บทที่17 : ขนมหวาน
"่นี้ปิดเทอมแล้วสิน้า เด็กๆเลยว่างมาถ่ายคลิปเล่นเนี่ย"
ลีเวลพูดพลางยื่นสมาร์ทโฟนคืนพี่หมอไปเขาไม่ค่อยสนใจกับคำสาปแช่งพวกนี้เท่าไหร่ว่ามันเป็ยังไงและไม่เคยศึกษาด้วยสายงานของเขาอยู่ที่วงการบันเทิงการการเมืองเป็หลัก
"ถ้าแค่เด็กถ่ายเล่นก็ดีหรอก แต่นี่เป็ผีชัวร์ๆ แฝงคำสาปอีกต่างหากคนที่ดูจะได้รับคำสาปตามคำสาปแช่ง ยิ่งคนดูมากเท่าไหร่คำสาปก็จะยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น"
"จริงเหรอ!?"
"จริง ดูจากจำนวนคนดูตอนนี้เป็แสนแล้ว...ก็นั่นแหละนะ แสนศพ ตายเยอะเหมือนเจอาเลยทีเดียว ฮ่าๆ"
"นี่ไม่ใช่เื่ตลกเลยนะครับคุณไตร" คิมขมวดคิ้วมอง"ถึงกับเอาคลิปสาปแช่งมาลงแล้วยังดูกันอย่างขบขันอีก สังคมบ้าไปแล้วเหรอ"
"คนส่วนใหญ่คงคิดว่ามันแค่เื่ล้อเล่นมั้งหรืออาจจะเป็ตัวอย่างหนังผีอะไรงี้ ใครจะไปคิดจริงจังว่ามันเป็คลิปคำสาปของจริงกันคนที่ดูรู้ว่าเป็คำสาปก็คงมีแค่พวกมีพลังิญญาเท่านั้นแหละ"
"แล้วแบบนี้ไม่แย่เอาเหรอ"
"ไม่หรอก เดี๋ยวพวกหน่วยราพณ์ก็ออกเก็บกวาดเองแหละยังไงนี่ก็เป็หน้าที่ของหน่วยอยู่แล้วไม่มีใครตายหรอก แต่คงต้องลบคลิปต้นเื่ออกให้หมดถ้ามีแบ็คอัพไว้จะแก้คำสาปได้ยากขึ้น เพราะคนสาปแช่งน่ะตายแล้วจะไปฆ่าอีกคงยากยกเว้นว่าจะผนึกเอาไว้"
สำหรับคำสาปแล้วมันก็ไม่ใช่วิธีการที่ดีหรอกต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเกี่ยวข้องกับชีวิตมากมายไม่ว่าจะแก้คำสาปด้วยวิธีไหนตัวคนสาปเองก็ต้องรับผลของมันไป ยิ่งเป็มือสมัครเล่นที่ควบคุมผลของคำสาปไม่ได้แล้วต่อให้ตายเป็ผีก็ต้องแบกรับผลของมันอยู่ดี
ไม่มีใครรู้หรอกว่าการแบกรับคำสาปแช่งที่ปล่อยออกไปนั้นหนักหนาขนาดไหน
"จริงๆ ก็ไม่ได้เห็นคลิปนี้คลิปแรกนะพี่หมอ"ลีเวลเอ่ยเมื่อลองนึกดู "มันก็มีวีดีโอประมาณนี้อีกมาแล้วสองสามคลิปลงในสื่อโซเชียลต่างๆ แต่ก็ถูกลบออกไปเร็วมากมีอันนี้ที่พี่หมอเห็นเนี่ยแหละที่อยู่นานสุด"
"ข่าวเร็วใช้ได้"
เซียร์กล่าวชมเชย ผีขนมหวานยิ้มหน้าบานทันที
"ก็ผมเป็นักข่าวนี่นา"
"แต่ถึงงั้นเวลดูคลิปอะไรๆ ก็ระวังหน่อย"
"ไหนๆ ขอข้าดูบ้าง"
ไอยรินทร์เข้ามามุงดูด้วยิญญากึ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเขาคำสาประดับต่ำแบบนี้ไม่มีผลอะไรอยู่แล้วเพียงพริบตาเดียวที่ได้ดูก็ดีดสมาร์ทโฟนของพี่หมอปลิวกระเด็นไปไกล
"เฮ้ยปู่ ทำอะไรกับโทรศัพท์ของฉัน!"ไตรวิชญ์วิ่งไปเก็บมันกลับมาแล้ว "โธ่เว้ย! จอแตกเลย นี่เพิ่งซื้อมาได้แค่ห้าเดือนเองนะ!!"
ของใหม่ด้วย ถึงจะอยู่ในประกันแต่แตกขนาดนี้ก็ใช้ต่อไม่ได้ละ
"เอ๋ ข้าเก็บพลังแล้วนะ มันไม่น่าดีด... ไม่สิมันไม่ใช่ิญญาจะดีดได้อย่างไร?"
ไอยรินทร์มองสมาร์ทโฟนของพี่หมออย่างงุนงง ถ้าเป็ิญญาเจอพลังของเขาแล้วจะเข้าใกล้ไม่ได้หากไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่แปลกอะไรแต่กับเครื่องมือสื่อสารมันไม่น่าจะเป็อย่างนี้สิ
"คลิปมีคำสาป ฉันเปิดค้างไว้ยังไม่ทันได้ล้างคำสาปเลยนะ"
"แต่ก็ปิดกั้นพลังแล้วนี่นา"
"ปู่ปิดกั้นแค่พลังิญญาแต่ร่างตะพดปู่นั่นน่ะ มันของไล่อาถรรพ์ทั้งดุ้นเลยนะเว้ย"
คงยังไม่ลืมว่าเหล็กไหลเป็แร่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพสูงและตัวไม้ดำเองก็มีพลังในการขจัดสิ่งชั่วร้ายแต่ให้ปิดผนึกพลังิญญาแล้วยังไง...ร่างที่เป็สมบัติพลังก็ยังคงสะท้อนคุณสมบัติของมันออกมาอยู่ดี
"โชคดีจริงๆ ที่เครื่องฉันไม่ได้เปิดคลิป"
ลีเวลถอนใจอย่างโล่งอกเขาสิงสมาร์ทโฟนแทนตู้เซฟอยู่ในเวลานี้ เกิดสมาร์ทโฟนดีดขึ้นมาเขาคงดีดตามไปด้วยแน่ๆ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างปู่นี่อันตรายจริงๆ
คิมยิ้มขบขันบางๆ ขณะมองไตรวิชญ์ด้วยความสงสารเซียร์ส่ายหน้าไปมาอย่างปลงๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบใจอีกฝ่าย
"แค่มือถือพังเท่านั้น เราซื้อให้ใหม่ก็ได้"
"แต่ข้อมูลในเครื่อง..."
"เดี๋ยวแบ็คอัพไว้ให้ก็ได้"
"แล้วยังมี..."
"ไม่ว่าอะไรเราก็ทำให้ได้ทั้งนั้น โอเคนะ?"
"จ้ะ..."
ไตรวิชญ์ตอนเสียงอ่อย ถึงเซียร์จะไม่ได้พูดเสียงดุหรือเกรี้ยวกราดแต่เขาก็หวาดกลัวว่าจะฝ่ายจะดุเหมือนกันถึงจะไม่ได้เห็นเซียร์ในโหมดดุร้ายมาเป็เวลานานมากแล้วก็ตาม
"จะโทรสั่งหรือไปซื้อเองล่ะครับคุณไตร"
"จอแตกขนาดนี้คงใช้งานไม่ได้แล้วล่ะคิมมีแต่ต้องไปซื้อใหม่อ่ะ"
พี่หมอจิ้มๆ ที่หน้าจอระบบััไม่ทำงานทำให้เขาเบ้ปากคงต้องออกไปซื้อพรุ่งนี้เสียแล้ว ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครติดต่อเขาได้
"ถ้ายังไงก็เอาเครื่องเวลไปใช้ก่อนแล้วกันจะได้ยังพอติดต่อกันได้"
"พี่เซียร์ ทำไมเป็เครื่องของเวลอ่ะ"
ผีหนุ่มขนมหวานงอแงเขาไม่อยากปล่อยเครื่องให้พี่หมอใช้เลยกลัวเอาไปเปิดอะไรอาถรรพ์แล้วปู่มาดีดปลิวจอแตกตามของพี่หมอไปอีก
"แค่่ที่ไปซื้อโทรศัพท์ใหม่เท่านั้นแหละ"เซียร์พูดเสียงแข็ง "หรือไม่ก็ไปกับไตรเลยก็ได้ถ้าหวงขนาดนั้น"
"ออกไปได้เหรอ?"
ลีเวลตาเป็ประกายทันที เซียร์พยักหน้ารับ
"ออกไปได้ อยากซื้อขนมอะไรก็ซื้อเลย ทั้งหมดเราจ่ายเอง"
"เย้!พี่เซียร์ใจดีที่สุดเลยคร้าบ~"
ไตรวิชญ์มองผีขนมหวานหน้าระรื่นแล้วเบ้ปากใส่อย่างหงุดหงิดดูท่าพรุ่งนี้คงได้เหมาขนมยกร้านกลับบ้านแน่ๆเมื่อได้พาผีผู้เสพติดขนมหวานไปด้วยแบบนี้
แต่เอาเถอะ แค่ขนมคงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่หรอก
สำหรับการซื้อสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบันนั้นแสนง่ายดายเพียงเดินเข้าร้านจิ้มเลือกเครื่องที่อยากได้ เซ็นชื่อผู้ซื้อ จ่ายเงินและรับเครื่องพร้อมอุปกรณ์มาก็สามารถใช้เครื่องได้แล้วไตรวิชญ์ที่มาซื้อเครื่องใหม่ก็ทำตามนี้ แต่ยุ่งยากกว่านี้หน่อยตรงที่เข้าไม่ได้จิ้มเลือกเองแต่เป็เ้าผีขนมหวานที่เลือกให้
"เครื่องนี้ดิพี่หมอ สเปคดี ถ่ายรูปชัดทั้งกล้องหน้า-กล้องหลังแบตเตอรี่คงทน ราคาสูงนิดหน่อย แต่ก็คุ้มนะ"
"งั้นเอาอันนี้แหละ"
ถึงเครื่องที่ไม่เหมือนที่เครื่องเก่าของเขาแต่เท่าที่ดูมันก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีถึงจะไม่ใช่เครื่องที่มีสเปคสูงใช้งานแบบฟูลออฟชั่นเหมือนเครื่องของเซียร์กับลีเวลแต่ใช้งานในระดับรองลงมาก็เพียงพอให้ใช้งานแล้ว
เมื่อซื้อเสร็จก็ได้เบอร์พนักงานขายแถมมาด้วยอย่างเกินความจำเป็ไม่รู้ว่าเขาแถมให้ทุกคนที่ซื้อหรือเปล่าแต่ไตรวิชญ์ก็ไม่ได้สนใจจะเก็บเอาไว้ยังไงก็ไม่ได้มาซื้อบ่อย
"พี่หมอ ซื้อขนม ซื้อขนมหน่อย!"
ลีเวลพูดพลางเกาะไหล่นัวเนียพลางส่งสายตาออดอ้อนไม่หยุดไตรวิชญ์มุมปากกระตุกอยากผลักออกใจจะขาดแต่เพราะอยู่ในที่สาธารณะเลยต้องอดทนพูดอย่างใจเย็น ไม่ลงมือทุบตี
"รู้แล้ว อยากกินร้านไหนล่ะ"
"เอาทุกร้านที่เดินผ่าน"
"เชี่ย! จะเอาไปถมที่เหรอวะ!!"
"เอาไว้กินสิแล้วพี่เซียร์ก็บอกว่าจะซื้ออะไรก็ได้ด้วย"
"คิดจะเอาเซียร์มาข่มขู่รึไง"ไตรวิชญ์ดีดพลังสีเงินใส่อย่างแเี ร่างของผีติดขนมปลิวออกไปทันที "ถึงเซียร์จะอนุญาตแต่ถ้าฉันไม่จ่ายตังค์ซะอย่างแกก็ไม่ได้ขนมหรอกเว้ย"
"แง~แต่พี่หมอบอกแล้วว่าจะซื้ออ่ะ"
"บอกว่าจะซื้อแต่ต้องไม่ใช่ทุกร้านสิวะแบบนั้นจะถือกลับยังไงกัน"
"เดี๋ยวฉันช่วยถือเอง"
ลีเวลพูดอย่างมั่นใจพลางตบอกพี่หมอมองอย่างเหยียดหยามในทันที
"อยากดังเป็คลิปผีหรือไง ผีที่ไหนถือกล่องขนมได้นี่ไม่ใช่ที่บ้านนะจะได้มีพลังิญญาเหลือเฟือให้นายคงสภาพกายหยาบได้นานๆ"
"เออว่ะ ลืมไปเลย"
เพราะอยู่ในบ้านไตรวิชญ์นานและมีกายหยาบที่ควบแน่นจากพลังิญญาทำให้สามารถหยิบจับสิ่งของได้เหมือนคนปกติทำให้เขาแทบจะลืมตัวว่าเป็เพียงิญญาออกมาในพื้นที่ที่พลังิญญาน้อยเขาคงสภาพกายหยาบได้เพียงชั่วครู่ชั่วยามก็พลังหมดแล้วและยิ่งถ้าใช้แค่พลังิญญาช่วยยกก็กลายเป็คลิปผีโชว์ปรากฏการณ์โพลเตอร์ไกสท์[1] ให้โลกรับรู้
ไม่เอาดีกว่า เขาไม่ชอบออกสื่อถึงสื่อจะจับภาพไม่ได้ก็ตามแต่มีไปโผล่ตามคลิปแบบิญญาหลอนก็ไม่เอาเพราะเขาเป็ผีน่ารักไม่อยากถูกคนกลัวหรอกนะ
"งั้นซื้อเท่าที่พี่หมอถือไหวก็แล้วกันเนอะ~"
"ช่วยมีสำนึกของความเกรงใจด้วยไอ้ผีเสพขนม"
หนึ่งหนุ่มหนึ่งผีเดินเข้าร้านขนมหวานที่มีผู้หญิงและคู่รักเดินหยิบกันอย่างสนุกสนานลีเวลเดินดูขนมแต่ละอย่างโดยมีพี่หมอถือถาดใส่ขนมเดินตามหลัง หยิบขนมใส่สองสามถาดผู้คนมองกันใหญ่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
หลังจ่ายเงินเสร็จเขาก็เดินเข้าร้านขนมอื่นต่อเพราะเ้าผีติดขนมนั้นอยากกินอย่างอื่นอีกไล่ั้แ่ขนมปังแบบฝรั่งไปจนถึงขนมหวานแบบญี่ปุ่น และถุงขนมขบเคี้ยวและลูกอมอีกกว่าสี่สิบห่อซื้อดุกว่าขนมหวานอีก นั่นทำให้ไตรวิชญ์รู้ว่าจริงๆ แล้วเ้านี่ชอบขนมถุงขบเคี้ยวมากกว่าพวกขนมปัง
'โชคดีที่ขับรถมาเองนะเนี่ย'
ไตรวิชญ์กลอกตาขณะยัดกล่องขนมทั้งหลายเข้ารถซื้อขนาดนี้ถ้าให้นั่งรถกลับเองท่าทางจะลำบากแล้ว
"พี่หมอๆ เดี๋ยวไปร้านนี้กันต่อนะ"
"นี่ยังจะซื้ออีกเรอะ!?"
"ก็ซื้อไปฝากพี่ๆ ที่บ้านไงพี่หมอ แหม เวลรู้มารยาทหรอก"
"ไม่ต้องกระแดะอ้างมารยาทเลย ไอ้ตอแหล"
ลีเวลไม่สนใจใบหน้ากรุ่นโกรธของพี่หมอเปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นเลื่อนไปมาแล้วพูดต่ออย่างอารมณ์ดี
"มีร้านเปิดใหม่ใกล้ๆ นี่เองเป็ร้านดังนะมีคนเข้าไปอุดหนุนเพียบเลยแหละ"
แล้วก็โชว์ภาพร้านขนมที่มีคนยืนต่อคิวรอจ่ายเงินอยู่จำนวนไม่น้อยในมือของพวกเขาถือถาดขนมที่เลือกไว้ไม่ต่ำกว่าสามชิ้นทุกคนไตรวิชญ์เลิกคิ้วมองเล็กน้อยแล้วถามยืนยัน
"สรุปจะไปใช่ไหม? ให้กล่องเดียวนะเฟ้ย"
"กล่องเดียวเองเหรอ ก็ด้าย~"
เมื่อตกลงเื่ซื้อได้แล้วก็เดินไปยังร้านขนมเปิดใหม่นั่นทันทีจำนวนคนเยอะอย่างที่เห็นในรูปไม่มีผิด ขนาดของร้านก็ใหญ่เพียงสองคูหาไม่พอรองรับจำนวนลูกค้าที่มากมายขนาดนี้ได้พนักงานเติมขนมก็เดินกันไม่ขาดกลิ่นหอมหวานของขนมปังสดใหม่ที่ลอยมาทำให้พี่หมอต้องขมวดคิ้ว
"หอมจนเอียนเลยแฮะ"
"พี่หมอไม่ชอบกินหวานสินะ"
"ใช่ ยิ่งพวกหวานเลี่ยนยิ่งไม่ชอบ"ไตรวิชญ์เดินไปหยิบถาดแล้วมองดูขนม "จะเอาอะไรบ้างล่ะ ให้ไม่เกินหกชิ้น"
"งั้น..."
"อ๊ะ! ขอโทษครับ"
ชายหนุ่มตัวเล็กใบหน้าน่ารักเงยหน้าขึ้นมองพี่หมอเมื่อชนเข้าโดยบังเอิญเขามองไตรวิชญ์ครู่หนึ่งแล้วเหลือบไปมองด้านข้าง เห็นเงาสลัวสีแดงๆพอกะพริบตาก็หายไป รู้สึกเหมือนตาฝาดก็ขยี้ตาเบาๆ
"ไม่เป็ไร"
ไตรวิชญ์ตอบขณะมองหน้า จากนั้นก็เดินเลี่ยงออกมาลีเวลที่อยู่ข้างๆ หันกลับไปมองชายหนุ่มตัวเล็กน่ารักนั่นอย่างสนใจ
"เหมือนหมอนั่นจะมองเห็นฉันรึเปล่านะ"
"คิดไปเอง คนธรรมดาที่ไหนจะมองเห็นพวกนาย"
"เขาอาจจะมีพลังิญญาก็ได้ไง ลองตามไปดูดีมะ?"
"ไร้สาระ ถ้าเป็ผู้มีพลังิญญาฉันต้องรู้อยู่แล้วสินายน่ะรีบๆ เลือกขนมได้แล้วเราจะได้รีบกลับ"
เมื่อไตรวิชญ์ยืนยันว่าอีกฝ่ายเป็คนธรรมดาลีเวลก็ไม่ติดใจอะไรอีกเดินเข้าไปเลือกดูขนมอย่างสนอกสนใจรูปร่างหน้าตาของขนมเหล่านี้สวยน่ากินมากทีเดียว ก่อนที่พี่หมอเดินตามหลังไปดูเขาก็เหลือบไปมองชายร่างเล็กที่เดินออกจากร้านไป
ดวงตาสีดำมีประกายแสงสีแดงเพลิงขึ้นมาแวบหนึ่งแล้วจากหายไปมองเห็นเงาสีดำอมน้ำเงินเบาบางรอบร่างเล็กนั่น ไอพลังนั้นเขาคุ้นเคยเป็อย่างดี...
พลังความตายที่กำลังเข้าคุกคามชีวิต
'ก็แค่คนกำลังจะหมดอายุขัย ไม่แปลกหรอกถ้าจะเริ่มมองเห็นิญญา'
กับพวกที่กำลังจะตายอย่างธรรมชาติด้วยการหมดอายุขัย พี่หมอไม่คิดจะสนใจมากอยู่แล้วยังไงเขาก็ไม่มีสิทธิ์ในการฝืนวัฏสงสาร ยิ่งกับคนแปลกหน้ายิ่งไม่จำเป็ต้องสนใจ
"พี่หมอๆ มาดูนี่ดิ คุกกี้หน้าหมาหน้าเหมือนพี่หมอเลยอ่ะ"
"นี่แกหลอกด่าฉันเรอะไอ้เวล!"
พลังิญญาสีเงินดีดผีติดขนมปลิวไปอีกรอบเขารู้สึกคิดผิดจริงๆ ที่เอาไอ้บ้านี่มาด้วย ไปไหนมาไหนกับปู่ยังสงบกว่านี้เลย ให้ตายเถอะ!
พอกลับมาถึงบ้านพี่หมอก็กวักมือเรียกผีขี้ข้าทั้งหลายให้มาช่วยขนของขนมที่ซื้อมาเย็นเต็มคันรถนี้ครึ่งหนึ่งแบ่งให้กับตามพื้นบ้านส่วนอีกครึ่งลีเวลเก็บไว้กินเอง
ครึ่งหนึ่งนี่เหมือนจะเยอะแต่เ้าผีติดขนมกินไม่กี่วันก็หมดแล้ว
ขนมปังร้านใหม่ที่ซื้อมาไม่ได้แบ่งให้กับผีอื่นลีเวลนำมันขึ้นบ้านไปแบ่งให้กับพวกเซียร์ ซึ่งในบรรดาผีในบ้านหลังนี้ คนที่กินขนมหวานรองจากลีเวลก็คือเซียร์และเป็คนออกเงินค่าขนมทั้งหมดที่ซื้อมาด้วย
"พี่เซียร์มากินขนมกัน!"
ลีเวลเรียกพลางเปิดกล่องขนมออกเซียร์ปรายตามองแล้วพยักหน้ารับเบาๆ
"กินไปก่อนเลย"
"ปู่กินขนม!"
"กินไปก่อนเลยหลานชาย"
เมื่อเรียกไปก็ไม่มีใครกินลีเวลจึงหยิบกินก่อนขนมกำลังจะเข้าปาก คิมที่ไปช่วยขนของเพิ่งขึ้นมาเอ่ยทัก
"ทำไมขนมกลิ่นแปลกๆ ล่ะครับ?"
"หา?"
คนกำลังจะกินชะงักค้างพี่หมอที่ตามขึ้นมาพร้อมกันเลิกคิ้วสูง
"กลิ่นอะไร ขนมเหรอ? ก็หอมพะอืดพะอมตามปกตินี่"
"หอมพะอืดพะอม..."
เซียร์มุมปากกระตุกกับคำพูดของไตรวิชญ์ ก่อนจะเบนสายตาไปมองขนมในกล่องที่ลีเวลเอามาฝาก
"นั่นดิ กลิ่นหอมปกตินะ ไม่มีอะไรหรอกมั้ง?"
ลีเวลกำลังจะยัดขนมเข้าปากอีกรอบอย่างไม่สนใจ และยังไม่ทันแตะที่ปากแวมไพร์คนสวยก็ทักอีกรอบ
"ไม่นะครับส่วนผสมของขนมมันมีบางอย่างแทรกอยู่ด้วย"
"เป็สารพิษรึเปล่าคุณคิม?"
"ไม่ครับ แต่ถ้าเจอในปริมาณมากก็น่าจะเป็พิษ"
"ต้องส่งไปตรวจสินะ"เซียร์ย่นคิ้วเล็กน้อยแล้วกดติดต่อออกไป "เดี๋ยวจะให้คนจากศูนย์วิจัยเคมีเอาไปตรวจเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอันตรายจริงๆ"
ไม่ได้ทำให้โอเวอร์ แต่รอบคอบไว้ก่อน
"งั้นเอาไปทั้งกล่องเลยแล้วกันเพื่อความชัวร์"
พี่หมอหยิบขนมออกจากมือลีเวลยัดกลับลงกล่องปิดผนึกเรียบร้อยผีติดขนมมองตาปริบๆ ไม่นานหลังจากนั้นก็มีรถมารับกล่องขนมไปตรวจลีเวลเบ้ปากทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
"แง~ยังไม่ทันได้กินสักคำเลยน้า อยากกินอ่ะ อยากกิน~!"
แล้วก็ลงไปดีดดิ้นงอแงบนพื้น
"หนวกหู ยังมีขนมตั้งเยอะ กินเข้าไปเหอะ"
พี่หมอยัดขนมเข้าปากผีที่ยิ่งนานวันอายุสมองจะยิ่งถดถอยจนอีกฝ่ายหยุดโวยวายนั่งแทะขนมเงียบๆไม่พูดถึงเ้าขนมมีปัญหานั่นอีกไปชั่วระยะหนึ่ง
[1]โพลเตอร์ไกสท์ - (Poltergeist) ปรากฏการณ์โพลเตอร์ไกสท์จะแสดงออกด้วยการเคลื่อนสิ่งของโดยที่ไม่มีใครไปเคลื่อนย้าย จึงมีความเชื่อกันว่าเป็การกระทำของผี แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าโพลเตอร์ไกสท์ เป็การกระทำที่เกิดจากมนุษย์เอง เป็ลักษณะของการใช้พลังจิตแบบเคลื่อนย้ายสิ่งของที่เรียกว่าไซโคคิเนซิส (Psycho Kinesis)