ภายในท้องพระโรงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลังจากมีการเบิกตัวนักโทษอาชญากรสงคราม ฟิลิป ราฟบลัด ปู่ของฟรังซัวร์เดินนำมาคนแรก เขาอยู่ในชุดนักโทษสีส้ม พร้อมใส่กุญแจมือและข้อเท้า เช่นเดียวกกับมาริค ส่วนฟรังซัวร์และไอรินที่เดินตามมานั้น ไม่ได้ถูกพันธนาการใดๆ เช่นเดียวกับป้าออโรร่า พวกเขาแต่งตัวตามปกติ ราวกับว่ามาเป็นพยานในการรับฟังคดีความ
ป้าออโรร่า ฟรังซัวร์ และไอรินได้รับเกียรติให้ไปนั่งเก้าอี้ซึ่งถูกเตรียมมาที่หลัง ในขณะที่รอนสันและมาริค ต้องคุกเข่าอยู่กับพื้น
ทั้งมาริคและรอนสันนิ่งเงียบ เขาไม่มีอะไรจะพูด เช่นเดียวกับเรนเดล เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง เรนเดลรู้สึกประหม่า เขาไม่รู้ว่าควรจะกล่าวอะไรออกไป ระหว่างการทักทายในอดีต หรือเริ่มอ่านคำตัดสินโทษ ที่อามูนำมาให้เขา
“สวัสดี ฝ่าบาท” เป็นมาริคที่เอ่ยออกมาด้วยเสียงเรียบ เขานั่งคุกเข่าด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม “ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะ การว่าราชการครั้งแรกเป็นยังไงบ้างพะยะค่ะ”
“ข้าจะเริ่มการพิพากษา” เรนเดลไม่ตอบอีกฝ่าย เขาเริ่มกางราชโองการของเขาทันที ราชโองการนี้ เรนเดลให้อาราก้อนร่างให้ เพราะช่วงนั้นเขาติดงานอื่นๆภายในโรงเรียน ดวงตาของเขาเบิกโพลงเล็กน้อย เมื่อเห็นคำตัดสินที่อาราก้อนเสนอมา
“ประหารยกตระกูลหรือ” เรนเดลเอ่ยทวนคำในนั้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะพับราชโองการเก็บทันที
“ตามกฏแล้ว ตระกูลบาชอคและราฟบลัด ต้องรับโทษประหารยกตระกูล” เรนเดลกล่าว “แต่เนื่องจากอดีตกษัตริย์แห่งราชรัฐตะวันตก ฟรังซัวร์ ราฟบลัด และป้าออโรร่าของข้า เป็นคนดีมีศิลธรรม รู้จักผิดชอบชั่วดี ข้าจึงขอประกาศให้ฟรังซัวร์ และป้าออโรร่า พ้นจากทุกความผิดทั้งหมด”
“แล้วพ่อของข้าล่ะ” ไอรินเอ่ยถามเรนเดลด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอไม่เอ่ยถามถึงตัวเองเลยสักคำ“นายคงจะไม่ประหารเขาใช่มั้ย เรนเดล”
“ส่วนโทษของมาริคและรอนสันนั้น” เรนเดลยังคงกล่าวประกาศต่อ โดยไม่สนใจคำของเธอ “มาริคและรอนสัน จะต้องชดใช้ความผิดที่ก่อ...พวกเขาจะต้องรับโทษประหาร แต่เนื่องจากในอดีต พวกเขาทั้งสองมีคุณงามความชอบอยู่มาก ข้าจะลดโทษให้ เหลือรับโทษจำคุกตลอดชีวิตแทน”
“แล้วไอรินล่ะ” คราวนี้ฟรังซัวร์เอ่ยถาม “ฝ่าบาท ไอรินจะต้องรับโทษอะไร”
“ข้าจะปลดฐานันดรของนางลง” เรนเดลกล่าว “จากขุนนางระดับสูง ลงไปเหลือแค่สามัญชน และข้าจะไม่อนุญาติให้ลูกหลานของนางรับตำแหน่งขุนนางอีก ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม”
ฟรังซัวร์กัดฟันแน่นทันที เพราะไอรินเป็นคู่หมั้นของเขา หากทำแบบนี้ก็หมายความว่าตำแหน่งขุนนางจะจบลงที่ฟรังซัวร์ และลูกหลานของเขาจะไม่ได้สืบตำแหน่งต่อจากเขา มีทางเลือกเดียวคือเขาต้องทอดทิ้งไอริน
“เรนเดล” ไอรินกล่าวเสียงสั่น “คำสั่งของนาย เหมือนฆ่าฉันทั้งเป็นเลยนะ แบบนี้ใครจะอยากแต่งงานกับฉันอีก”
“คุณยังมีผมอยู่” ฟรังซัวร์กล่าว “อาชีพในโลกนี้ยังมีอีกเยอะแยะนะไอริน ผมจะไม่ทอดทิ้งคุณ”
ไอรินปล่อยโฮอย่างไม่อาย ก่อนจะโผเข้ากอดฟรังซัวร์แน่น มาริคกัดฟันด้วยความเจ็บใจ เขาเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อม และคุกเข่าพลางก้มหัวให้กับเรนเดลทันที
“ฝ่าบาท หากประหารหม่อมฉัน แล้วแลกกับไอรินไม่ต้องรับโทษ หม่อมฉันจะขอแลกด้วยชีวิตตัวเอง”
“อยากให้ข้าเมตตาไอรินอย่างนั้นหรือ” เรนเดลกล่าว “งั้นท่านคงต้องร่วมมือกับข้า...จงบอกความจริงเกี่ยวกับพ่อ แม่ และพี่ชายของข้ามา ว่าพวกเขาตายยังไง ใครสังหารเขา”
“หากหม่อมฉันยอมบอก จะละเว้นไอรินสินะพะยะค่ะ”
“ใช่แล้วล่ะ” เรนเดลกล่าว “แต่ท่านต้องพูดความจริง...และคิดให้ดีก่อนที่จะตอบข้านะ ท่านมาริค”
“คนที่ทำให้บิดาและมารดา รวมถึงพี่ชายของท่านเสียชีวิต” มาริคกล่าว “คือข้าแต่เพียงผู้เดียว”
รอนสันที่อยู่ข้างๆแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่เขานิ่งเงียบ ไม่ยอมปริปากใดๆ เรนเดลยิ้มกริ่มน้อยๆ พลางส่ายหน้า
“ข้าเปลี่ยนใจแล้วล่ะ เห็นทีไอรินคงต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตเช่นเดียวกับท่านด้วย...เพราะท่านกำลังโกหกข้า”
“เดี๋ยวก่อน” มาริคกล่าวค้านทันที “ข้าเป็นคนริเริ่มแผนการ ดังนั้นความผิดจึงตกอยู่กับข้าแต่เพียงผู้เดียว”
“บอกรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดมาให้หมด ไม่เช่นนั้นแล้วจะไม่มีเชื้อสายตระกูลบาชอค หรือญาติของเขาบนแผ่นดินนี้” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าเชื่อว่าถ้าทำแบบนั้น น่าจะล้างแแค้นให้พ่อข้าได้ ท่านเห็นด้วยมั้ย ท่านมาริค”
“ท่านอาจจะทราบอยู่แล้วก็ได้” มาริคกล่าว “แต่เรื่องนี้ ตระกูลราฟบลัดก็รู้เห็นเป็นใจด้วยพะยะค่ะ ฟิลิปท่านสังหารเขาไปแล้ว คงเหลือแต่รอนสันเท่านั้น”
“มาโทษข้าหรือ” รอนสันกล่าวเสียงเกรี้ยวกราด “เจ้าฟิลิปมันหายาพิษมาก็จริง...แต่ท่านลืมไปแล้วหรือ ว่าคนถือเครื่องดื่มใส่ยาพิษให้กับพ่อและแม่ของเรนเดล คือไอรินน่ะ...เด็กน้อยที่พวกเขาไม่ทันระวังตัวยังไงล่ะ!!”
เรนเดลมองไอรินด้วยสายตาที่เย็นชา ไอรินหน้าซีดเป็นไข่ต้ม ปากเธอสั่นไม่หยุด ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้น
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่รู้เรื่อง...ข้าไม่รู้ว่าในนั้นมียาพิษ” ไอรินกล่าวคำพวกนี้วนไปมา ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
“และพี่ชายของข้าล่ะ” เรนเดลกล่าว “ท่านไม่ได้พูดถึงพี่ชายของข้าเลย”
“พี่ชายท่านหายสาบสูญไป” มาริคกล่าว “ข้าไม่ทราบจริงๆ ว่าเขาไปไหน ฟิลิปเป็นคนพาตัวเขาไป”
“อาจถูกยิงทิ้ง แล้วฝังไว้ในป่านอกกำแพง” รอนสันกล่าว “เรื่องของพี่ชายท่าน เรารู้แค่นี้จริงๆ ถึงฆ่าพวกเราทั้งหมด ก็ไม่ได้ข้อมูลพี่ชายท่านอยู่ดี”
“ฝ่าบาท” อาราก้อนกล่าวขึ้น หลังจากฟังเรื่องจนจบ “หม่อมฉันคิดว่าสมควรจะประหารยกตระกูลพะยะค่ะ หอกข้างแคร่เอาไว้ไม่ได้ หากปล่อยไป มันต้องแว้งกัดเราวันใดวันหนึ่งแน่ๆ”
“มันเกินไปหน่อย” เรนเดลกล่าว “ในตระกูลราฟบลัด ยังมีคนดีๆอยู่ ฉันคงทำแบบนั้นไม่ได้”
“หม่อมฉันบอกสิ่งที่หม่อมฉันรู้ไปหมดแล้ว” มาริคกล่าว “พระองค์จะละเว้นไอรินได้หรือไม่พะยะค่ะ”
“ตามสัญญา” เรนเดลกล่าว “ฉันจะละเว้นไอริน แต่เรื่องที่เธอต้องโดนลดฐานันดร เหลือสามัญชน จะยังคงอยู่”
“ขอบพระทัย” มาริคกล่าวก่อนจะก้มหัวลง “ข้าไม่มีอะไรจะห่วงแล้ว ขอแค่ลูกสาวข้าปลอดภัยก็พอ”
“ไอริน ฟรังซัวร์” เรนเดลเอ่ยเรียกชื่อทั้งสองคน “ตามกฏของสงครามในครั้งนี้ ฉันเป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสงครามทั้งหมด ฉันจะให้พวกนายเป็นคนรับผิดชอบ รายละเอียดทั้งหมดจะตามไปที่หลัง”
ไอรินกัดฟันแน่น ก่อนจะเริ่มร้องไห้ เพราะชีวิตของเธอและฟรังซัวร์นับจากนี้ จะต้องอยู่อย่างยากลำบาก สมบัติประจำตระกูลขอองเธอคงต้องหมดสิ้นแน่ๆ...แต่อย่างน้อย เธอก็ยังมีชีวิต
“ท่านอาจารย์” ฟรังซัวร์เดินมาหาเมกุมิที่อยู่ด้านหลังขุนนาง ก่อนจะก้มหัวให้ “ขออภัยที่ต้องให้เห็นในสภาพนี้ มันดูไม่ได้เลยสินะครับ”
“ฉันไม่ถือหรอก” เมกุมิกล่าว “ฉันมาที่นี่ เพื่อดูว่าเธอจะไม่เป็นอะไร ฟรังซัวร์ ตอนนี้เธอคือศิษย์เพียงคนเดียวของฉัน จงเป็นจอมเวทเจ็ดดาราธาตุแสงที่มีคุณธรรมล่ะ”
ฟรังซัวร์โค้งคำนับรับคำสอนจากเมกุมิ ก่อนจะเดินไปหาไอรินที่รออยู่ เธอสังเกตุว่าไอรินแอบมองค้อนเธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไป
มาริคและรอนสัน ถูกนำตัวไปขังคุกต่อ ส่วนฟรังซัวร์ ไอริน และป้าออโรร่าสามารถกลับบ้านของพวกเขาได้ บ้านที่เรนเดลปลูกให้อยู่ไม่ไกลจากราชวังมากนัก และถูกจับตาดูเป็นพิเศษอยู่ตลอดเวลา
“ทำดีมากค่ะ เรนเดล” โคโตโนฮะที่นั่งบนบัลลังค์เดียวกับเขากล่าวชมเชย “ศัตรูถึงแม้จะมีชีวิต แต่ก็ไม่มีทางมีกำลังจะก่อกบฏได้อีก อีกทั้งภาระค่าหนี้สงครามที่ท่านต้องจ่ายให้จักรวรรดิมังกรไฟ ยังถูกโอนย้ายไปที่ฝ่ายศัตรูอีกด้วย”
“ต้องทำแบบนั้นแหละ” เรนเดลกล่าว “หากองค์พระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิมังกรไฟยกหนี้ให้กับฉัน ดินแดนของฉันจะต้องติดหนี้พระองค์ใหญ่โต ส่งผลให้จักรวรรดิมังกรไฟแทรกแทรงการปกครองของฉันได้น่ะสิ”
“ไหนว่าเล่นการเมืองไม่เป็นไงคะ” โคโตโนฮะเอ่ยถาม “เรนเดล เธอก็คิดได้นี่ ว่าควรจะทำยังไง”
“จำมาจากหนังสือเรียนน่ะ” เรนเดลตอบเสียงเรียบ “ไม่นึกว่ามันจะนำมาใช้ได้อยู่เหมือนกัน”
อาราก้อนปรบมือเพื่อให้ทุกคนอยู่ในความสงบทันที ดูเหมือนว่าหลังจากจบเรื่องของกบฏ เขามีเรื่องจะประกาศต่อ
“เหล่าขุนนางทุกท่าน เรื่องก็จบลงไปแล้ว ถึงเวลาที่เราจะแยกย้าย เพื่อให้ฝ่าบาทได้พักผ่อน”
“นั่นสินะ” เรนเดลกล่าว “ข้าคงต้องกลับโรงเรียนแล้วล่ะ มีงานมากมายรอข้าอยู่เช่นกัน”
“เดี๋ยวก่อนพะยะค่ะ” ขุนนางคนหนึ่งกล่าวขึ้น “พวกเราเหล่าขุนนางผู้ภักดีต่อฝ่าบาท อยากจะคุยกันเรื่องราชินีของพระองค์”
“นั่นสิ” ขุนนางอีกคนกล่าวสนับสนุน “เรามาคุยเรื่องนี้ก่อนต่อเถอะ เพราะอนาคตข้างหน้า ราชินีของพระองค์ จะส่งผลต่อประเทศเราอย่างมาก”
เรนเดลถอนใจทันที เมื่อได้เห็นขุนนางทั้งสองคนคะยั้นคะยอ ตามตื้อเขาไม่เลิก
“พวกท่านทั้งสองชื่ออะไร” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ
“จอห์นพะยะค่ะ เป็นขุนนางหัวหน้ากรมสาธารณสุข” ขุนนางคนแรกกล่าว
“แฮรร์รี่พะยะค่ะ เป็นขุนนางหัวหน้ากรมแรงงาน” ขุนนางคนที่สองรายงานตำแหน่งตน
“พวกท่านทั้งสองคนถูกพักงาน” เรนเดลกล่าว “ห้ามปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองเป็นเวลาสามเดือน และระหว่างนี้จะไม่ได้เงินเดือนด้วย”
“พวกเราทำผิดอะไร” ขุนนางที่ชื่อจอห์นกล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “พระองค์ไม่ยุติธรรมกับเรานะพะยะค่ะ”
“เห็นทีคงฉันคงต้องเร่งจัดงานหมั้นหมายสินะ” เรนเดลกล่าว “ระหว่างข้าและโคโตโนฮะ รวมถึงเรื่องแต่งตั้งราชินีคนอื่นๆ เพื่อขุนนางจะได้ไม่ขัดแย้งกันเองอีก”
“เป็นความคิดที่เข้าท่าพะยะค่ะ” อาราก้อนกล่าวสนับสนุน “ข้าจะจัดการพวกขุนนางที่ตามตื้อพระองค์เอง ขอเชิญพระองค์เสด็จกลับเถอะพะยะค่ะ”
“ขอถามอีกสักนิดเถอะพะยะค่ะ” ขุนนางที่ชื่อแฮร์รี่กล่าว “งานหมั้นและงานประกาศแต่งตั้งสนม พระองค์คิดจะเริ่มวันไหน พวกเราเหล่าขุนนางจะได้เตรียมตัวถูก”
“น่าจะอีกสักเดือนนึง” เรนเดลกล่าว “ข้าต้องทำเรื่องสู่ขอคนที่ข้าหมายปองอีกน่ะสิ”
“พระองค์มีนางสนมในดวงใจแล้วรึ!!” ขุนนางแฮร์รี่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจ “เป็นคนในอาณาจักรเราหรือไม่พะยะค่ะ”
“เป็นชาวต่างชาติ” เรนเดลกล่าวพลางส่งยิ้มให้แฮร์รี่ “และข้าหมายมั่นว่าจะให้นางทั้งสองเป็นราชินีด้วย ไม่ใช่สนม”
หลังเรนเดลกล่าวจบ แฮร์รี่ถึงขั้นกุมขมับทันที จอห์นเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียด เพราะพวกเขาทั้งสองล้วนแล้วแต่มีลูกสาว และอยากให้ลูกสาวของพวกเขาเป็นชายาของเรนเดล
“พวกท่านทั้งสองอย่าห่วงไปเลย” อาราก้อนกล่าวด้วยเสียงกระซิบ “ข้าสนิทกับพระองค์ และข้าจะไม่ยอมให้พระองค์รับหญิงต่างชาติเป็นราชินี ข้าจะให้ฟิโอน่าเป็นราชินีของพระองค์ให้ได้ เพราะฟิโอน่าคู่ควรที่สุดแล้ว”
“เห็นทีความหวังของพวกเรา คงต้องฝากไว้ที่ท่านอาราก้อน ผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง จะตกไปสู่ชาวต่างชาติไม่ได้เด็ดขาด” ทั้งจอห์นและแฮร์รี่ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนจะแยกย้ายกันออกนอกท้องพระโรง
“ฟิโอน่า” อาราก้อนเอ่ยเรียกหลานสาวของเขาทันที “ศึกคราวนี้ช่างใหญ่หลวงนัก เธอต้องพิชิตใจของฝ่าบาทให้ได้”
“จะให้ฉันทำยังไงคะ ท่านอา” ฟิโอน่ากล่าว “หรือว่าข้าจะต้องย้ายโรงเรียนไปเรียนที่เดียวกับเขา”
“ฉันคิดแบบนั้นแหละ” อาราก้อนกล่าว “ฉันจะทำทุกอย่าง เพื่อให้เธอได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนมาเกีย ผลประโยชน์ของประเทศชาติมันขึ้นอยู่กับเธอแล้วนะ หลานรัก จงเป็นราชินีของฝ่าบาทซะ”
“เซร่า” เรนเดลเอ่ยเรียกเธอ หลังจากที่ทุกคนเดินออกมาจากวงเวทเคลื่อนย้ายแล้ว “อาจจะกระทันหันไปหน่อย แต่พรุ่งนี้เราเตรียมตัวเดินทางไปบ้านของเธอเถอะนะ”
“ค่ะ” เซร่ากล่าวตอบรับเสียงสั้น “แต่อย่างแรกเลย เราควรจะบอกเรื่องนี้กับโจแอนนาก่อนนะคะ ยังไงเธอก็เป็นพี่สาวของฉัน”
แต่ก่อนที่เรนเดลจะได้ทำอะไร โจแอนนาและลูเธอร์กลับวิ่งมาหาเธอก่อน ดูเหมือนโจแอนนาจะรู้ว่าน้องสาวเธออยู่ที่ไหน
“อยู่แถวหอพักชายนี่เอง” โจแอนนากล่าวพลางทำท่าเหนื่อยหอบ “คุณพ่อแและแม่ของเธอทราบแล้วนะ ว่าเธอเข้ารอบชิงชนะเลิศประลองชิงตำแหน่งสภานักเรียน...พวกท่านรออยู่ที่หอพักของฉันน่ะ รีบไปหาเถอะ”
“พอดีเลย” เรนเดลกล่าวพลางส่งยิ้มให้โจแอนนา “ฉันมีเรื่องต้องคุยกับพวกท่าน เธอก็ไปด้วยสิ โจแอนนา”
“เรื่องอะไรหรือเรนเดล” โจแอนนาเอ่ยถามด้วยความสงสัย เธอรู้สึกแปลกใจที่เรนเดลยิ้มกว้างกว่าทุกที
ที่บ้านพักของโจแอนนา คุณพ่อของเธอ และแม่ของเซร่ารออยู่แล้ว พ่อของเซร่าและโจแอนนานั้นเป็นชายหนุ่มแต่งชุดทางการใส่สูท ผมสีน้ำเงินเข้มหวีเรียบ ใส่แว่นตากรอบเหลี่ยม ลักษณะของเขานั้นเหมือนกับนายธนาคารไม่มีผิด สมกับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง
ส่วนแม่ของเซร่านั้นมีผมสีฟ้ายาวสยาย ดูน่ารักและอ่อนกว่าวัยมาก เธออยู่ในชุดพนักงานออฟฟิศใส่สูท เดาได้ว่าคงทำงานที่เดียวกับพ่อของเซร่า
“สวัสดีจะทุกคน” แม่ของเซร่าเอ่ยทักทายทุกคนอย่างอ่อนโยน เรนเดลโค้งคำนับให้ทั้งสอง ก่อนจะนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม พร้อมกับเซร่า
“คุณพ่อคุณแม่คะ” เซร่ากล่าวพลางผายมือไปยังเพื่อนๆของเธอ “นี่เพื่อนๆของหนูค่ะ”
เมื่อเซร่าเอ่ย แต่ละคนก็แนะนำตัวเองทันที จนมาถึงเรนเดล เมื่อเขาแนะนำตัว พ่อกับแม่ของเซร่าดูจะตกใจเล็กน้อย พวกเขาไม่คิดว่าเซร่าจะมีเพื่อนเป็นถึงกษัตริย์ของราชรัฐจิ้งจอกแดง
“ไหนๆพวกท่านก็มาแล้ว” เรนเดลกล่าวพลางมองหน้าของเซร่า เพื่อดูว่าเธอพร้อมมั้ย เมื่อเธอพยักหน้า เรนเดลจึงกล่าวทันที “ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกกับพวกท่าน”
“พระองค์มีอะไรจะกล่าวหรือ” พ่อของเซร่ากล่าวพลางหัวเราะเบาๆ “อย่าบอกนะว่ากำลังคบกับลูกสาวของหม่อมฉันอยู่”
“ไม่เพียงแค่คบครับ” เรนเดลกล่าว “แต่ผมจะสู่ขอบุตรสาวของพวกท่าน ไปเป็นราชินีฝ่ายซ้าย ของราชรัฐจิ้งจอกแดง”
เซร่าแก้มแดงระเรื่อ ก่อนจะก้มหน้าลง ในขณะที่เรนเดลเองก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ พ่อของเซร่าทำหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะมองไปที่เซร่า
“หนูอายุยังน้อยนะเซร่า ยังมีเวลาตัดสินใจอีกเยอะ...ถึงแม้ตำแหน่งราชินีฝ่ายซ้ายจะดูดี แต่เมียน้อย ยังไงก็ขึ้นชื่อว่าเมียน้อย พ่อกลัวหนูจะโดนคนจากในวังเอารัดเอาเปรียบ”
“คุณพ่อคะ” เซร่ากล่าวเสียงสั่นทันที เมื่อถูกปฏิเสธ “แต่หนูรักเรนเดลนะคะ”
“และใครคือราชินีหลักของท่าน” พ่อของเซร่ากล่าวเสียงเรียบ พลางมองสาวๆของเรนเดล
“หนูเองค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “และหนูไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น ที่จะให้เพื่อนของหนูมาเป็นชายาอีกคนของเรนเดล”
“แก่แดดแก่ลมกันจังเลยนะ” คราวนี้แม่ของเซร่ากล่าว ทำเอาโคโตโนฮะเม้มปากแน่นทันที แต่เธอมีมารยาทพอจะไม่ตอบโต้ “มันก็ดีอยู่หรอกนะ ที่มองการณ์ไกล หาพรรคพวกเข้าวังน่ะ แต่ฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวของฉันเป็นอันตรายโดยเด็ดขาด”
“การเมืองน่ะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกขุนนางเถอะนะ” พ่อของเซร่ากล่าวก่อนจะลุกขึ้นยืน “ประเทศประชาธิปไตยอย่างเรา อย่าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลยนะเซร่า ถือว่าพ่อขอ”
“แม่ไม่อยากให้ลูกตกเป็นเมียน้อยของใคร” แม่ของเซร่ากล่าว “มันไม่ได้ดีอย่างที่คิดหรอกนะ เชื่อแม่เถอะ”
กลุ่มของเรนเดลนิ่งเงียบสนิท เมื่อผู้ใหญ่ของอีกฝ่ายปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย โจแอนนากำหมัดแน่น ก่อนจะตะโกนออกไป
“คุณแอนคะ” โจแอนนาเอ่ยเรียกแม่ของเซร่า “เมื่อคุณมีความคิดเช่นนี้ และทำไมทีคุณยังยอมลดตัวลงมาเป็นเมียน้อยของพ่อฉันเลยล่ะ แต่ทีลูกสาวคุณ คุณกลับขัดขวางความรักของนาง”
“เธอไม่รู้เรื่องอะไรก็อย่าพูดเลย เด็กน้อย” แม่ของเซร่ากล่าวก่อนจะเดินกลับไปจูงมือเซร่าออกมา และพาเธอไปกับนางทันที
“เป็นเรื่องวุ่นวายซะแล้วสิ” เรนเดลกล่าว “ฉันทำอะไรผิดหรือเปล่านะ”
“เรนเดลไม่ผิดหรอกค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “บางทีฝ่ายนั้นอาจเตรียมคู่หมั้นไว้ให้กับเซร่าแล้วก็ได้ หรือไม่เขาก็อาจไม่ชอบเรนเดล”
“สงสัยคงเป็นอย่างหลัง” เรนเดลกล่าวพลางถอนใจ “ฉันคงต้องหาทางเข้าหาพวกเขาแล้วสินะ”
ทางด้านของเซร่าที่ถูกแม่ของเธอลากมาไกล เธอตัดสินใจสะบัดมือออกทันที และเลิกเดินตามพ่อกับแม่ของเธอ
“อธิบายมาก่อนค่ะ ว่าทำไมต้องปฏิเสธเรนเดลขนาดนั้น” เซร่าเอ่ยถามด้วยเสียงโกรธ ทำให้พ่อกับแม่ของเธอรู้สึกแปลกใจ ที่เซร่าปกตินิ่งเงียบ ถึงกับก้าวร้าวเพราะผู้ชายคนเดียว
“เซร่า ฟังแม่นะ” แม่ของเซร่ากล่าว พลางมองหน้าเธออย่างจริงจัง “เธอจะแต่งงานกับใครก็ได้ บนโลกใบนี้ ยกเว้นเพียงตระกูลเดียว ที่เธอไม่สามารถแต่งงานด้วยได้ นั่นคือตระกูลฟอกการ์ด”
“เพราะอะไรกันคะ” เซร่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เรามีความแค้นอะไรกับเขา”
“เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พ่อคงต้องพูดล่ะ” พ่อของเซร่ากล่าวพลางถอนใจ “เซร่า ตั้งใจฟังพ่อให้ดีๆนะ...หนูน่ะ ไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของพ่อหรอก แต่ความจริงแล้วหนูเป็นพี่น้องแท้ๆของเรนเดล พี่สาวคนละแม่ของเรนเดลเขา”
“แม่น่ะ...เป็นสนมของฝ่าบาทองค์ก่อน สนมลับที่พ่อแท้ๆของลูกต้องแอบซ่อน” แม่ของเซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “และแม่หนีตายมา ตอนที่พวกเขาโดนขุนนางชั่วสังหาร ถ้าไม่ได้คุณโจเซฟ หรือพ่อคนปัจจุบันของลูกช่วยเอาไว้ แม่ก็คงตายไปแล้วล่ะจะ… แม่ขอโทษนะ ที่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับลูกเลย”
“ไม่จริง” เซร่ากล่าวทั้งน้ำตา “พ่อแม่กำลังรวมหัวกันหลอกหนู...หนูไม่เชื่อหรอกค่ะ อย่ามาหลอกหนูด้วยวิธีนี้นะคะ หนูไม่เชื่อ!!”
แม่ของเซร่ากำลังจะอธิบายต่อ แต่แล้วเธอก็ต้องรีบประคองร่างของเซร่าทันที เพราะเธอตัวอ่อนล้มพับลงกับพื้น สะอื้นไห้ไม่หยุด
“หนูไม่เชื่อ” เซร่ากล่าวทั้งน้ำตา “อย่ามาหลอกหนูนะ...มันจะเป็นไปได้ยังไง เรื่องโกหกพรรค์นั้น”