บทที่ 9 ความสามารถที่โดดเด่นเริ่มปรากฏ
หลังจากหลี่ลี่รับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็อ่าน ‘คัมภีร์สู่วิถีโอสถ’ สักพัก จนถึงเวลาเจ็ดโมงเช้า ซึ่งเป็เวลาเรียนครั้งแรก
เมื่อมาถึงห้องโถงใหญ่ที่เหอวั่นสอน ศิษย์ทุกคนมาพร้อมกันหมดแล้ว เขาเป็คนสุดท้ายที่มาถึง
ลูกศิษย์ทั้งสามกลุ่มต่างพูดคุยหัวเราะกันรออาจารย์เหอมา มีเพียงหลี่ลี่คนเดียวที่โดดเดี่ยว ไม่มีใครสนใจ
เมื่อเหอวั่นเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ห้องโถงใหญ่ที่เคยอึกทึกครึกโครมก็เงียบสงบในพริบตา
เหอวั่นเงยหน้านับจำนวนคน และมองไปที่หลี่ลี่เป็พิเศษ จากนั้นจึงเริ่มสอน
เขากล่าวนำ "พวกเ้าลูกศิษย์ทั้งหลาย ข้าจะแบ่งพวกเ้าออกเป็สามกลุ่มเพื่อทำงาน นี่เป็กฎเก่าแก่ของสำนัก ข้าก็แก้ไขไม่ได้ แต่ตอนนี้เป็ต้นไป สถานะเดิมของพวกเ้าจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป"
"ก่อนหน้านี้พวกเ้าพึ่งพาพ่อแม่ได้ แต่หลังจากนี้ในการบำเพ็ญเพียร พวกเ้าต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น ข้าปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน หวังว่าพวกเ้าจะตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร บำเพ็ญเพียรอย่างจริงจัง เพื่อให้สำเร็จโดยเร็ว และเลื่อนขั้นจากมือข้าก่อน"
เหอวั่นพูดถึงชื่อผู้แข็งแกร่งของสำนักิเยว่ เล่าถึงความสำเร็จของพวกเขา เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนเป็ผู้แข็งแกร่งแบบนั้นด้วย
วาจาของเขาดึงความสนใจได้ดี ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น คนหนุ่มสาวเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและจินตนาการ พวกเขาต่างอยากโด่งดังในอนาคต กลายเป็ผู้แข็งแกร่ง แทบไม่มีใครคิดว่าตัวเองจะกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ได้
ในบรรดาลูกศิษย์หลายพันคนของสำนักนอก มีเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้นที่สามารถเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้ แต่ลูกศิษย์ใหม่ล้วนคิดว่าตัวเองเก่ง ตั้งเป้าหมายเป็ผู้แข็งแกร่งในผู้ฝึกยุทธ์กันทั้งนั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้ฝึกยุทธ์ด้วยซ้ำ
เหอวั่นเป็อาจารย์มานาน เขาไม่อยากทำลายความฝันของลูกศิษย์เหล่านี้ ปล่อยให้อาจารย์สำนักกลางและสำนักสูงเป็คนปลุกลูกศิษย์ที่หัวสูงเหล่านี้ดีกว่า
หลังจากพูดให้กำลังใจครู่หนึ่ง เหอวั่นก็เริ่มสอน
สิ่งที่เขาสอนหลัก ๆ คือ ‘เคล็ดวิชาปราณยุทธ์ชิงหง’ ส่วน ‘เคล็ดวิชาหมัดเก้าทลาย’ ‘เคล็ดวิชาดาบเก้าเงา’ ‘คัมภีร์ฝึกฝนเบื้องต้น’ ‘คัมภีร์สู่วิถีเยียวยา’'คัมภีร์สู่วิถีโอสถ’ แต่ละวิชามีอาจารย์ของตัวเอง
ในหนึ่งเดือน ทุกวันที่มีเลขสาม หก เก้า ตอนเช้า เหอวั่นจะอธิบาย ‘เคล็ดวิชาปราณยุทธ์ชิงห’ ในห้องโถงใหญ่แห่งนี้และตอบคำถาม ส่วนอีกห้าวิชาจะสอนครึ่งวันทุกสิบวัน
การบำเพ็ญเพียรต้องผสมผสานความรู้และการปฏิบัติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิบัติ ต้องบำเพ็ญเพียรด้วยตนเองเท่านั้น ดังนั้นเวลาเหอวั่นสอน หากลูกศิษย์คิดว่าไม่มีข้อสงสัย เข้าใจตำราลับทั้งหมดแล้ว ไม่มาเรียนก็ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในหอสมบัติยังมีบันทึกการบำเพ็ญเพียร 'เคล็ดวิชาปราณยุทธ์ชิงหง' ให้ยืม เขียนโดยอัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเพียร มีคำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียร สิ่งที่เหอวั่นอธิบายก็ไม่ต่างจากเนื้อหาเหล่านี้
เมื่อถึงเที่ยงวัน วันแรกของการเรียนก็ใกล้จะจบลง เหอวั่นหยุดสอน
"อีกสองวันข้างหน้า จะเป็คาบเรียนที่สองของข้า ตอนนั้น้าให้ทุกคนแนะนำหัวหน้ากลุ่มหนึ่งคน..."
เหอวั่นบอกว่าหัวหน้ากลุ่มต้องเป็ลูกศิษย์ที่โดดเด่นในการบำเพ็ญเพียร และมีอำนาจบารมี ครึ่งเดือนต่อมา ลูกศิษย์ใหม่จะมีการทดสอบครั้งหนึ่ง เก้ากลุ่มต้องเรียงลำดับ
ลูกศิษย์ใหม่ทั้งหมด 600 คน แบ่งเป็ 10 กลุ่ม ในนั้นมีหนึ่งกลุ่มผู้หญิง ไม่นับอันดับ
หัวหน้ากลุ่มต้องนำกลุ่มของตนให้ได้อันดับที่ดี หากได้อันดับสุดท้ายก็จะเสียหน้า
หากได้อันดับท้าย ๆ เหอวั่นจะเสียเงินเดือนจำนวนมาก เขาไม่ได้พูดชัดเจน เพียงแต่ดุด่าให้ลูกศิษย์ทุกคนตั้งใจบำเพ็ญเพียร ต้องได้อันดับที่ดีในการทดสอบหนึ่งเดือนต่อมา
หลังจากสั่งสอนเสร็จ ลูกศิษย์ทุกคนคิดว่าคาบเรียนคงจบแค่นี้ ลูกศิษย์ทั้งสามกลุ่มต่างพูดคุยกันเบา ๆ ปรึกษาหารือเื่ตัวเลือกหัวหน้ากลุ่ม
เหอวั่นกระแทกโต๊ะฉับ ะโเสียงดัง "ยกเว้นสิบสองคนที่เพิ่งได้หนังสือเรียนเมื่อวาน ลูกศิษย์ที่เหลือบำเพ็ญเพียรมาหลายวันแล้ว มีใครบ้างที่ยังรับลมปราณไม่ได้"
ลูกศิษย์ทุกคนตอบกันไม่เป็เสียงเดียวกันว่า "ไม่มี"
การบำเพ็ญเพียรให้เกิดลมปราณหนึ่งสายไม่ง่าย แต่การรับรู้ถึงลมปราณนั้นง่ายมาก ลูกศิษย์ที่เข้าประตูวิชาได้ จะมีใครที่ทำแค่นี้ไม่ได้กัน
เหอวั่นไม่สนใจลูกศิษย์ทั้งหลาย พลันะโขึ้น "หลี่ลี่เ้าบำเพ็ญเพียรมาสามวันแล้ว มีลมปราณหรือยัง?"
หลี่ลี่รีบลุกขึ้นยืน โค้งคำนับ "กราบเรียนอาจารย์ ข้ามีลมปราณแล้วครับ"
เหอวั่นส่งเสียงฮึดฮัด ไม่พอใจ "เ้าคิดว่าเพียงบอกว่ามี มันก็จะมีเลยงั้นหรือ? เดินมาข้างหน้าให้ข้าตรวจสอบดูหน่อย ถ้าไม่มี หลอกลวงอาจารย์ ก็จะให้เ้าติดโทษขนานใหญ่"
การติดโทษเหมือนกับการสอบไม่ผ่าน หลังจากสามครั้งก็จะถูกไล่ออก หลี่ลี่รู้ว่าเหอวั่นตั้งใจจะหาเื่เขา การถูกเหอหวั่นทดสอบ ต่อให้เขาจะมีพลังปราณจริง ๆ ท้ายสุดก็จะโดนคาดโทษไว้อยู่ดี นี่ก็คือการจงใจรังแกคน
"อาจารย์ ไม่จำเป็ต้องตรวจสอบหรอกนะครับ ข้าอยากให้รับชมด้วยตาตนเอง"
หลี่ลี่ยื่นมือขวาออกมาทันที จากนั้นนิ้วก้อยก็กลายเป็สีเขียว
"พลังปราณงั้นหรือ?"
ทันใดนั้นบรรดาลูกศิษย์ก็ร้องอุทานขึ้นมา ทุกคนมองด้านข้าง ต่างแสดงสีหน้าที่ยากจะเชื่อ
เหอวั่นขมวดคิ้วแล้วพูดเหน็บแหนม "เ้าซื้อยารวบรวมลมปราณ ใช้หินิญญาสามก้อน เ้ายังหลือหินิญญาอีกห้อก้อนหลังจากหลอกผู้ดูแลหลิวไปใช่หรือไม่? อืม เ้าหลอกผู้ดูแลหลิวให้เซ็นสัญญากับเ้า ก็ถือว่าถูกกฎหมายแล้ว เ้ามีสัญญาอยู่ในมือ แม้แต่ข้าก็ตำหนิอะไรเ้าไม่ได้ แต่การเป็คนต้องเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง พึ่งวิธีของนักเลงหัวไม้ สุดท้ายก็ต้องมีวันที่เ้าจะเสียเปรียบ"
หลี่ลี่โกรธจนฟันคัน เพียงแต่ก้มหน้าลง แกล้งทำเป็ท่าทางถูกสั่งสอน เขารู้ว่าตอนนี้ถ้าโต้แย้ง ก็จะตกหลุมพราง ข้อหาขัดขืนอาจารย์ ไม่ยอมรับการสั่งสอน ลงมาแล้ว ใครก็ช่วยเขาไม่ได้
เหอวั่นเยาะเย้ยหลี่ลี่อีกสองสามประโยค เห็นเขาทำท่าทางซื่อ ๆ ไม่มีข้อผิดพลาดให้จับได้เลย หมุนตาไปมา แล้วหัวเราะเ็า "กินยารวบรวมลมปราณจะเรียกว่าฝีมืออะไร? รอหินิญญาที่เหลือของเ้าหมด ข้าอยากจะรู้นักว่าเ้าจะฝึกฝนยังไง สัญญาของผู้ดูแลหลิวฉบับนั้น เ้าอย่าลืมเก็บรักษาให้ดี ถ้าทำหาย ฮึ..."
"แยกย้าย" เหอวั่นทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
บรรดาลูกศิษย์มองหน้ากัน จากนั้นก็มองไปที่หลี่ลี่ด้วยสายตาดูถูก อิจฉาริษยา โลภ เยาะเย้ย สีหน้าแตกต่างกันไป
กินข้าวเที่ยงเสร็จ หลี่ลี่หยิบหนังสือเรียนมาที่ด้านหลังูเาที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง ในใจคิดถึงคำพูดของเหอวั่นอดไม่ได้ที่จะหยิบสัญญาของผู้ดูแลหลิวออกมาจากอก
สัญญาฉบับนี้สำคัญมาก ถ้าไม่มีมันผู้ดูแลหลิวต้องรายงานไปที่สถาบันวินัยแน่ บอกว่าเขาขโมยหินิญญาไป หากเป็เช่นนั้น คนจำนวนมากคงค้นหาและจับกุมตัวเขา หากหาหินิญญาของเขาเจอ ก็คงจะถูกบังคับให้บอกที่มา เขาจะไม่สามารถพูดอะไรได้เลย เด็กกำพร้าคนหนึ่งจะหินวิญญาญจำนวนมากได้อย่างไร?
โดยเฉพาะตอนนี้ เหอวั่นคิดว่าเขาใช้ไปหินิญญาไปสามก้อน นี่มีบันทึกให้ตรวจสอบได้ แม้ว่าเขาจะทิ้งหินิญญาห้าก้อนที่เหลือไป หินิญญาสามก้อนที่ถูกบันทึกนี้ก็ลบไม่ได้
"ฮึ ช่างเป็แผนที่ดีจริง ๆ !"
หลี่ลี่หัวเราะเ็าหนึ่งที โบกสัญญาในมือ ะโเสียงดัง "สัญญาอยู่ตรงนี้ พวกแกยังไม่รีบมาเอาอีกเหรอ? ยังรออะไรอยู่?"
สองหนุ่มน้อยเดินออกมาจากป่า เป็พวกลูกคนรวยคนหนึ่ง หนุ่มน้อยคนหนึ่งเยาะเย้ยว่า "พวกเรารอพี่จางมา ทุกอย่างให้เขาเป็คนตัดสินใจ ข้ารู้ว่าเ้าอยากโดนกระทืบแล้ว แต่ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก"
หลี่ลี่กร่นด่า "ในเมื่อเป็ลูกน้อง ก็ไสหัวไปให้ไกล" ในใจคิดว่าการยุยงของ อาจารย์เหอได้ผลจริง ๆ เพียงไม่นานก็มีคนมาแล้ว
เขาเก็บใบสัญญาแล้วหยิบ 'คัมภีร์สู่วิถีโอสถ' ออกมาอ่าน
สองหนุ่มน้อยไม่ได้ฝึกวรยุทธ์แม้แต่กำเดียว พวกเขามีความหวาดกลัวหลี่ลี่อยู่บ้าง พวกท่านต้องรู้ก่อนว่าพลังปราณนั้นแข็งแกร่งมาก เพียงแค่มีพลังปราณมากกว่านิดหน่อย ก็จะเห็นความต่างของความแข็งแกร่งแล้ว พวกเขาเหล่านี้เป็ผู้เริ่มเรียน ก็ไม่รู้ท่าทางการต่อสู้อะไร พึ่งได้แต่พละกำลังล้วน ๆ กลัวว่าหลี่ลี่จะมีพละกำลังมาก เสียเปรียบในมือเขา ก็ไม่กล้าเข้าไปข้างหน้า
สักพักหนุ่มน้อยที่ไปรายงานก็พากลุ่มชายหนุ่มจำนวนมากมา ทั้งสองรีบเข้าไปหาเฉินหลงผู้เป็ผู้นำกลุ่ม กล่าวร้าย บอกว่า หลี่ลี่ หยิ่งผยองอย่างไร