่เย็น 16.00 น.
ใช้สมองมาก ท้องก็พานหิวง่าย หันไปทางซ้ายมือ ขนมไข่เต่าที่ซื้อขากลับจากเมื่อกลางวันก็หมดซะแล้ว
ทนฟังเสียงท้องร้องต่อไปไม่ไหว โครกคราก โครกคราก =_="
พลอยจึงลุกจากเก้าอี้ทำงานแล้วเปิดประตู หมายจะลงไปหยิบนมที่แช่ตู้เย็นไว้ข้างล่าง โต๊ะทำงานของเธออยู่ชั้นสองของตึก B ห้องครัวอยู่ระหว่างทางเชื่อมชั้นล่างระหว่างตึก A กับตึก B
ยังไม่ทันเปิดประตูห้องครัว ก็เห็นไฟในห้องครัวเปิดอยู่ก่อนแล้ว
“อ้าวฟ้า มาหาของกินเหมือนกันหรอ” พลอยถามพลางเปิดตู้เย็นมองหานมรสโกโก้ที่เธอแช่ไว้
“มาชงกาแฟให้คุณแดนน่ะ คุณแดนบ่นอยากกินกาแฟ ” ฟ้าจงใจเรียกชื่อเล่นรพีณ์อย่างสนิทสนม
ที่นี่ใช้เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ใส่เมล็ดกาแฟสดคั่วเข้าไป กดปุ่มบดเพียงปุ่มเดียว เครื่องจะเริ่มทำงานโดยการบดเมล็ดให้เป็ผง วางแก้วกาแฟไว้ตรงจุดที่น้ำไหลผ่าน ไม่นานกาแฟร้อนก็ไหลลงสู่แก้ว ทำให้รู้สึกว่าการชงกาแฟไม่ใช่เื่ที่ยุ่งยากอีกต่อไป ได้เทคโนโยลีที่ทำให้สะดวกขึ้น
“หอมกาแฟมากเลยฟ้า เราชอบกลิ่นกาแฟ แต่เราทานกาแฟได้แค่ลาเต้นิดหน่อยน่ะ สงสัยคุณรพีณ์จะง่วงจัดนะเนี่ย ทานอเมริกาโน่เชียว”
“คุณแดนชอบกาแฟร้อนน่ะ ทานบ่อยเชียวแหละ วันละสองถึงสามแก้วเลยนะ” ฟ้าลลินณ์เน้นเรียกชื่อเล่นรพีณ์อีกครั้ง
“โหคุณรพีณ์ทานเยอะขนาดนั้นเลย กลางคืนจะนอนหลับไหมคะเนี่ยเ้าน๊ายยย” พลอยพูดเสียงสูงเอ่ยแซวถึงเ้านายหนุ่ม
“เย็นนี้ว่าจะไปหาอะไรกินที่ห้างน่ะ ว่าจะไปซื้อลิปกลอสด้วย ลิปหมดพอดีน่ะ ปากแห้งแล้วเป็ขุยสีขาวๆเต็มเลย ฟ้าว่างหรือเปล่า ไปด้วยกันไหม” พลอยเอ่ยชวนฟ้าไปเดินเล่นหลังเลิกงานด้วยกัน
“ได้สิ ดีเลยล่ะ เลิกงาน่หกโมงรถชอบติด แถวแจ้งวัฒนะรถติดมาก ขนาดบ้านเราอยู่ใกล้ออฟฟิศ เรายังเบื่อเลย เราก็ปากแห้งบ่อยเหมือนกัน ต้องทาลิปมันอยู่บ่อยๆ เดี่ยวเราไปหาอะไรกินแล้วช่วยพลอยเลือกลิปด้วยเลยดีไหม" ฟ้าเสนอช่วยเพื่อนสาว
"แสดงว่าเหยียบเบรคจนตะคริวจะกินขาบ่อยแน่ๆเลย ฮ่าๆๆ เป็อันตกลงตามนี้นะ เลิกงานเจอกันจ้ะ” พลอยแซวเพื่อนสาว
เย็นวันศุกร์ 18.15 น. วันรถติดแห่งชาติ
ติ๊ดๆ เสียงเครื่องสแกนนิ้วของออฟฟิศดังอย่างต่อเนื่อง พลอยณัชชาต่อแถวรอสแกนนิ้วสักครู่ ติ๊ดดดดด
เมื่อสแกนเวลาทำงานเรียบร้อยแล้วจึงรีบเดินไปที่ลานจอดรถ
“รอเรานานไหมฟ้า พอดีมีแก้งานนิดหน่อยน่ะ ขอโทษนะ ฟ้าเลยต้องมารอเราเลย”
“ไม่เป็ไร เราก็เพิ่งมาถึงที่รถเมื่อกี้เอง ไปกันเลยไหม”
“โอเค” :)
บนรถ ฟ้าลลินณ์ขับรถพาเธอเข้าซอยข้างออฟฟิศซึ่งสามารถทะลุไปถึงทางเข้าด้านหลังห้างได้
“ดีจังเลย ฟ้าขับรถเป็ด้วย เราขับไม่เป็เลย” พลอยเอ่ยชมเพื่อนสาว
“พ่อให้ไปเรียนขับรถั้แ่สอบติดมหาวิทยาลัยแล้วน่ะ พ่อเราไม่อยากให้นั่งรถประจำทางกลับบ้านมันอันตราย อีกอย่างคนเยอะแออัดด้วยเราไม่ชอบ"
“ไม่นั่งมอเตอร์ไซค์ล่ะ ไม่แออัด บ้านใกล้ๆ ถึงบ้านไวดีด้วย”
"เราเป็ลูกสาวคนเล็กน่ะ พ่อเลยเป็ห่วงมาก พอดีสอบติดมหาวิทยาลัยรัฐที่พ่ออยากให้เข้าได้ พ่อเลยซื้อรถให้เป็ของขวัญที่สอบติด มีรถของตัวเองดีกว่า ไม่อยากไปนั่งซ้อนท้ายเกาะเอวผู้ชายน่ะ”
พลอยนึกชื่นชมเพื่อนสาวในใจ ที่เพื่อนสาวคนสวยเป็คนระมัดระวังตัว วางตัวดี ไม่คลุกคลีกับผู้ชายคนใดง่ายๆ
นอกจากรูปโฉม ฐานะทางบ้านของสองสาวก็แตกต่างกันมาก ฐานะทางบ้านของฟ้าลลินณ์ดีกว่าของพลอยณัชชามาก พ่อแม่ของฟ้าทำงานเป็ข้าราชการระดับสูง มีบ้าน มีรถเป็ของตัวเอง ขณะที่บ้านของพลอยพ่อแม่ของเธอเป็เพียงแม่ค้าขายน้ำปั่นตามตลาดนัด แต่เธอก็ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจ เธอภูมิใจอยู่เสมอที่พ่อแม่ของเธอประกอบอาชีพสุจริต และส่งเสียค่าเล่าเรียนให้เธอเรียนจบปริญญาตรีได้
ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำใกล้กับออฟฟิศ
มุมหนึ่งของร้านอาหาร
แดน รพีณ์ สังเกตเห็นสองพนักงานสาว
“นั่นมันฟ้าลลินณ์กับพลอยณัชชานี่ บังเอิญจริง” ชายหนุ่มพึมพำ
“แกรู้จักด้วยหรอวะไอ้แดน”? เพื่อนหนุ่มตี๋ ดีกรีเ้าของสถาบันสอนดนตรี ถามขึ้นมาด้วยความใคร่รู้
“พนักงานที่ออฟฟิศน่ะ” เขาตอบพลางสายตาคมจับจ้องที่สองสาวซึ่งกำลังเดินตามพนักงานเข้ามาด้านในของร้าน โต๊ะของทั้งสองอยู่ฝั่งด้านในเหมือนกับโต๊ะของเขา แต่เว้นไปสามสี่โต๊ะ ทำให้สามารถสังเกตทั้งสองได้พอสมควร"
“สวยทั้งสองคนเลย คนหนึ่งน่ารัก ผมสีดำ สวมแว่นทรงกลม ท่าทางเรียบร้อย อีกคนหนึ่งผมสีน้ำตาล สวยทะลุแว่น จะว่าไปคนนี้จะสวยดูมีออร่ากว่า” ธิติกล่าว
รพีณ์เห็นด้วยกับเพื่อนของเขา
ธิติเป็เ้าของสถาบันสอนดนตรี Vocal Academy ขยายสาขาออกเป็สามสาขา ธุรกิจของเขากำลังไปได้รุ่ง ทั้งสองหนุ่มสนิทกันั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จึงชอบนัดกันมาปรึกษาเื่งานเพลงและพูดคุยกันตามประสาเพื่อนบ่อยๆ
“คนที่สวยๆมีออร่านี่หน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน” ธิติพูดพลางนึกไปด้วย
“แกจะบอกว่าเห็นในฝันใช่ไหมล่ะ”
“เฮ้ย ไม่ได้พูดเล่น เหมือนเคยเห็นจริงๆ แต่นึกไม่ออก” ธิติครุ่นคิดสักพัก “ชื่อฟ้าใช่ไหม อ๋อนึกออกแล้ว แฟนของครูไบรท์นี่เอง เคยเห็นมาหาแฟนที่โรงเรียนสอนร้องเพลงบ่อยๆ ถึงว่าคุ้นหน้านัก"
”แฟนครูไบรท์ ครูสอนร้องเพลงขวัญใจสาวๆน่ะหรอ" รพีณ์ไม่แปลกใจนักเป็ธรรมดาที่สาวสวยอย่างฟ้าจะมีคนรู้ใจอยู่แล้ว
“ทำไม แกชอบคุณฟ้าหรอวะ เห็นนั่งมองเธอนานแล้ว”? ธิติตั้งข้อสงสัย
“สวยดี แต่ชอบผู้หญิงสไตล์น่ารักมากกว่า อีกอย่างไม่ชอบผู้หญิงมีแฟนแล้วว่ะ” ชายหนุ่มตอบอย่างตรงไปตรงมา :)
“นี่แกมองคนไหนอยู่” ธิติยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ก็….ทั้งคู่”
“ข้าวร้านนี้ที่ฟ้าแนะนำ เราว่าอร่อยดีนะ แต่เราคงมาทานไม่ได้บ่อยๆ อร่อยดี แต่แพงมากกก” T_T
“เราว่าก็ไม่แพงนะ ปริมาณก็ไม่น้อย คุณภาพสมกับราคา ดีกว่าไปทานตามร้านอาหารที่แออัดตั้งเยอะ ได้มีมุมส่วนตัวทานสบายๆ”
ฟ้าลลินณ์ไม่ชอบไปนั่งตามร้านอาหารเล็กๆ หรือเพิงอาหาร เธอจะเลือกร้านที่ดูดี สะอาดสะอ้าน เป็สัดส่วน บริการดีค่าอาหารจึงค่อนข้างแพงกว่าร้านอื่นๆ
“เดี๋ยวเช็คบิลแล้ว ไปดูลิปกลอสต่อกันนะ ปากเราตอนนี้แห้งเป็กระดาษทรายแล้ว” พลอยเปรียบเปรยแบบขำๆ >^< >.<
“พลอยไม่อยากซื้อแบบแพงมากใช่ไหม ถ้างั้นไปดูที่แผนกเครื่องสำอางค์ชั้นล่างไหม เดี๋ยวเราพาไป” ไม่รอช้าฟ้าลลินณ์จูงมือเธอไปยังแผนกเครื่องสำอางค์ทันที
แผนกเครื่องสำอางค์
“พลอยไม่ค่อยแต่งหน้าหรอ เห็นทาแค่แป้งฝุ่นกับลิปกลอสมาทำงาน เป็ผู้หญิงต้องรู้จักแต่งตัวรู้ไหม”
“เราไม่ค่อยรู้เื่เครื่องสำอางค์น่ะ ไว้จะลองแต่งบ้างนะ”
“ซื้อแค่ลิปกลอสหรอ ลองดูบีบีครีมแบบที่เราใช้อยู่ไหม ใช้ดีมากเลยนะ ติดทน หน้าสว่าง มีกันแดด ผสมบำรุงหน้าด้วย”
“ใช้ดีจริงๆหรอ ว่าแต่ฟ้าใช้สีไหนล่ะ มีขวดสีฟ้ากับขวดสีชมพู”
“เราใช้ขวดสีชมพูเบอร์ 2 อยู่น่ะ ใช้เป็ประจำเลย สีฟ้าเคยใช้แล้วไม่ดี พลอยผิวขาวอยู่แล้ว ใช้แค่เบอร์ 2 ก็ได้แล้วจ้ะ" ฟ้าหยิบขวดขนาดทดลอง เปิดฝา บีบบีบีครีมลงที่หลังฝ่ามือพลอย ลูบเบาๆสักพัก “ใช้ก่อนแต่งหน้าดีจริงๆ ลองซื้อไปใช้ดูสิ :)
“อืม… ลองดูก็ได้ ก็ฟ้าว่าดีนี่นา ขอบใจนะ”
หลังซื้อของเสร็จสองสาวแยกย้ายกันกลับบ้าน ฟ้าลลินณ์ขอตัวกลับก่อน ส่วนพลอยณัชชาแวะเข้าห้องน้ำก่อนกลับเพราะเส้นทางที่เธอกลับบ้านต้องนั่งรถประจำทางขึ้นทางด่วน บางวันก็เกือบ 2 ชม. กว่าจะถึงบ้าน ยิ่งถ้าฝนตก น้ำท่วม ไม่รู้จะไปเข้าห้องน้ำที่ไหนเลยจริงๆ
มินิแลนด์ เกมเซ็นเตอร์
ติดกับห้องน้ำ ขวามือเป็แผนกเกมส์เซ็นเตอร์ เสียงชู๊ตบาสเก็ตบอลดึงความสนใจของเธอให้หันไปมอง
แปลกดีนะ บางครั้งเธอมองว่าเขาเนี้ยบ สุขุม ดูเป็ผู้นำ อาจเป็เพราะเขาเป็เ้านายของเธอ แต่พอเขายิ้มหรือหัวเราะออกมาก็ดูน่ารักแบบเด็กๆ แต่เวลานี้พลอยกลับมองว่าเขาทั้งเท่ห์ ทั้งมีเสน่ห์ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าคนที่ดูเนี้ยบแบบเขาจะมีมุมแบบนี้เลย
“อ้าว ผมนึกว่าคุณกลับไปแล้วซะอีก เมื่อสักครู่เห็นทานข้าวอยู่กับฟ้าที่ร้านอาหาร”
เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของคนที่เดินมายืนข้างๆ
“คะ คุณเห็นด้วยหรอคะ…" พลอยรู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่ม “เอ่อ สวัสดีค่ะคุณรพีณ์” เธอยกมือไหว้เ้านายหนุ่ม
“อ่ะแฮ่ม คิดถึงผมอยู่หรือครับ เห็นมองผมเล่นบาส จนผมชู๊ตไม่ลงแล้วเนี่ย" :) ชายหนุ่มยิ้มให้เธอ
“เปล่านะคะ” >///< “ไม่ใช่สักหน่อย” ทำไมเขาถึงพูดแบบนี้
“ไหนๆแล้วก็ เล่นกับผมสักเกมไหมครับ” เขาเอ่ยชวนเธอเล่นเกมด้วยกัน
“แต่พลอยไม่ค่อยถนัดนะคะ ไม่ได้เล่นบาสมานานแล้วด้วย”
ผ่านไปสามเกม (มีคนติดลม) ปึ้ง!! เสียงลูกบาสกระดอนจากแป้นมากระทบศีรษะรพีณ์
“โอ๊ย ตัวเล็กแค่นี้ เอาพลังมาจากไหนเยอะแยะนี่” ชายหนุ่มร้องพร้อมกับลูบศีรษะเบาๆ
“เฮ้ย! ขอโทษค่ะ ขอโทษนะคะ เจ็บมากไหมคะ หันมาให้พลอยดูหน่อยค่ะ" T_T
“ครับ” คนถูกเรียกหันมา เ้านายหนุ่มแอบมองหน้าตา ท่าทางเป็ห่วงเป็ใยของหญิงสาว จนเผลอยิ้มออกมา
ตึกตัก! ตึกตัก!
‘เอาเข้าไป ทำไมเวลาอยู่ใกล้ๆผู้หญิงคนนี้หัวใจถึงได้เต้นแรงขนาดนี้’ ชายหนุ่มคิดในใจ ดูเหมือนอาการจะยิ่งรุนแรงขึ้นด้วยเมื่อหญิงสาวหันกลับมามองหน้า พลางลูบศีรษะของชายหนุ่ม ััเส้นผมอย่างแ่เบา
“ขอโทษอีกครั้งด้วยนะคะ จะให้พลอยรับผิดชอบยังไงบอกได้เลยนะคะ” >_<
“คุณแดน ค่าทำขวัญขอเป็ เรียกผมว่าแดนเป็การแลกเปลี่ยนก็พอครับ” :)
ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
เสียงหัวใจเต้นแรงขนาดนี้ ชัดเจนจนไม่ต้องสงสัยแล้วล่ะว่าเพราะอะไร แต่ที่น่าสงสัยก็คือ เสียงหัวใจของใครที่เต้นดังกว่ากัน >///<
รอติดตามตอนที่ 5 ได้เลยนะคะ อย่าลืมกดติดตาม กดให้กำลังใจผู้แต่งด้วยนะค๊า :)