ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏ ออกมาสู่ครรลองสายตา ผู้คนภายในเรือรบ บัดนี้คือห้วงมิติเวลาตัวหนอนขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยเศษดวงดาวมากมาย ที่แตกกระจัดกระจายออกไปทั่ว ซากเรือรบพังยับ จนเหลือแต่เศษซาก พร้อมโครงกระดูกมนุษย์นับไม่ถ้วน ลอยไร้จุดหมาย อยู่ภายในห้วงมิติแห่งนี้ มองเห็นจนลายตา รับรู้ได้เลยว่า หลายยุคหลายสมัย มีคนคิดจะข้ามผ่านสถานที่แห่งนี้ มากมายถึงเพียงใด
แม้แต่เรือรบที่ดีที่สุดภายในกองทัพ ตกแต่งอย่างวิจิตร งดงามเต็มไปด้วยลวดลายสีทอง ที่อี้เฉินนำเอามาจาก เจ้าสำนักหุบเขาบรรพชน บัดนี้ม่านพลังป้องกัน ยังเกิดการบีบอัด จากภายนอกอย่างเห็นได้ชัด จนเรือรบเกิดเสียงลั่นออกมาน้อยๆ ส่งให้เหล่าอนุชนรุ่นเยาว์ ต่างก็อกสั่นขวัญแขวน กลัวว่าม่านพลังจะพังเสียก่อน บ่งบอกว่า เรือรบที่ดีที่สุดยามนี้ ไม่เหมาะที่จะให้พวกเขา ใช้เดินทาง ภายในห้วงมิติเวลาตัวหนอนแห่งนี้
อี้เฉินที่เห็นท่าเริ่มไม่ดี จากรอยแตกร้าว ของม่านพลังป้องกันเรือรบ เมื่อกระทบ เศษหินที่แตกกระจัดกระจาย เริ่มส่งแรงสั่นสะเทือน เข้ามาภายในเรือรบ เสียง ปัง!! ที่ดังก้องออกมาไม่ขาด เริ่มทำให้พวกเขาร่างกาย สั่นไหวโยกคลอน ใบหน้าบึ้งตึง หวาดหวั่นกันอยู่ไม่น้อย
อี้เฉินรีบเอ่ยสั่งการ ให้เผาผลาญเชื้อเพลิงในทันใด “รีบเผาผลึกหินเซียนเร็วเข้า หากเรายังชักช้า อาจข้ามไปยังอีกฝั่งไม่ทันการก็เป็นได้”
ชายหนุ่ม ผู้ทำหน้าที่ขับเคลื่อน ค่ายกลเรือรบ ใบหน้าเขามีความกังวลอยู่ไม่น้อย “แต่จักรพรรดิอี้เฉิน เราจะไม่มีหินเซียน เพียงพอที่จะเดินทางกลับนะสิ หากเราเผาผลาญหินเซียน ส่วนสำหรับใช้เดินทางกลับ”
อี้เฉินเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความรีบร้อน “ไม่มีแต่แล้ว รีบเผาผลาญหินเซียนเร็วเข้า ก่อนที่พวกเราจะตายตกกันหมด ส่วนเรื่องทางกลับไว้ค่อยว่ากันทีหลัง” ก่อนเสียงแตกร้าว ของม่านพลังป้องกันจะลุกลามออกไปทั่ว ราวกับเป็นใยแมงมุม
ส่งเสียงลั่นแตกร้าว ราวกับกระจกดังออกมากึกก้อง พวกเขาต่างก็รับรู้ถึงวิกฤตความตาย กำลังจะย่างกายมาเยือน หินเซียน ถูกเผาผลาญ ส่งไปขับเคลื่อนเรือรบ เดินหน้าเรือรบเต็มกำลัง อย่างรีบร้อน ไม่มีแต่อีกต่อไป
เรือรบใหญ่สั่นไหวไม่หยุด เริ่มถูกบีบอัดไปกับห้วงมิติช้าๆ ส่งให้เรือรบ เริ่มเกิดความเสียหายอย่างหนัก หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่า พวกเขาจะไปไม่ถึงอีกฟากหนึ่งของ ห้วงมิติเวลาตัวหนอน ซีเผิงเอ่ยพูดออกมาด้วยความร้อนรน “เราจะเอาเช่นไรดีอี้เฉิน หากปล่อยไว้แบบนี้ เรือรบได้ถูกบีบอัดจนพังยับ ก่อนจะถึงที่หมายของเราแน่”
ด้านอี้เฉินประสานฝ่ามือ ออกมาเบื้องหน้า หมุนโคจรฝ่ามือ สำแดงวิชาหมื่นโลกออกมา โอบล้อมเรือรบทั้งลำไว้ ภายในเสี้ยววินาที ราวกับเป็นโลกใบเล็กสีทองพร่างพราว ใบหนึ่ง โอบล้อมป้องกันพวกเขาไว้
ทว่าแรงบีบอัดนั้นส่งผลให้อี้เฉิน กระอักเลือดออกมา เพียงไม่กี่เสี้ยววินาที เสียง แกร็ก!! ลั่นออกมาดังก้องฟ้า ม่านพลังสีทองพร่างพราวของอี้เฉิน ก็ค่อยๆ เกิดช่องโหว่ แตกกระจายออกไปทั่ว
จนต้องให้ซีเผิงต้องเอ่ยสั่งการ เหล่าศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ “เหล่าศิษย์ส่งปราณพลังออกไปอุดช่องโหว่ เหล่านั้นเร็วเข้า เราใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ..อี้เฉินเจ้าอดทนอีกนิด”
ทันใดเหล่าศิษย์ต่างก็ได้สติกลับมา เมื่อพวกเขาเห็นผู้อาวุโสซีเผิง ผู้อาวุโสจางเหมย สงครามน้อย ส่งปราณพลังไปปิดช่องโหว่ ไม่ให้วิชาหมื่นโลก ของอี้เฉินต้องพังทลาย คนอื่นๆ ที่ได้สติก็เริ่มทำเช่นเดียวกัน
...ไม่นานเสียงถอนหายใจออกมายาว ด้วยความโล่งอก จากเรือรบที่พังยับ จนมองว่าไม่น่าจะรอดพ้นออกมาได้ “เฮ้อ!! ในที่สุดก็รอดตายมาได้เสียที” พวกเขาหลุดออกมา จากห้วงมิติเวลาตัวหนอนได้ ต่างก็พากันตื่นตา กับภาพเบื้องหน้าที่พวกเขาเห็น
“พวกเจ้าดูนั้นเร็ว”เสียงศิษย์อนุชน ต่างก็เอ่ยพูดออกมาเสียงดัง สืบฝีเท้าไปเกาะ ราวดาดฟ้าเรือรบ มองวิวทิวทัศน์รอบๆ กันอย่างไม่วางตา
บัดนี้เรือรบกำลัง เคลื่อนตัวผ่านช่องเขาขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยหมอกควันของไอน้ำหนา ลอยขึ้นมาเป็นไอ ด้านล่างมองเห็นทะเลแห่งดวงดาว ฉายทอดยาวออกไป ไกลสุดลูกหูลูกตา ก่อนภาพเกาะขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยหมู่ดาว แตกดับนับแสนดวง จะปรากฏอยู่ ภายในครรลองสายตาหมู่ชนบนเรือรบ ส่งให้พวกเขาต่างก็ตาลุกวาว
ครั้นเห็นเกาะขนาดใหญ่ ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพันธุ์สีเขียวขจี พร้อมซากโบราณเก่าแก่ต่างๆ ปรากฏอยู่ทั่ว ราวกับมันอยู่ยืนยง มาจากยุคสมัยเบิกฟ้า ส่งกลิ่นอายความเก่าแก่ โบราณออกมาไม่ขาด เกรงว่าคงจะมีมรดกสืบทอด บางอย่างหลับใหลอยู่ ภายในสถานที่เก่าแก่แห่งนี้ ไม่มากก็น้อย ดวงตาของเหล่าศิษย์ต่างก็เปล่งประกาย จนลืมเรื่อง เรือรบพังเสียหาย ไปเสียแล้วบัดนี้
ทว่าจู่ๆ อี้เฉินก็รู้สึกถึงบางอย่าง ภายในทะเลความรู้ เมื่อตราประทับมังกร ตัวแทนของผู้ปกครองดินแดนเทพ จู่ๆ มันก็เกิดการสั่นไหว อยู่ภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน ออกมาเนืองๆ ราวกับมันดึงดูดบางสิ่ง ภายในสถานที่แห่งนี้
เสียงของเหล่าศิษย์อนุชน เอ่ยพูดออกมาด้วยความตกใจ ครั้นพวกเขาเห็นเรือรบสีทองลำใหญ่กว่าพวกเขา ถึงสองเท่าบินทะยาน มาในอีกทิศทางหนึ่ง “พวกเขาเป็นใครกัน ถึงได้เข้ามาภายในแดนลับหยวนเทียน ได้อย่างสบายๆ เช่นนี้เล่า”
“อืมๆ พวกเรากว่าจะผ่านห้วงมิตินั้นมาได้ เกือบเอาชีวิตไปทิ้งกันแล้ว ..แต่เหมือนพวกเขา จะไม่ได้ใส่ใจพวกเรานะ”
อี้เฉินเองก็รับรู้ได้เช่นกัน ว่าสายตาหลายคู่ บนเรือรบลำนั้น จับจ้องมาที่เรือรบของพวกเขา ก่อนอี้เฉินจะสั่งให้เรือรบไปยังบริเวณ เขตรกร้าง พื้นที่ราบเรียบไร้สิ่งปลูกสร้าง ภาพนั้นต่างก็พาให้เหล่าศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ ต่างก็ไม่เข้าใจถึงการกระทำ ของจักรพรรดิอี้เฉิน แต่พวกเขาหรือจะกล้าคัดค้าน
แม้แต่เสียงหัวเราะ บนเรือรบสีทองลำนั้น ยังหัวเราะพวกเขาออกมาดังก้อง มองว่าพวกอี้เฉิน หวาดกลัวพวกเขา จึงต้องถอยหนีไปยังเขตรกร้าง พร้อมกับเรือรบของพวกเขา พุ่งปราดไปยังพื้นที่สีเขียวขจี ส่งสายตาดูถูกเย้ยหยัน ออกมาอย่างไม่เกรงใจ ผิดกับบริเวณที่พวกอี้เฉินจะไป “ฮ่าๆ เกรงว่าพวกมันคงจะเกรงกลัว จนไม่กล้าสู้หน้าพวกเรา คนดินแดนจักรพรรดิแล้วกระมัง”
ผู้อาวุโสผู้นำทั้งสาม ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดของเรือรบ ต่างก็ส่ายหัวให้กับคำพูด ของเหล่าอนุชนรุ่นเยาว์ พวกเขามองปราดเดียวก็ดูออกว่าเป็นคนของ ดินแดนเทพ “พวกเขาถึงว่ามีโชคกันไม่น้อย เข้ามาภายในแดนลับหยวนเทียนแห่งนี้ แล้วไม่ตายตกได้ ถือว่าปาฏิหาริย์แล้ว แม้แต่ขั้นจักรพรรดิ ยังไม่กล้าบุ่มบ่าม สืบฝีเท้ามาที่นี่”
ผู้อาวุโสชราอีกคนเองก็กล่าวพยักหน้า เห็นด้วยเช่นกัน ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงแหบพร่าออกมา “เจ้าเห็นหรือเปล่าพวกเขามีแต่จอมยุทธ์ อายุไม่มากกันทั้งนั้น แถมคนที่สวมใส่อาภรณ์สีดำตัดลวดลายทอง รู้สึกว่า เขาผู้นั้น จะไม่ธรรมดาเลย”
“เจ้าเองก็รู้สึกเช่นนั้นหรือ” แต่แล้วในทันใด พวกเขาก็ต้องเบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง กับภาพทิศทางที่อี้เฉินจะไป
แม้แต่สงครามน้อยที่เอ่ยทักท้วงผู้เป็นอาจารย์ “เหตุใดเราไม่ไปบริเวณเดียวกับพวกเขาล่ะ ท่านอาจารย์ ข้าไม่กลัวพวกเขาหรอกนะ” แต่เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า สงครามน้อย ต้องรีบอุดปากเงียบ ยิ้มหน้าเจื่อน ให้ผู้เป็นอาจารย์ในทันใด
เมื่อจู่ๆ บริเวณพื้นที่ราบเรียบไร้สิ่งปลูกสร้าง ปรากฏพลังชีวิต โพยพุ่งขึ้นมาอย่างมากมาย ส่งให้ต้นไม้ใบหญ้าเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนรอบๆ เขียวขจี ในเวลาไม่กี่เสี้ยวอึดใจ
แต่เห็นที ที่ทำให้พวกเขาตาลุกวาว เกรงว่าจะเป็นต้นโพธิ์ที่อยู่ใจกลาง สูงตระหง่านงดงาม เต็มไปด้วย เมล็ดพันธุ์ ระดับสูง อายุน่าจะเก่าแก่ไม่น้อย
‘ว่ากันว่าเมล็ดพันธุ์ระดับตำนาน ไม่มีอยู่ตั้งแต่ยุคสมัยของจักรพรรดิโบราณ ทว่าบัดนี้กลับมี ต้นโพธิ์อายุเก่าแก่ ปรากฏออกมาเบื้องหน้า จะไม่ให้พวกเขาดวงตาโลภ ลุกวาวได้อย่างไร’
“ตามพวกมันไปเร็วเข้า!!” น้ำเสียงแหบพร่า ผู้อาวุโสกล่าว สั่งการออกมา ด้วยความรีบร้อน แม้แต่เหล่าศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ ที่เคยพูดจาถากถางคนดินแดนเทพ พวกเขายังหน้าเขียวคล้ำ ต้องรีบกลืนคำพูดเย้ยหยันเหล่านั้น กลับลงคอไปอย่างไว