New Hope : นักสู้ฟันน้ำนม (มี e-book แล้วครับ)

    ตอนที่ 38 : ยินดีที่ได้รู้จัก...แล้วพบกันใหม่ทุกคน

                   วิทย์,บัว, โอ๋และต้อมนั่งรอผลการตรวจร่างกายมะปรางที่บริเวณจุดรอพบแพทย์มีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายจัดการแข่งขันคนหนึ่งติดตามมาด้วย

                   “คุณวิทย์ครับนี่เป็นเบอร์ติดต่อ...ท่านเลขาฯ แจ้งมาว่าขาดเหลืออะไรสามารถติดต่อท่านได้ตรงครับ”

                   “ขอบคุณมากครับ”              

                   เวลาผ่านไปไม่นานนักแพทย์ผู้ตรวจออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทำให้กลุ่มของวิทย์มีสีหน้าคลายกังวลเป็นอย่างมาก

            “คุณหมอครับไม่ทราบว่าน้องเป็นอย่างไรบ้างครับ?”

                   “หมอตรวจอย่างละเอียดแล้วนะครับร่างกายน้องแข็งแรงมากครับ มีอาการฟกช้ำหลายจุด ตรงบริเวณใบหน้า, แขนและขาทั้ง 2ข้าง ที่แขนขวาจะหนักกว่าตำแหน่งอื่นเล็กน้อยตรงนี้หมอเข้าเฝือกพลาสติกเอาไว้ป้องกันการเคลื่อนไหว ไม่มีกระดูกแตกหรือร้าวครับ...หมอจ่ายยาแก้อักเสบป้องกันเอาไว้ก่อนมียาทากับผ้าพันแผล ส่วนไม้ค้ำเผื่อในกรณีขาเกิดอักเสบขึ้นมา ที่ขา 2ข้างหมอพันผ้าตั้งแต่ต้นขายาวไปจนข้อเท้า อาการโดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ”

                   “รักษาตัวนานไหมครับ?”

                   “ช่วง2-3 วันนี้น้องอาจจะมีอาการปวดนิดหน่อย พยายามอย่าใช้มือทั้ง 2 ข้างกินอยู่อาจจะลำบากบ้าง หมอคิดว่าสักอาทิตย์แรกน่าจะดีขึ้นตรงนี้เอาเฝือกพลาสติกออกเองได้เลย หมอเผื่อเวลาไว้สัก 2-3สัปดาห์รอยช้ำบวมน่าจะหายหมด”

                   “ขอบคุณมากครับผม”

                   “หมอติดตามถ่ายทอดสดอยู่เหมือนกัน...น้องเก่งมากหมอลุ้นทุกยก”

                   “เด็กดื้อครับหมอ!!!”คำตอบของวิทย์ทำให้ทุกคนต้องหัวเราะออกมา

                   “แล้วน้องต้องนอนพักรักษาตัวที่นี่กี่วันครับ?”

                   “จริงๆหมออยากให้พักดูอาการสัก 1 คืนก่อน แต่เห็นเจ้าตัวบอกว่าอยากกลับบ้านแล้วหมอคิดว่าก็กลับบ้านได้ครับ อาการโดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับแต่ขับรถช้านิดหนึ่งอย่าให้กระเทือนมาก...เด็กดื้ออย่างที่คุณวิทย์บอกผมจริงๆ”

                  

            กลุ่มของโค้ชบี,โรจน์, มนต์ชัยและมิวเดินทางมาถึงโรงพยาบาลแล้ว เดินตรงเข้ามาในห้องเห็นมะปรางนอนพักฟื้นอยู่โดยมีบัวกับวิทย์เฝ้าไข้กันพร้อมหน้า

            “คุณวิทย์จะกลับคืนนี้เลยเหรอครับ?”

            “ใช่ครับโค้ชบีน้องคิดบ้านอยากไปเจอพ่อแม่แล้วครับ”

            “เป็นยังงัยบ้างน้องมะปรางคนเก่ง”น้ำเข้าไปทักทาย

            “ดีขึ้นแล้วค่ะพี่น้ำพี่เตะหนูจนบวมไปทั้งตัวเลยนะคะ”มะปรางพูดด้วยรอยยิ้ม

            “ก็หายเร็วๆมาให้พี่เตะอีก คราวนี้จะเตะไม่ยั้งแล้วนะ”คำตอบของน้ำทำให้ทุกคนในห้องหัวเราะกันลั่น

            “ผมประสานไปที่สมาคมแล้วครับรถตู้ของทางสมาคมจะมารับประมาณ 2 ทุ่มครับ ก็ยังมีเวลาเตรียมตัวอีกนิดหน่อย...ว่าแต่โอ๋กับต้อมไปไหนเหรอครับ?”

            “ไปเก็บของที่โรงแรมครับ”

            “นี่มึงได้แชมป์หญิงเดี่ยวเลยเหรอมิว?...ดีใจด้วยๆๆๆยังเก่งเหมือนเดิม”

            “เอ่อๆๆมึงไม่ต้องพูดเยอะหรอกพักผ่อนเหอะ!!!”

            “ถ้าอย่างนั้นหลังจากนี้เดี๋ยวผมติดต่อคุณวิทย์อีกครั้งครับ”

            “มีอะไรเหรอคะโค้ชบี?”มะปรางถามด้วยความสนใจ

            “ถ้าจะพูดกันจริงๆผมยังไม่ได้คุยกับมะปรางอย่างเป็นทางการสักที ถือโอกาสตรงนี้เลยละกัน...น้องสนใจที่จะมาเป็นนักกีฬาทีมชาติไหม?”

            “ทีมชาติ!!!...หนูเหรอคะ?”มะปรางค่อนข้างตกใจกับคำพูดของโค้ชบีเป็นอย่างมาก

                   “มะปรางกับมิวทั้ง2 คนเลยครับ...อยากให้มาร่วมทีมไปแข่งแชมป์เอเชียปลายปีนี้”

                   วิทย์กับบัวหันไปพยักหน้าให้กับมะปราง“โค้ชบีถามก็ตอบไปสิว่า เราคิดยังงัย...”

                   “คือหนูไม่ได้คิดเรื่องอะไรแบบนี้นะคะตอนแรกหนูแค่มาแข่งหาตังไปทำชมรมดนตรี ไม่คิดว่าจะมีโอกาสดีๆ แบบนี้หนูดีใจที่โค้ชบีสนใจตัวหนูกับมิว...ถ้าโค้ชบีคิดว่าหนูแข่งได้ หนูยินดีค่ะแต่หนูต้องถามพ่อกับแม่ก่อนค่ะว่าอนุญาตไหม”

                   “ปรางไม่ต้องถามหรอกพ่อแม่อนุญาตตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว”วิทย์รีบตอบทันที

            “อ้าว!!พ่อกับแม่ไม่บอกหนูสักคำ”มะปรางบ่นเล็กน้อยจนทำให้ทุกคนหัวเราะกันอีกครั้ง

            “ขอต้อนรับทีมชาติน้องใหม่2 คนอย่างเป็นทางการตอนนี้ก็แล้วกัน...มิวๆๆๆ ไปยืนข้างๆ เตียง ถ่ายรูปกัน”

     

                   ในโลกของแอดมีเกิดแฮชแท็ก#หลิวฮุ่ยหนิง ขึ้นเทรนอันดับ 1มีผู้คนกล่าวถึงกว่า 6 ล้านคน คลิปที่ทุกคนสนใจคือ ตอนที่มะปรางยืนพูดกับโรจน์บนเวทีแข่งขันคำพูดถูกส่งต่อกันมากมาย มีคนทำซับไตเติ้ลแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ,ญี่ปุ่น, เกาหลี, ฝรั่งเศส, เยอรมัน รวมถึงภาษาจีนด้วย

                   “น้องต้องเข้มแข็งมากขนาดไหนถึงพูดประโยคนี้ออกมา เป็นผมนะถอดใจไปแล้ว ผมคงคิดว่าโชคดีไม่ต้องเจ็บตัว”

                   “น้องอายุ17-18 ปี อยู่ ม.5 เองนะ แต่ความเข้มแข็งเกินวัยไปเยอะจริงๆ น้องไม่กลัวอะไรเลย”

                   “พวกเราลองคิดดูมะปรางอายุแค่ 18 ก็จริง แต่ฝึกหย่งชุนมา 10 ปีแล้ว เกินครึ่งชีวิตตัวเองอีกแล้วฝึกกับนักสู้ระดับตำนานอีกต่างหาก จิตใจต้องแกร่งขนาดไหน”

                   “เหลือแขนซ้ายข้างเดียวยังสู้ไม่ถอดใจสักนิด จำได้ป่ะจังหวะสุดท้าย พี่โรจน์ต้องใส่เต็มที่เหมือนกันมะปรางถึงลงได้อ่ะ”

                   “ผมเคยไปถ่ายรูปกับพี่มนต์ชัยครั้งหนึ่งตัวหนามากมีแต่กล้ามเนื้อล้วนๆ แล้วมะปรางตัวเล็กนิดเดียวแต่น้องได้ 2 นับจากพี่มนต์ชัยติดต่อกันอ่ะ คิดดูละกันว่าการโจมตีสวนกลับต้องแรงและหนักขนาดไหน...”

                   “ใครรู้อาการมะปรางมั่งตอนนี้เป็นงัยอ่า...เงียบหายไปเลย”

                   “เห็นข่าวล่าสุดบอกว่าน้องจะกลับขอนแก่นคืนนี้ ในข่าวบอกว่าน้องคิดถึงบ้านแล้ว”

                   “ภาพนัดรองกับนัดชิงยังติดตาอยู่อ่ะแพ้น็อกไม่ได้แชมป์ก็จริง แต่ประทับใจมาก น้องสู้สุดใจจริงๆ”

                   “เพิ่งดูกีฬาประเภทนี้เป็นครั้งแรกชอบมากกกกอ่ะมีแบบนี้อีกเมื่อไร ใครรู้บ้างงงงง?”

                   “ปลายปีมีรายการชิงแชมป์เอเชียงัย...อยากให้น้องติดทีมชาติมากที่สุด”

     

                   “ท่านอาจารย์นี่เป็นคำแปลคำพูดของน้องฮุ่ยหนิงในการแข่งขันเมื่อสักครู่นี้ค่ะ”ลู่เฟยยื่นคลิปที่มีคำแปลภาษาจีนให้อาจารย์จางเหว่ยหลุนท่านไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมาได้แต่หัวเราะด้วยความชอบใจ

     

                   “พวกเราไปดูบัญชีแอดมีของพี่น้ำสิโพสต์รูปไปเยี่ยมมะปรางแล้วเขียนข้อความว่า…ยินดีต้อนรับสู่ทีมชาติคนใหม่2 คน”

                   “จริงด้วยๆๆดีใจที่สุด มะปรางกับมิวติดทีมชาติแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆ”

                   “ใครมีบัญชีแอดมีของมิวกับมะปรางบ้างแชร์กันหน่อย บอกกันมั่ง”

                   “ของมิวมีบัญชีสาธารณะแต่ของมะปรางมีเป็นแบบส่วนตัว...ผมเพิ่งไปส่องมาน้องมีเพื่อนแค่ 26 คนเองแต่ลงรูปเดียวกับน้ำเลยนะ โค้ชบีน่าจะเรียกติดทีมชาติจริงแหละ เจ้าตัวลงเองนี่น่า”

                   “เป็นข่าวดีในรอบปีจริงๆไม่อยากจะเชื่อว่า จากจุดเริ่มต้นคลิปจับโจรจนมาถึงวันนี้ติดทีมชาติแล้ว”

                   “ชิงแชมป์เอเชียปลายปีนี้สุดมันแน่ๆอยากให้แข่งพรุ่งนี้อ่า”

     

                   หลังจากที่น้ำโพสต์ข่าวเรื่องมะปรางกับมิวติดทีมชาติไม่นานเว็บไซด์สำนักข่าวหลักและทีวีต่างหันมาเล่นข่าวนี้กันทุกแห่งจนกลายเป็นข่าวหลัก ทำแบนเนอร์พาดหัวข่าวในแง่มุมต่างๆบทวิเคราะห์ของกองบรรณาธิการข่าวทะยอยออกมามากมาย

            “ชิงแชมป์เอเชียปลายปีนี้มันแน่ๆ...หย่งชุนVS หย่งชุน”

                   “โค้ชบีเรียกมะปรางติดทีมชาติแล้ว!!!...หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในรายการชิงแชมป์ประเทศไทย”

                   “มะปราง& มิว จากคู่ซ้อมสู่ตัวแทนทีมชาติไทย”              

                   “หลิวฮุ่ยหนิงVS ลู่เฟย ศึกแห่งศิษย์สำนักจางแมตช์หยุดโลกปลายปีนี้แน่นอน”

                  

                   เวลาล่วงเลยมาจนถึงหัวค่ำโอ๋กับต้อมช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถตู้ของสมาคมฯมีเวรเปลของโรงพยาบาลเข้ามาช่วยเข็นมะปรางลงมาด้านล่างบัวช่วยจัดของในรถตู้แบ่งพื้นที่ให้มะปรางมีพื้นที่เอนนอนพักผ่อนได้ส่วนวิทย์ยังคงนั่งคุยอยู่กับกลุ่มของโค้ชบีจนกระทั่งใกล้ได้เวลาเดินทาง

                   “ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยเหลือมาตลอดเดี๋ยวค่อยมาวางแผนกันเรื่องซ้อมกันอีกทีครับ แล้วผมจะติดต่อไปครับโค้ชบีขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่มาเยี่ยมมะปรางด้วย”

                   “ด้วยความยินดีครับคุณวิทย์...ยินดีที่ได้รู้จักครับแล้วพบกันใหม่เดินทางปลอดภัยครับ”

                  

                   ครูหนึ่งกำลังนั่งคุยกับครูเพ็ญศรีในห้องทำงานชั้น2 โรงยิม บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด “ครูใหญ่บอกว่าคงต้องมาจัดแผนการเรียนและเผื่อเรื่องซ้อมไว้ด้วยปัญหาตอนนี้คือเราไม่มีองค์ความรู้หย่งชุนที่จะไปสอนมะปรางแม้แต่น้อยผมหนักใจเรื่องนี้มาก เราไม่รู้ว่าจะต้องดูแลยังงัย”

                   “ครูปรึกษาสามีให้ลองไปถามพรรคพวกดูว่ามีใครพอจะรู้เรื่องพวกนี้บ้าง จะได้หาคนมาช่วยเสริมหน่อย”ครูเพ็ญศรีกล่าวเสริมครูหนึ่ง

                   “ถ้าจะให้มะปรางต้องมาซ้อมตีหุ่นไม้อย่างเดียวแบบนี้ไม่ดีแน่ๆวิทย์ทำได้แค่ดูห่างๆ...ผมกะว่าจะลองเรียกมะปรางมาคุยจริงจังว่าต้องการอะไรเพิ่มไหม? ตัวผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

                   “สรุปตอนนี้ที่แน่นอนแล้วโค้ชบีจะให้มะปรางซ้อมแยกกับแคมป์ทีมชาติเพราะว่าติดเรื่องการเรียน แต่ทางเราไม่พร้อมสักอย่าง”

                   “เท่าที่ผมคิดไว้คงต้องขอให้โอ๋กับต้อมเป็นคู่ซ้อมมะปรางไปก่อนน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ผมลองคุยแล้วทั้ง 2 คนไม่ขัดข้องเราต้องเผื่อเรื่องเรียนทั้ง 2 คนนี้ไว้ด้วย”

                   “ถ้าครูหนึ่งเห็นว่าแผนนี้ดีพรุ่งนี้ครูจะไปแจ้งเรื่องนี้กับครูใหญ่เอง”

                   “แล้วคืนนี้ครูเพ็ญศรีจะรอรับมะปรางไหมครับ?”

                   “อืมๆรอสิ...วิทย์บอกว่ามาถึงนี่กี่โมงเหรอ?จะไปที่บ้านหรือมาที่นี่ก่อน”

                   “น่าจะประมาณตี5 กว่าๆ ครับ เห็นวิทย์บอกว่าพามาที่ห้องพยาบาลก่อนดีกว่าอย่าเพิ่งกลับบ้านเพราะว่ามีอุปกรณ์ดูแลสะดวกกว่าพ่อกับแม่ปรางก็โอเค...เดี๋ยวครูเพ็ญศรีกลับไปที่ห้องพักก่อนก็ได้ครับรถตู้มาถึงผมค่อยโทรหา”

                  

                   เวลาล่วงเลยมาจนถึงเกือบตี5 แล้ว รถตู้กำลังเดินทางเข้ามาสู่ตัวเมืองขอนแก่นมะปรางนอนหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียและผลจากอาการอักเสบ บัวกับวิทย์นั่งสัปหงกอยู่แถวหลังส่วนต้อมกับโอ๋ก้มเล่นโทรศัพท์กันอยู่ 2 คน

                   “อีก 3กิโล...ถึงบ้านละมึง!”

                   “โครตเหนื่อยอ่ะประสบการณ์ครั้งนี้กูไม่มีวันลืม เป็นทัวร์ที่ใหญ่ที่สุดที่กูเคยลงแข่ง...แล้วมึงอ่ะ?”

                   “กูอ่ะโครตเซ็งเลย...”

                   “เซ็งอะไรวะ?”

                   “กูแม่งไม่มีปัญญาปกป้องมะปราง...กูทำอะไรไม่ได้สักอย่าง!!!”

                   “คิดมากนะมึงไม่ใช่มึงคนเดียวหรอก ขนาดกูบ้าๆ ฮาร์ดคอร์กูยังยอมรับแฟนมึงอ่ะ...มึงคิดดูขนาดพี่มนต์ชัยรุ่นใหญ่ทีมชาตินะโว้ย แฟนมึงยังทำได้2 นับ แต่กูเข้าใจเจตนามึงนะ มึงก็อยากจะทำอะไรให้แฟนมึงบ้าง ต่อไปมึงก็มาซ้อมกับกูก็ได้ซ้อมหนักๆ หน่อย ดีซะอีกเป็นแรงกระตุ้นงัยเพื่อน!!!!”

                   “เอ่อๆๆๆแม่งงงงง...”

                   “แฟนมึงไม่ใช่อยู่ๆก็เก่งขึ้นมานะโว้ยยย!!!...แฟนมึงก็ต้องซ้อมมาเยอะเหมือนกันเพียงแต่มึงไม่เคยรู้แค่นั้นเอง มึงลืมไปป่ะ แฟนมึงฝึกหย่งชุนมา 10 ปีแล้ว แต่กูกับมึงหัดชกมวยมา4 ปีกว่าๆ เอง แถมยังฝึกแบบงูๆ ปลาๆ อีกต่างหาก...พี่น้ำ, พี่มนต์ชัยกับพี่โรจน์สู้กับแฟนมึงมึงก็เห็นแล้วนี่ว่ายังตึงยังต้องใส่สุดแรงเหมือนกันอ่ะ!!!”

                   “ตอนนี้กูอยากรู้มากว่ามะปรางฝึกฝนมายังงัยถึงได้สุดขนาดนี้!!! ไม่อยากเชื่อจริงๆ”

                  

                   เวลาไม่นานนักก็เดินทางถึงโรงเรียนอย่างปลอดภัย“ทุกคนตื่นๆๆๆ ถึงโรงเรียนแล้ว”โอ๋กับต้อมส่งเสียงเรียก

                   “หลับกันมาตลอดทางเลยเหรอ?”ครูเพ็ญศรีเปิดประตูรถตู้พร้อมกับสอบถาม “สาวนักบู๊ของครูงัวเงียตื่นยังเนีย?”

                   “เราสลับกันเฝ้ามะปรางครับ”วิทย์กับบัวก็เพิ่งตื่นกันได้ไม่นาน

                   “สวัสดีค่ะครูหนึ่งครูเพ็ญศรี”มะปรางขยับตัวค่อนข้างลำบากต้องให้บัวเข้ามาพยุงด้านหลัง

                   “อาการเป็นอย่างไรบ้าง?”ครูหนึ่งรีบถามอาการมะปรางทันที

                   “พี่บัวให้หนูกินยาไปช่วงประมาณ3-4 ทุ่มค่ะ ก็ยังมีเจ็บบ้างแต่ดีขึ้นเยอะค่ะ น่าจะมีอาการระบม หมอบอกว่าสัก 2-3วันน่าจะโอเคขึ้นค่ะ”

     

                   บัวประคองมะปรางเข้าไปในห้องพยาบาลต้อมกับโอ๋รีบขนสัมภาระต่างๆ ลงจากรถ ส่วนวิทย์เดินไปคุยกับคนขับรถตู้ “พี่คนขับไปกับผมโค้ชบีให้ไปพักที่บ้านพักครูก่อนครับ นอนเอาแรงสักหน่อยค่อยเดินทางกลับกรุงเทพช่วงบ่ายๆก็ได้ครับ”

                   “โอ๋กับต้อม...ครูอยากจะบอกว่าครูและทุกคนที่นี่รับรู้, เห็นและเข้าใจในสิ่งที่ทั้ง 2 คนทำกล้าหาญและน่าชื่นชมเป็นอย่างมาก ทั้ง 2คนทำหน้าที่ปกป้องมะปรางได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วไม่มีอะไรที่ต้องตำหนิ ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ”ครูหนึ่งเอ่ยปากชื่นชม

                   “ขอบคุณมากครับครูหนึ่งต่อไปผมทั้ง 2 คนจะฝึกซ้อมให้มากขึ้น...เห็นมะปรางเก่งขนาดนี้ผมอยากเก่งกว่านี้ครับ”โอ๋เอ่ยปาก

                   “เธอทั้ง2 คนจะต้องเก่งขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน”ครูหนึ่งตอบด้วยรอยยิ้ม

     

                   “พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะหยุดขายของแล้วมาหาปรางช่วงเที่ยงจะทำกับข้าวมาด้วยก็พักผ่อนให้เต็มที่ เรื่องเรียนไม่ต้องเป็นห่วง ครูใหญ่คุยกับครูประจำวิชาให้แล้ว”ครูหนึ่งเอ่ยปากหันไปบอกมะปราง

                   “ขอบคุณค่ะครูหนึ่งที่ช่วยหนู”

                   “อยากให้ครูช่วยอะไรอยากได้อะไรก็บอก”

                   “ค่ะครูหนึ่ง”

                   “เธอเก่งมากนะ!!!แต่ดื้อไปหน่อย!!!!” ครูหนึ่งชมมะปรางด้วยรอยยิ้ม

                   “หนูคิดว่ากลับมาครูหนึ่งกับครูเพ็ญศรีต้องดุเรื่องที่หนูไม่เชื่อฟังพี่หมอแน่ๆค่ะ”

                   “ไปๆๆไปพักผ่อนได้แล้วยัยเด็กดื้อมากกกก...เหนื่อยกันมา 2 วันเต็มๆ”

    *******************************

    คล้ายกับเรื่องNew Hope : นักสู้ฟันน้ำนม (มี e-book แล้วครับ) ที่คุณอ่าน