ติ้งๆๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเมื่อโม่หลินหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นพยัคฆ์โทรมา
"ว่าไงเพื่อน"โม่หลินรับสายโทรศัพท์และกล่าวทักทายขึ้น
"เออ โม่หลิน อาทิตย์หน้าจะมีงานเลี้ยงรุ่นนะ ต้องมาให้ได้หล่ะ นายหายไปตั้งหลายปี ตั้งแต่เรียนจบไปก็แทบไม่ได้เจอกันเลย นานทีเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา"พยัคฆ์กล่าวบอกจากปลายสาย
"โอเค นายส่งสถานที่ตัดและเวลามาให้ชั้นด้วยก็แล้วกันนะ"โม่หลินกล่าวบอก
"โอเคเดี่ยวจัดการให้"พยัคฆ์กล่าวบอกก่อนที่จะตัดสายไปหลังจากนั้นไม่นานพยัคฆ์ก็ส่งข้อมูลสถานที่จัดงานและเวลาจัดงานมาให้กับโม่หลินผ่านทางเฟสบุ๊ค
"โรงแรมแสงจันทร์หรอ ได้ยินมาว่าหรูมากเลยหนิมีแต่คนรวยๆที่เข้าไปใช้บริการ ดูเหมือนรุ่นเราจะมีคนประสบความสำเร็จพอสมควรสินะ"โม่หลินพึมพำเบาๆ เพื่อนๆของเขาที่กำลังจะจัดงานเลี้ยงรุ่นนั้นเป็นเพื่อนสมัยที่เขายังเรียนอยู่ ม.ปลาย ซึ่งหลังจากเรียนจบทุกคนก็แยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ชอบ ซึ่งโม่หลินก็ดันเลือกมหาวิทยาลัยที่คนอื่นเขาไม่เลือกกัน ทำให้ไม่ได้เจอกันนานมาก
ซึ่งจริงแล้วมีแต่เขาที่ไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรุ่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะเขาค่อนข้างยุ่งกับงานที่มหาวิทยาลัยของตัวเอง และตอนนั้นอยู่ในช่วงติดเกมด้วยแถมช่องทางการติดต่อระหว่างเขาและคนอื่นๆในห้องก็ไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว
โชคดีที่ครั้งนี้เขาได้เจอกับพยัคฆ์ทำให้ครั้งนี่ได้มีโอกาสไปเจอเพื่อนหลายๆคนของตัวเองที่ไม่ได้เจอกันนาน
"คงต้องจัดเต็มในวันงานสินะ"โม่หลินพึมพัมเบาๆ ในวันงานเขาจะแต่งตัวให้ดูดีที่สุดเพื่อสร้างความประทับใจให้กับเพื่อนๆของตัวเอง อย่างเต็มที่
เวลาดำเนินไปจนกระทั่งถึงวันที่มีการเลี้ยงรุ่น แน่นอนโม่หลินลงทุนกดเงินออกมาจำนวนหนึ่งเพื่อมาซื้อเสื้อผ้าโดยเฉพาะ เสียเงินไปอีก3,000-4,000บาทเลยทีเดียว แต่เงินเท่านี้เป็นจำนวนเล็กน้อยไปแล้วเพราะเขาสามารถสร้างรายได้ใน1วันไม่ต่ำกว่า10,000บาทแน่นอน
[2,010/2,700][เงินสะสม305,000บาท]
"อลิสมีภารกิจอะไรมั้ยในงานเลี้ยง"โม่หลินกล่าวถามด้วยความสงสัย
[มีค่ะแต่เป็นภารกิจระดับFที่ค่าตอบแทนต่ำสุด]อลิสกล่าวบอกโม่หลิน
"งั้นก็ชั่งมันก็แล้วกัน"โม่หลินกล่าวบอกเขาตอนนี้ไม่คิดที่จะใส่ใจภารกิจระดับที่ค่าตอบแทนน้อยๆแล้ว ซึ่งนอกเหนือจากภารกิจวิ่งออกกำลังกายที่ถูกเพิ่มระดับหลังจากการอัพเกรดเป็นระดับ E ค่าตอบแทนเพิ่มเป็น 10แต้มระบบ 2,000บาท เพิ่มระยะทางเป็น 50กิโลเมตร จากเดิมที่ต้องวิ่ง20กิโลเมตร
โม่หลินทำการแต่งตัวให้เรียบร้อยและเขาก็เดินทางไปที่ร้านเสริมสวยเสริมหล่อเหมือนเดิมซึ่งก็คือร้านของเจ๊ลินลี่นั่นเอง แต่โชคร้าย(?)ที่ครั้งนี้เขาไม่เจอเจ๊ลินลี่ผู้เป็นเจ้าของร้าน ทำให้เขาต้องเสริมหล่อกับพนักงานร้านทั่วไปซึ่งโม่หลินสัมพัสได้ด้วยตัวเองถึงความต่างระหว่างเจ๊ลินลี่กับพนักงานที่กำลังแต่งหน้าให้กับเขา ถ้าให้เทียบก็คงเหมือนนักกีฬาวิ่งฝึกหัดกับนักวิ่งโอลิมปิกความต่างชั้นอยู่ในระดับนั้นเลย
หลังจากที่จ่ายตังเรียบร้อยแล้วโม่หลินก็ไม่รอช้าตรงไปที่งานเลี้ยงทันทีซึ่งจริงๆแล้วเขาถูกนัดเอาไว้ตอน 4โมงเย็นแต่ตอนนี้พึ่งจะบ่าย2โมงครึ่งยังเหลือเวลาอีก 1ชั่วโมง30นาที เขาคิดว่าเขาจะไปสำรวจดูก่อนสักหน่อยเพราะเขาไม่มีอะไรทำอยู่แล้วเนื่องจากลงทุนลางานมาโดยเฉพาะเลยทีเดียว
เมื่อมาถึงหน้าโรงแรมแสงจันทร์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะทึ่งในความหรูหราของมันบริเวณหน้าทางเข้าของโรงแรมนั้นมีรถหรูผ่านไปมาจำนวนมาก ซึ่งดูเหมือนว่านอกเหนือจากมีห้องพักให้เข้าพักยังมีร้านอาหารอีกด้วย ซึ่งดูเหมือนคนส่วนใหญ่ที่มาก็มาร้านอาหารเท่านั้นเอง
"อืมเอาไงดีเข้าไปเลยดีมั้ย"โม่หลินพึมพัมเบาๆเขาไม่รู้ว่าจะรอเพื่อนก่อนดีมั้ยหรือเข้าไปก่อนเลยแต่มันก็ยังเหลือเวลาอีกเป็นชั่วโมงกว่าคนอื่นๆจะมา
"อ้าวคุณไม่เข้าไปด้านในหรองานใกล้จะเริ่มแล้วนะ"ชายวัยรุ่นแต่งตัวดูดีเดินเข้ามากล่าวบอกโม่หลินพร้อมกับดันโม่หลินเข้าไปด้านในของโรงแรม
"เอ่อคุณคือว่า"โม่หลินพยายามจะกล่าวบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดแต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้วเพราะตอนนี้เขาถูกพามาด้านในของงานเลี้ยงสักงานแล้ว แถมดูเหมือนจะไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดาๆเพราะแต่ละคนนั้นดูร่ำรวยและมีอำนาจมากซึ่งบางคนเขาเคยเห็นผ่่านๆในทีวีด้วยซ้ำ
"ว่าแต่คุณชื่ออะไรครับ อ้อจริงสิผมเนี่ยเสียมารยาทจริงๆ ผมขอแนะนำตัวก่อนแล้วกันผมชื่ออรุณ เทวาวงศ์"อรุณกล่าวแนะนำตัวเองพร้อมกับสังเกตุปฏิกิริยาของโม่หลินเพราะคนส่วนใหญ่เมื่อได้ยินนามสกุลของเขามักจะเปลี่ยนท่าทีมาเป็นประจบเขาซึ่งคนแบบนั้นเขาไม่คิดที่จะสานสัมพันธ์ด้วย
"ผม โม่หลินยินดีที่ได้รู้จัก"โม่หลินกล่าวทักทายด้วยท่าทางปกติถึงจะยังคงงงๆอยู่ก็ตามทีแต่การแนะนำตัวกลับก็เป็นมารยาทที่ดีอย่างหนึ่งที่ไม่ควรละเลย
จบ