ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 35 เจ้าเมืองเรียกประชุม

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 35 เจ้าเมืองเรียกประชุม



            เมื่อคืน มีการชี้แนะวิชาบ่มเพาะกันจนถึงเช้า หลังจากตื่น คาลอสก็ขอเข้าพบหัวหน้าตระกูลพร้อมกับมอบสิ่งของที่ได้รับมาจากบรรพชนออกไป


            มาคัสรับเครื่องรางเอาไว้ และวางแผนจะมอบสิ่งนี้ให้กับสมาชิกตระกูลที่ต้องเดินทางห่างบ้านห่างเมืองตามความประสงค์ของบรรพบุรุษ


            ในขณะที่จินเองก็ใช้ยันต์เร่งการฝึกฝนเฉพาะบุคคลหนึ่งร้อยเท่าไปที่คาลอส


            เมื่อคาลอสได้ลองฝึกฝนในช่วงสาย เขาพบว่าตนเองฝึกฝนได้เร็วกว่าช่วงเดือนก่อนเสียอีก ด้วยความเร็วขนาดนี้.....ไม่แน่ว่าภายในหนึ่งเดือนเขาอาจจะไปแตะขอบเขตอเวกระดับที่เจ็ดก็เป็นได้


            เมื่อคิดได้ดังนั้นคาลอสก็ฝึกฝนต่อไปอย่างตั้งใจเพื่อไม่ให้ความช่วยเหลือของบรรพบุรุษต้องสูญเปล่า


            ------------


            หลายวันต่อมา


            มีการเรียกประชุมขุมอำนาจใหญ่ภายในเมืองปากัสทั้งหมด ให้มารวมตัวกันที่คฤหาสน์เจ้าเมือง


            ตระกูลพีไรซ์เองก็เป็นหนึ่งในตระกูลที่ถูกเรียกตัวจากเจ้าเมือง


            เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อย หัวหน้าตระกูลอย่างมาคัสจึงต้องเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองโดยมีผู้ติดตามไปด้วยหนึ่งคนก็คือคาคัส


            ความจริงแล้วผู้ติดตามของมาคัสควรจะเป็นเมลิก แต่คนรุ่นใหม่ย่อมมาแทนคนรุ่นเก่า การเรียกประชุมด่วนจากเจ้าเมืองเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก และทุกๆ ครั้งก็มักจะเป็นเรื่องใหญ่ที่จำเป็นต้องให้ผู้มีอำนาจส่วนใหญ่ภายในเมืองมาร่วมกันออกความคิดเห็น


            คาคัสเป็นสมาชิกตระกูลรุ่นแปดที่อาวุโสที่สุด ทั้งวุฒิภาวะและวัยวุฒินั้นเหมาะสมที่จะนั่งในตำแหน่งหัวหน้าตระกูลคนต่อไป มาคัสจึงเลือกคาคัสเป็นผู้ติดตามแทนเมลิก เพื่อให้ว่าที่หัวหน้าตระกูลคนต่อไปได้เรียนรู้งาน รวมถึงรู้จักกับคนใหญ่คนโตภายในเมืองเอาไว้


            วิญญาณบรรพบุรุษอย่างจินเองก็ทราบเรื่องทั้งหมดทันทีที่ข่าวส่งมาถึง


            เนื่องด้วยการประชุมนี้เป็นงานสำคัญ ตระกูลและสมาคมใหญ่ๆ ภายในเมืองต่างมารวมกันในครั้งนี้ จินเองก็สนใจขุมอำนาจภายในเมืองไม่น้อย จึงตัดสินใจใช้ยันต์ติดตามเฝ้าดูความเป็นไปในการประชุมครั้งนี้ด้วย


            “ใช้งานยันต์ติดตาม กำหนดเป้าหมายไปที่สมาชิกตระกูลรุ่นที่เจ็ด มาคัส” จินสะบัดแผ่นยันต์ก่อนที่ทัศนวิสัยโดยรอบของเขาจะค่อยๆ เปลี่ยนไป


            ภาพที่เห็นเป็นมุมมองบุคคลที่สาม ฉายให้เห็นมาคัสที่กำลังเดินเข้าไปในคฤหาสน์เจ้าเมือง ด้านข้างมีคาคัสเดินตามมาติดๆ


            ข้ารับใช้ประจำคฤหาสน์เจ้าเมืองก็ยืนรอพร้อมต้อนรับ และพาทั้งคู่ผ่านเรือนรับรองไปยังห้องประชุมด้านใน


            เมื่อเข้ามาด้านใน ก็พบว่ามีหัวหน้าขุมกำลังสองท่านกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ก่อนแล้ว หนึ่งคือเจ้าเมืองผู้เป็นเจ้าของสถานที่ในครั้งนี้ และอีกหนึ่งเป็นหัวหน้าสมาคมนักล่าประจำเมืองปากัส


            สมาคมนักล่าเป็นสมาคมที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยที่จินยังคงมีชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้ฐานผู้รอดชีวิตจัดระเบียบเหล่าอเวกได้ดีขึ้นในยุคที่มีอเวกกำเนิดขึ้นมากมาย


            ภายหลังกลายมาเป็นสมาคมที่ช่วยแนะนำอเวกอิสระที่ไม่ได้สังกัดขุมกำลังไหนเป็นพิเศษ ทั้งยังช่วยกระจายการป้องกันไปยังเมืองเล็กเมืองน้อยต่างๆ ที่อาจไม่ได้รับการปกป้องจากเมืองใหญ่ได้อย่างทั่วถึงนัก


            หัวหน้าสมาคมนักล่าสาขาเมืองปากัสเองก็เป็นอเวกที่สังกัดอยู่ในสมาคมนักล่า เขาไม่ใช่คนของเมืองนี้โดยกำเนิด แต่ถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่ของสมาคมนักล่าให้มาดูแลสาขาย่อยประจำเมืองปากัสแห่งนี้


            มาคัสและคาคัสเดินเข้ามาภายในห้องประชุม ทั้งเจ้าเมืองและหัวหน้าสาขาสมาคมนักล่าก็หยุดพูดคุยแล้วหันมามองสมาชิกทั้งสองที่เข้ามาใหม่


            ทั้งเจ้าเมืองและหัวหน้าสาขาสมาคมนักล่าต่างก็ไม่มีใครธรรมดาทั้งสิ้น เจ้าเมืองปากัสอย่าง 'ฮาน อิลีนัส' เป็นถึงอเวกระดับที่แปด เป็นตัวตนที่สูงส่งเกินจะมาอยู่ในเมืองขนาดเล็กแห่งนี้ ทั้งๆ ที่สามารถไปหาโอกาสดีๆ ในเมืองขนาดใหญ่ได้ไม่ยาก แต่เขาก็ยังเลือกที่จะอยู่และคอยดูแลเมืองปากัสแห่งนี้มาโดยตลอด อาจเป็นเพราะมีความผูกพันบางอย่างอยู่กับเมืองแห่งนี้ก็เป็นได้


            ส่วนหัวหน้าสาขาสมาคมนักล่าประจำเมืองปากัส 'เปโร่' เป็นอเวกระดับที่เจ็ด เขาเป็นผู้ที่ถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่ แม้จะไม่ได้เป็นตัวตนที่สำคัญอะไรนัก แต่เมื่อเทียบกับผู้คนในเมืองขนาดเล็กแห่งนี้ เขานับเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดภายในเมือง


            ในความคิดของคนที่อยู่มาอย่างยาวนานอย่างจิน สองคนนี้นับว่าเป็นตัวตนที่แสนธรรมดาอย่างยิ่ง ตัวเขาที่เริ่มต้นฝึกฝนช้า มีเพียงวิชาฝึกฝนพลังธรรมดาๆ พรสวรรค์ก็ปานกลาง ยังไปถึงอเวกระดับที่แปดก่อนอายุห้าสิบ


             ที่ผิดแปลกมันคือผู้คนในเมืองขนาดเล็กด้อยพัฒนาแห่งนี้ต่างหาก ทั้งๆ ที่พรสวรรค์ของผู้คนก็ไม่ได้แย่ แต่กลับไม่มีวิชาฝึกฝนพลังดีๆ ให้เรียนรู้ บางทีอาจเป็นการจงใจเก็บสิ่งดีๆ ไว้กับตัวของผู้มีอำนาจในเมืองใหญ่ก็เป็นได้?


            ดวงวิญญาณที่เฝ้ามองจากระยะไกลส่ายหัวเล็กน้อย โยนความคิดไร้สาระออกจากหัวแล้วจึงเฝ้ามองฉากตรงหน้าต่อไป


            สายตาของสองผู้แข็งแกร่งจ้องมองไปยังผู้มาใหม่ทั้งสองคนเขม็ง


            ทั้งคู่เป็นถึงอเวกระดับสูง ย่อมรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจากร่างกายของคนทั้งสองคน......สองผู้มาใหม่ไม่ธรรมดาเลย แท้จริงแล้วคนจากตระกูลพีไรซ์หาใช่ธรรมดาอย่างที่รู้กันไม่?


            เจ้าเมืองปากัสหรี่ตามองมาคัสสลับกับคาคัสด้วยความฉงนใจ 'ตระกูลพีไรซ์ที่ข้ารู้จักแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ?'


            ความเป็นไปส่วนใหญ่ภายในเมืองปากัส เจ้าเมืองอย่างเขาย่อมรู้ทั้งหมด หูตาของเขามีอยู่ทั่วทั้งเมือง ไยจะไม่รู้ว่าหัวหน้าตระกูลพีไรซ์ติดอยู่ที่อเวกระดับที่สี่มาเป็นสิบปีแล้ว


            แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ามันคือสิ่งใดกัน? หรือความรู้สึกในฐานะอเวกระดับสูงของเขามันผิดพลาดไป


            ไอพลังที่ลอยออกมาจากร่างของมาคัสนั้นค่อนข้างคลุมเครือ เขาไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่ามาคัสอยู่ระดับที่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ มันสูงกว่าอเวกระดับที่สี่อย่างแน่นอน


            แต่เรื่องนั้นยังไม่น่าตกใจเท่ากับคาคัสที่อยู่ด้านข้าง คาคัสเป็นลูกชายคนโตของมาคัส เป็นอีกหนึ่งในความหวังของตระกูล เมื่อปีก่อนเขาเพิ่งจะก้าวไปถึงอเวกระดับสี่เป็นผลสำเร็จในช่วงอายุสามสิบสองปี ทว่า...ใช้เวลาเพียงปีเดียว อีกฝ่ายกลับทะยานขึ้นมาเป็นอเวกระดับห้าเรียบร้อยแล้วเช่นนั้นหรือ?


            ด้วยพลังของทั้งสองที่ห่างกันหลายขั้น ทำให้เจ้าเมืองปากัสมองระดับของคาคัสออกได้ชัดเจน แตกต่างกับที่มองหัวหน้าตระกูลพีไรซ์อย่างมาคัส


            เจ้าเมืองปากัสจ้องไปที่คาคัสไม่วางตา


            'เห็นทีตระกูลพีไรซ์รุ่นถัดไปจะรุ่งเรืองยิ่งกว่ารุ่นปัจจุบันเสียอีก' เขาคิด


            หัวหน้าสาขาสมาคมนักล่าประจำเมืองปากัสอย่างเปโร่เองก็มองทั้งคู่ด้วยสายตาที่มีความหมาย เขาพบเจอผู้คนในเมืองขนาดใหญ่มาก็มาก แม้แต่ในมหานครเองเขาก็เคยไปเยือนอยู่ครั้งสองครั้ง


            คนสองคนตรงหน้าเขาให้ความรู้สึกบางอย่างที่เทียบเคียงได้กับคนในเมืองใหญ่ แม้ระดับพลังของทั้งสองคนตรงหน้าจะไม่ได้สูงมากมายอะไรนัก แต่หากเขาไม่รู้ว่าทั้งคู่เป็นคนในเมืองปากัสแห่งนี้ คงคิดว่าเป็นคนจากตระกูลในเมืองขนาดใหญ่ที่มาเยือนคฤหาสน์เจ้าเมืองเสียแล้ว


            “ยินดีที่ได้พบท่านเจ้าเมือง ยินดีที่ได้พบท่านเปโร่” ทั้งมาคัสและคาคัสต่างประสานมือขึ้นทักทายสองผู้มีอำนาจภายในเมืองที่นั่งมองพวกเขาอยู่


            ภายในใจของคาคัสเองก็กระอักกระอ่วนเล็กน้อยที่ถูกอเวกระดับสูงทั้งสองคนจับจ้องมาที่ตนเช่นนี้ ไม่บ่อยนักที่เขาจะได้พบเจออเวกระดับสูง และครั้งนี้ยังถูกจับจ้องมองมาไม่วางตา


            ชายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ก็เหมือนจะรู้ตัวว่าตนเองกดดันอีกฝ่ายมากจนเกินไปจึงหันไปมองมาคัสแล้ว ประสานมือทักทายกลับไป


            “ยินดีๆ เอาล่ะพวกเจ้าไม่ต้องมากมารยาท หาที่นั่งตามสะดวก ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีใครมา คงเพราะข้าส่งเทียบเชิญกะทันหันไปหน่อย ทุกคนจึงต้องใช้เวลาเตรียมตัวก่อนจะมาที่นี่” เจ้าเมืองอย่างฮานกล่าวคำออกมาพร้อมกับส่งรอยยิ้มมาให้


            ทั้งมาคัสและคาคัสต่างก็เลือกที่นั่งมุมหนึ่งซึ่งไม่ห่างไปจากเจ้าเมืองปากัสมากนัก และเพราะว่าทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้มีความสนิทชิดเชื้ออะไรกันมาก จะให้ไปนั่งตัวติดกันก็ดูจะน่าอึดอัดเกินไปหน่อย


            หลังจากนั่งรอได้สักพัก ตระกูลใหญ่ๆ ภายในเมืองปากัสต่างก็ทยอยเข้ามาทีละตระกูล