านั้นที่ฉันยอมไม่ได้
ตัวเองเป็สาเหตุแท้ ๆ จะให้ยิ้มหน้าระรื่นไม่รับผิดชอบได้ยังไง
แล้วที่สำคัญเธอยังเป็คนที่ฉัน...
ให้ตายสิ เธอเองก็ไม่ยอมเข้าใจฉันเหมือนกันไม่ใช่รึไง
ถ้าฉันยอมให้ตัวเองคิดแบบนั้นล่ะก็... ตัวฉันในอนาคตที่มองย้อนกลับมาคงไม่ยอมยกโทษให้ตัวเองอย่างแน่นอน ได้โปรดเข้าใจฉันซักทีเถอะโอลิเวีย
ชินเองก็ได้แต่ขมวดคิ้วแน่น ถึงจะมั่นใจในความคิดตัวเองแต่ก็ระแวดระวังในการมองตาโอลิเวียกลับไปอยู่
เพราะแม้ภายในใจจะคิดอย่างมีหลักการเพียงใด แต่สายตาของโอลิเวียที่จดจ้องมายังเขาไม่ได้ทำให้ชินรู้สึกว่าจะโต้เถียงชนะได้เลยซักนิด
เื่เหตุผลนั่นก็เื่นึง
แต่ผู้หญิงตอนโกรธนี่น่ากลัวจริง ๆ แฮะ
ชินรู้สึกลำบากใจจนถอนหายใจออกมา ตอนนี้เื่เหตุผลคงไม่สำคัญเท่าการทำให้โอลิเวียหายโกรธแล้ว
แต่ดูเหมือนบรรยากาศแสนกระอักกระอ่วนจะไม่ได้อยู่นานอย่างที่ชินกลัว
โอลิเวียกระแอมเสียงดังขึ้นเป็สัญญาณบอกเื่นั้น
“แต่ว่านะคะ... ถึงดิฉันจะไม่เห็นด้วยกับเจตนาก็เถอะ แต่การทำให้ค่าใช้จ่ายของเ้านายเสียเปล่าก็เป็เื่น่าอับอายในฐานะข้ารับใช้เป็อย่างมาก นี่เองก็เป็เื่ให้น่าขบคิดอยู่นะคะ”
ได้ยินคำพูดราวเสียงกระดิ่งแห่งความหวัง ชินก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับโอลิเวีย ดูเหมือนอารมณ์ของเธอจะเริ่มเย็นลงแล้ว
หรือไม่อย่างนั้นก็ตรงข้าม... หากแต่เป็คนละอารมณ์กับความโกรธตอนแรกอย่างแน่นอน ดูจากใบหูที่จะขยับดุกดิกเมื่ออารมณ์ดีของโอลิเวียก็รู้
“เพราะงั้น... ถึงแม้จะไม่ค่อยพอใจ แต่ดิฉันจะขอยอมรับความอ่อนโยนที่ชินมีต่อข้ารับใช้อย่างดิฉันไว้ก็แล้วกันนะคะ”
โอลิเวียว่าแบบนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย... แต่ไม่เหมือนทุกที หนนี้แก้มของเธอแดงระเรื่อไม่หาย
...เป็อีกหนึ่งข้อพิสูจน์ ว่าแม้ชินจะชวนเธอด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สุดท้ายเธอก็ดีใจและยอมรับมันอยู่ดี
พูดอ้อมค้อมซะจริงนะแม่คุณ
“แปลว่าจะไปด้วยกันสินะ”
ชินอดยิ้มแห้งไม่ได้ แต่ก็ยังถามย้ำเหมือนต้องฮุคหมัดปิดฉาก และโอลิเวียก็ก้มตาพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเขินอาย ทำชินยิ้มแห้ง ๆ รับอีกรอบ
เพราะสุดท้าย... โอลิเวียก็ยังคงเป็ฝ่ายช่วยให้เขาสบายใจ ทั้งที่จุดมุ่งหมายการเดทควรจะเป็การทำให้โอลิเวียผ่อนคลาย
ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองน่าสมเพชอยู่หน่อย ๆ ก็เถอะ
แต่ถ้ามันทำให้เธอยิ้มได้... ก็ช่างมันเถอะ
ชินสบายใจจากท่าทางประหม่าของโอลิเวีย พลอยรู้สึกตื่นเต้นตามเธอ
เพราะการไปเดทกับโอลิเวีย ก็เป็ความ้าของเขาเหมือนกัน
❖❖❖❖❖
