ประตูแง้มออกเล็กน้อยใบหน้ากลมอวบยื่นออกไปเล็กน้อย
“หมี่เซียงหลิง! หมี่เซียงหลิง!”
“เพคะ องค์ชาย”นางย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นเพื่อจะได้มองใบหน้าเล็กๆ นั้นได้ถนัด“ประสงค์สิ่งใดหรือเพคะ?”
“เจ้ามีเงินให้พวกข้ายืมบ้างหรือไม่?”
“เอ๋?เงินหรือเพคะ?” หมี่เซียงหลิงเห็นท่าทงจริงจังขององค์ชายน้อยแล้วถึงชะงักองค์ชายอยู่ในวังหลวงล้วนมีทุกอย่างพร้อมสรรพจะเอาเงินไปทำไมกัน?
“หม่อมฉันไม่ได้พกเงินเพคะแต่ผู่เหม่ยน่าจะมี” นางหันหน้าไปทางนางกำนัลคู่หู“เจ้าพอจะมีเงินสักสองพวงหรือไม่?”
“อืม...มีสิ”ผู่เหม่ยเองก็ทำหน้าที่นางกำนัลที่คอยช่วยดูแลองค์ชายน้อยทั้งสองมาพร้อมกับหมี่เซียงหลิงนางคุกเข่าลงล้วงเอาเงินสองพวงออกมายื่นให้องค์ชาย
“พอหรือไม่เพคะ?”
“ไม่รู้เหมือนกันนะ”หมี่ฮุ่ยชิงหยิบเอาเงินสองพวงนั้นแล้วปิดประตูวิ่งตื๋อเข้าไปโต๊ะกลางในทันที“ได้เงินมาแล้ว” หมิงฮุ่ยชิงยื่นเงินพวงหนึ่งให้แฝดผู้พี่
เหลียงเจินซินอมยิ้ม“เริ่มได้แล้วพะยะค่ะ” นางหันไปหาไป๋ฉิงเหวิน “เจ้าเอาเงินออกมาสิ!เราจะเปิดบ่อนกันแล้ว”
“ได้! เริ่มกันเลย”
เหลียงเจินซินเช็ดถ้วยชามีฝาปิดแล้วนำลูกเต๋าสามลูกใส่ลงไปเมื่อนางเริ่มเขย่าถ้วยชาด้วยลีลาแปลกๆหมิงฮุ่ยถิงกับหมิงฮุ่ยชิงก็หัวเราะเริงร่าเพราะเห็นว่าท่าทางของนางตลกดี
“เอาล่ะ...เริ่มลงพนันได้จะเลือกสูงหรือต่ำ?”
หมิงฮุ่ยถิงวางเงินทั้งพวงลงไปด้านซ้ายของกระดานไป๋ฉิงเหวินเห็นเช่นนั้นก็ร้องเอะอะ “องค์ชายทำเช่นนั้นไม่ได้นะพะยะค่ะ”
ใบหน้าอวบขาวหันมามองมือปราบหนุ่มพร้อมทั้งยกแขนป้อมๆขึ้นกอดอก
“ทำไมเล่า?ก็นักสืบซินบอกให้วางเงินแล้วนี่?”
“ทำแบบนั้นหากแพ้พนันก็สูญเงินเลยนะพะยะค่ะพวกเราเล่นเพื่อความสนุกต้องใส่ไปทีละเหรียญจะดีกว่า”ว่าแล้วไป๋ฉิงเหวินก็แกะเงินจากพวงออกมาเหรียญที่มีรูตรงกลางนับร้อยเหรียญก็ร่วงลงบนพื้นโต๊ะ ชายหนุ่มจึงโกยเก็บใส่ถุงผ้าที่เตรียมมา“เราลงทีละเหรียญก็พอพะยะค่ะ” มือปราบหนุ่มจึงวางเงินลงเป็นตัวอย่างหนึ่งเหรียญ
“อ้อ...”เด็กน้อยทั้งสองก็หันไปแกะพวงเงินของตนเองโดยมีเหลียงเจินซินวางถ้วยชาลงแล้วไปค้นหาถุงผ้าในห้องมาสองถุงเพื่อให้ทั้งสองใส่เหรียญองค์ชายน้อยที่มีถุงเงินคนละถุงต่างเขย่าถุงด้วยความสนุกสนานเสียงเหรียญกระทบกันอยู่ในถุงสร้างความตื่นเต้นได้ดียิ่งยิ่งเขย่าพวกเขาก็ยิ่งสนุก
กรุ๊งกริ๊ง! กรุ๊งกริ๊ง!
“เจ้าฟังสิเสี่ยวชิงเสียงเหรียญของพวกเราฟังไพเราะยิ่ง”
แล้วองค์ชายน้อยทั้งสองก็เริ่มเขย่าถุงเหรียญอีแปะแข่งขันจนไป๋ฉิงเหวินเริ่มหนวกหู“เอาล่ะๆ พะยะค่ะ อย่ามัวแต่เขย่าเหรียญแข่งกันเลยพวกเราจะเล่นสูงต่ำกันมิใช่หรือ?”
“จริงสิ...”เมื่อองค์ชายหมิงฮุ่ยถิงนึกขึ้นได้ก็หันมาหาเหลียงเจินซิน“เมื่อกี้เจ้าบอกให้พวกเราลงพนันแล้วมิใช่หรือ?”
“พะยะค่ะ ลงได้เลยหม่อมฉันจะเขย่าอีกครั้งแล้ว”
มือกลมป้อมทั้งสองวางเหรียญอีแปะลงคนละฝั่ง
“ข้าว่าต้องออกสูง”
“แต่ข้าว่าต้องออกต่ำ”
เหลียงเจินซินอมยิ้มที่องค์ชายทั้งสองมีความเห็นไม่ตรงกันครั้งแรก
“เอาล่ะๆเรามาดูกันว่าตกลงต่ำหรือสูง” นางแง้มฝาเปิดออก “สี่ ห้า หก รวมเป็นสูงพะยะค่ะ”
องค์ชายหมิงฮุ่ยถิงร้องเฮ้ลั่นจนองครักษ์ทั้งสองตกอกตกใจ
“จุ๊ๆองค์ชายอย่าเสียงดังสิพะยะค่ะประเดี๋ยวพวกข้างนอกเข้ามาดูล่ะก็พวกเราต้องถูกลงโทษนะพะยะค่ะ”
หมิงฮุ่ยชิงรีบยกนิ้วชี้ขึ้นทาบริมฝีปากเล็กๆอวบอิ่มของตนเอง “จุ๊ๆ เสี่ยวถิงเจ้าเกือบทำเสียเรื่องแล้วนะ”
“อ้อๆ ข้าขอโทษข้ามัวแต่ดีใจที่ชนะ” ใบหน้าของซาลาเปาน้อยหันไปทาง เหลียงเจินซิน“ตกลงว่าข้าได้เงินใช่หรือไม่?”
“พะยะค่ะองค์ชายจะได้เพิ่มเป็นสองเหรียญ”นักสืบซินผู้ทำหน้าที่เป็นเจ้ามือหยิบเอาเงินขององค์ชายหมิงฮุ่ยชิงไปวางรวมกับเงินของแฝดผู้นี้แล้วเลื่อนไปตรงหน้าองค์ชายน้อย"นี่พะยะค่ะ เงินชนะพนัน”
“หือ! เอาเงินของข้าไปให้เสี่ยวถิงได้ยังไงกัน?”
เหลียงเจินซินเห็นท่าทางฮึดฮัดขององค์ชายแฝดผู้น้องแล้วก็เกือบกลั้นเสียงหัวเราะไว้มิได้ไป๋ฉิงเหวินต้องรีบเข้ามาปลอบใจแล้วอธิบายให้องค์ชายน้อยฟัง
“องค์ชายพะยะค่ะพระองค์ช่องนี้คือแพ้พนันนะพะยะค่ะเราสองคนแพ้เหมือนกันก็เลยต้องเสียเงินให้เจ้ามือแล้วเจ้ามือก็เอาไปจ่ายให้กับคนที่ชนะพนัน”
แม้จะอธิบายแล้วแต่หมิงฮุ่ยชิงก็ยังไม่พอพระทัยกอดอกเชิดหน้าบิดไปบิดมา
“ข้าอยากจะชนะบ้าง!”
“เช่นนั้นองค์ชายก็ต้องเลือกให้ถูกข้างพะยะค่ะ”มือปราบไป๋รีบชี้แจง
“เจ้าพาข้าเลือกสิ...แต่ห้ามแพ้นะข้าอยากได้เงินบ้าง”
ไป๋ฉิงเหวินทำหน้าเพลียละเหี่ยใจจะพนันยังไงให้ชนะล่ะนี่? เหลียงเจินซินหัวเราะคิกคักจนมือปราบหนุ่มต้องหันมาทำตาดุใส่ญาติผู้น้อง
“เอาอย่างนี้ดีไหม?เดี๋ยวข้าเล่นเป็นเพื่อนองค์ชายเอง เจ้ามาเป็นเจ้ามือดีกว่าเสี่ยวเหวิน”
ไป๋ฉิงเหวินยิ้มออกมาได้“เออ...อย่างนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย” มือปราบหนุ่มรีบเปลี่ยนที่นั่งโดยไวจากนั้นเหลียงเจินซินจึงทำหน้าที่ผู้เล่นช่วยองค์ชายหมิงฮุ่ยชิงจนชนะได้เงินมาเพิ่มสิบกว่าเหรียญองค์ชายหมิงฮุ่ยถิงที่เริ่มเสียไปหลายอีแปะชักใจคอ ไม่ดี
“ข้าเสียไปหลายอีแปะแล้วเล่นข้างเดียวกับพวกเจ้าดีกว่า”
ไป๋ฉิงเหวินเห็นว่าองค์ชายทั้งสองเริ่มเข้าใจกติกาแล้วจึงเสนอให้พวกเขาลงทีละห้าอีแปะทุกคนตกลง ครั้นองค์ชายทั้งสองเริ่มเห็นว่าตนชนะได้เงินมากขึ้นก็สนุก หมิงฮุ่ยชิงเห็นว่ายิ่งลงมากยิ่งได้เงินมาก
“ข้าอยากลงมากกว่านี้ได้หรือไม่?”
“ได้พะยะค่ะแต่หากเสียพนันห้ามโอดครวญเด็ดขาด”
“ได้!ข้าเป็นองค์ชายคำไหนคำนั้น” เด็กน้อยเชิดหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ ในเมื่อชนะมาติดๆกันนับสิบกว่าตาแล้วจึงมองไม่ออกว่าจะเสียจนต้องโอดครวญได้อย่างไร?หมิงฮุ่ยชิงควักออกมาสิบเหรียญวางพนันลงไปหมิงฮุ่ยถิงเห็นเช่นนั้นก็ไม่ยอมแพ้จึงควักเหรียญออกจากถุงมาในปริมาณที่มากกว่า
“ข้าเป็นพี่ข้าต้องกล้าหาญมากกว่า”
ทั้งสองต่างคนต่างก็ไม่ยอมแพ้วางพนันตานี้แล้วชนะก็ยิ่งฮึกเหิม
“เห็นหรือไม่?ข้าได้เงินมากกว่าเจ้าแล้ว”
หมิงฮุ่ยชิงรู้สึกเจ็บใจจึงถอดเอาหยกที่แขวนเอวของตนเองออกมาวางบนกระดานพนัน“เอานี่เลยดีกว่า...หยกของข้าแพงกว่าเงินทั้งถุงนี่อีก”
“หือ!เจ้าคิดว่าหยกของเจ้าแพงผู้เดียวหรือไร?”
ไป๋ฉิงเหวินกับเหลียงเจินซินเห็นองค์ชายน้อยดูจะเอาชนะกันไม่เลิกแล้วนี่ก็ใกล้เวลาที่ต้องเสด็จไปเสวยพระยาหารเที่ยงแล้วเพื่อให้ยุติการเล่นได้เร็วสองพี่น้องนักสืบจึงหันไปพยักหน้าให้กันและกัน
“ตกลงพะยะค่ะหากตานี่องค์ชายทั้งสองแพ้ เราก็ปิดบ่อนนะพะยะค่ะ”
องค์ชายทั้งสองหันไปพยักหน้าให้กันแล้วหันไปจ้องไป๋ฉิงเหวินเขม็ง“ได้เลย!” มือป้อมกลมทั้งสองกำหยกเขียวสูงค่าคนละอันแล้ววางลงไปด้านต่ำด้วยกัน
ไป๋ฉิงเหวินเริ่มเขย่าถ้วยน้ำชาโดยยกมือขึ้นสูงเหนือศีรษะด้านซ้ายทีขวาทีจากนั้นก็ลุกขึ้นยกหัวเข่าขึ้นแล้วลอดถ้วยน้ำชาไปทีละข้างองค์ชายน้อยทั้งสองนั่งปรบมือแปะๆ ยิ้มร่าพอใจจนลืมไปว่าตนเองกำลังเล่นพนันอยู่
โป๊ก!มือปราบหนุ่มวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะค่อนข้างแรง
“ได้เวลาเปิดแล้วพะยะค่ะ!”
******************************

