ขุนเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่พร้อมใส่วิกผมที่ทางผู้บังคับบัญชาเตรียมไว้ให้ แล้วเดินออกไปจากกองเรือยุทธการอย่างเงียบๆ เขาเดินออกไปเรื่อยๆโดยไม่ใช้บริการแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์วิน เข้าซอยนั้นออกซอยนี้จะพ้นจากกองเรือยุทธการมาไกลแล้ว เขาก็เรียกรถแท็กซี่เพื่อเข้าไปหาหลวงตาแก่นที่วัด เพื่อจะไปบอกว่าต้องประจำอยู่ทางใต้ และคงอีกนานกว่าจะได้กลับมา เมื่อกราบลาหลวงตาแล้วก็ไปกราบลาป้าแก้วผู้ดูแลส่งเรียนมาจนจบ การจะไปสืบหาทั้งที่หัวยังเกรียนอยู่แบบนี้คงลำบาก ขุนตัดสินใจไปหาเพื่อนที่สมัยเป็เด็กวัดด้วยกัน อเนก เพื่อนเด็กวัดสมัยเรียนประถมและมัธยม ปัจจุบันอเนกมีเมียและมีลูกแล้ว ประกอบอาชีพทำสวนมะยงชิดที่นครนายก ใกล้ๆน้ำตกนางรอง ขุนโทรหาอเนกก่อนที่จะเข้าไป อเนกก็เอารถออกมารับขุนที่ทางเข้าน้ำตกนางรอง พาขุนมาถึงบ้านแล้วก็แนะนำให้รู้จักกับนารีเมียรัก และลูกชายอายุสามขวบซึ่งอเนกกำลังเห่อลูกมาก "ลูกชายมึงน่ารักดีว่ะ ชื่อไรวะ" อเนกยิ้มก่อนตอบ "ชื่อจริง นคร ชื่อเล่น ขุน ว่ะ ฮ่า ๆ ๆ" ขุนเลิกคิ้วมองหน้า "ทะลึ่งแล้วมึง บอกมาดีๆอย่าอำ" อเนกหัวเราะยังไม่ทันจะตอบอะไรออกไป นารีก็ชิงตอบแทนผัวออกไป "จริงค่ะ พี่เหนกเขาบอกว่าพี่เป็เพื่อนที่เขารักที่สุด ถ้าได้ลูกชายเขาจะให้ชื่อขุน ถ้าได้ลูกสาวจะให้ชื่อหญิง พอคลอดออกมาได้ลูกชายเขาก็ให้ใช้ชื่อนี้แหละค่ะ" ขุนไม่รู้จะพูดอะไรต่อก็เลยต้องปล่อยไปตามใจเพื่อน "เอาๆ แล้วแต่มึงเลยเพื่อน" อเนกก็เดินเข้าไปหยิบเหล้าในตู้เย็นที่เตรียมไว้ออกมา แล้วเดินไปที่แคร่ใต้ต้นมะขามขนาดใหญ่มาก นารีก็ไปหยิบแก้วโซดาและน้ำแข็งตามออกมาอย่างรู้งาน ขุนเดินตามไปนั่งบนแคร่เงยหน้าขึ้นไปบนต้นมะขามใหญ่ต้นนั้น อเนกรินเหล้าผสมแล้วส่งให้ "มึงนึกยังไงถึงได้มาหากูวะขุน" เป็คำถามที่ขุนรอตอบอยุ่แล้ว "กูกะว่าจะมาขออาศัยพักอยุ่กับมึงสักเดือนสองเดือนว่ะ เรียนก็ไม่จบงานก็ไม่มีทำตอนนี้ กูรอพี่ชายเพื่อนเปิดร้านอาหารก่อนกูจะไปเล่ยดนตรีที่นั่น เขาบอกว่าอีกไม่เกินสองเดือนร้านเสร็จก็เปิด" และเป็คำตอบที่ขุนไม่คิดจะโกหกเพื่อนแต่มันจำเป็ "ขอเขออะไรกันวะ สำหรับมึงอยู่นานแค่ไหนก็ได้ว่ะเพื่อน" อเนกก็เป็อีกคนที่ขุนสนิทที่สุดสำหรับคำว่าเพื่อน เพราะสมัยเป็เด็กวัดด้วยกันอเนกมักจะโดนเด็กอื่นรังแกบ่อยๆ แต่ขุนก็ไม่ยอมให้ใครรังแกเพื่อนง่ายๆ มีอะไรก็มีด้วยกันเจ็บด้วยกันเป็ประจำ ทั้งคู่เลยซี้กันมาั้แ่เด็กจนกระทั่งอเนกเรียนจบมัธยมสามแล้วไม่ได้เรียนต่อ กลับบ้านช่วยพ่อแม่ทำสวนมะยงชิดตลอดมา
ขุนกับอเนกกินเหล้าไปคุยถึงเื่เก่าๆกัน คุยแล้วก็ขำหัวเราะกันร่วนนารีที่นั่งอยู่ด้วยก็หัวเราะตาม ขุนแหงนมองขึ้นไปบนต้นมะขามอีกที "บนนั้นมึงปูไม้อะไรไว้วะ" อเนกมองตามนิ้วที่ชี้ขึ้นไป "ที่นอนเล่นค่ะ พี่เหนกชอบขึ้นไปนอนเวลาร้อนๆตอนกลางวัน" นารีตอบแทนผัว "อืมมม ดีเลย งั้นคืนนี้กูนอนบนต้นมะขามนี่แหละวะเหนก ท่าทางมันจะเย็นสบายดีไม่น้อย" ขุนบอกเพื่อนทั้งที่ยังแหงนคอมองอยู่บนนั้น "ยุงเยอะนะมึงกลางคืน นอนในบ้านดีกว่าว่ะสบายกว่ากันเยอะ" อเนกคัดค้าน "ลองดูก่อน ถ้ายุงกัดมากๆเดี๋ยวกูลงไปนอนในบ้านเองแหละ" ขุนยืนยันที่จะนอนอเนกก็ไม่ค้านอะไรอีก นารีก็ยกกับแกล้มมาให้เป็ระยะสามสี่อย่าง พอเลิกกินเหล้าข้าวก็กินกันไม่ลงเพราะกินกับแกล้มจนอิ่มแทนข้าวแล้ว ทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปนอน ขุนก็ปีนขึ้นไปนอนบนต้นมะขามที่มีพื้นไม้ปูไว้อย่างดี
เช้าวันใหม่ทุกคนก็ตื่นกันั้แ่เช้าตามปกติวิสัย ขุนตื่นั้แ่ตีสี่กว่าๆด้วยความเคยชินในการตื่นเช้า สมัยเป็เด็กวัดก็ต้องตื่นให้ทันพระออกเดินบิณฑบาตร ตื่นแล้วก็ลงมาอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน พอเจ็ดโมงกว่าๆเสียงอเนกก็ะโเรียกมาจากในบ้าน "มากินข้าวกันโว้ยขุน" กินข้าวกันอิ่มหนำดีแล้วก็นั่งคุยกันสักพัก อเนกกับนารีก็จะออกไปซื้อของในตลาด อเนกชวนขุนไปด้วยแต่ขุนปฏิเสธไม่ไปด้วย สองผัวเมียก็เลยออกไปด้วยกันพร้อมลูกชายอายุสามขวบ ขุนก็ปีนขึ้นไปนอนเล่นบนต้นมะขาม ลมก็เย็นแดดก็ส่องไม่ทะลุลงมาเพราะกิ่งก้านเยอะใบก็หนาแน่นมาก ลมเย็นตามะรรมชาติแบบนี้ทำให้ขุน ค่อยๆเคลิ้มไปทีละน้อยทีละน้อยจนหลับไป แต่มันเป็กลางวันจะหลับไม่สนิทเหมือนกลางคืน เสียงรถอเนกวิ่งเข้ามาจอดใกล้ๆต้นมะขาม และก็มีรถเก๋งอีกคันวิ่งตามเข้ามาจอดต่อท้ายรถของอเนก พอรถจอดสนิทก็มีชายสามคนก้าวลงมาจากรถ อเนกก็กำลังขนของลงจากรถโดยไม่สนใจผู้มาเยือน "ว่าไงวะเื่ที่ มึงจะขายให้กูดีๆ หรือว่าจะต้องให้มันเกิดอะไรขึ้นก่อนหรือเปล่าวะ" หนึ่งในนั้นมันพูดเชิงข่มขู่ไปในประโยคคำถาม อเนกส่ายหัวพร้อมพูดปฏิเสธ "กูไม่ขาย มันจะเกิดอะไรขึ้นกูก็ไม่ขาย" ไอ้คนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าขยับเดินเข้ามาใกล้อเนก "ไม่ต้องพูดกันมาก กูให้เวลามึงถึงสิ้นเดือนกูซื้อมึงไร่ละหมื่น ถ้าขายก็ไม่มีใครเดือดร้อน แต่ถ้ามึงยังดื้อดึงไม่ขายก็ก็ไม่มีอะไรจะเตือนมึงอีก จะว่าไปแล้วเมียมึงนี่มันน่าหม่ำดีเหมือนกันนะโว้ย ฮ่า ๆ ๆ ๆ กลับโว้ยพวกเรา" ขุนนอนมองเหตุการณ์อยู่อย่างเงียบๆั้แ่ต้นจนจบ ได้ยินหมดทุกถ้อยคำเห็นหน้าพวกมันทั้งสามคน พวกมันขับรถออกไปแล้วขุนก็ปีนลงมาหาอเนก "มีไรกันวะเหนก" ขุนถามเพื่อนด้วยแววตาเป็ห่วง "ไอ้ชิน ลูกชายกำนันชอบมันจะขอซื้อที่กูตรงติดลำธารโน่น มันจะเอาเจ็ดไร่ทำรีสอร์ทแต่กูไม่ขาย ที่ตรงนั้นมันปิดทางเข้าสวนกูด้วย ส่วนไอ้คนที่พูทีหลังชื่อไอ้เหว่าเพื่อนไอ้ชินมัน อีกคนชื่อไอ้มนต์เพื่อนมันเหมือนกัน" เอนกเล่าให้ขุนฟังคร่าวๆด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ "มันบอกว่าจะซื้อมึงไร่ละหมื่น แล้วที่แถวนี้ราคาเท่าไหร่กันแน่วะ" อเนกหัวเราะหึหึก่อนตอบ "ตอนนี้ที่ได้ยินมาเขาก็ซื้อกันไร่ละหลายแสน ส่วนตรงที่ติดลำธารนั่นเคยมีคนมาขอซื้อกูไร่ละล้าน กูก็ยังไม่ขายเลยเพราะมันจะปิดทางเข้าสวนกู" ขุนเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดี "แล้วทำไมมึงถึงไม่ไปแจ้งตำรวจวะ" อเนกถอนหายใจอย่างเซ็งๆ "กูเคยไปแจ้งแล้วแต่ก็ไม่ได้อะไรเลยว่ะ สงสัยคงเป็เพราะมันดูแลตำรวจดีว่ะ มันทำเว็บพนันออนไลน์ ทำบ่อนวิ่งแถวนี้แหละ จ่ายเดือนเป็ล้านมั้งตำรวจถึงเอาใจแต่พวกมัน" อเนกหยุดพูดนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ "กูคิดว่าจะส่งนารีกลับไปอยู่ที่บ้านแม่ยายกูก่อน ส่วนกูจะอยู่ลุยกับพวกมันที่นี่แหละ ตายเป็ตายสิวะ" นารีหันขวับมองหน้าผัว "ไม่เอานะพี่เหนก อยู่ก็ต้องอยู่ด้วยกัน รีจะไม่ไปไหนทั้งนั้น" พูดจบเธอมองหน้าผัวของเธอตาแข็ง "มึงกับนารีอยู่ที่นี่แหละและก็ไม่ต้องไปมีอะไรกับพวกมันด้วย ส่วนไอ้พวกนั้นเดี๋ยวกูลองบอกเพื่อนๆกูให้ ถ้ามันรู้จักกันมันอาจจะเจรจากันได้ ไม่ให้มายุ่งกับมึงอีก" ขุนบอกแต่อเนกส่ายหน้า "คงยากว่ะเพื่อน พวกมันทั้งกร่างทั้งห้าว ตำรวจยังเกรงใจพวกมันเล๊ย" ขุนเดินไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ "มึงให้กูลองดูก่อนสิวะ บ้านพวกมันอยู่ตรงไหนมึงบอกมา เดี๋ยวกูจะส่งฌลเกชั่นให้เพื่อนกูมาลองเจรจาดู" อเนกถอนหายใจเบาๆมองหน้าขุน แล้วก็ต้องยอมพยักหน้าหงึกๆ "โอเค มึงลองดูก่อนก็ได้ ถ้าไม่สำเร็จมึงช่วยกูลุยกับมันหน่อยเถอะวะ" ขุนพยักหน้า "ได้เลยเพื่อน" อเนกยิ้มที่ขุนรับปากจะช่วยลุย แล้วก็บอกเส้นทางให้ขุนวาดเป็แผนที่อย่างละเอียด ขุนก็ถามซ้ำไปซ้ำมาจนแน่ใจแล้วก็ยืมรถมอเตอร์ไซค์อเนก ให้เหตุผลว่าจะขับไปหาเพื่อนที่รังสิต กว่าจะกลับมาก็พรุ่งนี้เย็นหรือไม่ก็มะรืนนี้ นารีก็หยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์มาให้ขุน ขุนเดินไปปีนขึ้นต้นมะขามเอากระเป๋าสะพายลูกเล็กๆไปด้วย พอออกมาห่างบ้านอเนกขุนก็หยิบวิกผมยาวจากกระเป๋าสะพาย มาใส่และปืน 9 มม. มาเหน็บไว้ที่เอว เขาขี่รถมอเตอร์ไซค์ แวะซื้อไก่ย่างแล้วขับออกไปทางบ้านกำนัน พอถึงป่าไม่ค่อยทึบมากสักเท่าไหร่เขาก็ขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปในป่า จอดรถหากิ่งไม้มาโปะปิดสุมๆพรางตาไว้ เสร็จแล้วเขาก็เดินเท้าลัดป่าไปทางบ้านกำนับชอบ มาหยุดยืนอยู่ไม่ไกลขากบ้านไอ้ชินนัก เขาก็ปีนขึ้นต้นไม้ที่สูงพอจะมองเห็นคนในรั้วบ้านหลังนั้น เขานั่งรอเวลาให้ตะวันชิงพลบอย่างใจเย็น
ตะวันลับขอบฟ้าทั่วบริเวณนั้นก็มืดสนิท มีแสงไฟวับๆแวมๆที่เล็ดรอดมาจากบ้านแถวๆนั้น ขุนนั่งมองไปทางบ้านของกำนันชอบ ดูแล้วก็นับว่าใหญ่กว่าบ้านทุกๆหลังแถวนั้น ตัวบ้านเป็อาคารสองชั้นมีพื้นที่ในเขตรั้วบ้านกว้างขวางพอดู พื้นที่หน้าบ้านมีการจัดสวนมีโต๊ะหินอยู่กลางสวนที่จัดไว้เป็ระเบียบ ขุนนั่งสังเกตุจุดบอดภายในรั้วบ้านสักพัก ก็มีรถเวิ่งตามกันมาสองคันเลี้ยวเขาไปจอดที่หน้าบ้านหลังนั้น มีคนลงจากรถทั้งสองคนรวมห้าคน พวกนั้นถือสัมภาระต่างๆตรงไปที่โต๊ะหินกลางสวน สักพักไอ้เหว่ากับไอ้มนต์ก็เดินถือแก้วออกมาตามด้วยไอ้ชินคนสุดท้าย ทั้งหมดนั่งล้อมวงกินเหล้ากันที่โต๊ะหินกลางสวน ขุนลงจากต้นไม้แล้วเดินย่องๆไปทางบ้านของไอ้ชิน พอถึงรั้วบ้านเขาก็เดินตามแนวรั้วไปทางหลังบ้าน เขาชูมือขึ้นไปจับหลังรั้วทั้งสองข้างแล้วค่อยๆดึงตัวขึ้นไป ให้ระดับสายตาอยู่ที่หลังรั้ว กวาดตามองไปทั่วๆเท่าที่จะมองได้ แล้วสิ่งที่คิดไว้ก่อนจะมาก็เป็ไปตามที่คิด เขาเห็นหมาสองตัวที่ถูกโซ่ล่ามคอไว้ใกล้ๆแทงค์น้ำหลังบ้าน เขาหย่อนตัวลงแล้วล้วงเอาขวดเล็กๆในกระเป๋า เปิดฝาขวดเหยาะผงสีขาวใส่ไก่ย่างที่ซื้อเตรียมมาตอนเย็น เอามือสวมถุงหิ้วที่ใส่ไก่มาขยำๆจนคลุกเคล้าจนทั่ว ตุ้บ คลี่ก ๆ ตุ้บ คลึ่ก ๆ เสียงน่องไก่ย่างตกลงใกล้ๆหมาสองตัวนั่น เขาค่อยๆดึงตัวขึ้นไปดูอีกครั้งก็เห็นหมาทั้งสองตัวกำลังกินไก่ย่างอย่างอร่อยๆ มันกินจนหมดแล้วแลบลิ้นเลียปากแผล่บๆ ขุนรอเวลาประมาณสิบนาทีก็ดึงตัวขึ้นไปดูใหม่ เห็นหมาทั้งสองตัวนอนเหยียดตัวหลับสบาย มีหวังหลับข้ามวันแน่ๆเพราะคลุกยานอนหลับอย่างแรงไปไม่ใช่น้อย ต่อให้เอาน้ำราดไปทั้งตัวมันก็คงไม่ตื่นมาตอนนี้แน่ๆ
ขุนปีนข้ามรั้วแล้วรอดูจังหวะพวกนั้นเผลอ ก็วิ่งไปแอบที่พุ่มไม้ห่างจากม้าหินนั่นพอสมควร แต่ก็พอจะได้ยินเสียงพวกนั้นคุยกัน เขาเอนตัวนอนราบแฝงกายอยู่ตรงนั้น เวลาผ่านไปร่วมๆสามชั่วโมงเขาก็ยังคงนอนนิ่งอยู๋ตรงพุ่มไม้ พวกมันเริ่มจะคุยลิ้นพันกัน "กูว่าเดี๋ยวเราไปที่บ้านไอ้เหนกกันดีกว่าว่ะ" ไอ้เหว่ามันชวนไอ้ชิน "มึงจะไปหามันทำไมวะ กูบอกมันแล้วว่าสิ้นเดือน" ไอ้ชินก็ถามไอ้เหว่าด้วยความสงสัย "เมียมันขาวอวบน่าฟัดดีว่ะ เราไปลากเมียมันมาเวียนกันดีกว่า ส่วนไอ้เหนกก็ยิงแม่งทิ้งไปเลย" ไอ้เหว่าแนะนำ "มึงจะบ้าเหรอ ถ้าไอ้เหนกมันตายแล้วเราจะซื้อที่มันได้ยังไงวะ" ไอ้ชินมันก็พูดไปตามที่มันคิด ไอ้เหว่าก็เลยต้องอธิบายแผนของมันต่อ "เมียมันไง ถ้าไอ้ชินตายเมียมันก็มีสิทธิ์ในสมบัติมันอยู่แล้ว ให้เมียมันเซ็นชื่อโฮนให้สิวะไอ้โง่ เราเวียนเทียนเมียมันให้หนำใจแล้ว ก็ขู่มันขี้คร้านมันจะรีบเซ็นให้ว่ะ ฮ่า ๆ ๆ" ไอ้ชินมันเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มให้เพื่อนมัน "เออว่ะ ได้ฟาดเมียมันแล้วยังได้ที่ดินฟรีๆอีกด้วย ไปสิวะเดี๋ยวไปกันเลย" ขุนกัดกรากรอดแล้วค่อยๆยันกายขึ้นแค่พอมองเห็นคนที่โต๊ะหินนั่น เขาคิดชั่งใจว่าจะเอายังไงดี ถ้าเกิดมันไปบ้านอเนกตอนนี้คงตามมันไปไม่ทันแน่ ถ้าจะวิ่งเข้าไปลุยพวกมันตอนนี้เลยหนึ่งต่อแปด คงจะไม่ไหวแน่ๆ และถ้าพวกมันชักปืนออกมาด้วยแล้ว เท่ากับวิ่งเข้าไปให้มันยิงแท้ๆเชียว "พี่ชิน ไอ้โบ้กับไอ้ดิ๊กเป็ไรไม่รู้นอนนิ่งเลย" เสียงผู็หญิงดังมาจากในบ้านถ้าไม่ใช่เมียมันก็คงเป็น้องสาวมัน เพราะฟังจากเสียงแล้วอายุน่าจะไม่เกินยี่สิบ "ไอ้มนต์มึงไปดูหน่อยสิวะ ว่าหมามันเป็ไร" ไอ้ชินสั่งไอ้มนต์เพื่อนที่มาอยู่กับมันเป็กึ่งเพื่อนกึ่งลูกน้อง "พี่ชินพวกผมกลับก่อนครับ บอลจะเตะแล้วไม่รู้รับค่าน้ำไว้เท่าไหร่ตอนนี้" เด็กวัยรุ่นห้าคนที่คาดว่าคงเป็ลูกน้องของไอ้ชิน ขอตัวกลับก่อนไอ้ชินก็โบกไม้โบกมือรับรู้คำพูดของเด็กพวกนั้น ขุนค่อยๆคลานย้อนไปทางหลังบ้าน เห็นไอ้มนต์กำลังยืนเยี่ยวแอ่นไปแอ่นมาข้างแทงค์น้ำ แสดงว่าเด็กสาวคนนั้นคงไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว ขุนหันไปมองทางโต๊ะม้าหินอีกทีเห็นไอ้ชินกับไอ้เหว่า กำลังกระดกแก้วเหล้ากันอยู่ ขุนวิ่งไปทางไอ้มนต์อย่างรวดเร็วะโเตะเข้าชายโครงเต็มเหนี่ยว พลั่ก ไอ้มนต์ยังไม่ทันได้ตั้งตัวขุนก็สวิงหมัดเข้าโดนโหนกแก้มมันเต็มแรง พลั่ก ไอ้มนต์ยังไม่หายจุกจากการเตะก็ต้องมามึนกัยหมัดอีก ขามันอ่อนนั่งก้นกระแทกพื้นด้วยอาการมึนงง ขุนไม่รอช้าเตะเข้าหน้าไอ้มนต์อย่างถนัดถนี่เต็มแข้ง พล็อค ไอ้มนต์หลับสนิทคาตีนหงายท้องตึง ขุนลากมันมานอนข้างแท้งค์น้ำและดึงสายเคเบิ้ลไทร์ออกมารักแขนไพล่หลังไว้ ด้วยความไม่ประมาทเข้าเดินไปดึงกางเกงในผู้หญิงที่ตากไว้ มาอุกใส่ปากไอ้มนต์อย่างแน่นก่อนที่จะเดินเข้าไปที่ครัวในบ้าน เขาแอบอยู่ตรงประตูครัวมองเข้าไปในบ้าน ไม่มีใครอยู่ข้างในคงจะอยุ่บนชั้นสองกันหมด เขารีบเดินผ่ากลางบ้านไปยืนแอบที่ประตูหน้าบ้าน "ไอ้มนต์โว้ย ไอ้มนต์" เสียงไอ้ชินเรียกไอ้มนต์แต่ไอ้มนต์ไม่ได้ขานตอบ เพราะมันสลบเหมือนอยู่หลังบ้าน เมื่อไม่ได้ยินเสียงไอ้มนต์ตอบกลับมา ไอ้ชินก็โบกไม้โบกมือไปทางไอ้เหว่า ให้ไอ้เหว่าไปสตาร์ทรถรอส่วนมันก็เดินเข้ามาทางบ้าน เพื่อจะไปเรียกไอ้มนต์ให้ไปด้วยกัน พอมันเดินผ่านประตูเข้ามา พล็อค ไอ้ชินเข้าอ่อนนั่งก้นจ้ำเบ้าเพราะโดนหมัดเข้าเต็มปลายคาง มันยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พลั่ก ขุนเหวี่ยงหน้าแข้งเข้าเต็มกกหูของมันหลับสนิททันที ไม่รอช้าขุนรีบวิ่งไปที่โรงจอดรถ เป็จังหวะเดียวกับที่ไอ้เหว่ามันลงจากรถเดินมาพอดี "เฮ้ย ใครวะ" มือมันตะปบที่เอวจะชักปืนออกมาแต่ว่า ปึ้ก ผัวะ พลั่ก ขุนะโซัดหมัดแรกเข้าเบ้าตามันเซถอยหลัง ขุนตามไปใส่หมัดที่สองฮุคเข้าลิ้นปี่ตัวมันงอลงมา ขุนเตะเสยหน้ามันอย่างจัง มันหงายท้องตึงเงียบสนิทไม่มีแม้แต่เสียงร้อง เขารีบจัดการไอ้เหว่าเข้าไปในกระโปรงหลังรถ รักข้อมือผูกขาด้วยสายเคเบิ้ลไทร์อย่างดี กลับเข้าไปแบกไอ้ชินและไอ้มนต์มาไว้ที่เบาะหลัง ทั้งสามคนตกอยู่ในสภาพเดียวกันคือ สลบแล้วโดนรัดแขนรัดขาด้วยสายเคเบิ้ลไทร์ ขุนขึ้นขับรถเก๋งคันนั้นค่อยๆขับออกไปตามปกติไม่รีบเร่งจนมีพิรุธ เขาขับรถมุงหน้าไปทางรังสิตรถวิ่งไปอยู่ระหว่างทาง ก็เปิดไฟเลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างปั๊มน้ำมันที่ปล่อยร้างมานานแล้ว ตะไครขึ้นป้ายเขียวจนดำไปหมดไม่สามารถมองออกได้เลยว่าปั๊มอะไร เขาขับรถเข้าไปลึกพอสมควรก็เลี้ยซ้ายอีกที่ไปจอดตรงบ้านร้างสองชั้น เมื่อจอดรถนิ่งสนิทดีแล้วเขาก็ลากไอ้สามคนนั่นลงจากรถ เอาไปนอนกองรวมกันอยู่ในบ้านร้างชั้นล่าง คาดว่าน่าจะเป็ห้องรับแขก แล้วเอาน้ำที่อยู่ในรถสี่ห้าขวดมาราดใส่หน้าพวกมันจนฟื้น "เฮ้ย ใครมัดกูแบบนี้วะ" ไอ้ชินะโลั่นดิ้นไปดิ้นมาจนไอ้สองคนนั่นฟื้นขึ้นมาอย่างงัวเงีย ขุนยืนมองพวกมันอยู่ก็เดินเข้าไปใกล้ๆ "พวกมึงควรจะเป็ผีเฝ้าบ้านหลังนี้ต่อจากคนก่อนว่ะ" เสียงและคำพูดของเขาทำให้พวกมันขนลุกซู่ไปทั้งตัว เพราะที่ผ่านมาเคยแต่ทำกับคนอื่นไม่เคนโดนเองแบบนี้มาก่อน "มึงเป็ใครกล้ามาทำกับพวกกูแบบนี้ได้ยังไง" ติดนิสัยบ้าอำนาจเลยตะเบ็งเสียงถามออกไปอย่างลืมตัว มันยังไม่รู้ตัวเลยเสียด้วยซ้ำว่าคืนนี้จะรอดไปได้หรือเปล่า พอมันนึกขึ้นได้ว่าโดนมัดอยู่มันรีบเปลี่ยนคำพูดทันที "อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ อยากได้เงินเท่าไหร่ก็บอกมาได้เลย" คำพูดเปลี่ยนน้ำเสียงก็เปลี่ยนตามไปด้วย "กูไว้ชีวิตก็ได้แต่แค่คนเดียวนะ อีกสองคนตายเฝ้าที่นี่" ขุนพูดด้วยน้ำเสียงปกติไม่ขู่ตะคอกอะไร "ผมครับ ปล่อยผมแล้วเอาไอ้สองคนนี่ไป" ไอ้ชินร้องขอให้ตัวเองรอด ไอ้สองคนนั่นก็ร้องขอแบบเดียวกัน "เว็บพนันเป็ของใคร" ขุนถามไม่เจาะจงว่าใครต้องตอบ "ถ้าใครสารภาพออกมาตรงๆก็จะไว้ชีวิตคนนั้น" คำว่าไว้ชีวิตทำให้พวกมันรีบสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก ต่างคนต่างแย่งกันสารภาพจนขุนต้องบอกให้หยุดพูด มันทั้งสามคนจึงต้องหยุดด้วยใจตุ๊มๆต่อมๆ "เท่าที่กูรู้มาจากชาวบ้านแถวนั้น พวกมึงชอบข่มขืนลูกเมียชาวบ้าน ทั้งยังข่มขู่สารพัดบางคนก็โดนพวกมึงรุมฆ่า คืนนี้กูจะส่งพวกมึงไปอยู่กับพวกเขา ชาวบ้านจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข" ขุนหยุดพูดดูอาการของพวกมันที่นั่งสั่นเป็เ้าเข้าแล้วพูดต่อ "กูอยากฆ่าพวกมึงทิ้งทั้งสามคนตอนนี้เลย แต่ถ้าใครอยากรอดก็บอกรายชื่อตำรวจที่รับส่วยพนันจากพวกมึง แต่ต้องบอกทั้งหมดถึงจะรอดถ้ากั๊กไว้ตายสถานเดียว" พวกมันแย่งกันพูดอีกว่ามีใครบ้าง ขุนต้องตะคอกใส่ว่าไม่ให้แย่งกันพูด พวกมันจึงเงียบเสียงลงอีกครั้ง "เอาหล่ะเมื่อมึงบอกว่าตำรวจที่รับส่วยจากพวกมึงมีห้าคน ส่วนพวกเล็กๆก็แค่เลี้ยงเหล้าพันสองพัน ถ้าอย่างนั้นพวกมึงพูดใส่โทรศัพท์กูว่าใครชื่ออะไร ตำแหน่งอะไรอยู่ที่ สน.ไหน มึงบอกชื่อมึงก่อนทั้งสามคนแล้วค่อยบอกชื่อตำรวจพวกนั้น ช้าๆชัดๆนะมึง ถ้ามึงทำตามที่กูบอกพวกมึงจะไม่ตายแค่โดนลงโทษจากกูเท่านั้น" พวกมันพยักหน้าพร้อมกัน ขุนก็กดบันทึกเสียงแล้วให้มันพูดกันทีละคน มี่ั้แ่ผู้กำกับสารวัตรและพวกเล็กๆที่มาขอค่าเหล้า พวกมันพูดอย่างชัดเจนว่ารับส่วยอะไรบ้าง ล้มคดีอะไรเพื่อแลกกับเงินให้พวกมันบ้าง พูดจบขุนก็กกดบันทึกเข้ามือถือไว้อย่างเรียบร้อย "ต่อจากนี้พวกมึงจะพ้นโทษตายแต่โทษเป็ยังอยู่ ใครพร้อมที่จะโดนลงโทษแล้วก็บอกมา ถ้าไม่ให้ลงโทษก็ลงไปหาท่านยมบาล" ไอ้เหว่าใจถึงสุดยกมือก่อนไอ้สองคนนั่นถึงกล้ายกมือตาม ขุนกระชากลำปืนแล้วยิงเข้าไปที่เอ็นร้อยหวายของไอ้เหว่า ปัง ไอ้เหว่าน้องเสียงดังลั่นบ้านไอ้สองคนที่เหลือกลัวจนตาเหลือกโปน ปัง ปัง ขุนกดไปอีกสองนัดไอ้ชินกับไอ้มนต์ร้องลั่นตามไอ้เหว่า กระดูกข้อเท้าของพวกมันแตกกระขายเอ็นร้อยหวายขาดสะบั้นทั้งสองข้าง เพราะขุนรัดขามันติดกันด้วยสายเคเบิ้ลไทร์ ะุที่ใช้ก็เป็ะุหัวรูหรือที่เรียกกันว่าหัวะเิ อานุภาพการทำลายล้างสูง "ถ้าใครไม่หยุดร้องกูจะกรอกปากมันอีกนัด" เหมือนคำประกาศิตพวกมันหยุดส่งเสียง แต่หน้าเหยเกด้วยความเ็ปแสนสาหัส ขุนชักมีดเดินไปหาไอ้ชิน "อย่า ๆ ผมกลัวแล้วครับ" ขุนตัดสายเคเบิ้ลออกทั้งแขนและขาออกทั้งสามคน "พวกมึงจำใส่กระโหลกเอาไว้ด้วย ถ้าพวกมึงไปรังแกใครอีก กูจะมาฆ่าพวกมึง" ขุนขู่เสียงดังฟังชัดเต็มหูกันทุกคน "ครับผมกลัวแล้ว จะไม่รังแกใครอีกแล้วครับ" ไอ้ชินรีบรับคำส่วนไอ้สองคนนั้นเอามือบีบน่องด้วยความเ็ป "เดี๋ยวจะมีคนมีพาพวกมึงไปส่งโรงพยาบาล อย่าเสือกใจเสาะตายไปก่อนล่ะ" ขุนเดินไปที่รถขับไปที่บ้านไอ้ชิน จอดทิ้งไว้หน้าบ้านหยิบโทรศัพท์ไอ้ชินมาใส่กระเป๋า แล้วเดินหลบเข้าความมืดไปที่มอเตอร์ไซค์ที่จอดซ่อนไว้ เขาเอาโทรศัพท์ไอ้ชินโทรหากำนันชอบพ่อของมัน "มึงจะโทรมาทำไมดึกดื่นวะไอ้ชิน" กำนันชอบคิดว่าลูกชายตัวเองโทรมา "ไอ้ชินมันถูกยิงใกล้ตายแล้ว ถ้าไม่รีบไปเอาตัวมันส่งโรงพยาบาล" แล้วขุนก็บอกสถานที่ให้กำนันชอบรู้ตำแหน่งที่ไอ้ชินมันรออยู่ ขุนรีบเอากิ่งไม้ที่โปะพลางตาออกแล้วขับรถมอเตอร์ไซค์กลับไปบ้านอเนก ผ่านสะพานข้าคลองขุนก็ควักมือถือของไอ้ชินโยนทิ้งลงคลอง มาถึงบ้านอเนกก็จวนสว่างนารีกับอเนกก็ตื่นแล้ว รีบออกมาหาขุนที่โคนต้นมะขามทันที "เป็ไงบ้างวะ เพื่อนมึงว่ายังไง" อเนกรีบถามด้วยความอยากรู้ "เรียบร้อยแล้ว เพื่อนกูบอกมาว่าพวกนั้นจะไม่มารบกวนมึงอีก ไม่ว่าเื่อะไร" อเนกยิ้มออกมาอย่างสบายใจ แววตาที่เครียดขุ่นมัวเมื่อวานหายไปจนหมด ขุนเห็นเพื่อนยิ้มออกมาอย่างสดใสได้ก็พลอยยิ้มอย่างสบายใจไปด้วย นี่แหละคำว่าเพื่อนที่จริงใจต่อกันเขาว่ากันว่ามันหายาก บางคนหามาทั้งชีวิตก็ยังไม่เคยเจอเพื่อที่จริงแม้เพียงครึ่งใจ ขุนทำท่าจะปีนขึ้นไปนอนบนต้นมะขาม "กินข้าวก่อนค่ะพี่ขุน เดี๋ยวค่อยนอนจะได้หลับสบายๆ" นารีรีบบอกก่อนที่ขุนจะปีนขึ้นไป ขุนก็ต้องจำใจไปกินข้าวก่อนทั้งที่ง่วงมากก็ตามที เพราะยังไงอเนกก็จะเซ้าซี้ให้กินจนได้นั่นแหละ พอกินข้าวอิ่มแล้วขุนก็ปีนขึ้นไปนอนหลับปุ๋ย ไม่มีใครกวนใจอีก
ขุนลืมตาตื่นขึ้นมาก็ประมาณบ่ายสองกว่าๆ เขาปีนลงมาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยออกจากห้องน้ำก็เจออเนกยืนรออยู่ "มึงใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูขอถามอะไรมึงหน่อย" ขุนพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปใส่เสื้อผ้าในห้องแล้วเดินออกมาหาอเนกที่หน้าบ้าน "มีไรวะเหนก" อเนกเงยหน้าขึ้นมา "ไอ้พวกนั้นมันถูกยิงถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทั้งสามคนเลย ฝีมือมึงใช่หรือเปล่า" อเนกถามแล้วมองหน้าเพื่อนเพื่อค้นหาความจริง เพราะสมัยที่เป็เด็กวัดอยู่ด้วยกัน ขุนจะโดนจับได้ตลอดเวลาที่โกหกอะไรใคร พิรุธจะออกมาหมดทั้งแววตาและท่าทาง แต่ว่าอเนกไม่เคยรู้หรอกว่าขุนนั้นได้ฝึกอะไรต่อมิอะไรมาทุกรูปแบบ ไหนเลยจะมีพิรุธอะไรให้จับได้ง่ายๆเหมือนครั้งที่เป็เด็ก ขุนกำลังจะอธิบายเสียงโทรไลน์ก็ดังขึ้น เขาดึงมือถือออกมาดู เป็จุ๋มที่โทรมาขุนก็เลยทำท่าทางตื่นเต้น ให้อเนกเห็นแล้วก็พูดคนเดียวพอให้เพื่อนได้ยิน "ตายละจะทำไงดีวุ้ย งานก็ยังไม่ได้ทำเงินก็ไม่มี เอาวะโกหกไปก่อนดีกว่า" ตาก็เหลือบไปมองเพื่อนที่กำลังจับพิรุธอยู่มือก็กดรับสาย "สวัสดีครับคุณจุ๋ม" ... "เอ่อ ตอนนี้ผมอยู่กับเพื่อนที่ภูเก็ตครับ มาช่วยเพื่อนชั่วคราวเล่นกีต้าร์แทนเพื่อนอีกคน ไม่เกินสองเดือนก็กลับแล้วครับ" อเนกนั่งอยู่กับนารีเมียรักแต่ตายังจ้องจับพิรุธขุนอยู่ "สงสัยสาวโทรมาแน่เลย ดูพี่ขุนสิทำท่าเขินซะ" นารีพูดกับอเนก "โอเค" อเนกพูดออกมาลอยๆ "โอเคไรพี่เหนก" อเนกหันมาทางนารี "โอเค พี่เชื่อว่าขุนมันไม่รู้เื่ไอ้สามคนนั่น เพราะถ้ามันโกหกมันก็จะมีอาการอย่างที่เห็นนี่แหละ คนอย่างพี่จับพิรุธมันไม่ยากหรอกไอ้เนี่ย" นารีมองหน้าผัวแล้วรู้สึกปลาบปลื้มใจ "พี่เหนกนี่สุดยอดไปเลย ฉลาดเหมือนขงเบ้ง แค่มองไม่นานก็สามารถตีความได้อย่างทะลุปรุโปร่ง" แล้วเธอก็เอาหัวเอียงไปซบไหล่ อเนกยืดออกจนผายออกมายิ้มอย่างภูมิใจที่เมียชม ส่วนขุนวางหูแล้วก็เดินมาหาอเนกเพื่อจะอธิบาย แต่อเนกกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ก่อน "เออ กูเชื่อว่ามึงไม่รู้เื่ของไอ้พวกนั้น มันไม่ง่ายหรอกที่มึงคิดจะปิดบังอะไรกู" ขุนมองหน้าเพื่อนแล้วยิ้มให้ "กูรู้แล้วว่ากูไม่มีทางโกหกมึงได้หรอก ยังไงคนฉลาดอย่างมึงก็ต้องจับพิรุธกูได้อยู่ดี" แล้วขุนก็หันไปยิ้มให้นารีที่นั่งอยู่ใกล้ๆ อเนกยังคงนั่งยืดออกผายอย่างภาคภูมิใจเหมือนเดิม ขุนเดินไปปีนขึ้นต้นมะขามโทรหากนกพร บอกว่าต้องลงไปทางใต้ประมาณสองเดือน กนกพรก็เข้าใจไม่ซักไซ้อะไรแต่บอกกับขุนว่า เืไม่มีสองเดือนแล้วกำลังจะเข้าเดือนที่สาม ขุนให้ไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ ให้รอเขากลับไปก่อนแล้วค่อยไปทำอัลต้าซาวน์ ขุนรู้ดีว่าสักวันต้องท้องเพราะเขาทั้งสองคนตั้งใจไม่ป้องกันด้วย
"ขุน ขุน" อเนกะโเรียกเพื่อนลงมานั่งคุยกันข้างล่าง ขุนปีนลงจากต้นมะขามมานั่งคุยกับอเนกและนารี "ชาวบ้านเขาไปเยี่ยมพวกไอ้ชิน เขาเล่ากันว่ามันถูกใส่กุญแจมือติดกับเตียงที่มันนอน และมีตำรวจสองคนคอยยืนคุมหน้าห้องด้วยว่ะ" ขุนมองหน้าอเนกแล้วเหลือบไปมองนารีด้วย "มันคงโดนจับเื่เว็บพนันออนไลน์ด้วยมั้ง ถ้ามันพาดพิงถึงตำรวจที่รับส่วยเขาก้ต้องมีตำรวจเฝ้าแหละ ป้องกันไม่ให้มันโดนพวกตำรวจ ที่มีส่วนร่วมตามเก็บเหมือนในหนังอ้ะ" ขุนตอบโดยอ้างอิงถึงหนังที่เคยๆดูกัน "แล้วตำรวจที่ไหนจับมันวะ มันเองก็จ่ายให้ท้องที่เดือนละไม่ใช่น้อย อีกอย่างพวกมันทั้งสามคนพิการขาเดินไม่ได้สักคน เพื่อนมึงเล่นแรงเกินไปหรือเปล่าวะ" อเนกรู้สึกเห็นใจพวกมันเพราะเป็คนบ้านเดียวกัน ถึงมันจะเกเรมากก็ตาม แต่อเนกเคยอยู่วัดมาั้แ่เด็ก ก็เลยมีจิตที่เมตตาไม่อาฆาตใครนาน ขุนถอนหายใจลึกเพื่อนเก็บอารมณ์ก่อนจะบอกอเนกออกไปว่า "คืนนั้นเพื่อนกูจะเคลียร์เลยก็ไม่ได้ เพราะพวกนั้นนั่งกินเหล้ากันหลายคนในร้านที่ตลาด เพื่อนกูกับพวกของมันก็นั่งโต๊ะใกล้กัน มันโทรมาถามกูว่ารู้จักคนชื่อเหนกกับเมียหรือเปล่า มันบอกว่าพวกไอ้ชินเช็คบิลแล้วจะเข้ามาหามึง จับนารีข่มขืนแบบเวียนเทียนกันแล้วยิงมึงทิ้ง จากนั้นก็จะให้นารีเซ็นชื่อโอนที่ให้มันแล้วก็ฆ่าทิ้งอีกคน ส่วนลูกมึงมันจะปล่อยให้นอนหิวตายไปเอง กูก็เลยบอกเพื่อนกูไปว่ามึงเป็เพื่อนสนิทของกู พวกมันก็เลยจัดการไปตามที่เห็นกันนั่นแหละ มึงคิดว่าเพื่อนกูทำแรงไปหรือเปล่าวะแบบนี้" อเนกหายใจฟืดฟาดโมโหจนหน้าแดง ที่รู้เื่ตามที่ขุนเล่าให้ฟัง "ทำไมไม่ฆ่าแม่งทิ้งไปเลยวะ เดี๋ยวกูไปโรงพยาบาลบีบคอให้มันตายไปเลยดีกว่าโมโหว่ะ" ขุนยิ้มจนเกือบจะขำอาการของเพื่อน "มึงก็ใจเย็นๆสิวะทำโหดไปได้ มันพิการแล้วยังจะติดคุกอีกหลายปีปล่อยๆพวกมันไปเหอะ ขืนมึงไปบีบคอมันตายมึงก็ติดคุกแล้วลูกเมียมึงจะอยู่กับใคร...มึงคิดยัง" อเนกก็คลายโมโหลงไปได้บ้างที่ขุนเตือน "ถือว่ามันโชคดีไปที่ไม่เจอบทโหดของกู ถ้าเจอกูบีบคอนะมึงตายคาที่แหละมือกูแข็งด้วยบอกก่อน" ขุนแทบจะขำกร๊ากออกมาในท่าทีและคำพูดของเพื่อน ขุนลุกขึ้นเดินไปคังคออเนกเข้าบ้านซึ่งนารีเข้ามาเตรียมสำรับไว้รอก่อนแล้ว พอนั่งกินข้าวอเนกก็เล่าให้ขุนฟังต่อ "ตำรวจเขาไปเช็คกล้องวงจรปิดที่บ้านกำนันชอบ เห็นหลังคนร้ายไวๆไม่เห็นหน้าแสดงว่ามันรู้มุมกล้อง เขาว่ามันสูงประมาณ 175 - 180 ซม. ใส่แมสปิดหน้าด้วย" อเนกหยุดยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแล้วกำลังจะพูดต่อ "พอเหอะมึง ไม่ต้องสนหรอกว่ามันจะเป็ใคร ขืนสงสัยไล่ต่อเพื่อนกูมันจะซวยเอา" ขุนเบรคไว้แล้วเปลี่ยนเื่คุย อเนกก็คุยเื่อื่นไม่เอ่ยถึงไอ้สามคนนั้นอีก
สองเดือนเต็มๆที่ขุนพักอยู่กับอเนก ผมยาวมากพอสมควรยาวแบบ สามารถตัดได้หลายทรงตาม้าเลย ขุนบอกอเนกกับนารีว่าจะต้องไปทำงานร้านเปิดแล้ว อเนกกับนารีก็ยังอยากให้ขุนอยู่ต่อ แต่ก็ต้องให้ขุนไปเพราะขุนไม่ถนัดเื่เทือกสวนไร่นา อเนกขับรถไปส่งขุนที่ร้านอาหารที่ขุนบอกว่าจะไปเล่นดนตรี แต่ขุนบอกว่ามันไกลและไปไม่ถูกด้วยให้ส่งที่รังสิตก็พอ อเนกจอดรถให้ขุนลงที่แถวรังสิตขุนก็เรียกแท็กซี่ต่อทันที แท็กซี่ไปส่งเขาหน้าคอนโดฯที่กนกพรเช่าอยู่ ขุนขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนสุดชั้นที่แปด แล้วเดินไปหยุดที่หน้าห้องเคาะประตู ก๊อกๆๆ ก๊อก เคาะสามครั้งแล้วทิ้ง่เคาะอีกครั้ง กนกพรก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ขุนสามีสุดที่รัก เพราะคุ้นเคยกับการเคาะแบบนี้มาตลอดที่อยู๋ด้วยกัน พอกนกพรเปิดประตูขุนก็สวมกอดแล้วหอมแก้มฟอดใหญ่ "พี่คิดถึงเมียเหลือเกิน" กนกพรก็กอดขุนแน่นพรางกระซิบว่า "สี่เดือนกว่าแล้วจ้ะ" ขุนก็ย่อตัวลงท่าคุกเข่าเอาหูแนบท้องกนกพร "หวัดดีครับ พ่อกลับมาแล้วนะ อ้อ ๆ เหรอ ๆ ดีใจมากเหรอที่พ่อกลับมา" ขุนแหงนหน้าขึ้นมาบอกกนกพร "ลูกบอกว่าดีใจมากที่พ่อกลับมาหาแม่แย้ว" กนกพรกขำในสิ่งที่ขุนพูดบวกกับความบ้าเห่อลูกด้วย "พรุ่งนีจะไปตลาด ไปเอาทองที่สั่งทำไว้ไปด้วยกันนะคะ" เธอบอกสามีที่เพิ่งกลับมาถึง เขาก็พยักหน้าแล้วควักเงินออกมาส่งให้เธอ "พี่ซื้อให้นะทองที่สั่งทำ นี่หนึ่งแสนบาทพอมั้ย" กนกพรยิ้มอย่างดีใจแต่ไม่ได้ดีใจเพราะขุนให้เงิน แต่ดีใจที่สามีสุดที่รักเป็คนซื้อทองที่สั่งไว้ให้ เธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ทั้งสองคุยกันมากมายหลายเื่ เพราะไม่ได้เจอกันเกือบสามเดือน สำหรับคู่รักแล้วถือว่านานเอามากๆเลยจริงๆ
ตีห้าของวันใหม่ขุนลงไปซื้ออาหารเช้า และอาหารบำรุงครรภ์หิ้วมาเต็มไม้เต็มมือ กนกพรอาบน้ำแต่งตัวรอท่าอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองกินข้าวกันเสร็จก็ลงไปที่ลานจอดรถ ขุนทำหน้าที่ขับรถไปที่ร้านทองในตลาดไม่ไกลจากคอนโดเท่าไหร่ กนกพรยืนดูสร้อยคอลายของผู้ชาย แล้วให้ขุนมาลองสวมดูเธอบอกว่าอยากซื้อให้ ขุนก็ไม่อยากขัดใจก็ลองสวมดูลายนั้นลายนี้ ไม่ถูกใจสักลายก็เลยยังไม่ได้ซื้อ ่ที่รอช่างทองแต่งกำไรอยู่ ทั้งสองก็คุยกันถึงเื่ให้กนกพรหยุดทำงานก่อน "พรจะนัั่งขายของออนไลน์อีกสองเดือนแล้วจึงจะหยุด เพราะลูกค้าสั่งของไว้เยอะแยะเลย ต่อจากนั้นพี่ขุนต้องหาเงินมาให้พรใช้นะ หาให้ทันด้วยล่ะ" เธอยิ้มแล้วบอกเขา "หยุดพักตอนนี้เลยก็ได้ เดี่ยวพี่จะไปสมัครเข็นผักในตลาดตอนเช้ามืด ได้เงินเยอะแน่ๆ" กนกพรก็ขำที่ขุนพูด "พี่อยากรู้ว่าลูกพี่เป็เด็กชายหรือเด็กหญิง พรยังไม่บอกพี่เลย" กนกพรกเอียงคอมองหน้าเขาแล้วยิ้มให้อีก "เขาเป็ลูกสาวค่ะ พี่จะตั้งชื่อให้ว่าอะไรดีคะ" ขุนเอื้อมมือไปลูบท้องเบาๆ "ลูกสาวพ่ออยากชื่ออะไรคะ กระซิบบอกพ่อหน่อยสิ" ขุนเอาหูแนบที่ท้องเธอ "พรเตรียมชื่อไว้แล้วค่ะ ไม่รู้ว่าพี่จะชอบชื่อนี้หรือเปล่า" ขุนไม่ตอบแต่ก้มหน้าลงไปคุยกับท้องที่เขากำลังลูบอยุ่ "แม่จะตั้งชื่อหนูว่าอะไรพ่อก็ชอบหมดนั่นแหละ หนูรู้หรือยังคะว่าหนูชื่ออะไร" พูดจบก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอเชิงถามเป็นัยๆ "ลูกสาวคนโตของเราชื่อว่า" เธฮหยุดพูดแล้วยิ้มมองหน้าเขาด้วยสายตามีความสุข เธอทำท่ากำลังจะบอก ปัง ปัง ปัง !!???
โปรดติดตามตอนต่อไป ( ตอนที่ 5 )
.