เด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+

    บทที่ 44 – เมื่อร่างกายต้องการปะทะ & ท่าเท้าสอยดาว

    **มันใช้วิชาอะไรกัน!?

     

    **มันจะต้องเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญแน่แน่

     

    **ข้าคงประมาทมันไปสินะ!!!

     

    เฮียเปาผู้หยิ่งพยองกำลังนึกคิดอยู่ในใจ ก่อนที่เขาจะยกมือขวาขึ้นเพื่อจะตบปากสั่งสอนเจ้าขอทานน้อยปากหมาให้เลือดกลบปากอีกสักครั้ง

           

    ในขณะนั้นเองที่กันจิออกกระบวนท่าอีกครั้งโดยครานี้มันใช้มือซ้ายทาบไปทางมือขวาของเฮียเปาพร้อมกันนั้นยังใช้มือขวาประคองแขนขวาขวาของเฮียเปาก่อนที่จะใช้พลังลมปราณระดับพื้นฐานขั้นที่ห้าของมันโยกย้ายทั้งมือและแขนของเฮียเปาเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางโดยขยับขาซ้ายมาทางด้านหน้าและขาขวาเป็นตัวคล่ำยันที่ด้านหลังเพื่อเสริมแรงผลัก (โดยการส่งถ่ายน้ำหนักเคลื่อนน้ำหนักจากเท้าขวาทางดานหลังส่งถ่ายไปยังเท้าซ้ายข้างหน้า จนน้ำหนักถูกถ่ายมาที่เท้าซ้าย 70 ส่วน) ประสานกับการใช้หลังฝ่ามือซ้ายของเขาปัดฝ่ามือขวาของเฮียเปาแล้วปรับกระบวนท่าตด้วยความต่อเนื่องมิขาดสายเป็นการผลักด้วยหน้ามือซ้ายแทน

     

    *เพี๊ยะ!!… 

     

    *ตุ๊บ...โครม!!!

     

    เสียงที่ชาวยุทธในบริเวณโดยรอบนี้ทุกผู้คนคุ้นหูยิ่งเพราะได้ยินมาแล้วหลายครั้งหลายครา แม้ทุกคนในบริเวณนี้แม้จะหลับตาฟังอยู่แล้วคิดภาพตามภายในหัวเป็นภาพเสมือนของเจ้าขอทานน้อยที่โดนตบจนกระเด็นแล้วตกตายศพไม่สมประกอบ

     

    ***เฮ้อ!! ข้าจะไปทำบุญให้เจ้านะเจ้าขอทานน้อย…

     

    ***ข้าจะไปทำบุญให้เจ้าด้วยเช่นกันเจ้าขอทานน้อย…

     

    ***…………

           

    ทุกคนในบริเวณนี้ยังคงหลับตาพร้อมกับบ่นพึมพำ ไม่มีใครกล้าที่จะลืมตาขึ้นเพื่อจะได้ดูศพหรอกและยิ่งเป็นศพของกันจิขอทานน้อยผู้น่าสงสารแล้วยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงด้วยซ้ำไป แต่มีเพียงคนเดียวทียังคงลืมตามองดูอยู่ตลอดนั้นคือ ท่านยายซุนผู้ดูแลหอฝ่ายนอกของหอหยางพิสุทธิ์

     

    **เจ้าขอทานน้อย?! 

     

           ในครั้งแรกเป็นเสียงกล่าวเรียกเจ้าขอทานน้อยที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณของยายซุนไม่รู้ว่าแกนั่นจงใจหรือไม่?ก็ไม่อาจทราบได้ มีเพียงเสียงร้องของแกที่โหยหวนชวนเศร้าปานจะขาดใจตาย

     

    **ฮ่าฮ่าฮ่า…ฮ่า

     

    **ตบได้ดี!!!

     

           แต่ในครั้งที่สองเป็นเสียงที่ช่วยปลุกวิญญาณแห่งความสงสัยใคร่รู้ของพวกมันให้ลืมตาที่ปิดสนิทขึ้นมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เมื่อได้ยินเสียงขำขันของท่านยายแทนที่จะเปลี่ยนเศร้าโศกร้องไห้และเสียงกล่าวชื่นชมกระบวนท่าอีกคำรบ

     

           ความเป็นจริงที่แสดงต่อหน้าเมื่อประชากรทุกคนในที่แห่งนี้ลืมตาขึ้นดูตามเสียงหัวเราะของท่านยายซุนผู้มองการปะทะประมือต่อสู้อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากยายซุนผู้สนใจในตัวของกันจิอยู่เป็นทุนเดิมอยากเห็นให้ชัดกับตาตนเองว่าเจ้ากันจิจะแสดงอะไรให้นางได้เห็นบ้าง? หรือมันมีความลับอะไรในการเลื่อนขั้นพลังอยู่กันแน่?! ถึงกล้าวางแผนบ้าระห่ำแบบนี้ขึ้นมา แตกต่างกับชาวยุทธในที่แห่งนี้ที่เหมือนโดนน้ำเย็นราดหัวและยิ่งตกตะลึงกับภาพที่ปรากฎตรงหน้ามากกว่าเมื่อลืมตาขึ้น

     

           มันคือเสียงของการตบหน้าที่ดังชัดกังวานไปทั่วบริเวณแห่งนี้ แต่คนที่โดนตบมิใช่เจ้าขอทานน้อยเหมือนที่ทุกคนคิดคำนวณ แต่เป็นเฮียเปาผู้โจมตีไปที่เจ้าขอทานน้อยแทน

     

           เจ้าแก่อ้วนก็โดนตบหน้าอีกครั้งบริเวณแก้มซ้ายมีรอยฝ่ามือประทับอยู่บนนั้นอย่างเด็นชัด คราแรกนั้นไม่มีรอยปรากฎอยู่ แต่การตบในครั้งนี้มิอาจนับรวมกับการตบในคราแรกได้เพราะครั้งนี้มันตบหน้าตัวเองจนกระเด็นเอง

     

    ““บัดซบ! เจ้าขอทานขยะนี้เจ้าเล่นกลอันใดอยู่กันแน่

     

           เฮียเปาผู้โดนฝ่ามือตัวเองตบเข้าที่บริเวณแก้มซ้ายโกรธเกรี้ยวแค้นเคืองมากขึ้นมากยิ่งขึ้นไปอีกระดับ มันถ่มน้ำลายออกากปากอ้วนๆของมันที่ครานี้เริ่มบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า แล้วเตรียมปล่อยหมัดไปที่กันจิเจ้าขอทานน้อยอีกครั้ง

     

    ““หืม! อะไรกัน? มันเป็นแบบนี้อีกแล้ว

     

           กำปั้นของเจ้าแก่อ้วนพลาดเป้าเป็นครั้งที่สองแล้ว มันราวกับว่าเจ้าขอทานน้อยนี้เคลื่อนที่ไปพร้อมกับเขาแต่กระบวนท่านั้นต่างกันกับครั้งที่สองที่มันตบหน้าตัวเองแต่คลับคล้ายเหมือนในกระบวนท่าแรกตอนมันพลาดเป้า

     

    ““เจ้าขอทานขยะนี้เจ้าเล่นกลอันใดอยู่กันแน่วะ!?

     

           มิใช่มีเพียงแค่มันที่งุนงง ขนาดท่านยายซุนผู้ผ่านโลกนี้มาค่อนชีวิตก็ยังมิเคยเห็นกระบวนท่าวรยุทธแบบที่กันจิใช่นางยิ่งสังเกตให้ถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้นว่ามันใช้วิชาวรยุทธของสำนักใดที่เชื่องช้าแต่มีประสิทธิภาพได้ถึงเพียงนี้ ถึงแม้จะยังดูเงอะงะเหมือนเด็กน้อยเมายาไปบ้างก็ตาม

           

           ขณะที่เจ้าแก่อ้วนพุ่งทะยานร่างกายอันอวบอ้วนหมายมั่นจะต่อยไปที่หน้าของเจ้าขอทานน้อยนั่น นางก็สังเกตเห็นท่าทางกระบวนที่เปลี่ยนไปของกันจิ เห็นมันค่อยๆนั่งลงบนเท้าทั้งสอง พร้อมกับเคลื่อนมือขวามาที่หน้าท้อง แล้วเคลื่อนขึ้นอย่างต่อเนื่องจนปลายนิ้วมืออยู่เสมอระดับคาง จึงหยุคย่อขา ถ่ายน้ำหนักมาทางเท้าซ้าย หมุนส้นเท้าขวา และลําตัวจนปลายเท้าหันไปทางด้านขวาประมาณ 90 องศา ย้ายน้ำหนักไปที่เท้าขวา เคลื่อนมือซ้าย ไปหามือขวา ยกมือและเท้าซ้ายขึ้น ก้าวเท้าซ้ายออก วางส้นเท้าซ้ายลงหลังส้นเท้าขวา ละเลื่อนน้ำหนักไปทางซ้าย มือซ้ายเคลื่อน ตามการบิดของลําตัวไป พร้อมกับลดมือขวาคว่ำลงข้างขาขวา จากนั้น เคลื่อนมือขวาเข้าหาลําตัว หันมองไปทางขวา ฝ่ามือขวาหันเข้า ฝ่ามือซ้ายผลักออก ยกมือและเท้าขวาขึ้นขณะที่ค่อยๆ ลดมือ ช้ายลงก้าวเท้าขวาออก วางส้นเท้าขวาลงหลังส้นเท้าซ้าย บิดเอวไปทางด้านขวา เคลื่อนน้ำหนักจาก เท้าซ้ายไปยังเท้าขวา พร้อมกับผลักมือทั้งสองออกไปข้างหน้า

     

           ทำให้เจ้าแก่อ้วนนั่นกระเด็นออกไปทางด้านหลังแต่ก่อนที่มันจะถูกผลักกระเด็นนางยังสังเกตเห็นถึงกระบวนการต่อเนื่องของมันที่ดึงเจ้าอ้วนนั่นไว้มิให้กระเด็นไปทางด้านหลังแต่มันกลับเปลี่ยนกระบวนท่าโดยที่แกยังสังเกตต่อถึงการออกหมัดท่าเท้าและต่างๆของกันจิมิอาจให้เล็ดลอดข้อมูลไปได้

           นางเห็นกันจิพลิกมือซ้ายหงายขึ้นมือขวาคว่ำลงดึงมือทั้งสองลากกลับนั่งลงมาทางด้านซ้ายบิดเอวกลับไปทางขวามือซ้ายกดเบาๆที่ข้อมือขวาด้านใน (ฝ่ามือขวาหันเข้าฝ่ามือซ้ายหันออก)เคลื่อนน้ำหนักจากเท้าซ้ายไปยังเท้าขวาพร้อมกับผลักมือทั้งสองออกไปข้างหน้าจนน้าหนักอยู่ที่เท้าหน้า          

    ปัดมือซ้ายผ่านหลังมือขวา ดึงมือและทิ้งศอกทั้งสองลงข้างเอว พร้อมกับนั่งลงทางเท้าซ้าย บิดเอวกลับมาทางด้านขวา เคลื่อนน้ำหนักจากเท้าซ้ายไปยังเท้าขวาพร้อมกับผลักมือทั้งสองขึ้นไปข้างหน้า จนน้ำหนักอยู่ที่เท้าหน้า จนสิบนิ้วมือของมันชี้ขึ้นฟ้า  

    ยกมือขึ้นจนนิ้วโป้งเสมอไหล่ พลิกมือทั้งสองคว่ำลง ลดท่อนแขนท่อนบน ลดศอก ลดท่อนแขนท่อนล่างลง จนมือทั้งสองอยู่หน้าตันขา

     

    ทำให้เจ้าแก่อ้วนนั่นกระเด็นออกไปด้วยแรงที่เหมือนทบเท่าทวีคูณกับในครั้งแรกที่มันดึงเจ้าแก่อ้วนไว้แล้วเสริมพลังเพื่อผลักมันออกไป

     

    นางสามารถวิเคราะห์ท่าทางวรยุทธของขอทานน้อยได้อย่างแม่นยำโดยใช้เวลาไม่กี่วินาทีด้วยซ้ำ นางมิได้เก่งกาจอะไรมาก แต่ที่วิเคราะห์ออกมาได้นั้นมันเป็นผลเกี่ยวเนื่องจากที่ขอทานน้อยมันร่ายรำกระบวนท่าที่เชื่องช้าแต่กับมีความยืดหยุ่นต่อเนื่องออกมา แต่ยังคงเชื่องช้า ทำให้นางจดจำสังเกตเห็นกระบวนการที่มันร่ายรำออกมาแต่นางมิอาจรู้ว่าต้องเดินลมปราณแบบไหนใช้พลังกี่ส่วนหรือถึง

     

       แม้นางอยากลองลอกเลียนท่าทางของมัน แต่ก็มิอาจทำตามได้ทั้งหมด มิเช่นนั้นคงได้ลมปราณตีกลับธาตุไฟเข้าแทรกเป็นแน่แท้เพราะมิรู้ถึงวิถีการเดินลมปราณ ถ้าเป็นแบบนั้นอาจทำให้ถึงขั้นวิปลาสสติฟั่นเฟือน มันคงมิคุ้มค่ากับชีวิต

     

    *ตูม……โครม!!!

     

    ““อ้าคคคค! มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง!?

     

       เจ้าแก่อ้วนที่ตอนนี้กำลังมึนงงตะลึงตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้นและเตรียมที่จะพุ่งทะยานไปทางเจ้ากันจิอีกครั้ง

       มันหันไปมองทางด้านน้อยน้อยของมันกงหยุ่นฟงพยักหน้าให้มันพร้อมกับท่าทางเอานิ้วปาดไปที่คอแล้วเห็นมันมองไปทางกันจิ ถึงแม้มันค่อนข้างโง่แต่มีหรือที่มันจะไม่รู้ว่านายน้อยต้องการอะไร?

       มันล้วงมือเข้าไปในชุดของมันระหว่างที่ทุกคนกำลังถูกดึงดูดความสนใจไปที่เจ้าขอทานน้อยนั่นก่อนที่มันจะนำสิ่งที่เป็นลูกกลมๆคล้ายเม็ดยาสีดำถมึนใส่เข้าปากโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ยกเว้นกงหยุ่นฟงนายน้อยของมัน

     

    **เจ้าอ้วน เร่งปรับลมปราณสะแล้วอย่าแพ้อีกล่ะ ข้าจะดึงดูดความสนใจให้แต่คงได้ไม่นาน แต่ถ้าครั้งนี้เจ้ายังคงพ่ายแพ้อีก… 

     

    **หึหึ!? คงจะรู้สินะ!!

     

    ““อ.อ.เออ ขอรับนายน้อย ????????

     

    “““การเดิมพันครั้งนี้... ข้านายน้อยตระกูลกง กงหยุ่นฟง จะเดิมพันข้างเจ้าแก่อ้วนนี้อีก 2 ผลึกไฟรวมเป็นสามผลึก ว่าเจ้าขอทานน้อยนี้มันแพ้และตกตายอย่างแน่นอน

     

           เมื่อกงหยุ่นฟงนำผลึกไฟออกมาอีกสองผลึก ฝูงชนที่ได้เห็นก็แตกตื่นขึ้นและสบายใจขึ้นมากยิ่งกว่าเดิมเพราะนายน้อยกงหยุ่นฟงนั่นแม้มิอาจเทียบกับพวกสามตระกูลหลักได้แต่มันก็มีดีของมันที่ทำให้มันร่ำรวยเงินทองมากมายมหาศาล

     

    **ฟรึม…ฟรึม

     

           กว่าจะสงบปากสงบคำกันได้ก็ผ่านไป 15 นาที

           

           ฝูงชนมิได้เงียบเพราะเสียงตะโกนสั่งของยายซุนแจ่เป็นเสียงของการเพิ่มระดับแบบฉับพลันอีกครั้ง ในครานี้เป็นทางเจ้าอ้วยนบ้างที่ขณะนี้มันกำลังเลื่อนขั้นขึ้นไปอีก 2 ระดับทันทีทุกคนไม่รู้แต่มีหรือที่ยายซุนจะไม่รู้แต่นางมิได้อยากพูดออกมา นางอยากดูว่ากันจิจะหาทางออกยังไง!? แต่ถึงแม้นางมีกำลังจะช่วยแต่มิอาจขัดกับกฎเกณฑ์ของยุทธภพได้นั้นคือถ้าเป็นการเดิมพันเป็นตายคนอื่นมิอาจก้าวก่าย

           ยกเว้น คู่ประลองมิต้องการฆ่าแล้วปล่อยอีกฝั่งที่พ่ายให้มีชีวิตรอดเอง นางมิอาจช่วยสู้แต่มิได้แปลว่านางจะมงไม่มีทางสำรองเพราะถ้าเกิดเจ้าขอทานน้อยนี่มันกำลังจะตายจริงๆ นางก็แค่พามันหนีไปก็จบเรื่องเพียงแต่มันยังมิถึงเวลา

     

    **ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

     

    ““ครั้งนี้เจ้าต้องตาย…

     

    ““ข้าเฮียเปาผู้นี้ ไม่เชื่อหรอกว่าจะโจมตีเจ้าไม่ได้ !!!

     

           มันพุ่งทะยานเข้ามาด้วยอารมณ์โกรธแค้นที่ระเบิดออกมาทั้งหมด กำปั้น ของเจ้าแก่อ้วนเปล่งพลังลมปราณออกมามากกว่าปกติ ทั้งสภาวะกายาและลมปราณของมันนั้นที่ระเบิดออกมาจากกายของมันเป็นอาร่าสีดำสนิิท ดำจนเทียบกับสีน้ำหมึกก็ใกล้เคียง ครั้งนี้มันโจมตีไปหมัดทีหนึ่ง หมัดที่สอง หมัดที่สาม หมัดที่สี จนมาถึงหมัดที่ห้าก็แล้ว มันก็ยังคงโจมตีพลาดเป้าอยู่เช่นเดิม โดยกระบวนท่าที่เชื่องช้าอ่อนนุ่มของเจ้าขอทานน้อยนั่น แต่โชคดีของมันที่ในหมัดที่หกนั้นเองไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าขอทานน้อยเพราะกระบวนท่าของมันหยุดชะงักเพียงเสี้ยววินาทีเหมือนจะมีอาการลมปราณตีกลับ

           

           ในการต่อสู้เป็นตายเวลาเพียงเสี้ยววิมันก็หมายถึงความตาย

           

           ครั้งที่หกมันซัดเจ้าขอทานน้อยจนลงไปกระอักเลือดอยู่ที่พื้นตรงหน้าของมันได้สำเร็จแต่ก่อนที่มันจะได้ชื่นชมในผลงาน เจ้าขอทานน้อยก็ลุกขึ้นมาได้เหมือนมิมีอะไรเกิดขึ้นกับมันเลยทั้งทั้งที่ก่อนหน้านี้มันยังคุกเข่ากระอักเลือดออกมาแล้วสีหน้าก็ไร้สีสันซีดเซียวเหมือนคนใกล้สิ้นใจอยู่รอมร่อ

     

    ““นี่…นี่… จ…เจ้าใช้วิชามารอันใดกันแน่ !?

     

    “ถรุย!

     

    “ใครกันแน่ที่ใช้วิชามารไอ้แก่อ้วน

     

    “เจ้าดูลมปราณรอบกายเจ้าสะก่อนสิว่ามันสีอะไร?

     

    “วิชาของข้ามิใช่ทางสายมารอย่างที่เจ้าใช้งานอยู่แน่นอน แต่ถ้าเจ้าอยากรู้มากขนาดนั้น…

     

    “หลานรักลองเรียกข้าว่าท่านปู่ดูสักครั้งสิ เผื่อข้าจะบอกให้เอาบุญ

     

    ““ได้ขอรับ ท่านป…

     

    ““ไอ้ขยะสารเลว…

     

           กำปั้นของเฮียเปาพลาดท่าในครั้งที่เจ็ดอีกครั้ง ราวกับว่ากันจิเคลื่อนที่ไปพร้อมกับมันทั้งกระบวนท่าลมปราณเหมือนกันอย่างกับเป็นคนคนเดียวกัน เพียงแต่เฮียเปาใช้หมัดเป็นแกนนำแต่กันจินั้นใช้เท้าเป็นแกนนำ ขณะที่เขาเอนตัวสไลด์ไปที่พื้นเพื่อหลบหมัดได้แล้ว

           ตำแหน่งของเขาในตอนนี้อยู่ใต้เจ้าแก่อ้วนพอดิบพอดีด้วยการคำนวณที่แม่นยำ เขาใช้สองมือยันที่พื้นและใช้กระบวนท่าเดียวกันกับเจ้าแก่อ้วนแต่เขากับใช้เท้าขวาแทนกำปั้นเตะไปที่ระหว่างขาของเฮียเปาทำให้เกิดเสียงของการกระทบกระแทกระหว่างของแข็งกับของที่อ่อนนุ่มที่มิว่าชายใดก็ตามที่ได้ยินเสียงนี้ก็ต้องเสียวหว่างขากันทุกผู้ทุกคน มันเป็นเสียงที่ดังฟังชัดเป็นอย่างมากเสียงดัง “เปาะ!”

     

    ““อ้าค!…

     

           แม้ว่าเฮียเปาผู้น่าสงสารจะอยู่ในระดับเริ่มต้นขั้นที่สามแล้วก็ตาม แต่สิ่งพวกนี้หาได้ช่วยป้องกันส่วนที่เปราะบางที่สุดอย่างจุดอ่อนหว่างขาของบุรุษเพศไม่ แม้จะมีระดับทฝถึงขั้นสวรรค์หากโดนเตะเข้าไปยังจุดนี้ก็หน้าซีดเซียวเขียวคล้ำกันทุกคน เฮียเปาถึงขั้นลงไปคุกเข่าที่พื้นดินหน้าของมันถิ่มลงกับพื้นส่วนมือทั้งสองของมันนั้นกุมสิ่งสำคัญระหว่างขาของมันเองไว้

           ชาวยุทธ พ่อค้า ชาวบ้านที่เป็นบุรุษเพศทุกคนที่อยู่รอบๆบริเวณแห่งนี้ที่เห็นเจ้าแก่อ้วน บางคนรู้สึกสงสาร บางคนก็สมน้ำหน้า บางคนก็เห็นใจ ส่วนสตรีนั้นส่วนใหญ่จะสมน้ำหน้ามันกันทั้งนั้น แต่เนื่องจากทุกคนในบริเวณนี้ลงเดิมพันข้างเฮียเปาไว้ จึงไม่มีใครทับถมดูถูกมันด้วยวาจาเห็นเพียงจะมีแค่สายตาที่มองมันเหมือนมองหมูแก่ที่ส่งเสียงร้องปานจะขาดใจให้ได้ คนที่เดิมพันฝั่งมันไว้อยากเร่งให้มันลุกขึ้นแต่มิมีใครเอ่ยปากกล่าวคำพูดออกมาสักคำเพราะสีหน้าของมันที่ดูเจ็บปวดจนเขียวคล้ำมีเม็ดเหงื่อปรากฏอยู่เต็มใบหน้า

     

    เวลาผ่าน 10 นาทีเห็นจะได้

     

           มันมิได้เนินนานสำหรับคนที่มุงดู แต่สำหรับมันเองเหมือนผ่านไปสิบปีร้อยปีเลยก็ว่าได้

     

    ““อึก!…จ..เจ้ามันสารเลวยิ่งนัก!

     

           เฮียเปาชักกระตุกและบิดเบี้ยวราวกับมันมิใช่มนุษย์แต่คือหมูตัวผู้ที่ถูกตัดไข่ของมันออกโดยมิได้ทายาชา

     

    *เพี๊ยะ!!…

     

           กันจินั่งลงแล้วตบหน้าขณะนี้ถิ่มอยู่ในพื้นดินและยังเขียวคล้ำจากการเจ็บปวดของมันด้วยหลังฝามืออีกครั้ง เฮียเปาอ้าปากเพื่อถ่มฟันหน้า 3 ซี่ที่หักจากการโดนกันจิตบออกมา กันจิไม่มีความเห็นใจให้กับศัตรูที่คิดจะฆ่ามันให้ตายเลยสักนิด มันยังเอ่ยปากกล่าวทับถมเฮียเปาออกมาอีกหนึ่งประโยคเพื่อเป็นการตอกย้ำให้เฮียเปาจดจำสถานะของตัวเองให้ขึ้นใจว่า

     

    “ขี้ข้ายังไงก็เป็นขี้ข้าอยู่วันยังค่ำ! มิต่างอะไรกับเจ้าที่เป็นเบี้ยเป็นหมากให้มันใช้งาน พอเจ้าหมดผลประโยชน์มันก็โยนเจ้าทิ้ง”

     

    “ข้ากล่าวถูกหรือไม่? นายน้อยกงหยุ่น?”

     

    “………?!

     

           เฮียเปาที่แม้ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคำถามของกันจิ แต่มันเห็นสีหน้าของนายน้อยที่มันนับถือเป็นเจ้านาย ขณะนี้นายน้อยของมันมองมาที่มันด้วยสีหน้ารังเกียจ สายตาที่ดูถูกเหยียดหยามแบบนี้ที่มันมิชอบมากที่สุดทำให้มันยิ่งโกรธมากขึ้น เมื่อนึกถึงคำพูดของเจ้าขอทานน้อยนั่น แม้ว่ามันจะคุกเข่าอยู่บนพื้นหน้าที่เขียวคล้ำก็ถูกตบซ้ำจากคนที่มีระดับพลังลมปราณระดับพื้นฐานขั้นที่ห้า แต่ตัวมันที่มีลมปราณระดับเริ่มต้นขั้นที่สามกับต้องมีสภาพอเนจอนาจจนหน้าถิ่มฝังอยู่ที่พื้นดิน…มันเป็นเรื่องตลกอะไรกันแน่?…และมันจะเป็นเรื่องที่น่าอับอายขนาดไหนกัน? ถ้าคนอื่นในที่นี้นำมันไปเล่าต่อ

     

           เขาต้องการเร่งพลังเพื่อจะได้ลุกขึ้นมาตอบโต้เพื่อกู้หน้าที่เสียไป แต่ลูกเตะลูกนั้นของกันจิทำมห้เขาสูญสิ้นพลังทั้งหมดออกไปในทุกทุกครั้งที่เขาขยับเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยมันจะทำให้ไข่ของเขาเจ็บปวดทรมาณแทบจะลงไปนอนดิ้นที่พื้นให้รู้แล้วรู้รอดไป

    (อารมณ์เสมือน ไอ้คนที่นอนแผ่ร้องแอ๊…นะขอรับเผื่อนึกภาพมิออก)

           

           แม้มิอาจตอบโต้ทางร่างกายก็ต้องหาทางตอบโต้ทางวาจาแทนเพราะถ้ามันปล่อยให้กันจิรอดชีวิตไปได้และยังทำลายแผนกอบโกยกำไรธุรกิจการค้าของกงหยุ่นฟงอีก ถึงมันไม่ตายดูมือของกันจิก็ต้องถูกสังหารด้วยคนของนายน้อยแน่นอน

     

    “อ…เจ้าขอ…เออ…นายน้อยกันจิ เจ้ามิอยากรู้เหรอว่าสาวรับใช้ของเจ้าตอนนี้อยู่ที่ไหน? ถ้าเจ้ายอมทำลายตันเถียนของตนเองข้าจะบอกให้ก็ได้ว่าเออ..ว่านางถูกนำไปสอนที่ไหน?”

     

           มันกังวลเป็นอย่างมากจึงคิดคำพูดที่ดูเกือบจะทำให้เชื่อได้แล้ว แต่สิ่งที่ขัดกับคำพูดและรู้ว่ามันนั้นกำลังโกหกอยู่คืออาการตะกุก ตะกัก และ สายตาที่ล่อกแล่กไปมาเหมือนสรรหาคำพูดไม่ได้

     

    “หึหึ…

     

             กันจิที่ฉลาดมากเป็นทุนเดิมแล้วจะดูไม่ออกได้เยี่ยงไรว่ามันกำลังโกหกอยู่ กันจิที่เห็นว่ามันพยายามหาทางรอดให้ตัวเองก็ถึงกับแสยะยิ้มออกมาด้วยความเย็นชาพร้อมกับที่มันกระโจนออกไป แล้วทำการเตะไปที่ไข่ของมันอีกครั้งเพื่อจบการต่อสู้ เนื่องจากเขาไม่มีเวลาที่มากพอที่จะประคองสติให้อยู่กับตัวต่อไปได้นานกว่านี้แล้ว


    “““…………

     

    “““…………

     

    “““…………

     

    5 นาทีผ่านไป

     

    “““เฮ้…

     

    ““ฮ่าฮ่าฮ่า

     

    ““เตะได้ดีนี้เจ้าหนุ่ม

     

             มีเสียงยินดีออกมาจากในฝูงชนบ้างเล็กน้อยแต่เสียงสุดท้ายที่มันจำได้แม่นยิ่งกว่าเสียงใดคือเสียงของท่านยายซุนที่กว่าชื่นชมลูกเตะของมันมันเรียบกล่าวกับท่านยายซุนด้วยอาการเหมือนคนจะหมดสติสลึมสลือ

     

    “ท่านยายข้าฝากที่เหลือด้วยนะขอรับ”

     

    “กระจอกไป ไอ้หนู!!!”

     

    *พรึบ…ตุ๊บ!?*

     

    หลังจากที่มันชี้หน้าเฮียเปาพร้อมกล่าวประโยคติดปากของมันเสร็จก็หมดสติล้มลงสลบไปกับพื้นดินตรงนั้นเลย

             

    ส่วนเฮียเปาล่ะ? กันจิมิได้คิดกังวลเเลยเพราะในเมื่อผู้ที่ชนะคือมันเจ้าแก่อ้วนนี้คงชะตาขาดจากกงหยุ่นฟงเองอยู่แล้วหรือถ้าหากมันมิตกตายก็คงจะโดนชาวยุทธทุกคนที่ลงเดิมพันฝั่งมันรุมกระทืบจนตายอยู่ดี มิต้องให้พระเอกสุดหล่ออย่างเขาต้องลดตัวเพื่อลงดาบฆ่าให้เลือดสกปรกต้องแปดเปื้อนมืออันสูงส่งของเขา

    กระบวนท่าที่ 1-3.1

    กระบวนท่าที่ 3.2-5

    คล้ายกับเรื่องเด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+ ที่คุณอ่าน