Room 9
ความทรงจำพร่าเลือน
ออสตันกลับมายังห้องในอาคารเช่าอีกครั้ง เขาได้ยินเสียงสับสนวุ่นวายดังด้านนอก คาดว่าบรรดาลูกน้องคงตื่นตระหนกที่เขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย
หากเวลาภายในสถานที่แห่งนั้นกับที่นี่ไหลเท่ากัน เราน่าจะหายไปราวๆ สิบห้าชั่วโมงโดยประมาณ คนสำคัญหายไปนานขนาดนี้ ไม่ตื่นตระหนกสิแปลก...
ออสตันพ่นลมหายใจ ยกมือนวดขมับ ตอนนี้ต้องจัดการเื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นก่อน ไม่รู้เื่ไปถึงโบสถ์รุ่งอรุณหรือยัง เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ยังไงทางฝั่งนั้นน่าจะส่งคนมาจัดการแล้ว
เอาเถอะ... ได้รู้จักสถานที่แห่งนั้นก็ถือว่าคุ้มล่ะนะ
เขาหวนนึกถึงสถานที่ลึกลับแห่งนั้น แต่กลับรู้สึกว่าความทรงจำบางส่วนพร่าเลือนไม่ประติดประต่อ คล้ายมีเมฆหมอกมาบดบังจนจำรายละเอียดไม่ชัด ขนาดคนที่ทำให้เขากลัวจนเร่งรีบออกจากสถานที่ดังกล่าวมาคือใครก็ยังจำไม่ได้
นี่มัน...
ออสตันกลืนน้ำลายลงคอ มิน่าล่ะสถานที่แห่งนั้นจึงไม่ถูกเปิดเผย ที่แท้เมื่อผู้เข้าไปกลับออกมาจะจำอะไรไม่ได้มากนัก จำได้แค่สถานการณ์โดยรวม ไม่อาจจำรายละเอียดได้
ชายวัยกลางคนรู้สึกโล่งใจ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ต่อให้คนในนั้นถูกจับสักคนก็ไม่อาจซัดทอดมาถึงเขาได้ เมื่อสาวตัวไม่ถึง เขาก็เป็แค่ผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง
นี่สินะ การคงอยู่ขององค์กรลึกลับ...
ออสตันครุ่นคิดขณะยัดของในมือลงในกระเป๋าเสื้อโค้ท สองท้าวก้าวเดินไปผลักประตูออก สายตาเหลือบมองชายคนหนึ่งยืนอึ้งด้วยใบหน้าสงบ
อีกด้านหนึ่ง พอเห็นคนที่ควรจะหายไปปรากฏตัว สมาชิกหอการค้าคนนั้นเบิกตากว้างด้วยความใ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าหาอย่างร้อนรน
“ท่านกลับมาแล้ว! องค์เทพการค้าทรงอวยพร” ชายหนุ่มะโเสียงดังลั่น ยื่นมือสองข้างแบออกเป็สัญลักษณ์สรรเสริญแด่เทพการค้า
“ใอะไรกัน” ออสตันถามเสียงแข็ง
“ท่านหายไปอย่างลึกลับ จะไม่ให้ใได้อย่างไร พวกเรานึกว่าท่านถูกลักพาตัวไปเสียอีก ทางโบสถ์รุ่งอรุณก็ส่งคนมาตรวจสอบ แต่ไม่พบร่องรอยของการลักพาตัวหรือฝีมือของสิ่งลึกลับ มันน่าประหลาดจริงๆ” ชายหนุ่มพูดพร้อมถอนหายใจอย่างโล่งอก “ตกลงท่านไปไหนมาเหรอ”
“เอาล่ะ อย่าทำให้เป็เื่ใหญ่ ไปบอกทุกคนว่าฉันกลับมาแล้ว ส่วนทางโบสถ์รุ่งอรุณเดี๋ยวฉันจะไปอธิบายเอง” ชายวัยกลางคนสั่ง มือโบกไปมาคล้ายรำคาญ
“แต่...” เขาอยากจะกล่าวบางอย่าง ออสตันกลับจ้องเขม็ง สุดท้ายชายหนุ่มก็ได้แต่ตอบรับคำสั่งพร้อมจากไปด้วยความสงสัย
ออสตันกลับเข้ามาในห้อง เขาพยายามคิดคำอธิบายเพื่อไม่ให้คนของโบสถ์รุ่งอรุณสงสัย... จะบอกว่าอะไรดีนะ ถูกวายร้ายจับตัวไปอย่างนั้นเหรอ เหมือนจะฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่ หรือบอกว่าจู่ๆ ก็หลงทางไปยังสถานที่ลึกลับ? แบบนั้นต้องถูกถามรายละเอียดและถูกตรวจสอบแน่
ชายวัยกลางคนกลัดกลุ้ม เขาหยิบของสามสิ่งมาจากในกระเป๋าเสื้อโค้ท มันคือองุ่นพิสุทธิ์สามลูก สูตรยาวิถีธรรมชาติระดับสอง และกระดาษเก่าซีดแผ่นหนึ่ง
กระดาษใบนี้อยู่ในหมวดบันทึกลับ มันน่าจะซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ใช่ไหม? ออสตันลังเลก่อนจะลองอ่านมันดู
มีบันทึกมาั้แ่โบราณเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่ง มันไร้สติ ชื่นชอบการกัดกินเืเนืุ้์และสิ่งมีชีวิตอื่น รูปร่างราวกับซากศพเดินได้ ผู้คนเรียกมันว่า ‘ผีดิบ’
ชายวัยกลางคนอ่านย่อหน้าแรกจบพลันรู้สึกขนลุกชัน รีบเก็บกระดาษแผ่นนั้นไม่อ่านต่อ สิ่งนี้คือบันทึกลับเกี่ยวกับผีดิบ?
ต่อให้ในใจมีความอยากรู้อยากเห็นแค่ไหน ออสตันก็รู้ดีว่าสิ่งนี้อาจนำภัยมาสู่ตน ถ้าอ่านในสถานลึกลับอาจจะไม่เป็ไร เขาเชื่อว่าชายคนนั้นที่เรียกว่า ‘คุณเ้าของ’ ต้องมีวิธีการปกปิดความลับทุกอย่างภายในนั้น ไม่มีทางที่โบสถ์รุ่งอรุณจะตรวจสอบได้ แต่อ่านมันในโลกใบนี้... เขายอมรับตามตรงว่าไม่มั่นใจ
ออสตันถอนหายใจอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็คิดแผนแก้ต่างในใจ จนสุดท้ายคิดออกมาได้แผนหนึ่ง แม้ว่าแผนนี้จะทำให้ตลอด่เวลาที่อยู่ในเมืองล็อค เขาจะถูกจับตามองโดยโบสถ์รุ่งอรุณอยู่บ้าง แต่เมื่อชายวัยกลางคนกลับไปยังเมืองหลวง เขาจะกลับมามีอิสระอีกครั้ง
นอกจากนี้ถ้าทำได้ดีมากพอ การค้าครั้งนี้อาจได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ...
ไม่รู้ว่าองุ่นพิสุทธิ์หนึ่งพันลูกนั่นจะส่งมาตอนไหน จากคำพูดของคุณเ้าของ มันต้องใช้เวลาในการผ่านกระบวนการขนส่ง หากจะเร่งกระบวนการนี้ จำต้องจ่ายเงินเพิ่ม ตอนนั้นออสตันกลัวว่าจะถูกสงสัยในที่มาของพวกมัน ชายวัยกลางคนจึงไม่ได้เพิ่มเงิน ดังนั้นคาดว่าอีกหนึ่งสัปดาห์กว่าจะมาถึง
ชายวัยกลางคนนำองุ่นพิสุทธิ์และสูตรยาธรรมชาติระดับสองไปซ่อน ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วบอกให้คนเตรียมรถม้าเพื่อเดินทางไปยังโบสถ์รุ่งอรุณประจำเมืองล็อค เขายังเตรียมเงินเหรียญทีอาไปอีกหนึ่งพันเหรียญทองเพื่อบริจาค ส่วนของขวัญที่เคยตระเตรียมไว้มันสลายกลายเป็ผงไปแล้วชายวัยกลางคนจึงตั้งใจใช้บันทึกลับแผ่นนี้แทน
………………………………………………
ไทเกอร์กลับมาอยู่หน้าประตูเมืองอีกครั้ง เขาพยายามนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่รายละเอียดบางอย่างกลับคลุมเครือ มันเหมือนมีม่านหมอกปกคลุมความทรงจำ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิด
“วันนี้วันที่เท่าไหร่” เขาถามยามเฝ้าประตู อีกฝ่ายมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ แต่ก็ยอมตอบคำถาม
“วันที่ 20 เดือนมิถุนายน”
20 มิถุนายน? หมายความว่าเขาหายไปสามวันสินะ ดูเหมือนเวลาของที่นั่นกับที่นี่จะเท่ากัน
ไทเกอร์กล่าวขอบคุณแล้วเดินเข้าไปในเมือง หายไปสามวัน ป่านนี้น้องสาวคงเป็ห่วงแย่แล้ว ไม่รู้ว่ากลับไปจะอธิบายว่ายังไงดี
ไหนจะเื่ที่ต้องย้ายตำแหน่งอีก ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกแค่สิบเอ็ดวัน แต่จากเมืองหลวงไปยังเมืองนอแลนด์ใช้เวลาสิบวัน หากเร่งหน่อยก็น่าจะแปดถึงเก้าวัน หมายความว่าเขามีเวลาเตรียมตัวไม่เกินสองวัน
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เวลาเตรียมตัวดูเหมือนจะน้อยเกินไป และเขายังไม่ได้บอกน้องสาวเื่ต้องย้ายสถานที่ทำงาน ทำไมสมาคมไม่ให้เวลาเตรียมตัวมากกว่านี้นะ ไอ้รองหัวหน้าบัดซบนั่น!
ขณะสบถด่าในใจเขาก็เดินมายังจุดให้บริการรถม้าเขตตะวันตก ซึ่งค่อนข้างไกลจากบ้านของเขา ถ้าเดินด้วยเท้าอาจใช้เวลานานนับชั่วโมง เพราะบ้านชายหนุ่มอยู่เขตตะวันออก เนื่องจากค่อนข้างเร่งรีบ ไทเกอร์จึงตัดสินใจเช่ารถม้าเพื่อประหยัดเวลา ค่าเช่าแบบเหมาจ่ายตกคันละสองเหรียญเงิน ราคานี้ค่อนข้างแพง ปกติเขาไม่ยอมจ่ายแน่ แต่ตอนนี้ค่อนข้างร้อนใจ เขาจึงยอมกัดฟันจ่าย
หน่วยเงินตราของโลกใบนี้แตกต่างจากสถานที่ลึกลับ มันไม่ได้มีแค่หน่วยเดียว แต่แบ่งออกเป็เหรียญทองแดง เหรียญเงิน และเหรียญทอง โดย 100 เหรียญทองแดงมีค่าเท่ากับ 1 เหรียญเงิน 100 เหรียญเงินมีค่าเท่ากับ 1 เหรียญทอง แต่ละอาณาจักรจะมีรูปแบบของเหรียญแตกต่างกันออกไป ทว่าหน่วยเงินและค่าเงินก็ยังคงเหมือนกันทั่วโลก
ในอาณาจักรทีอารายได้ของชนชั้นกลางจะตกปีละ 5 ถึง 10 เหรียญทอง ส่วนชนชั้นแรงงานตกไม่ถึง 1 เหรียญทองต่อปีด้วยซ้ำ
อาชีพนักล่านับว่าค่อนข้างทำเงินได้ดี ปีหนึ่งไทเกอร์สามารถทำเงินได้ 20-30 เหรียญทอง หากโชคดีได้รับสมบัติวิเศษ หรือวัตถุดิบล้ำค่า ก็จะได้เพิ่มอีก 10-30 เหรียญทองต่อปี
เงินจำนวนนี้เพียงพอให้สองพี่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ถึงขั้นใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยด้วยซ้ำ แต่ก่อนหน้านี้พวกเขาต้องเก็บเงินเพื่อให้น้องสาวเข้าเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ ทั้งคู่จึงไม่ค่อยเต็มใจใช้เงินดังกล่าว ปีหนึ่งใช้ไม่ถึง 2 เหรียญทอง น่าเสียดายตอนนี้พวกเขาไม่จำเป็ต้องประหยัดเงินอีกต่อไป เพราะถ้าไปอยู่เมืองนอแลนด์ก็คงมีช่องทางใช้จ่ายเงินไม่มากนัก
ไทเกอร์ตั้งใจว่าจะซื้อชุดใหม่และเครื่องสำอางดีๆ ให้น้องสาวเพื่อปลอบใจที่ต้องย้ายไปสถานที่กันดาน บางทีมันอาจจะทำให้ความขุ่นเคืองของเธอลดลงได้บ้าง
ขณะกำลังคิดเรื่อยเปื่อย รถม้าก็หยุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายหนุ่มสีหน้าฉงน ตั้งใจจะถามคนขับ แต่กลับได้ยินเสียงพูดคุยจากด้านนอกเสียก่อน
“เราขอติดรถไปด้วยได้ไหม” เสียงของหญิงสาวดังจากด้านนอก คนขับรถลังเลก่อนจะพูดคุยกับเธอครู่หนึ่ง จากนั้นก็เลิกผ้าม่านมาถาม
“มีคุณผู้หญิงสองท่าน้าร่วมทางไปด้วย พวกเธอบอกว่ายินดีจ่ายค่าเช่าครึ่งหนึ่ง”
ไทเกอร์ครุ่นคิดก่อนจะตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ “ก็ได้ ให้พวกเธอขึ้นมาเถอะ”
สองสาวได้รับคำอนุญาตก็รีบขึ้นรถ ไทเกอร์ลอบสังเกตมองพวกเธอ คนหนึ่งมีผมประบ่าท่าทางทะมัดทะแมง ส่วนอีกคนกิริยามารยาทอ่อนหวานราวกับลูกสาวขุนนาง
ชายหนุ่มขยับไปอยู่ด้านในให้ห่างจากพวกเธอเพื่อไม่ให้ทั้งสองฝ่ายอึดอัด ทั้งคู่กล่าวขอบคุณก่อนจะกระซิบกระซาบคุยกันเสียงเบา
“เธอพอจะรู้ไหมว่าท่านหญิงทาเนียเชิญผู้วิเศษคนไหนมา... เป็ผู้ชายหรือผู้หญิง” ผู้หญิงอ่อนหวานถามด้วยดวงตาเป็ประกาย
“ผู้วิวัฒนาการต่างหาก ฉันได้ยินมาว่าคนวงในเรียกผู้มีพลังวิเศษว่าผู้วิวัฒนาการ” หญิงสาวผมสั้นแก้ “ไม่รู้ว่าเป็ใครเหมือนกัน แต่ได้ยินว่าเป็ผู้ชาย”
ไทเกอร์ได้ยินบทสนทนาทั้งคู่แสร้งทำเป็ไม่สนใจ ในโลกใบนี้จะเต็มไปด้วยผู้วิวัฒนาการก็จริง แต่หากเทียบกับคนธรรมดาก็ยังถือว่าน้อยมาก อัตราส่วนคนธรรมดาหลายพันคนอาจเจอผู้วิวัฒนาการสักคนหนึ่ง แม้กระทั่งสมาคมนักล่าในเมืองหลวงก็ยังมีแค่ไม่กี่สิบคน ซึ่งผู้วิวัฒนาการเหล่านี้มักคอยรับงานที่คนทั่วไปไม่อาจจัดการได้
เดิมตอนไทเกอร์ทำงานในสมาคมใหม่ๆ เขาเคยอยู่หน่วยธรรมดามาก่อน ต่อมาเพื่อนเก่าแก่ของพ่อคนหนึ่งได้มอบผลวิวัฒนาการเส้นทางโลหิตให้ หลังจากกลายเป็ผู้วิวัฒนาการ ก็ถูกย้ายมายังหน่วยพิเศษ
ผู้วิวัฒนาการบนโลกใบนี้ล้วนเคยเป็คนธรรมดา แม้กระทั่งเทพทั้งหลายก็เช่นกัน สาเหตุที่ทำให้พวกเขากลายเป็ผู้มีพลังวิเศษเพราะกินผลวิวัฒนาการเข้าไป
ผลวิวัฒนาการแบ่งออกเป็ 20 ชนิด แต่ละชนิดมอบพลังให้แตกต่างกัน พลังเหล่านี้เรียกว่าพลังวิเศษ ผู้กินเข้าไปจะเรียกว่าผู้วิวัฒนาการลำดับหนึ่ง
ต่อมาเมื่อฝึกฝนโดยการดูดซับพลังวิเศษจากธรรมชาติมาสะสมในร่างกายถึงจุดหนึ่ง และบรรลุเงื่อนไขบางอย่างสำเร็จ ก็จะกระตุ้นการวิวัฒนาการไปสู่ลำดับถัดไป
สมัยก่อนไม่มีใครรู้ว่าเงื่อนไขเ่าั้คืออะไร จนกระทั่งมีบันทึกเงื่อนไขปรากฏขึ้นมาในโลก บันทึกดังกล่าวช่วยบอกวิธีและเงื่อนไขในวิวัฒนาการไปสู่ลำดับถัดไป น่าเสียดายของสิ่งนี้ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้วิวัฒนาการไร้สังกัดหรือบุคคลไม่สำคัญในองค์กรจึงมีโอกาสน้อยมากในการครองครองพวกมัน สุดท้ายผู้คนมากมายก็ไม่สามารถวิวัฒนาการสู่ลำดับที่สูงขึ้น
ไทเกอร์ไม่แปลกใจเมื่อเห็นสองสาวตื่นเต้นหลังจากรู้ว่าจะได้เจอกับผู้วิวัฒนาการ สำหรับคนทั่วไป บุคคลเหล่านี้ถือเป็ตัวตนอีกระดับ ต่อให้ไม่ถึงขั้นเคารพเทิดทูนก็ต้องเกรงใจหลายส่วน
การสนทนาบนรถม้ายังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่งชายหนุ่มใกล้ถึงจุดหมายก็ขอลงจากรถม้า ไทเกอร์ยื่นเงินหนึ่งเหรียญเงินให้คนขับ จากนั้นหยุดรอครู่ใหญ่ เมื่อเห็นรถม้าเคลื่อนตัวจนลับสายตา เขาจึงเดินไปในทิศทางหนึ่ง
บ้านของไทเกอร์อยู่ในตรอกสโนว มันเป็บ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังไม่ใหญ่นัก แต่ทำเลที่ตั้งค่อนข้างดี เมื่อก่อนพ่อกับแม่ของเขาต้องเก็บเงินหลายปีกว่าจะซื้อมันได้
ไทเกอร์เปิดประตูพลางมองหาน้องสาว มีเสียงดังอยู่ในครัวคาดว่าเธอกำลังทานอาหารกลางวัน ชายหนุ่มเดินมาหยุดหน้าประตูพร้อมกับมองหญิงสาวหน้าตาไม่ค่อยเหมือนเขาเท่าไหร่ อีกฝ่ายหน้าตาเหมือนแม่ ส่วนตัวเขาคล้ายพ่อ ทำให้บางครั้งคนอื่นไม่เชื่อว่าทั้งสองคือพี่น้องคลานตามกันมา
‘แคทเธอรีน วู้ด’ กำลังนั่งทานสเต็กเนื้อกับซุปหัวหอมอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อััถึงบางอย่าง พอเห็นพี่ชายก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ปกติหลังทำงานเสร็จ ไทเกอร์มักจะไปดื่มฉลอง กลับมาก็หลังพระอาทิตย์ตกดินเสมอ แต่วันนี้ดูต่างออกไป
“ทำงานเป็ยังไงบ้าง” หญิงสาวเก็บอาการแปลกใจก่อนจะดำเนินบทสนทนาอย่างเป็ธรรมชาติ
“ก็ดี” ไทเกอร์โล่งใจเมื่อแคทเธอรีนคิดว่าตลอดสามวันที่เขาไม่กลับบ้านเพราะออกไปทำงาน ชายหนุ่มลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามกับเธอ “พี่มีเื่จะคุยด้วย”
หญิงสาวแสดงท่าทางราวกับกำลังบอกว่ารอฟังอยู่ ไทเกอร์ลังเลก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่ได้เลื่อนตำแหน่ง ต้องไปเป็หัวหน้าสาขาเมืองนอแลนด์”
แคทเธอรีนวางส้อมและมีดลง สายตาจ้องมองเขาอย่างเ็า “พี่เรียกว่าการไปเมืองนอแลนด์ว่าเลื่อนตำแหน่ง? พี่ไม่รู้จริงเหรอว่าเมืองนั้นมันเป็ยังไง”
เห็นอีกฝ่ายหลบตา หญิงสาวไม่กล้าพูดต่อ เธอเข้าประเด็นทันที “พี่ไปทำให้ใครขุ่นเคือง”
“รองหัวหน้าสมาคม” เขาตอบเสียงอ้อมแอ้ม
“เราต้องไปเมื่อไหร่?”
ไทเกอร์ราวกับตัวเล็กลงชั่วพริบตา เขาตอบเสียงเบายิ่งกว่าเดิม “...อีกสองวัน”
แคทเธอรีนหรี่ตาลงก่อนที่เธอจะถอนหายใจยาว “เอาล่ะ หนูตกลงจะยกเลิกการสอบเข้ามหาวิทยาลัยวินเซ็นต์และตามพี่ไป แต่มีเงื่อนไขว่าพี่ต้องซื้อผลวิวัฒนาการให้”
ชายหนุ่มสีหน้าย่ำแย่ เขาไม่อยากให้เธอเข้ามายุ่งเกี่ยวกับโลกเหนือธรรมชาติ “ผลวิวัฒนาการไม่ได้หาซื้อง่ายขนาดนั้น และโลกของผู้วิวัฒนาการก็อันตรายมาก”
หญิงสาวคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเขาจะปฏิเสธ “พี่จะให้หนูอยู่เมืองนั้นโดยไม่มีพลังวิเศษจริงเหรอ รัฐบาลอาจจะหลอกคนทั่วไปได้ว่าที่เมืองนั้นมีสภาพแบบทุกวันนี้เพราะภัยพิบัติธรรมชาติ แต่คุณพ่อ คุณแม่ และพี่ชายของหนูเป็ผู้วิวัฒนาการ ั้แ่จำความได้หนูก็เข้าใจเื่เหนือธรรมชาติมากกว่าคนทั่วไป”
“พี่จะปกป้องเธอเอง” ไทเกอร์กล่าวอย่างมั่นใจ
“ด้วยความสามารถของลำดับสอง?” แคทเธอรีนขมวดคิ้ว “เอาล่ะ สมมติว่าพี่ปกป้องหนูได้จริง แต่พี่ไม่สามารถดูแลหนูตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจริงไหม ระหว่างนั้นเกิดมีผู้วิวัฒนาการบุกมาทำร้ายหนูจะทำยังไง ตอนอยู่เมืองหลวงพี่ไม่ให้หนูเป็ผู้วิวัฒนาการก็แล้วไปเถอะ ยังไงเมืองนี้ก็ไม่อันตรายขนาดนั้น แต่เมืองนอแลนด์กลับมีอันตรายแฝงอยู่ทุกย่างก้าว พี่จะให้หนูใช้ชีวิตอย่างสบายใจได้ยังไง”
ชายหนุ่มเถียงไม่ออก ทุกอย่างที่น้องสาวเขาพูดเป็ความจริง แต่ไทเกอร์ก็ไม่เต็มใจจะให้เธอเป็ผู้วิวัฒนาการ ไม่ว่าใครก็ตาม เมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้ก็ไม่อาจมีชีวิตปกติได้อีก
“พี่จะลองคิดดู”