บทที่ 12 ของหวานกับเทศกาลตะวันออก
ดวงอาทิตย์เคลื่อนลับจากขอบฟ้า แสงอันอบอุ่นก็ลับหายไปทิ้งไว้เพียงราตรีที่มีแต่ความมืดหากแต่่งานเทศกาลของเมืองเว่ยไม่เคยเกรงกลัวต่อความมืดยามค่ำคืน
สตรีร่างบางที่เมาเล็กน้อยเมื่อเช้าตื่นขึ้นมา่บ่ายของวันหลังจากที่โดนมารดาดุไปเล็กน้อยก็ได้รู้ว่ามารดาอนุญาตให้นางออกไปเที่ยวเล่นยามค่ำคืนได้แต่ต้องไปกับแม่ทัพเท่านั้น!
แม้จะขัดใจเื่แม่ทัพเฉินจือหานแต่นางก็อดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดีนี่เป็งานเทศกาลแรกั้แ่เกิดมาในร่างกายนี้ และเป็เทศกาลแรกของจ้าวซินเยว่นางจึงรับปากมารดาว่านางจะไม่แตะต้องสุราเด็ดขาด
ส่วนจ้าวอี้หยางนางไปอยู่ที่ร้านกับจ้าวฉางหยาง ส่วนจ้าวช่างชิงก็ดูแลความเรียบร้อยกับลุงใหญ่ความจริงนางไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนเพราะไม่มีญาติผู้ชายคนไหนว่างพานางไปเลยเป็ทั้งความโชคดีและโชคร้ายที่เฉินจือหานอยู่ที่นี่
สิ่งหนึ่งต้องยอบรับคือเฉินจือหานเวลาอยู่กับคนคนนี้แล้วรู้สึกปลอดภัยแม้นางจะคอยระแวงว่าคนคนนี้จะกลั่นแกล้งยังไงบ้างแต่สิ่งหนึ่งที่เฉินจือหานไม่ทำคือการฝืนใจนางและการกระทำที่ไม่ให้เกียรติ
ยามที่นางอยู่ที่ถนนเส้นหลักคนเดียวเฉินจือหานจะใช้เหตุผลต่างๆ นานาขู่ให้นางกลับก็ได้แต่ไม่ทำ และไม่ถามสิ่งใดแค่เดินตามเพราะเห็นว่านางอยู่คนเดียว ทั้งยังอยู่ดื่มสุราเป็เพื่อนแม้กระทั่งประคองนางกลับมาถึงบ้าน
ทั้งที่คนคนนี้ไม่เคยใส่ใจใครแต่กลับไม่บ่นดูแลนางอย่างดีแม้นางจะไม่ร้องขอ เป็ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆที่นางคาดไม่ถึงว่าจะมาจากบุคคลที่สนใจแต่ชัยชนะที่แน่นอนอย่างเขา
ใบหน้าสวยสะบัดหน้าละความทิ้งไปเสียคนคนนั้นจะมาดีกับนางทำไม ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่เ้าชู้ตอนเจอนางยังเจอที่หน้าหอนางโลมของจ้าวฉางหยางคงไม่มีอะไรมากกว่านางเป็น้องสาวของเพื่อนเท่านั้น
“คิดอะไร!”
ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก! ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของบุรุษร่างสูงที่เดินมากระซิบข้างหูนางเพื่อจงใจกลั่นแกล้ง
“ท่านแม่ทัพ! หากข้าใจนตายจะทำยังไง”
“ข้าไม่ฆ่าเ้าหรอก”ร่างสูงเอ่ยด้วยท่าทางหยอกล้อ กลับไม่ได้ดูอวดดีเหมือนก่อนๆ“แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงแบบนี้จะเป็เป้าของพวกโจรไปเปลี่ยนให้ธรรมดาสักหน่อยเถอะ”
คำเตือนของเฉินจือหานสมเหตุสมผลจ้าวซินเยว่ก้มลงมองชุกของนางเองพลางสังเกตชุดอีกอีกฝ่าย ที่แม้จะดูธรรมดาแต่ก็สะอาดสะอ้าน ไม่ได้เหมือนชาวบ้านทั่วไป แต่ก็ไม่ได้ดูร่ำรวย
“พานายของเ้าไปเปลี่ยนชุด”
เสี่ยวโยวพยักหน้ารับพร้อมกับพาคุณหนูไปเปลี่ยนชุดทิ้งอาจิงไว้กับท่านแม่ทัพด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ
ยามเมื่อสองนายบ่าวออกมากลับพบว่าอาจิงนั่งพูดคุยอยู่กับท่านแม่ทัพอย่างไร้ความกลัวและความกังวลดูเหมือนอาจิงจะเป็คนเข้ากับคนง่าย ด้วยใบหน้าที่น่ารักและแววตาที่ดูไร้เดียงสาทั้งยังเรียนรู้งานจากเสี่ยวโยวได้รวดเร็ว
“คุยอะไรหรือ อาจิง”จ้าวซินเยว่ถามสาวน้อยพึ่งพ้นวัยปักปิ่นที่นั่งยิ้มแป้นแล่น
“เปล่าเ้าค่ะคุณหนู” เสียงใสๆของอาจิงตอบอย่างจริงใจ แต่คนถามกลับหรี่ตามอง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
...... ...
ท่ามกลางงานเทศกาลตะวันออกอันมีศูนย์กลางคือเมืองเว่ยร้านรวงยามกลางวันที่เปิดบ้างปิดบ้าง ยามนี้เปิดทั่วทั้งถนนทั่วทุกสาย ทั้งแสงทั้งสี ทั้งเสียงล้วนแต่แสดงถึงความเป็งานเทศกาลร้านรวงหรืออาคารริมฝั่งต่างแขว้นโคมมากมายเพื่อให้แสงสว่าง
เมืองเว่ยยามนี้สว่างไสวไม่กลัวความมืดจะเดินไปทางใดก็เจอแต่ผู้คน เหล่าร้านใหญ่ๆก็มีการเล่นดนตรีจนได้ยินคลอไปทั่วทุกมุมถนน
“อันนี้ ชอบหรือไม่”เฉินจือหานถามพร้อมยกหน้ากากครึ่งใบหน้ารูปจิ้งจอกให้นางเลือกดู
ใบหน้าสวยงอแต่ก็พยักหน้ารับ
เหตุที่จ้าวซินเยว่หน้างอเป็เพราะว่าเฉินจือหานถือวิสาสะอนุญาตให้คนของนางทั้งสองคนไปเที่ยวเล่นแต่ห้ามสร้างความเดือดร้อน หญิงสาวทั้งสองคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในเมืองนานอีกหนึ่งไม่เคยมีอิสรภาพย่อมดีใจจนรีบแยกตัวออกไปทิ้งให้เ้านายเช่นนางอยู่กับบุรุษผู้นี้ลำพัง
คิดอะไรเพลินๆหน้ากากครึ่งใบหน้ารูปจิ้งจอกก็ถูกสวมให้นางเสียแล้ว โดยมีอีกอันที่เหมือนกันถูกสวมบนใบหน้าคมคายนั้นแล้ว
“เ้างดงามเกินไป อันตรายสวมไว้จะปลอดภัย” เฉินจือหานว่าเช่นนั้น
...... ...
... เพิ่งรู้เป็ครั้งแรก! ว่าการเดินตามสตรียามเดินเลือกของ มันยากกว่าจับดาบปั่นคอศัตรูเยอะ!
ั้แ่แม่นางน้อยจ้าวใส่หน้ากากและได้รับอนุญาตสาวเ้าก็เดินทุกมุมแวะดูทุกร้านตัวเขารับปากไปแล้วว่าจะตามใจนางก็จำต้องเดินตามแม่นางน้อยผู้นี้อย่างไม่สามารถขัดขืนได้
“ฝากท่านถืออันนี้ด้วยเ้าค่ะ”
เสียงหวานน่าฟังแต่ยามนี้แสดงแตรและฝีเท้าในสนามรบน่าฟังกว่าเยอะยิ่งได้ยินเสียงของจ้าวซินเยว่ขนที่แผ่นหลังก็ลุกอย่างช่วยไม่ได้
แต่ดูนางสิยิ้มอย่างมีความสุขอะไรขนาดนั้น
“จ่ายเงินด้วยเ้าคะ” รอยยิ้มหวานๆของนางและสายตาออดอ้อนนั่นทำให้เฉินจือหานถอนหายใจยาวๆมือหนาควักเอาอีแปะมาจ่ายให้อยู่ดี สาเหตุที่นางให้เขาจ่ายอ้างว่าเงินของนางอยู่ที่เสี่ยวโยวในเมื่อเขาให้เสี่ยวโยวไป เขาก็ต้องรับผิดดชอบ!
… เกิดมาพึ่งเคยพบ สตรีที่หัวหมอขนาดนี้
…จะเอาคืนให้คุ้มค่าเลย! คอยดูเถอะ
ขณะที่แม่ทัพใหญ่กลายเป็คนช่วยถือของพลางบ่นในใจไปพลางแม่นางน้อยก็ขยับไปหาของหวานแล้ว ส่วนเขาไม่ได้เดินเล่นกับสตรีเฉยๆสัญชาตญาณทหารมันก็ทำงาน เขาได้ยิน ภาษาของแคว้นลี่ของนักท่องเที่ยวชายร่างสูงใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล
“เมืองเว่ยสงบสุขเช่นนี้ มิน่าแม่ทัพตะวันออกจึงไม่เคยเอะใจเื่ที่เมืองหลวน”
“พูดที่นี่จะดีหรือหากใครฟังรู้เื่”
“เป็ ทหารซะเปล่าแต่ใจเสาะ แม่ทัพ ก็ร้ายกาจ ให้พวกเราค่อยๆ แทรกซึมจากฝั่งหลวนแทนแล้วให้ก่อาที่ซีหยาง”
“ก็แม่ทัพมี จูเชว่(หงส์แดง) ช่วยเหลือถ้ายึดแคว้นได้ ทั้งเงิน ทั้งยศ คงไม่ต้องกังวล แนวหน้าอย่างเราคงสบายไปทั้งชาติ”
“แล้ว จูเชว่ผู้นั้นจะได้อะไร”
“เื่นั้นล้วนไม่เกี่ยวกับเรา”
“ใต้เท้าพ่อค้าบอกว่าอีกไม่นานจะมีพลุไฟ เราไปหาที่นั่งดูกันดีหรือไม่เ้าคะ”เสียงหวานลอยเข้ามาในหู ทำให้ต้องหยุดและสนใจสตรีตรงหน้าอย่างแเี
เขาให้นางเรียกว่า จือหานแต่นางก็ไม่ยอม บอกว่าไม่ได้สนิทกันจึงเรียกเขาเช่นนั้น สาเหตุก็เพื่อความปลอดภัยเพราะที่นี่ล้วนมีศัตรู เช่นทหารปลอมตัวอย่างสองคนนั้นมากมาย
... จูเชว่ งั้นหรือ ใครกันนะให้เรียกแทนตัวเองเป็เทพทิศใต้ ช่างเป็คนที่อวดดีเสียจริง
“ได้สิ ข้ามีที่ดีๆ ด้วยนะ”
...... ...
“นี่เ้าค่ะ”ใบหน้าสวยยื่นขนมหวานในมือคือถังหูลู่ให้เขา ส่วนในมือของตัวเองเป็สายไหมสีหวาน
ก็ถังหูลู่มันทั้งแข็งทั้งเหนียวนางจะเอามาแกล้ง ไม่ได้มีน้ำใจขนาดนั้น
“จะฆ่ากันหรือไง”ริมฝีปากนางเบะคว่ำลงเมื่ออีกฝ่ายรู้ทัน แต่มือหนากับไปแต่โดยดี
หลังจากตกลงกันมาจะพากันมาหาที่ชมพลุไฟเฉินจือหานจึงพานางขึ้นมาแถวๆ เนินเขาใกล้ๆ กับงานเทศกาล เดินออกมาไม่เท่าไหร่นักนานๆ จะเห็นผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา ที่นี่สงบและมีที่นั่งยาวสำหรับคนสองคนวางไว้เป็ระยะนางและเฉินจือหานจึงตัดสินใจนั่งลงสักที่ที่ว่าง
“ขอบใจสำหรับ... นะ”ชายหนุ่มพูดพลางยกไม้ถังหูลู่ขึ้นมา พลางถอดหน้ากากที่ใส่มาตลอดการเดินในงานเทศกาลแล้วก็มองถังหูลู่ที่นางซื้อให้ด้วยเงินของเขาเองด้วยรอยยิ้มพลางส่ายหน้าอย่างระอา
“ข้าก็ต้องขอบคุณท่านเช่นกันเป็งานเทศกาลที่สนุกมากเ้าค่ะ” จ้าวซินเยว่ตอบด้วยความสัตย์จริง
วันที่นางมาที่นี่ก็จากมาเพราะงานเทศกาลตะวันออกบางทีก็อาจจะเป็งานเทศกาลนี้ ่เวลาเองก็ใกล้กันมากมันชวนทำให้นางคิดถึงชาติก่อนที่นางจากมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
ใครพานางมา เพื่ออะไร หรือเพื่อใครนางไม่รู้เลย ไม่มีทางไปต่อ ย้อนกลับก็ไม่ได้ ได้แต่อยู่กับชีวิตทุกวันนี้ให้ดี
“เ้าอยากออกมาแต่ญาติผู้ชายไม่ว่างนี่ข้าว่างพอดีก็เลยพาเ้ามา” จ้าวซินเยว่พยักหน้ารับ คงเป็ความจริงเช่นนั้น
“ท่านมาที่นี่ทำไมหรือเ้าคะ”
“หลายเหตุผลหนึ่งในนั้นคือเทียบเชิญแม่ของเ้ากลับเมืองหลวงจากท่านลุง”ท่านลุงที่ว่าคงหมายถึงโอรส์ผู้นั้นสินะ จะว่าไปข้าวของที่ฮ่องเต้ใจบุญผู้นั้นมอบให้นางก็คงไม่ได้เปิดดูสักชิ้น ว่างๆคงต้องนำมานับและจดบันทึกให้ดีเสียแล้ว
“งั้นข้าก็ต้องไปด้วยใช่ไหมเ้าคะ”
“คงเช่นนั้น เ้าถึงวัยออกเรือนแล้วแม่ของเ้าคงอยากให้บุรุษดีๆ สักคนให้เ้า” ดวงหน้าสวยเบ้ปากเล็กๆ อย่างขัดใจโดยอยู่ในสายตาของชายหนุ่มที่มองอยู่
“ทำไมทำหน้าเช่นนั้น”
“ข้าไม่ชอบการคลุมถุงชนเ้าค่ะข้าจะไม่แต่งกับบุรุษที่ไม่รักข้าและข้าไม่ได้รักเด็ดขาด” นางมาจากยุคสองพันชายหญิงล้วนมีสิทธิ์เลือกคู่ครอง ถ้าหาไม่ได้นางก็จะอยู่ตัวคนเดียวตลอดไปไม่เห็นเป็อะไร ลูกหลานของพี่ชายพี่สาวพร้อมให้นางเลี้ยงอยู่แล้ว
“ความคิดขบถแปลกแยกเช่นนี้หากพูดกับคนอื่น เ้าคงโดนจับโบยไปแล้ว โทษฐานขัดคำสั่งมารดาไปแล้ว”
“มารดาข้าไม่ถือว่าเป็การไม่กตัญญูหรอกเ้าค่ะชีวิตคู่ของนางก็ล้มเหลว สูญเสียทั้งเวลา และลูกสาว เกือบจะตายด้วยซ้ำนางไม่บังคับข้าหรอก” จ้าวซินเยว่พูดมาล้วนเป็ความจริง การหย่าร้างครั้งนั้นกับยุคสมัยนี้ ชื่อเสียงของมารดาย่อมเสื่อมเสียไปมากทั้งยังพี่หญิงใหญ่ที่นางไม่เคยเห็นหน้าผู้นั้นจ้าวอันหรานคงไม่อยากให้ลูกสาวคนเดียวแต่งกับคนไม่ดีหรอก
“ไม่กลัวใครทูลขอเ้ากับท่านลุงบ้างหรือ”เฉินจือหานถามด้วยสายตาไร้พิษภัย เช่นเดียวกับจ้าวซินเยว่ที่มองอย่างไม่ปิดบัง
“ท่านแม่ทัพจะทำหรือ”ดวงตาที่สบกันไม่ได้มีอะไรมากกว่าคำถามที่จริงใจจนทำให้บรรยากาศเงียบลง
“ฮ่ะๆๆๆ”เฉินจือหานหัวเราะออกมาทำลายความเงียบ ก่อนจะพูดต่อ “ไม่ทำหรอกข้าคิดว่าแบบนั้นมันดูบีบคั้นผู้หญิงเกินไป ข้าไม่ชอบ หากจะแต่งกับคนสักคน ข้าอยากชนะใจนางด้วยตัวข้าไม่ใช่อำนาจของญาติผู้ใหญ่”
ดวงตาดตมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อหนึ่งในบุรุษที่สตรีทั่วทั้งแคว้นต่างอยากจะเป็ฮูหยินไม่ว่าจะใครต่างก็อยากแต่งงานด้วยทั้งนั้นกลับพูดเหมือนกับว่าสตรีที่้าเขาต้องชนะใจนาง แค่เอาหน้าแบบนั้นไปสู่ขอเกรงว่าผู้หญิงเกินครึ่งก็แพ้ให้กับท่านแล้วท่านแม่ทัพ!
“หวานจัง”เสียงหวานบ่นเบาๆ เมื่อหยิบสายไหมเข้าปาก ตัวนางชอบขนมหวานๆแต่อาจเพราะไม่กินหวานมานานประสาทรับรสเลยเปลี่ยนรู้สึกว่าสายไหมนี่หวานเสียแสบคอ
“หวานมากเลยหรือ”
“เ้าค่ะ หวานเกินไป”
“เอาถังหูลู่ไปกินแทนไหม แลกกันข้าอยากลองกินสายไหมนั่น ไม่ได้กินของแบบนี้มานานแล้ว”เฉินจือหานยื่นถังหูลู่มาใกล้ๆ ด้วยท่าทางกวนๆจ้าวซินเยว่เห็นเช่นนั้นนางก็รูดสายไหมทั้งไม้จับรวมกันแล้วเอาเข้าปากในครั้งเดียวก่อนจะยักคิ้วอย่างผู้ชนะ
“ท่านกินอันนั้นไปเถอะข้ากินของข้าหมดแล้ว” เสียงหวานอู้อี้แต่แฝงไปด้วยความสะใจเล็กๆ
สิ่งที่นางไม่รู้คือรอยยิ้มของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆและลืมไปว่าผู้ชายคนนี้ทำได้ทุกอย่างหากอยากได้
พรึบ!
“ข้าบอกแล้วไงว่าอยากลองสายไหมนั่น” มือข้างที่ถือถังหูลู่ยันที่ขอบที่นั่งฝั่งของนางร่างสูงโน้มตัวเข้ามาใกล้ จนเห็นได้ชัดทุกอณู แม้จะอยู่ในที่มืดก็ตาม
“เด็กดื้อเช่นเ้า ต้องถูกลงโทษ”
แม้จะขัดขืนไม่ได้แต่จ้าวซินเยว่ก็หยิบเอาหน้ากากของตนมาปิดบังส่วนริมผีปากของนางได้ทันก่อนที่ชายหนุ่มตรงหน้าจะจู่โจม มันทำให้ชายหนุ่มชะงัก แต่ไม่นานนางก็เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายและการโน้มใบหน้าลงมาโดยจูบผ่านหน้ากากนั้นเบาๆ
เมื่อริมฝีปากของนางถูกััของหน้ากากััดวงตาก็เบิกกว้าง นางกำลังถูกเฉินจือหานจูบโดยมีแค่หน้ากากบางๆ กั้นทั้งกลิ่นไอของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นๆ และแววตาที่มองนางล้วนแต่อยู่ในระยะใกล้จนหัวใจของนางสูดฉีดจนเต้นเร็วผิดจังหวะ
“หึ คนอย่างข้า อยากได้ก้ต้องได้รู้หรือไม่” เสียงนุ่มเบาๆ ไม่พูดเปล่า หลังจากผละออกเล็กน้อยมือที่ว่างอยู่ก็จับข้อมือบางลดมือลง และทำการเข้าหานางอีกครั้ง
...... ...
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงพลุไฟจุดขึ้นตามมาด้วยเสียงโหร้องฉลองงานเทศกาลดังขึ้นแสงสีของพลุไฟสาดส่องทั่วทั้งเมืองเว่ยที่คืนนี้มีชีวิตชีวากว่าคืนไหนผู้คนในเมืองและนอกเมืองล้วนสนใจกับแสงสีตระการตาอันงดงามที่จะเกิดขึ้นในเขตตะวันออกเพียงปีละครั้ง
อีกทางหนึ่ง
มือบางที่ถือหน้ากากอยู่บางค่อยๆ ถูกวางลงที่ไหลกว้างใบหน้าสวยของคนที่ใค่อยๆ ผ่อนคลายและหลับตาลงช้าๆ พร้อมๆ กับััอุ่นๆ
... เป็ขนมที่หวานดีถูกปาก จนชวนให้เสพติด
“อื้อ… ” คนตัวเล็กเริ่มส่งเสียงประท้วงเมื่อเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกดวงตาคมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองดวงหน้างดงาม แล้วจึงค่อยๆกลับไปนั่งมองดูพลุไฟอันเป็จุดขายของงานเทศกาล ปรากฏรอยยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
“เป็วันที่ดีจริงๆ”
...... ...
“กลับมาแล้วหรือเ้าคะ คุณหนูงานเทศกาลสนุกมาเลยนะ ข้ากับพี่เสี่ยว...โยว...”
ปัง!
เสียงปิดประตูห้องนอนของจ้าวซินเยว่ดังขึ้นหลังจากร่างบางของหญิงสาวก้มหน้าก้มตาเร่งรีบเดินเข้าไปโดยไม่ได้คุยกับใครจนเสี่ยวโยวและอาจิงที่กำลังชวนนางหญิงคุยเมื่อครู่ถึงกับมองหน้ากัน
“ให้ข้าช่วย...”
“ไม่ต้อง! จนกว่าจะเช้า ห้ามรบกวน ข้าง่วงแล้ว” เสี่ยวโยวไม่ทันพูดอะไรก็ถูกปฏิเสธ
สองสาวใช้ถอนหายใจยาว พลางส่ายหน้า
“ทะเลาะกับแม่ทัพแน่นอน”
“ข้าก็ว่าเช่นนั้น”
เป็คู่กัดที่ทะเลาะกันได้ทุกเวลาสิน่ะ
#####