“คุณแม่คะ…หนูไม่ไปได้มั้ยคะ?”
คำถามที่หลุดออกมาเป็คำพูดจากเด็กวัยประถม6 ที่ทำเอาคุณแม่ที่เป็
ผู้ฟังได้ถามกลับว่า“อะไรหรอจ๊ะ”
สีหน้าของฉันที่เต็มไปด้วยความงึนงงในคำพูดของคุณแม่ที่ดูเหมือน
พยายามตีสองหน้าเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นจากฉันที่้ารู้ความจริงบางอย่างจากแม่ฉันสูดหายใจอย่างสุดกำลัง ปอดเต็มไปด้วยอากาศบริสุทธ์
คำพูดของฉันออกไปพร้อมกับอากาศที่เปรียบได้เหมือนขยะที่ต้องทิ้ง
“ก็เื่ที่หนูต้องอยู่คนเดียวไงเล่า!”
หลังสิ้นเสียงประโยคนั้นกับข้าวที่เหมือนกำลังเริงระบำเสียงอยู่นั้นก็สิ้น
เสียงลง พร้อมกับเสียงใหม่ที่แลดูดึงดูดกว่าขึ้นมา
“แม่ขอโทษนะที่ต้องทำอย่างนี้”
น้ำเสียงและหน้าตาของแม่แลดูคล้อยตามกันอย่างเข้าใจได้ด้วยการ
มองเพียงเสี้ยววินาที แม่โอบกอดฉันด้วยแรงที่เหลืออยู่กับฉันที่น้ำตากำลังไหลรินกระซบไหล่ของแม่อย่างไม่หยุดหย่อนขนตาปิดประกบกัน น้ำใสๆเ่าั้มากพอจะดื่มแทนน้ำเปล่าได้เลยล่ะ
เสียงที่ดูอบอุ่นและเศร้าโศกผสมปนเปนั้นเอ่ยออกมาว่า
“ขอโทษนะ แม่ขอโทษนะลูก”
แรงรัดจากโอบกอดแม่แรงขึ้นอย่างไม่รู้จบโดยไม่ลืมที่น้ำตาของแม่จะ
ไหลรินตกกระทบหัวของฉันลงแนบก้อนแก้มอันแสนนุ่มนิ่มนี้พร้อมกับประโยคที่ใครฟังก็คงไม่อยากนึกหวนคืนมันอีกเลย “ต้องเข้มแข็งนะลูก!”
หลังสิ้นเสียงประโยคสุดท้ายจากแม่ก็มีแต่เสียงร้องไห้ที่แทรกแซงหูทั้ง
สองข้างของฉันจนฉันรู้สึกอ่อนแรงอย่างบอกไม่ถูก เสียงรอบข้างเริ่มเลือนหายไปภาพแสงสีที่ชัดแจ๋วเริ่มมัวหมองด้วยอะไรบางอย่างที่ไร้ตัวตน
ประโยคสุดท้ายที่ไว้ให้คุณแม่ “คุณแม่คะ!”
(พลันตื่น)“รอบที่เท่าไหร่แล้วนะ ที่ฝันแบบนี้” คำถามที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับฉันที่พึ่งตื่นจากฝันได้ด้วยแสงสีขาวที่ยิงสาดแสงลอดระหว่างผ้าม่านผืนนั้นนาฬิกาปลุกสนั่นกระทกกระทากกับโต๊ะอย่างสนุกสนานพร้อมเสียงที่ดังกึกก้องไปทั่วห้องสี่มุมห้องนี้
ฉันลุกขึ้นจากหมอนไปพร้อมกับแว่นคู่ใจที่ไม่เคยห่างจากใบหน้าดวงนี้
เผ้าผมยาวประบ่าผมหน้าที่ยาวเกือบปิดมิดดวงตาอันแสนสวยงามคู่นี้ เสื้อที่มีซอกตรงอกอันเอิบอิ่มกางกางที่ยาวมิดหัวเข่า นี่คือฉันที่ดูตัวเองผ่านกระจกแต่งหน้าของฉัน
ขามุ่งตัวผ่านบันไดที่แลคุ้นเคยไปที่ห้องน้ำพร้อมผ้าเช็ดตัวชมพูพริ๊ง
คู่ใจของฉันเข้าชำระร่างกายด้วยฝักบัวที่ปล่อยน้ำไหลผ่านร่างกาย ทุกอณูร่างกายถูกน้ำแทรกซึมไปพร้อมกับฟองสบู่ทั่วร่างกาย
เสื้อนักเรียนที่แขวนไว้เหมือนรอเหงือไหลซึมในตัวผ้าได้ประกอบ
ร่างเข้าคู่กับกระโปรงสีกรมท่าค่อนดำโบว์สีแดงตกประดับตรงระหว่างหน้าอก
วันแรกในวันเปิดเรียนวันแรกที่แสนธรรมดานี้ทำให้ฉันที่ปกติหมกตัวอยู่
แต่ในห้องได้ขยับร่างกายซะบ้าง
ร่างกายที่สมบูรณ์แบบกับความมั่นใจที่พกมาเต็มกระเป๋าที่ว่างเปล่าใบนี้
เปิดประตูพร้อมเสียงที่ไร้ซึ่งผู้ฟังยกเว้นฉัน ”ไปแล้วนะคะ”ไร้ซึ่งการตอบกลับใดๆ ลมเข้าปะทะตัวพร้อมแสงที่สาดส่องตัวฉันอย่างร้อนแรงสีท้องฟ้าที่แลคล้ายดวงตาคู่นี้ของฉัน
ระหว่างเดินก้าวขามุ่งสู่โรงเรียนก็พลันพูดในใจด้วยประโยคมากมาย
“จะมีของอร่อยๆรึเปล่านะ, เพื่อน, แฟน?”หลังสิ้นสุดความคิดสุดท้ายนั้น คำในใจได้บอกกับว่า ”ฉันจะเป็หลอดไฟเดินได้ให้ดู!”