จักรพรรดิต้องเข้าประชุมเช้า ต้องจัดการราชกิจ รับรองเหล่าขุนนาง และมีเื่อื่น ๆ อีกมากมาย จึงนับเป็ผู้ที่ยุ่งมากคนหนึ่ง
ดังนั้นต่อให้ถังเป่าจะรีบร้อนเพียงใด ก็ไม่มีทางได้พบกับท่านพ่อที่นางเฝ้าคะนึงหาได้ในทันที
กู้เวิ่นสิงไม่ได้รีบร้อนปลอบนาง แต่ใช้เสียงเนิบนาบแนะนำสิ่งของแปลกใหม่ภายในหออุ่นตะวันออกให้ถังเป่าฟัง
เด็กน้อยน่ะ ขอเพียงเบี่ยงเบนความสนใจได้ก็สำเร็จ เื่นี้เขาเข้าใจดี
และเป็ไปตามคาด เพียงกู้เวิ่นสิงพูดไม่กี่ประโยค ความสนใจของถังเป่าก็ถูกดึงดูดไป และเริ่มฟังอย่างตั้งใจ
นางยังส่งเสียง "ว้าว!" หรือตบมือน้อย ๆ เป็ระยะ ทำให้ถังเป่าดูเป็ผู้ฟังตัวน้อยที่ให้ความร่วมมือดีเยี่ยมจริง ๆ
จักรพรรดิคังซีแอบฟังอยู่หน้าประตูพักใหญ่ ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะ "คิก ๆ ๆ " ของถังเป่า ในใจก็พลันเต็มไปด้วยความอิจฉา
"แค๊ก ๆ ถังเป่าของท่านพ่อกำลังหัวเราะอยู่ใช่หรือไม่!"
จักรพรรดิคังซีจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และตั้งใจส่งเสียงดังขณะก้าวเท้าเข้าประตู
หึ เขาต่างหากที่เป็คนที่สำคัญที่สุดในใจของถังเป่า!
เมื่อนึกถึงถังเป่าที่กอดเขาแล้วร้องไห้อย่างน่าสงสารเมื่อวานนี้ ความมั่นใจในใจของจักรพรรดิคังซีก็พองโตขึ้น พร้อมกับเชิดคางขึ้นสูง
ถังเป่าที่ถูกโกวหงอุ้มไว้ในอ้อมกอดนั้น เปรียบเสมือนเครื่องตรวจจับสัญญาณของท่านพ่อโดยแท้
ทันทีที่ได้ยินเสียงของจักรพรรดิคังซี ศีรษะเล็ก ๆ ของนางก็หันขวับไปยังทิศทางของเสียงทันที ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความดีใจที่ไม่อาจกักเก็บไว้ได้
"คางคก! คางคก~!"
ขาสั้น ๆ ทั้งสองข้างของนางถีบไปมาด้วยความตื่นเต้น โกวหงจึงรีบวางนางลงบนพื้น
ถังเป่าก้าวเท้าเล็ก ๆ "ตึก ๆ ๆ " วิ่งอย่างรวดเร็วไปตรงหน้าจักรพรรดิคังซี และถูกเขาอุ้มขึ้นมาเต็มวงแขน
"ให้ท่านพ่อดูซิว่า ถังเป่าของพวกเราทานอาหารเช้าเรียบร้อยดีหรือไม่!"
จักรพรรดิคังซีอุ้มถังเป่าด้วยมือเดียว ทำท่าชั่งน้ำหนักนางขึ้นลง ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงจากถังเป่า
"ถังเป่าทานข้าวเยอะแยะเลย!"
"อืม" จักรพรรดิคังซีััอย่างตั้งใจ จากนั้นจึงคลายคิ้วและเอ่ยชมถังเป่า "ถูกต้อง ถังเป่าหนักขึ้นกว่าเมื่อวานนิดหน่อยนะ! ดูท่าจะทานข้าวเก่งจริง ๆ !"
แขนเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของถังเป่าโอบรอบคอของจักรพรรดิคังซี หัวเราะจนตาปิด
เมื่อถังเป่าหัวเราะเสร็จ นางก็เริ่มถามกลับจักรพรรดิคังซี "แล้วคางคกเล่า? ทานอิ่มหรือยังเพคะ?"
เอ่อ
ก่อนเข้าประชุมเช้า โดยปกติจักรพรรดิคังซีจะทานขนมทานเล่นเพียงไม่กี่คำเพื่อรองท้องเท่านั้น หากทานอิ่มเกินไป หรือดื่มน้ำแกงจำนวนมาก หากถึง่เวลาสำคัญแล้วเขาง่วงนอน หรืออยากเข้าห้องน้ำจะทำอย่างไร?
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าถังเป่า จักรพรรดิคังซีไม่อยากให้นางกังวล จึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "แน่นอนว่าทานอิ่มแล้ว!"
"คางคกโกหก!"
ถังเป่าจับจุด่เวลาที่จักรพรรดิคังซีหยุดชะงักไปสองวินาทีได้อย่างแม่นยำ นางจ้องมองจักรพรรดิคังซีด้วยสายตาตำหนิราวกับจะบอกว่า ‘ท่านโกหกถังเป่าได้อย่างไร’
จากนั้นนางก็หันไปหากู้เวิ่นสิง "กู้กงกง คางคกต้องทานข้าวด้วย!"
ท่านย่าตัวน้อยจัดการวางแผนให้ท่านพ่อของนางเสียแล้ว!
เื่นี้ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอดหัวเราะไม่ได้
มุมปากของกู้เวิ่นสิงยกขึ้นเล็กน้อย พร้อมยิ้มกล่าวว่า "บ่าวจะรีบสั่งให้เตรียมสำรับเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ"
ถังเป่าส่งสายตา ‘ท่านเก่งมาก’ ให้เขาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็หันกลับมาอบรมท่านพ่อของนางต่อ
"ทำแบบนี้ไม่ได้นะเพคะ!"
ถังเป่าพยายามทำหน้าบึ้งตึง เมื่อเห็นสีหน้ายิ้มแย้มของจักรพรรดิคังซี นางก็รู้สึกโกรธนิด ๆ เพราะคิดว่าท่านพ่อไม่ได้ตั้งใจฟังนางพูด
ดังนั้นนางจึงยื่นมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างออกไปกุมใบหน้าของจักรพรรดิคังซีไว้ แล้วออกแรงบีบเนื้อนุ่ม ๆ ที่แก้มให้มารวมกันตรงกลาง
"ต้องทานข้าวถึงจะตัวสูงนะเพคะ ต้องเป็เด็กดีนะ!"
คังซีผู้ซึ่งไม่มีทางสูงขึ้นได้อีกแล้วถูกควบคุมโดยเด็กน้อย จึงได้แต่ก้มหน้าอย่างว่าง่าย "อืม ท่านพ่อผิดไปแล้ว โชคดีที่มีถังเป่าของพวกเราคอยดูแลนะ!"
ถังเป่ารู้สึกภูมิใจมาก สุขภาพร่างกายของท่านพ่อต้องให้นางเป็ผู้ดูแล!
หลังจากอยู่เป็เพื่อนจักรพรรดิคังซีทานอาหารเสร็จ และจัดการราชกิจอีกครู่หนึ่ง จักรพรรดิคังซีก็ลูบผมที่นุ่มนิ่มของถังเป่า
"ถังเป่า ท่านพ่อจะพาเ้าออกไปเดินเล่นดีหรือไม่?"
ถังเป่ากำลังแกะวงแหวนเก้าชั้น ซึ่งเป็ของเล่นที่ทำจากหยก สลักเสลาอย่างประณีตและสวยงามมาก แต่สำหรับถังเป่าที่เพิ่งลองเล่นเป็ครั้งแรก มันช่างยากลำบากเหลือเกิน...
เมื่อได้ยินคำถามของจักรพรรดิคังซี ถังเป่าจึงโยนวงแหวนเก้าชั้นทิ้งด้วยความรู้สึกผิด พร้อมกับใช้เท้าเล็ก ๆ เตะมันไปที่มุมห้องเบา ๆ
...อย่างไรเสีย ตอนนี้นางไม่มีอารมณ์จะเล่นสิ่งนี้แล้ว!
"ดีเพคะ ดีเพคะ พวกเราออกไปเล่นกัน!"
สำหรับถังเป่าตัวน้อย แม้นางจะชอบตำหนักเฉียนชิงที่หรูหราและงดงาม แต่โลกภายนอกที่สามารถหายใจได้อย่างอิสระนางก็ชอบเช่นกัน
ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ คนที่อยู่เป็เพื่อนคือท่านพ่อ!
ดังนั้น ไม่ว่าจะไปที่ใด นางก็มีความสุขทั้งนั้น! หากวันหน้าหาพี่ชายเจอ และมีคนอยู่เป็เพื่อนมากขึ้น ก็คงจะยิ่งมีความสุขกว่านี้!
ถังเป่าคิดอย่างร่าเริง
สองพ่อลูกหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก จูงมือกันเดินทอดน่องไปจนถึงตำหนักหนิงโซ่วทางทิศตะวันออกของพระราชวังต้องห้าม
ที่นี่มีพระราชวังขนาดใหญ่ตั้งอยู่เช่นกัน
ถังเป่าเงยศีรษะเล็ก ๆ สังเกตสัตว์ตัวน้อยที่หมอบอยู่บนมุมหลังคาที่เชิดขึ้น จากนั้นก็ถูกนกที่สยายปีกบินบนท้องฟ้าดึงดูดสายตาไป ตามด้วยกำแพงวังที่สูงตระหง่านและสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้นางตื่นตาตื่นใจจนมองแทบไม่ทัน...
จนกระทั่งถังเป่ารู้สึกตัวอีกครั้ง นางก็พบว่าท่านพ่ออุ้มนางมานั่งอยู่ต่อหน้าหญิงชราท่านหนึ่งแล้ว
หญิงชรามีใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความเมตตา และมองถังเป่าด้วยรอยยิ้ม เพียงแต่หญิงชราดูเหมือนจะป่วย เดิมทีนอนราบอยู่บนเตียง เมื่อเห็นท่านพ่อและนางจึงฝืนพยุงตัวขึ้นมานั่งกึ่งนอน เสียงหายใจหนักหน่วง ดูท่าทางเหนื่อยล้ามาก
เนื่องจากไทเฮาเป็ชาวมองโกเลีย ไม่สันทัดทั้งภาษาแมนจูและภาษาจีน จักรพรรดิคังซีจึงสื่อสารกับนางด้วยภาษามองโกเลีย
"ท่านแม่ นี่คือองค์หญิงสิบสี่ของลูก ก่อนหน้านี้มารดาของนางถูกส่งไปยังตำหนักเย็น และให้กำเนิดนางที่นั่น ลูกเพิ่งทราบถึงการมีอยู่ของนางเมื่อวานนี้เอง"
ไทเฮาได้ยินเื่ราชโองการของจักรพรรดิคังซีเมื่อวานนี้แล้ว ในใจจึงมีความอยากรู้อยากเห็นต่อองค์หญิงสิบสี่ที่ไม่เคยพบหน้าท่านนี้ หลังจากสังเกตอย่างละเอียดแล้วจึงกล่าวว่า
"ดูท่าจะเป็เด็กดีที่เรียบร้อยมาก"
แน่นอนอยู่แล้ว จักรพรรดิคังซีก้มลงมองถังเป่า นางฟังภาษามองโกเลียไม่ออก ในตอนนี้จึงมองสลับไปมาระหว่างเขากับไทเฮาด้วยความมึนงง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา
ไทเฮามองถังเป่าแล้วรู้สึกยินดีในใจ จึงใช้ภาษาแมนจูซึ่งหาได้ยากยิ่งว่าถามนาง "สิบสี่น้อย ปีนี้เ้าอายุเท่าไหร่แล้ว?"
ถังเป่ารู้แล้วว่า ‘สิบสี่น้อย’ และ ‘องค์หญิงสิบสี่’ คือคำเรียกนาง นางนึกย้อนกลับไปแล้วชูนิ้วเล็ก ๆ สามนิ้วขึ้นมาประกอบ
"ถังเป่า สามขวบแล้วเพคะ!"