เสียงร้องไห้ของหลิวจื่อหรงยังคงดังระงมไปทั่วป่าไผ่เสิ่นอวี้ลูบหลังของหลิวจื่อหรงเบาๆ แต่ดูเหมือนไม่มีท่าทีว่านางจะหยุดร้องไห้
หลิวจื่อหรงร้องไห้สะอึกสะอื้นภายใต้อ้อมกอดของเสิ่นอวี้ก่อนที่เสียงร้องไห้ของหลิวจื่อหรงจะค่อยๆเงียบลง เสิ่นอวี้ขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แปลกใจก่อนที่จะนั่งคุกเข่าลงพลางเช็ดน้ำตาให้นางอย่างแ่เบาเสิ่นอวี้ส่งรอยยิ้มให้หลิวจื่อหรงอย่างอบอุ่น แล้วลูบศีรษะของนางด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นใบหน้าที่แดงระเรื่อของนางหลังจากร้องไห้
“ท่านร้องไห้จนพอใจแล้วหรือ องค์หญิงหย่งเล่อ”เสิ่นอวี้เอ่ยขึ้นมาพลางลูบไหล่ของหลิวจื่อหรงเบาๆหลิวจื่อหรงขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีของเสิ่นอวี้ที่เปลี่ยนไป
“อันที่จริงควรจะเป็ข้าต่างหากที่ต้องถามเ้าแก้แค้นแทนน้องสาวจนพอใจแล้วหรือ ถึงได้ตบหน้าแล้วยื่นพุทราหวานให้[5] เช่นนี้”หลิวจื่อหรงเอ่ยขึ้นมาพลางปลดมือของเสิ่นอวี้ออกจากไหล่แล้วเดินถอยหลังออกไปสองก้าว เพื่อให้อยู่ห่างจากอีกฝ่าย
“ชีวิตของท่านและชีวิตของกระหม่อมแตกต่างกันยิ่งนักผู้แซ่เสิ่นไม่ทราบว่าชีวิตของท่านต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง หากกระหม่อมทราบถึงเื่นี้กระหม่อมจะไม่มีวันใช้วิธีการนี้กับท่าน ขอให้ท่านอภัยให้ผู้แซ่เสิ่นคนนี้ด้วย”
“เมื่อครู่เ้าต่อว่าข้าว่าเป็องค์หญิงร้ายกาจแล้วตอนนี้เ้ากลับมาขอให้ข้าอภัยให้เ้า เสิ่นอวี้ เ้า้าอะไรจากข้ากันแน่เ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าวางแผนสังหารน้องสาวของเ้า”
“แผนการล่อลวงสังหารน้องสาวของกระหม่อมทั้งคน แล้วกระหม่อมจะลืมได้อย่างไรกันแต่เมื่อกระหม่อมได้ฟังสิ่งที่ท่านพูดระบายออกมาทั้งหมด ตอนนี้กระหม่อมเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านถึงได้ทำเช่นนั้นถ้าเช่นนั้นท่านช่วยฟังคำอธิบายของกระหม่อมสักหน่อยเสิ่นเยว่ไม่ได้้าแย่งความโปรดปราณไปจากท่านก่อนอื่นท่านต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ความดีงามย่อมได้รับการสรรเสริญความชั่วช้าต้องได้รับการลงโทษ เสิ่นเยว่กระทำในสิ่งที่ไท่โฮ่วพึงพอพระทัยเป็เื่ธรรมดาที่ผู้ใหญ่จะออกปากชื่นชมแต่อย่างไรเสียไท่โฮ่วไม่มีทางรักใครมากกว่าหลานอย่างท่านอย่างแน่นอนองค์หญิงได้โปรดวางใจ”
“สิ่งที่เ้าพูดเป็เื่จริงหรือ”หลิวจื่อหรงเอ่ยขึ้นมาเพื่อความแน่ใจเสิ่นอวี้ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังสงสัยอะไรบางอย่าง
“เป็เื่ที่น่าแปลกใจเหลือเกินตอนนี้อายุของท่านสิบสองปีเศษแล้ว พื้นฐานเื่พวกนี้เหตุใดท่านจึงไม่ทราบกันราวกับว่า…”
“ราวกับว่าเป็เด็กที่ไม่เคยผ่านอบรมสั่งสอนใช่หรือไม่เ้าเข้าใจถูกต้องแล้วล่ะ องค์หญิงหย่งเล่อผู้นี้จะมีใครกล้าสั่งสอนกันหามีผู้ได้ว่างเว้นมีเวลามาอบรมบ่มนิสัยข้า ทุกคนล้วนตามใจข้าเพื่อผลักไสข้าออกไปหวังผลประโยชน์จากข้าด้วยกันทั้งสิ้น มีแค่เพียงคนสกุลเสิ่นแปลกประหลาดอย่างเ้าที่กล้าบังอาจมาอบรมสั่งสอนข้าคิดว่าชีวิตภายใต้กำแพงแห่งราชวงศ์มันดีเลิศมากนักหรือ”
“เสิ่นอวี้ผู้นี้เติบโตอยู่ในเมืองเล็กๆใกล้ชายแดนหาได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตภายใต้กำแพงแห่งราชวงศ์ หากองค์หญิงไม่เห็นว่ากระหม่อมละลาบละล้วงเื่ส่วนของท่านมากจนเกินไปช่วยเล่าให้กระหม่อมฟังจะได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”เสิ่นอวี้เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและนอบน้อมพลางลุกขึ้นยืนมองหลิวจื่อหรงที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“แล้วเหตุใดเ้าต้องอยากฟังเื่เหล่านี้จากข้าด้วย”
“ตลอดชีวิตที่ผ่านมาสิ่งที่ท่าน้าคือคนที่พร้อมที่จะรับฟังท่านไม่ใช่หรือตอนนี้ผู้แซ่เสิ่นพร้อมที่จะรับฟังแล้ว”
“เ้าอยากฟังเื่เหล่านี้จากข้าจริงๆหรือ”เสิ่นอวี้ฉีกยิ้มบางๆเมื่อได้ฟังสิ่งที่หลิวจื่อหรงกล่าวเขาเดินเข้าไปหานางอย่างช้าๆหมายที่จะจับแขนของนางเอาไว้ แต่นางกลับเดินถอยหลังหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการแตะเนื้อต้องตัวจากเขาเสิ่นอวี้จึงััได้ถึงความหวาดกลัวที่นางมีต่อเขาเล็กน้อย
“กระหม่อมอยากฟังเื่ราวขององค์หญิงภายใต้กำแพงแห่งราชวงศ์จริงๆพ่ะย่ะค่ะ”เสิ่นอวี้เอ่ยขึ้นมาพลางโน้มตัวแล้วผายมือให้แก่อีกฝ่ายหลิวจื่อหรงลังเลใจขึ้นมาเล็กน้อย นางเงยหน้ามองใบหน้าของเสิ่นอวี้แล้วก้มมองฝ่ามือของเขา ก่อนที่จะตัดสินใจวางมือลงบนฝ่ามือของเสิ่นอวี้
“สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับการสนทนาเท่าไหร่นักกระหม่อมมีสถานที่แห่งหนึ่งที่อาจจะทำให้องค์หญิงคลายเศร้า สนใจที่จะไปสถานที่แห่งนั้นกับกระหม่อมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
หลิวจื่อหรงยืนนิ่งเงียบก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับอีกฝ่ายเสิ่นอวี้เมื่อได้รับคำตอบจึงฉีกยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนที่จะนั่งคุกเข่าลงพลางมองใบหน้าของหลิวจื่อหรงแล้วลูบแขนของนางทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม
“ถ้าอย่างนั้นอนุญาตให้กระหม่อมอุ้มได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”เสิ่นอวี้ยังคงเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนหลิวจื่อหรงเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงอ้าแขนทันที “องค์หญิงช่างน่ารักเสียจริงเวลาโกรธก็น่ารัก เวลาร้องไห้ก็น่ารัก เวลาเชื่อฟังก็น่ารัก น่ารักไปหมด”เสิ่นอวี้กึ่งยิ้มกึ่งหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีของหลิวจื่อหรงก่อนที่จะอุ้มนางแล้วเดินไปยังสถานที่แห่งนั้นทันที
“สถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ที่สวยงามเหลือเกิน”หลิวจื่อหรงเอ่ยขึ้นมาพลางคลี่ยิ้มด้วยความพึงพอใจเมื่อได้เห็นเรือนหลังหนึ่งถูกสร้างเอาไว้กลางป่าดอกอวี้หลัน[6]ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่วางเอาไว้รอบๆเรือนก่อนที่จะหันไปมองเสิ่นอวี้ที่อุ้มตัวของนางเอาไว้
“เรือนหลังนี้เป็ของเ้าอย่างนั้นหรือเสิ่นอวี้”หลิวจื่อหรงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วก่อนที่เขาจะวางนางเอาไว้บนโขดหินใหญ่ แล้วนั่งลงข้างๆหลิวจื่อหรง
“ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง เรือนหลังนี้เป็เรือนส่วนตัวของกระหม่อมทุกครั้งที่กระหม่อมกลับมาเจี้ยนคัง กระหม่อมจะมาพักอาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราวก่อนที่จะเดินทางกลับไปลั่วหนาน”
“แล้วเหตุใดเ้าถึงไม่กลับไปพักอาศัยที่จวนสกุลเสิ่นน้องสาวของเ้าเองก็อยู่ที่นั่นด้วยไม่ใช่หรือ”
“กระหม่อมรักความสงบรักอิสระมาั้แ่เยาว์วัยการได้อยู่นอกจวนสกุลเสิ่นถือว่าเป็ความอิสระอย่างหนึ่ง”
“แล้วคนในสกุลเสิ่นไม่ต่อว่าเ้าเอาหรือที่กระทำเช่นนี้”
“องค์หญิงทราบดีไม่ใช่หรือว่าสกุลเสิ่นแปลกประหลาดเพียงใด สกุลเสิ่นไม่เคยเคร่งครัดถึงเื่เหล่านี้ หากเป็เื่ที่ดีงามไม่มีใครออกปากขัดขวางแต่กลับสนับสนุนด้วยความภาคภูมิใจ”
“ช่างเป็เื่ที่น่าอิจฉาเสียจริง”สีหน้าของหลิวจื่อหรงสลดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ฟังถึงเื่ราวของคนในสกุลเสิ่นบางส่วนเสิ่นอวี้เมื่อเห็นสีหน้าของนางจึงรีบเปลี่ยนเื่ทันที
“สกุลเสิ่นแปลกประหลาดไม่เหมือนทั่วไปแล้วชีวิตของท่านภายใต้กำแพงแห่งราชวงศ์เป็อย่างไรกัน”
หลิวจื่อหรงถอนหายใจขึ้นมาเมื่อได้ยินคำถามของเสิ่นอวี้ก่อนที่จะเริ่มเล่าเื่ราวของผู้คนภายใต้กำแพงแห่งราชวงศ์กำแพงแห่งราชวงศ์ที่ปิดกั้นความอิสระ เป็อาณาเขตที่เต็มไปด้วยความร้อนรุ่มทั้งกายและใจความจริงใจความดีงามและใสสะอาด มักจะอยู่ภายในกำแพงแห่งราชวงศ์ได้ไม่นานหนำซ้ำยังมีจุดจบที่น่าสมเพชเวทนา
ทุกคนภายใต้กำแพงแห่งนี้ต่างมีหน้ากากอีกหนึ่งใบไว้หน้ากากที่สวมเอาไว้สำหรับการเข้าหาซึ่งกันและกัน เพื่อใช้เป็เครื่องมือในการกอบโกยผลประโยชน์อำนาจบารมีที่ใคร่อยาก ทุกการกระทำย่อมมีหลายสายตาคอยจับจ้อง ยามนอนหลับก็หลับได้ไม่เต็มตายามหายใจก็หายใจได้ไม่ทั่วท้อง จนกลายเป็เื่ธรรมดาสามัญ
ความหวาดระแวงและความอำมหิตเป็เื่ปกติภายใต้กำแพงนี้ทุกคน้าทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ รักษาชีวิตของตัวเองเพื่อความอยู่รอดแต่จะมีสักกี่คนกันที่ใช้ชีวิตภายใต้กำแพงแห่งนี้อย่างมีความสุขไร้ความหวาดกลัวและความหวาดระแวง ท่ามกลางาเงียบที่เกิดขึ้นได้ทุกวันโดยที่บางคนไม่รู้สึกตัวเลยเสียด้วยซ้ำ ต่อให้มีอำนาจบารมีมากสักแค่ไหนก็ตาม