ตอนที่หนึ่งร้อยแปดสิบสี่ น้ำผึ้งคือของฟุ่มเฟือย
ด้วยเหตุผลบางประการภูตผีปีศาจชอบน้ำแดงหรือของหวานมาก
นับเป็นคำถามน่าสนใจมากกว่าน้ำตาลเป็นสิ่งเสพติดตามที่พวกทฤษฎีสมคบคิดว่ากันไว้จริงๆหรือ?
แม้กระทั่งผีที่ไร้กายเนื้อก็ยังไม่รอดพ้นจากน้ำตาลไปได้?
ตามตำนานก็มีการกล่าวว่าพวกน้ำผึ้งนั้นคือของฟุ่มเฟือย
ศาสนาโบราณสอนว่าเราควรจะห่างไกลจากบาปและห่างไกลจากน้ำผึ้งนั้นเสีย
หากเราสังเกตตามประวัติศาสตร์เราจะพบว่าน้ำผึ้งนั้นคือหนึ่งในเครื่องบรรณาการด้วยเพราะเบไว้ได้นานและมีราคาดีเป็นที่ต้องการของผู้คนเสมอ
ข้าวทอดผสมน้ำผึ้งหมูหรือเนื้อหมักน้ำผึ้งคืออาการที่หรูหราเวลาเขียนบรรยายในประวัติศาสตร์
มีการกล่าวว่าเจอน้ำผึ้งของบรรณาการอายุนับพันปีก็ยังสามารถทานได้อยู่
แน่นอนว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากไปจนไม่มีใครกล้ากินแน่ๆ
หรือของอายุตั้งพันปีแล้วใครจะกล้ากินลงไปฟะ?
แต่เด็กที่กลายเป็นวิญยาณไปแล้วนั้นก็ยังชอบน้ำแดงน้ำหวานอยู่
น่าสนใจอย่างมากว่าความหวานนั้นสามารถข้ามมิติได้
มิน่าตำราศาสนาถึงได้เตือนเรื่องน้ำผึ้งว่าคือของฟุ่มเฟือยเอาไว้
และคอืของที่ล่อหลอกได้ดีมาก
“ได้ทุกวันเลยหรือ? จริงๆนะ”
ผีเด็กที่กำลังขโมยน้ำหวานจากชาวบ้านที่มาดูหนังกล่าวอย่างร่าเริง
“จริงถ้าเอ็งแปะโป้งลงบนแบบเฟิม โฟมฟอม อะไรนี่ล่ะ ตามทำตามที่พี่เจิดต้องการและแจ้งล่วงหน้าเวลาน้ำหวานจะหมดก่อน”
เจิดได้เตรียมสัญญาปีศาจ เอ๊ยสัญญาวิญญาณเอาไว้
ที่เขาใช้เวลาค้นคว้าจากคัมภีร์ตัลมุดในเรื่องการตีความสัญญามาและอาศัยประสบการณ์จากการที่เคยพูดคุยกับชาวยิวในชาติก่อน
ว่าเขามั่นใจมากว่า
คนที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์คุยกับชาวยิวจะไม่มีทางเข้าใจเด็ดขาดว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าในเรื่องของสัญญาต่างๆ
และผมจะไม่ยอมให้ไอ้พวกนี้มาหักคอผมแน่ๆหากผมเกิดการติดธุระหรือไม่ว่างมาเปลี่ยนน้ำแดงให้กับพวกมัน
หากวิชาร่างสัญญาของชาวยิวใช้กับพระเจ้าได้ก็น่าจะใช้กับพวกวิญญาณเด็กที่ไม่จบป.สี่ด้วยนั่นล่ะ
เราต้องป้องกันตนเองไว้ก่อนเวลาจะเจอเหตุการณ์แปลกๆที่ไม่คาดหมายในอนาคต
ชาวยิวที่โดนพระเจ้าลงโทษมาหลายครั้งในหน้าประวัติศาสตร์หลายพันปี
เลยเป็นคนที่ระแวงเหตุการณ์ไม่คาดหมายเอามากๆ
ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่ดีผมเลยเอามาปฏิบัติตามนี่ล่ะ