"หากฝึกฝนเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาไปจนถึงจุดสูงสุด จะสามารถกลืนกินฟ้าดินหลอมรวมสรรพสิ่งมาเป็พลังของตนเองได้"
เมื่อััได้ว่าาแในร่างกายกำลังสมานตัวอย่างรวดเร็วจนสังเกตได้ด้วยตาเนื้อ เฉินฉางอันก็รู้สึกราวกับฝันไป ทั้งตื่นเต้นและยินดี
หัวใจที่ถูกดาบของผู้ดูแลสามแทงทะลุ ไม่เพียงเท่านั้นยังถูกองครักษ์ตระกูลจีโยนลงมาจากหน้าผาสูงชันเกือบสามสิบจั้ง ซี่โครงหักไปสิบกว่าซี่ แขนขาแตกละเอียด อวัยวะภายในบอบช้ำสาหัสพร้อมกัน เนื้อตัวเละเทะ าแทั่วร่างเรียกได้ว่าเป็สถานการณ์ที่ต้องตายสถานเดียว
ไม่ใช่ว่าเพราะเฉินฉางอันเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสามัญระดับหนึ่งขั้นขัดเกลากายา ต่อให้เป็ยอดฝีมือระดับสามขั้นหลอมกายากระดูกเหล็กก็ยังต้องตกตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าภายใต้พลังกลืนกินอันน่าหวาดหวั่นของเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภา พลังิญญาแห่งฟ้าดินพุ่งเข้าสู่ร่างของเฉินฉางอันอย่างบ้าคลั่ง ซี่โครงที่หัก อวัยวะที่เสียหายาแฉกรรจ์ที่ไม่อาจรักษาได้เ่าั้กลับถูกเยียวยาอย่างรวดเร็ว
เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาสามารถดึงดูดพลังงานจากฟ้าดินได้โดยตรง ไม่จำเป็ต้องพึ่งพาโอสถทิพย์ใด ๆ ความแข็งแกร่งของมันนั้นไร้ซึ่งเหตุผลดุดันถึงเพียงนี้
เพียงไม่นานเฉินฉางอันก็รู้สึกราวกับได้เปลี่ยนร่างกายใหม่ าแทั้งหมดหายสนิท ปราณโลหิตในกายสมบูรณ์
ยามที่เขาอยู่ใน่รุ่งโรจน์ที่สุดในอดีตก็เป็ได้เพียงเท่านี้เอง วิชาที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
"นี่ขนาดข้าเพิ่งทำความเข้าใจเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาได้เพียงบางส่วนนะ หากข้าเข้าใจทั้งหมดได้อย่างถ่องแท้ จะน่ากลัวเพียงใดกัน?!"
"โฮก!"
ในขณะที่เฉินฉางอันกำลังตกอยู่ในภวังค์ เสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังสนั่นก้องในหัว
"แย่แล้ว!!"
ร่างกายของเฉินฉางอันพลันเกร็งเครียด เขารีบกวาดสายตามองไปเบื้องหน้า พบหมาป่าหิมะตัวหนึ่งที่มีดวงตาสีโลหิตร่างกายยาวหลายจั้ง
หมาป่าหิมะมีขนสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ตอนนี้มันกำลังแลบลิ้นสีแดงสด แยกเขี้ยวที่แหลมคมจ้องเขม็งมาที่เฉินฉางอันด้วยความละโมบ น้ำลายไหลยืดลงสู่พื้นดิน
"นี่คืออสูรหมาป่าหิมะจันทร์เงิน มันมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสามัญระดับสองขั้นโลหิตหลอมรวมปราณ ปกติมันมักจะแอบมากินนกกระเรียนเซียนและกวางิญญาที่ตระกูลจีเลี้ยงไว้ ทำให้หน่วยองครักษ์ตระกูลจีต้องปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง"
"บัดซบ! ข้าเพิ่งหนีพ้นปากเสือ กลับมาเข้าปากหมาป่าเสียได้!"
"โฮก!"
เสียงคำรามของหมาป่าดังสนั่นทั่วหุบเขา ทำลายความหวังของเฉินฉางอันจนหมดสิ้น
หมาป่าหิมะจันทร์เงินน้ำลายไหล มันกระแทกเท้าลงพื้นอย่างแรง ร่างอันใหญ่โตของมันทะยานขึ้นกลางเวหาพุ่งเข้าใส่เฉินฉางอัน
ท่ามกลางความตกตะลึงของเฉินฉางอัน หมาป่าหิมะจันทร์เงินยืนตระหง่าน สองเท้าหน้าตะปบลงบนบ่ากดร่างของเฉินฉางอันลงกับพื้น จากนั้นจึงอ้าปากกว้างเตรียมจะกัดเข้าที่ลำคอโดยตรง
ดวงตาสีโลหิตของหมาป่าหิมะจันทร์เงินเต็มไปด้วยความหิวกระหาย เขี้ยวอันแหลมคมของมันสามารถทะลวงิัและกล้ามเนื้อได้อย่างง่ายดาย หรือกระทั่งบดเคี้ยวกระดูกที่แข็งแกร่งให้ละเอียดเพียงแค่การปะทะครั้งเดียวก็ตัดสินความเป็ความตายได้ทันที!
"ร่างกายของอสูรนั้นแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรมนุษย์ในระดับเดียวกันมากยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าหมาป่าหิมะจันทร์เงินตัวนี้เป็อสูรระดับสองชั้นฟ้า ส่วนข้ายังเป็แค่ขอบเขตสามัญระดับหนึ่งขั้นขัดเกลากายา"
ไม่ว่าจะมองอย่างไร... ก็คือหนทางแห่งความตายทั้งสิ้น!
เมื่อถูกหมาป่าหิมะจันทร์เงินกดลงกับพื้น เฉินฉางอันกัดฟันแน่น ใช้ทั้งมือและเท้าทุ่มพลังทั้งหมดที่มีเพื่อผลักหมาป่าหิมะจันทร์ออกไป หวังจะยื้อชีวิตให้ได้สักครึ่งก้านธูป
ทว่าเขี้ยวหมาป่าที่แหลมคมกลับใกล้ลำคอเข้ามาทุกที น้ำลายไหลยืดจากลิ้นสีแดงสดหยดลงบนใบหน้าของเขา...
ในเมื่อเป็หนทางที่ต้องตายอยู่แล้ว จะห่วงชีวิตไปทำไมเล่า? งั้นก็เป็ไงเป็กัน!
"อยากกินข้านักใช่หรือไม่? ข้าจะให้เ้ากินให้หนำใจเลย!"
เมื่อเผชิญหน้ากับปากกว้างที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม เฉินฉางอันตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ในระหว่างที่ขัดขืน เขากลับส่งแขนซ้ายเข้าไปในปากหมาป่าที่กำลังแยกเขี้ยวอย่างน่าสยดสยอง แขนข้างเดียวแลกกับหนึ่งชีวิตก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว!
เมื่อมีอาหารส่งมาถึงปากเช่นนี้ มีหรือที่หมาป่าหิมะจันทร์เงินจะปฏิเสธ
"กร๊อบ! กร๊อบ!!"
พร้อมกับเสียงเคี้ยวที่ดังชัดเจน แขนซ้ายของเฉินฉางอันพลันบิดเบี้ยว เนื้อตัวเละเทะโลหิตสีแดงสดไหลซึมตามร่องเขี้ยวลงสู่พื้นดิน
"อ๊าก!!"
ความเ็ปเสียดแทงไปถึงขั้วหัวใจ เหงื่อไหลผุดซึมตามขมับ เฉินฉางอันไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องออกมา เพื่อให้มีชีวิตรอดเขาตัดสินใจเหวี่ยงหมัดขวาออกไปตามสัญชาตญาณ ชกเข้าที่หัวของหมาป่าหิมะจันทร์เงินหมัดแล้วหมัดเล่าอย่างรุนแรง
"ข้าจะให้เ้ากิน! จงกินเข้าไปเสีย!"
ราวกับััได้ถึงความไม่ยินยอมอันรุนแรง หัวใจเทาเที่ยสีดำสนิทในร่างกายเริ่มเต้นระรัว ปราณโลหิตในกายพลุ่งพล่านไม่หยุด
ตึก! ตึก!! ตึก!!!
หมาป่าหิมะจันทร์เงินตัวนี้เป็อสูรระดับสองชั้นฟ้า มีพลังทัดเทียมกับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสามัญระดับสองขั้นโลหิตหลอมรวมปราณ
ส่วนเฉินฉางอันที่เพิ่งรอดชีวิตมาได้ แม้อาการาแจะหายดีแล้วแต่เขาก็ยังเป็เพียงขอบเขตสามัญระดับหนึ่งขั้นขัดเกลากายา ตามหลักการแล้วต่อให้เฉินฉางอันจะยอมเสียแขนข้างหนึ่งเพื่อโจมตีทีเผลอ แต่ด้วยหมัดเปล่าย่อมไม่มีทางเป็คู่ต่อสู้ของมันได้
สุดท้ายก็หนีไม่พ้นความตายอยู่ดี…
อย่างไรเสียร่างกายของอสูรย่อมเหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรมนุษย์มากนัก ยิ่งมีระดับพลังที่เหนือกว่าด้วยแล้ว ทว่าใน่วิกฤตแห่งความเป็ความตายนั่นเอง
เฉินฉางอันพลันะเิศักยภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนออกมา ภายใต้การเต้นของหัวใจเทาเที่ยทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงหมัดออกไปอานุภาพของมันกลับรุนแรงกว่าหมัดก่อนหน้าหลายเท่าหรือกระทั่งหลายสิบเท่า
ตู้ม! หมัดแรกพละกำลังหนึ่งร้อยจิน
ตู้ม! หมัดที่สองพละกำลังหกร้อยจิน
ตู้ม! หมัดที่สามพละกำลังสองพันจิน
เฉินฉางอันเหวี่ยงหมัดออกไปนับสิบครั้ง จนกระทั่งเขาหมดแรงหายใจหอบ
หมาป่าหิมะจันทร์เงินก็นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น หัวที่ใหญ่โตและน่าสยดสยองของมันถูกชกจนแหลกละเอียด โลหิตและเศษกระดูกกระจายเกลื่อน
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสามัญระดับหนึ่งขั้นขัดเกลากายา หมัดหนึ่งสามารถสร้างได้มากที่สุดเพียงพละกำลังหนึ่งพันจินหรือที่เรียกว่า ‘พลังครึ่งม้า’ ในมหาพิภพหย่งเหิง
หากเหวี่ยงหมัดหนึ่งครั้งได้พละกำลังสองพันจินจะถูกเรียกว่า ‘พลังหนึ่งม้าพยศ’ หากได้พละกำลังสองหมื่นจินจะเรียกว่า ‘พลังหนึ่งช้าง’ และหากได้พละกำลังสองแสนจินจะเรียกว่า ‘พลังหนึ่งั’
และการจะชกหัวหมาป่าหิมะจันทร์เงินจนแหลกได้นั้น อย่างน้อยต้องใช้พละกำลังสองพันจินหรือพลังหนึ่งม้า
ผู้บำเพ็ญเพียรที่สามารถใช้พลังหนึ่งม้าพยศได้นั้น อย่างน้อยต้องอยู่ในขอบเขตสามัญระดับสามขั้นหลอมกายากระดูกเหล็ก แต่เฉินฉางอันเป็เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น
เฉินฉางอันที่รอดตายอย่างหวุดหวิดมองดูมือขวาของตนเองด้วยความตกตะลึงและยินดี
"เสียดายที่แขนซ้ายาเ็สาหัสไปแล้ว ไม่เช่นนั้นด้วยพละกำลังของข้าในยามนี้ ต่อให้เป็ผู้ดูแลสามและองครักษ์สิบกว่าคนเ่าั้ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าเป็แน่!"
เพื่อให้รอดพ้นจากปากหมาป่าและหาโอกาสโต้กลับ เฉินฉางอันยอมใช้ร่างกายเป็เหยื่อล่อ แขนซ้ายถูกกัดจนาเ็ กระดูกแตกละเอียด ต่อให้จะหาโอสถวิเศษประเภทชุบเนื้อหนังจากกระดูกขาวมาได้ ก็ยังต้องใช้เวลาในการรักษา
แต่ว่าเฉินฉางอันในยามนี้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย จะเอาเวลาที่ไหนมาเล่า?
ในขณะที่เฉินฉางอันกำลังกลัดกลุ้มเื่แขนที่าเ็สาหัส หัวใจเทาเที่ยสีดำในกายก็เริ่มเต้นเร็วขึ้นอีกครั้ง ไม่ทันที่เขาจะตั้งตัวกลุ่มหมอกสีดำสายหนึ่งก็ไหลออกจากฝ่ามือพุ่งตรงไปยังร่างของหมาป่าหิมะจันทร์เงินที่ยังคงอุ่นอยู่
ภายใต้การห่อหุ้มของหมอกสีดำ ร่างของหมาป่าหิมะจันทร์เงินค่อย ๆ เหี่ยวแห้งลงจนสังเกตได้ด้วยตาเนื้อ พลังชีวิตทั้งหมดถูกสูบกลืนไปจนสิ้นเหลือเพียงกองกระดูกขาวโพลน เมื่อลมพัดมาก็สลายหายไปราวกับดอกไม้ที่เบ่งบานแล้วร่วงโรยไปในพริบตา
เฉินฉางอันยังคงตกตะลึง หมอกสีดำที่สูบกลืนพลังชีวิตของหมาป่าหิมะจันทร์เงินเสร็จสิ้นก็พุ่งกลับเข้าสู่ร่างกายของเขาด้วยความเร็วสูงสุด พลังชีวิตอันบริบูรณ์ห่อหุ้มร่างกายของเฉินฉางอันขจัดความเหนื่อยล้าและอ่อนแรงไปจนสิ้น
ปราณโลหิตที่เคยเหือดแห้งกลับถูกเติมเต็มในทันที กระทั่งแขนซ้ายที่าเ็จนไร้ซึ่งหนทาง ก็ยังสมานตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงสิบอึดใจกระดูกที่หักก็เชื่อมต่อกัน าแที่ร่างกายได้รับถูกรักษาจนหายขาด กลิ่นอายในกายพุ่งทะยานขึ้นทีละระดับ
"นี่... นี่คือเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาอย่างนั้นหรือ?"
เฉินฉางอันมองดูแขนซ้ายที่กลับมาเป็ปกติด้วยความประหลาดใจ
ทว่าความตื่นเต้นยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อร่างกายย่อยสลายพลังชีวิตของหมาป่าหิมะจันทร์เงินจนหมดสิ้น พันธนาการที่มองไม่เห็นก็ถูกทำลายลงในพริบตา กลิ่นอายรอบกายพุ่งทะลุทะยานสู่เมฆา
ขอบเขตสามัญระดับสองขั้นโลหิตหลอมรวมปราณ… ทะลวงสำเร็จ!