ฝนตกั้แ่เช้ามืดเม็ดฝนเล็กๆ กระทบหลังคาบ้านพักโฮตารุเป็จังหวะสม่ำเสมอ มาซาอากินั่งอยู่ริมหน้าต่าง
ถือหนังสือในมือแต่ไม่ได้อ่านสายตาเฝ้ามองหยดน้ำที่ไหลลงตามกระจก หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาว ูเาที่เคยมองเห็นทุกเช้าหายไปเหลือเพียงเงารางๆ โลกดูเงียบกว่าปกติ จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อกก๊อก
“คุณคุโรคาวะ!”
ไม่ต้องเดาก็รู้
“เปิดหน่อยค่ะ!”
มาซาอากิถอนหายใจก่อนเดินไปเปิดประตูและพบอาโออิยืนอยู่พร้อมร่มสีเหลืองสด แก้มแดงเพราะอากาศเย็น ผมบางส่วนเปียกฝน
“คุณรู้ไหมว่าคนปกติเขานัดกันก่อน”
“รู้ค่ะ”
“แล้ว?”
“ฉันไม่ได้นัด”
“...”
“ฉันมาเลย”
เธอยิ้มกว้างราวกับเป็คำอธิบายที่สมบูรณ์แบบ
“มีอะไร”
“เบื่อ”
“ผม?”
“ฉัน”
“...”
“วันที่ฝนตกน่าเบื่อ” เธอชี้นิ้วมาทางเขา
“เพราะงั้นคุณต้องช่วย”
“ทำไมต้องเป็ผม”
“เพราะคุณก็ดูเบื่อเหมือนกัน”
มาซาอากิส่ายหน้าแต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามเธอออกไปเหมือนทุกครั้ง
...
ปลายทางคือบ้านไม้หลังหนึ่งที่อยู่หลังสวนแอปเปิล
“บ้านคุณ?”
“ใช่ค่ะ”
อาโออิเปิดประตูก่อนหันมายิ้ม “ยินดีต้อนรับ”
กลิ่นไม้กลิ่นชาและกลิ่นอาหารอ่อน ๆ ลอยออกมาต้อนรับทันที บรรยากาศอบอุ่นอย่างประหลาด
“อาโออิ กลับมาแล้วเหรอ” เสียงผู้หญิงดังมาจากด้านใน
ไม่นานนักหญิงวัยห้าสิบต้นๆ ก็เดินออกมาใบหน้าคล้ายอาโออิอยู่หลายส่วนโดยเฉพาะรอยยิ้ม
“สวัสดีครับ” มาซาอากิโค้งศีรษะ
“อ้อ แขกจากโตเกียวสินะ” เธอยิ้มอ่อนโยน
“ฉันมิซากิค่ะ”
“คุโรคาวะ มาซาอากิครับ”
“ฝากดูแลลูกสาวจอมวุ่นวายคนนี้ด้วยนะคะ”
“คุณแม่!” อาโออิร้องทันที
“หนูไม่ได้วุ่นวาย”
“จริงเหรอ”
“...นิดหน่อย”
มิซากิหัวเราะส่วนมาซาอากิเริ่มเข้าใจแล้วว่าอาโออิได้บุคลิกมาจากใคร
...
หลังดื่มชาเสร็จอาโออิก็ลากเขาขึ้นชั้นสอง
“เดี๋ยวก่อน”
“เร็วค่ะ”
“คุณจะพาคนเพิ่งรู้จักเข้าห้องเลยเหรอ”
“คิดอะไรอยู่คะ” เธอหรี่ตามอง
“ก็...”
“นี่ห้องทำงานต่างหาก”
“คุณพูดให้ชัดั้แ่แรกก็ได้”
“แกล้งคุณสนุกกว่า” หญิงสาวหัวเราะอย่างภูมิใจก่อนเปิดประตูห้อง
มาซาอากิก้าวเข้าไปแล้วหยุดนิ่งทั้งห้องเต็มไปด้วยรูปถ่ายบนผนัง บนชั้นหนังสือ บนโต๊ะ ในกรอบรูป ในอัลบั้ม แม้แต่หน้าต่างยังมีรูปเล็ก ๆแขวนอยู่นับร้อยไม่สิอาจนับพัน ภาพดอกไม้ ูเา แมว เด็ก ผู้สูงอายุ หิมะ สายฝน แสงแดดชีวิตประจำวัน ทุกอย่างในหมู่บ้านแห่งนี้ถูกเก็บเอาไว้ในห้องนี้
“ว้าว...” เป็คำเดียวที่หลุดออกมาจากปาก
อาโออิยิ้มดูภูมิใจเล็กน้อย
“เยอะใช่ไหม”
“มาก”
“นี่แค่ส่วนหนึ่งนะ”
“ส่วนหนึ่ง?”
“ที่เหลืออยู่ในกล่อง”
มาซาอากิหัวเราะอย่างไม่อยากเชื่อก่อนเดินสำรวจช้าๆ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกแปลกเพราะภาพทุกภาพเหมือนถูกถ่ายด้วยความตั้งใจไม่ใช่แค่บันทึกเหตุการณ์แต่เหมือนกำลังพยายามเก็บความรู้สึกเอาไว้
...
“ภาพนี้ถ่ายเมื่อไร” เขาถามพลางหยิบกรอบรูปหนึ่งขึ้นมาเป็ภาพเด็กหญิงตัวเล็กกำลังยิ้มใต้ต้นแอปเปิล
“ฉันตอนสิบขวบ”
“คุณแทบไม่เปลี่ยนเลย”
“โกหก”
“จริง”
“ตอนนั้นฉันน่ารักกว่านี้”
“มั่นใจจังนะ”
“แน่นอนค่ะ”เธอตอบทันทีก่อนหัวเราะ
แต่แล้วรอยยิ้มก็ค่อยๆ จางลงเล็กน้อย เมื่อสายตาเหลือบมองภาพถ่ายอีกใบที่อยู่ใกล้กัน ภาพูเายามพระอาทิตย์ตกมาซาอากิสังเกตเห็นเธอมองมันอยู่นานผิดปกตินานกว่าภาพอื่น
“ชอบรูปนี้เหรอ” เขาถาม
อาโออิสะดุ้งเล็กน้อย“หือ?”
“รูปพระอาทิตย์ตก”
หญิงสาวมองภาพนั้นอีกครั้งก่อนยิ้มบางๆ
“ชอบค่ะ”
“เพราะอะไร”
เธอเงียบเพียงชั่วครู่แต่คราวนี้เงียบนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“ไม่รู้สิ” เธอตอบเบา ๆ “บางทีฉันก็กลัวว่าวันหนึ่งจะจำมันไม่ได้”
ประโยคนั้นลอยอยู่ในอากาศมาซาอากิมองเธอ อาโออิยังคงยิ้มแต่แววตาไม่เหมือนเดิม เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นความเศร้าบางอย่างซ่อนอยู่ข้างหลังรอยยิ้มของเธอเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
“เอาล่ะ!” หญิงสาวตบมือดังปัง
“มาดูรูปแมวอ้วนกันดีกว่า!”
แล้วก็ลากเขาไปอีกมุมของห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ความรู้สึกบางอย่างยังคงค้างอยู่ในใจมาซาอากิ คำพูดเมื่อครู่น้ำเสียงเมื่อครู่และแววตาเมื่อครู่มันสั้นมาก สั้นจนแทบจับต้องไม่ได้แต่เป็ครั้งแรกที่เขาเริ่มรู้สึกว่าอาโออิอาจไม่ได้มีความสุขอย่างที่พยายามแสดงให้ทุกคนเห็นและบางที...ภาพถ่ายนับพันใบเหล่านี้อาจกำลังซ่อนคำตอบเอาไว้
รูปแมวอ้วนที่อาโออิภูมิใจนำเสนอกลายเป็แมวอ้วนจริง ๆอย่างที่เธอว่าไม่ใช่คำเปรียบเทียบแต่เป็แมวส้มตัวกลมเหมือนลูกบอล
“นี่ชื่อมารุค่ะ” อาโออิชี้ไปที่ภาพ “วันแรกที่เจอกันยังผอมอยู่เลย”
“แล้ว?”
“แล้วคุณยายร้านปลาเอาของกินให้ทุกวัน”
“ก็เลยเป็แบบนี้?”
“ใช่ค่ะ” เธอพยักหน้าอย่างจริงจัง “นี่คือโศกนาฏกรรมของการตามใจ”
มาซาอากิหลุดหัวเราะ“ผมว่ามารุคงไม่คิดแบบนั้น”
“แน่นอนสิคะ” หญิงสาวยื่นอัลบั้มอีกเล่มมาให้
“ดูนี่ต่อ”
“ยังมีอีก?”
“เยอะเลย”
“คุณถ่ายรูปแมวกี่รูปกันแน่”
“ประมาณพันสองร้อยรูป”
“...”
“ของมารุตัวเดียว”
มาซาอากิถึงกับเงียบ
ส่วนอาโออิหัวเราะชอบใจราวกับปฏิกิริยาของเขาเป็เื่สนุกที่สุดในโลก
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเร็วจนน่าแปลก ทั้งที่ฝนยังตกอยู่ข้างนอก ทั้งที่ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเกิดขึ้น
ทั้งสองเพียงนั่งดูรูปถ่ายพูดคุยและฟังเื่ราวเื้ัภาพเ่าั้แต่กลับไม่มี่เวลาไหนน่าเบื่อเลย
“ภาพนี้ล่ะ” มาซาอากิหยิบรูปหนึ่งขึ้นมา
เป็ภาพชายชรากำลังนั่งหลับอยู่หน้าร้านขายของมีแมวสีขาวนอนอยู่บนตัก แสงแดดยามบ่ายตกกระทบใบหน้าอย่างพอดี ภาพเรียบง่ายแต่มีบางอย่างอบอุ่นอยู่ในนั้น
“คุณตาอุเอโนะค่ะ” อาโออิตอบ “ตอนนี้เสียไปแล้ว”
มาซาอากิมองภาพอีกครั้ง“เสียใจไหม”
“มากค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ “แต่ดีใจที่มีรูปนี้อยู่”
“ทำไม”
หญิงสาวมองภาพนั้นนิ้วเรียวลูบกรอบรูปเบาๆ “เพราะบางที...”
เธอเว้น่“ความทรงจำของคนเราก็ไม่ค่อยน่าเชื่อถือ”
ฝนยังคงตกกระทบหน้าต่าง
ติ๋ง
ติ๋ง
ติ๋ง
เสียงสม่ำเสมอคล้ายดนตรีประกอบ
“ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยคิดว่าตัวเองจะจำทุกอย่างได้”
อาโออิพูดต่อ“จำหน้าเพื่อนทุกคนได้” “จำฤดูร้อนทุกปีได้” “จำกลิ่นของสวนได้”
เธอหัวเราะเบาๆ “สุดท้ายกลับลืมหมด”
มาซาอากิพยักหน้าเข้าใจความรู้สึกนั้นดีหลายปีที่ผ่านมามีโปรเจกต์ใหญ่หลายสิบงานลูกค้าหลายร้อยคน เหตุการณ์สำคัญมากมายแต่ตอนนี้เขาจำรายละเอียดไม่ได้แล้วเหลือเพียงเศษเสี้ยวบางส่วนคล้ายภาพถ่ายที่สีเริ่มซีดจาง
“รูปถ่ายช่วยได้สินะ” เขาพูด
“อืม” อาโออิพยักหน้า “ช่วยได้มาก”
น้ำเสียงของเธอเบาลงจนแทบเป็เสียงกระซิบ “อย่างน้อยก็ช่วยให้รู้ว่าเคยมีอยู่จริง”
...
บ่ายคล้อยลงเรื่อยๆ ฝนเริ่มซา แสงสีเทาอ่อนส่องผ่านเมฆ
มาซาอากิลุกเดินดูรูปตามผนังอีกครั้งยิ่งดู ยิ่งสังเกตเห็นบางอย่าง รูปจำนวนมากเป็ภาพวิว ท้องฟ้า ูเา ต้นไม้ พระอาทิตย์ตกแสงยามเช้า รายละเอียดเล็ก ๆ ของธรรมชาติมากกว่าภาพคนเสียอีก
“คุณชอบถ่ายวิวมากกว่าคนเหรอ” เขาถาม
อาโออิที่กำลังจัดรูปอยู่ชะงักไปเล็กน้อย“อาจจะค่ะ”
“ทำไม”
หญิงสาวเอียงคอเหมือนกำลังคิด“ไม่รู้สิ”
“คำตอบนี้อีกแล้ว”
“เพราะฉันไม่รู้จริง ๆ” เธอหัวเราะแต่คราวนี้เสียงหัวเราะเบากว่าปกติ
“บางทีฉันก็แค่รู้สึกว่า...” เธอมองไปยังภาพพระอาทิตย์ตกหลายภาพที่เรียงอยู่บนผนัง
“แสงสวย ๆ อยู่ไม่นาน” “เมฆสวย ๆ ก็อยู่ไม่นาน” “ดอกไม้ก็เหมือนกัน”
มาซาอากิไม่ได้พูดแทรก
อาโออิหายใจเข้าเบาๆ ก่อนยิ้มอีกครั้ง “เพราะงั้นฉันเลยอยากเก็บเอาไว้”
คำตอบฟังดูธรรมดาแต่ไม่รู้ทำไมเขากลับรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างมากกว่านั้น
...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก๊อก ก๊อก
“อาโออิ” เป็เสียงของมิซากิ “ได้เวลาช่วยแม่แล้ว”
“ค่าาา” หญิงสาวตอบเสียงยาน
ก่อนหันมาหามาซาอากิ“ภารกิจเรียกตัว”
“คุณช่วยงานบ้านด้วย?”
“แน่นอนค่ะ”
“ผมนึกว่าคุณเอาแต่ถ่ายรูป”
“ใจร้ายอีกแล้ว” เธอทำแก้มป่อง
ก่อนลุกขึ้นยืน“งั้นลงไปข้างล่างกัน”
...
ชั้นล่างของบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นแกงกะหรี่เคนจิเพิ่งกลับมาจากสวน รองเท้าบูทยังมีคราบดินติดอยู่
“ฝนตกทั้งวันเลยนะ” เขาพูดพลางนั่งลง “ปีนี้ต้นไม้คงชอบแต่คนเก็บเกี่ยวไม่ชอบ”
มิซากิตอบ“จริง”
เคนจิหัวเราะ
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอุ่นอย่างน่าประหลาดต่างจากมื้ออาหารในคอนโดของมาซาอากิที่ส่วนใหญ่กินคนเดียวหรือไม่ก็กินระหว่างดูเอกสารงาน
“คุณคุโรคาวะ” เคนจิหันมาถาม “อยู่ที่นี่นานแค่ไหน”
“ยังไม่แน่ใจครับ”
“ดีแล้ว” ชายสูงวัยพยักหน้า
“บางอย่างต้องใช้เวลา”
คำพูดนั้นทำให้มาซาอากินิ่งไปเพราะ่หลังมานี้ดูเหมือนทุกคนในหมู่บ้านจะพูดเื่เวลาอยู่เสมอเวลาของฤดูกาล เวลาของต้นไม้ เวลาของชีวิตเหมือนพวกเขาเข้าใจบางอย่างที่คนเมืองหลงลืมไป
...
หลังอาหารเย็น
ฝนหยุดตกแล้วมาซาอากิเตรียมตัวกลับบ้านพักอาโออิเดินมาส่งถึงหน้าประตูพื้นดินยังเปียกชื้น กลิ่นฝนลอยอยู่ในอากาศ
“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ” เธอพูด
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ”
“ทำไม”
“ที่ให้ดูรูป”
หญิงสาวยิ้มก่อนมองกลับเข้าไปในบ้านตรงบันไดชั้นสองตรงห้องที่เต็มไปด้วยภาพถ่าย
“ฉันดีใจนะ” เธอพูดเบา ๆ “เวลามีคนดูรูปพวกนั้น”
“ทำไม”
อาโออิเงียบไปชั่วครู่สายตาหันไปยังความมืดนอกบ้านเหมือนกำลังมองอะไรบางอย่างที่อยู่ไกลออกไป
ก่อนตอบ
“ก็ถ้ามีคนเห็นมัน มันก็เหมือนยังมีอยู่จริง”
มาซาอากิขมวดคิ้วน้อยๆ คำพูดนั้นแปลกอีกแล้ว แปลกเหมือนหลายครั้งก่อนหน้าแต่เขายังไม่เข้าใจความหมายอาโออิเองก็ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม
เธอเพียงยิ้มรอยยิ้มแบบเดิม สดใส อบอุ่นและสวยงาม แต่ยิ่งนานวันมาซาอากิกลับยิ่งรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นกำลังซ่อนบางอย่างเอาไว้บางอย่างที่เธอไม่ยอมให้ใครเห็นรวมถึงตัวเขาด้วย
...
คืนนั้น
เมื่อกลับถึงบ้านพักมาซาอากินอนมองเพดานอยู่ในความมืดภาพถ่ายนับพันภาพยังวนเวียนอยู่ในหัวูเาท้องฟ้า พระอาทิตย์ตก รอยยิ้มของผู้คนและคำพูดของอาโออิ
"อย่างน้อยก็ช่วยให้รู้ว่าเคยมีอยู่จริง" "ถ้ามีคนเห็นมันมันก็เหมือนยังมีอยู่จริง"
เขาหลับตาลงช้าๆ ก่อนความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาเป็ครั้งแรกที่เขาเริ่มสงสัยจริงจังว่าเหตุผลที่อาโออิถ่ายรูปมากมายขนาดนั้นอาจไม่ใช่เพียงเพราะเธอรักการถ่ายภาพแต่อาจเป็เพราะเธอกำลังพยายามเก็บอะไรบางอย่างเอาไว้ก่อนที่มันจะหายไปรวมถึง...ตัวเธอเองด้วย