งานแต่งงาน ของครูไพลินกับลุงอาทิตย์ ผ่านไปอย่างเรียบง่ายที่บ้านคุณยายของเธอ เพชรชมพู รู้แค่เพียงลุงอาทิตย์กับแม่เป็รุ่นพี่รุ่นน้องเพื่อนบ้านที่เล่นด้วยกันมาั้แ่เด็ก หลังจากที่แม่แต่งงานใหม่เราต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านลุงอาทิตย์ที่ในตัวเมือง เธอแม่และนิลภัทรต้องย้ายโรงเรียนซึ่งเธอไม่รู้ว่าลุงอาทิตย์ทำวิธีไหน เราทั้งสามคนถึงสามารถย้ายโรงเรียนมาเทอมที่สองได้พร้อมกันทั้งสามคน เธอเองได้เรียนโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีชื่อ ั้แ่ชั้นมัธยม1 ถึง มัธยม 6 ส่วนแม่และนิลภัทรได้ย้ายมาอยู่โรงเรียนเอกชนที่สอนเฉพาะชั้นอนุบาลถึงประถมหก
หลังจากย้ายของเข้ามาหลายรอบแล้ว วันนี้เราเข้ามาอยู่ที่นี่เป็วันแรก บ้านหลังนี้มีบริเวณกว้าง มีบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น ตัวบ้านสูงโปร่ง มีกระจกสูงๆ โดยรอบทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ฝั่งซ้ายของบ้าน มีสระว่ายน้ำขนาดยาวขนานไปกับตัวบ้าน ด้านขวาของตัวบ้านเป็โรงรถ เธอไม่ได้พักบ้านหลังนี้หรอก เธออยู่บ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ ที่ต้องเดินตามทางข้างสระว่ายน้ำหลบพุ่มไม้เลี้ยวเลาะไปข้างหลังลึกเข้าไปในสุด ซึ่งเธอสามารถใช้ประตูหลังบ้านได้โดยที่เดินผ่านเรือนคนรับใช้อีกหลังซึ่งอยู่ตรงหลังบ้านใหญ่พอดี ทะลุมาด้านขวาของบ้านซึ่งมีประตูทางออกอีกทางติดกับโรงรถ เธอค่อนข้างชอบบ้านหลังเล็กที่เธออยู่ มันค่อนข้างร่มรื่นและมีประตูกระจกบานเลื่อนด้านข้างซึ่งสามารถเปิดและเดินทะลุออกไปยังชานบ้านที่ปูด้วยไม้ยื่นออกไปขนานกับตัวบ้านด้านข้างมีหลังคากันสาดแบบโปร่ง ระเบียงไม้ยาวมีบันไดที่สามารถเดินลงไปด้านล่างซึ่งเป็สนามโล่งปูด้วยอิฐรูปตัวหนอนเลยทีเดียว เธอลองให้นิลภัทรก้าวยาวๆเพื่อกะระยะ กว้างประมาณ 4 ถึง 5 เมตร มาทราบทีหลัง จากพี่จอย กับป้าจวงแม่บ้าน ว่าเรือนเล็กหลังนี้เป็ของคุณตาของคุณหนูลูกชายคนเดียวของลุงอาทิตย์นั่นเอง ถึงจะชอบบ้านหลังนี้มาก แต่ก็อดคิดถึงบ้านพักครู เพื่อนบ้าน และเพื่อนๆที่โรงเรียนเก่าไม่ได้ โดยเฉพาะมะปราง ที่ก่อนจะนั่งรถมามะปรางสัญญาว่าจะมาหา และเมื่อจบ มัธยม 3 จะย้ายมาเรียน มัธยมปลายด้วยกัน
แม่แต่งงานกับลุงอาทิตย์ก็จริง แต่ลุงอาทิตย์ก็ไม่ได้มาอยู่กับแม่เธอ วันนี้ลุงอาทิตย์มาทานอาหารเย็นด้วยกันที่บ้านพูดคุยถามเื่ย้ายโรงเรียน เื่การเดินทางของพวกเรานิด ๆ หน่อย ๆ ตอนแรกเธอกับนิลภัทรก็ทำตัวไม่ถูกเพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าลุงอาทิตย์จะเป็พ่อเลี้ยงแบบไหน แต่พอรู้ว่าลุงจะไม่ได้มาอยู่ที่บ้านเดียวกันกับเราก็ค่อยเบาใจ แม่บอกว่าลุงอาทิตย์ ถือเป็ผู้มีพระคุณกับครอบครัวเราให้เคารพและเชื่อฟังลุงอาทิตย์ให้มากๆ โดยเฉพาะลุงอาทิตย์ช่วยดูแลและจัดการเื่การเข้ารักษาตัวของคุณยายให้ด้วย
เธอรู้มาว่าลุงอาทิตย์มีลูกชายวัยรุ่นหนึ่งคนแต่ก็ยังไม่เคยเจอเขาแต่จากการสังเกตจากรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ เธอรู้สึกว่าคุ้น ๆ ตาและสังหรณ์ใจว่า คุณหนูของพี่จอย จะใช่เ้าหนี้รายใหญ่คนนั้นของเธอหรือเปล่านะ
“พรุ่งนี้ไปโรงเรียนใหม่กันวันแรกเดี๋ยวพี่ไปส่งลินกับนิลแล้วกันนะ เพราะไปทางเดียวกัน” ลุงอาทิตย์พูดขึ้น หลังจากทานอาหารเย็น “ส่วนเพชรลุงบอกตาแช่มไว้แล้วให้ไปส่งหนูที่โรงเรียน และวันต่อๆไปก็ให้ตาแช่มแกไปส่งทั้งสามคนเลยนะ”
“ที่จริงพี่อาทิตย์ไม่น่าต้องลำบากเลยค่ะ ลิน กับเด็กๆนั่งสองแถวไปกันได้นะคะ เด็กๆจะได้ฝึกเดินทางด้วย”
“พี่เองไม่ค่อยได้อยู่บ้านวันไหนพอจะว่างก็ไปส่งได้ ทางเดียวกันไม่ได้เสียเวลาอะไร ส่วนตาแช่มั้แ่คุณเขาเสีย แกก็ไม่ค่อยได้ขับรถไปไหนได้เอารถออกไปใช้บ้างก็ดี ดีกว่าจอดไว้นานๆ ถ้าลินจะกลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้านก็บอกลุงแช่มได้เลยนะ"
เธอและนิลภัทรทานเสร็จก่อนจึงแยกตัวมานั่งอ่านหนังสืออ่านเล่นกันที่บริเวณห้องรับแขกที่มีพรมและโซฟายาวสีน้ำตาลหน้า TV อย่างรู้มารยาท
“ยังไงลินกับลูกก็ต้องขอบคุณพี่อาทิตย์มากๆ เลยนะคะถ้าไม่ได้พี่ ลินแย่แน่ๆเลย”
“ไม่เป็ไร ลินย้ายมาอยู่ก็เท่ากับช่วยพี่ดูแลบ้านด้วย อย่างไรก็อย่างที่พี่บอก ตอนพี่ไม่อยู่ฝากเป็หูเป็ตาดูแลบ้าน ดูแลหลานแทนพี่ด้วยนะ เ้าโมกข์กำลังเป็วัยรุ่นใจร้อน เขาไม่ค่อยพูดไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร แต่ลึกๆแล้วพี่ก็ค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวลูกคนนี้ว่าเป็เด็กจิตใจดีนะ เพราะคุณพิมเขาเลี้ยงดู เอาใจใส่ลูก มาอย่างดีเลยทีเดียว ”
“พี่อาทิตย์ได้เล่าให้ลูกพี่ฟังเื่ ลิน กับลูกๆ แล้วหรือยังละคะ เดี๋ยวแกจะเข้าใจผิด พาลน้อยใจไปกันใหญ่โต ยิ่งเป็วัยรุ่นยิ่งไม่พูดกลัวแกจะเก็บกดนะ เสียแม่ไปไม่นาน พ่อก็มาแต่งงานใหม่ซะอีก”
คุณอาทิตย์ถอนหายใจ “ยังไม่ได้คุยกับลูกเลย ไม่รู้จะเริ่มแบบไหนดี แต่เดี๋ยวต้องหาโอกาสคุยกันจริงๆ จังๆสักครั้งละ ก็คงต้องหลังจากกลับ จากภูเก็ตก่อนนั่นแหละ แต่พี่ก็เล่าเื่ราวคร่าวๆ ให้น้องดาเขาฟังแล้วนะ พี่รักและเอ็นดูน้องดาเหมือนน้องสาวแท้ๆ ไม่อยากให้เข้าใจผิดเื่ที่รีบแต่งงานใหม่นะ”
“ลินเข้าใจค่ะ ทางนี้ก็ยังไม่ได้เล่าทั้งหมดให้เด็กๆฟัง แต่ยัยเพชรน่าจะพอรู้เื่จะลองค่อยๆ คุยให้ลูกฟังคะ พี่อาทิตย์ต้องไปภูเก็ตกี่วันคะคราวนี้” ครูไพลินถาม
“งานเก็บรายละเอียดก่อสร้างโรงแรมค่อนข้างสำคัญ อาจใช้เวลานานสองถึงสามเดือน ยังไงทางนี้พี่ฝากด้วยนะลิน”
“จะพยายามช่วยดูแลเท่าที่จะทำได้นะคะ พี่อาทิตย์ต้องเดินทางวันไหนคะ”
“ขึ้นเครื่องพรุ่งนี้บ่ายๆ แต่ก็คงเอากระเป๋าออกไปพร้อมเลยตอนเช้านะ” คุณอาทิตย์นั่งคุยอยู่อีกสักพักเดียวแล้วก็ขอตัวกลับ
นิลภัทร ที่กำลังนอนอ่านหนังสือการ์ตูนบนพรมหน้าทีวี ถามขึ้น
“แม่ นิลสงสัย แม่กับลุงอาทิตย์แต่งงานกันแล้ว เป็ผัวเมียกันแล้วไม่ต้องอยู่ด้วยกันเหรอครับ”
คำถามของเ้าน้องชายทำเอาพี่สาวที่กำลังนั่งอ่านหนังสือบนโชฟาข้างๆกันค่อยๆลดหนังสือลงแอบมองมาทางแม่ที่กำลังเดินเก็บของให้เข้าที่เข้าทางอยู่ แม่หันมายิ้มแล้วเดินมานั่งข้างๆ ฉันแล้วบอก
“แม่ก็มีเื่จะเล่าให้เราสองคนฟัง เอาเท่าที่เราพอจะเข้าใจได้นะลูก จริงๆ แล้วแม่กับลุงอาทิตย์ไม่ได้แต่งงานเพราะความรักฉันชู้สาวหรอกนะ" สาเหตุมันเกิดจากตอนที่คุณยายป่วยหนักคราวก่อน แล้วต้องสำรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเป็จำนวนเงินค่อนข้างเยอะ ป้ามุกดาเขาเลยเอาโฉนดที่บ้านสวนของคุณยายไปจำนองกับผู้ใหญ่โอภาส แล้วพอพวกเราหาเงินได้ไปขอไถ่ถอนที่คืน ผู้ใหญ่โอภาสกลับไม่ให้ไถ่ถอน ขึ้นราคาที่อีกเป็หลายเท่าตัว แม่ก็ร้อนใจกลัวที่มรดกของเราจะกลายไปเป็ของคนอื่น แม่ก็พอจะรู้มาว่าลุงอาทิตย์เขามีประสบการณ์ด้านการซื้อขายที่ทาง และผู้ใหญ่โอภาสน่าจะมีความเกรงใจลุงอาทิตย์ในฐานะเป็ลูกผู้พี่ แม่เลยไปขอร้องให้ลุงอาทิตย์ช่วยเจรจาให้ ปรากฎว่าเจรจายังไงผู้ใหญ่โอภาสก็ไม่ยอมท่าเดียว นัยว่าแกวางแผนจะเอาที่ของคุณยายไปทำรีสอร์ท ลุงอาทิตย์เลยบอกว่าแก้าโฉนดที่ดินผืนนี้เป็สินสอดเพื่อสู่ขอแม่แต่งงาน ผู้ใหญ่ก็เลยยอม แม่ก็เลยต้องแต่งงานกับลุงอาทิตย์ ”
สิ่งที่เธอเล่าให้ลูกๆ ฟังล้วนเป็เื่จริง แต่เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ต้องตัดสินใจแต่งงานกับ คุณอาทิตย์ก็คือ ผู้ใหญ่โอภาสให้ข้อเสนอมาว่า้าให้เธอไปเป็ภรรยาน้อยของเขา แล้วจะคืนที่ให้เท่ากับราคาที่ไปจำนองไว้ในครั้งแรก คือสิ่งที่เธอไม่กล้าเล่าให้เด็กๆฟัง ซึ่งการแต่งงานกับใครสักคนที่ ผู้ใหญ่โอภาส เกรงใจเท่านั้นถึงจะช่วยให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลาย เธอและพี่มุกดา รู้สึกเป็หนี้บุญคุณ คุณอาทิตย์มากๆจนไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรดี
เพชรชมพูฟังเื่ทั้งหมดที่แม่เธอเล่า ก็รู้สึกขอบคุณและเป็หนี้บุญคุณคุณอาทิตย์ ทางไหนที่เธอจะทำเพื่อตอบแทนคุณลุงได้ เธอก็อยากจะทำให้เป็คนรับใช้เช็ดบ้านถูบ้านเธอก็ยอม
เข้าสู่อาทิตย์ที่สองของการไปโรงเรียนใหม่ของเธอ ซึ่งถือว่าไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่นัก เธอพยายามเป็มิตรกับทุกๆคนชวนเพื่อนๆคุยแต่ก็ไม่ค่อยจะมีใครยอมพูดคุยด้วย เพราะเธอย้ายมาเรียนกลางเทอม เพื่อนๆก็เข้ากลุ่มกันหมด แถมบางบทเรียนที่โรงเรียนนี้ก็เรียนเร็วล้ำหน้าเธอไปแล้ว การบ้านที่เขาเรียนหรือส่งเก็บคะแนนกันไปก่อนหน้าเธอต้องเก็บตามหลังเพื่อนๆ คิดแล้วก็ท้อใจจังเลย เธอไปโรงเรียนอย่างสดชื่นเหมือนดอกไม้เบ่งบาน ขากลับคอตกห่อเหี่ยวเหมือนดอกไม้โดนน้ำร้อนลวก ยิ่งเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ปรกติก็ยากอยู่แล้วสำหรับเธอ ยิ่งไม่รู้เื่ไปใหญ่ ั้แ่เธอกลับมาจากโรงเรียน ก็นั่งทำการบ้านจนปวดหลังไปหมด แม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนนิลภัทรอาบน้ำเสร็จก็บอกว่ามีนัดกับลุงแช่ม เห็นว่าลุงแช่มจะสอนปั่นจักรยานให้ เธอเองก็ว่าจะไปดูในครัวสักหน่อยเผื่อมีอะไรที่เธอพอจะช่วยได้บ้าง จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่เจอกับพี่ชายคนใหม่สักที ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช่เฮียโมกข์ จริงๆหรือเปล่า แล้วถ้าเขารู้ว่าคนที่พ่อเขาแต่งงานด้วยเป็แม่ของเธอเขาจะรู้สึกอย่างไรนะ
“พี่จอย ทำอะไรอยู่คะ มีอะไรให้เพชรช่วยไหม” เธอโผล่หน้าเข้าไปทักทายพี่จอยที่กำลังทำอะไรง่วนอยู่ในครัว
“โอ้ย!!คุณเพชร แม่พระมาโปรดแท้ๆ ช่วยพี่จอยด้วยคะ วันนี้แม่แกไปฟังสวดศพป้าพี่จอยนี่แหละ แล้วพอดีคุณโมกข์แกพาเพื่อนมากินเหล้าที่บ้าน เดินมาสั่งให้ทำกับแกล้ม สามสี่อย่างพี่จอยทำเป็แต่อาหารเมือง อย่างตำขนุนกับพวกไข่ดาวไข่เจียว ไม่รู้เขากินเป็กับแกล้มได้หรือเปล่านะสิ”
“พี่จอย เพชรขอดูของในตู้เย็นหน่อยคะเผื่อพอจะช่วยอะไรได้บ้างนะ” เธอค้นตู้เย็น ซึ่งมีอาหารสดอยู่หลายอย่างจนน่าแปลกใจที่ซื้อมาเก็บไว้ทำไมเยอะแยะ เ้านายในบ้านมีกันแค่ 2 คน
“ทำปีกไก่ทอดเกลือ ยำกุนเชียง หมูผัดกะปิ ต้มยำปลากระป๋องแล้วกันนะคะ เพชรพอทำได้ประมาณนี้ เพื่อนคุณเขามากันกี่คนละคะพี่จอย"
“พี่จอย ยืนนับนิ้วทำปากขมุบขมิบ 8 คนรวมคุณโมกข์ด้วยคะ คุณเพชรให้พี่จอยช่วยอะไรสั่งมาเลยนะจ๊ะพี่จอยเป็ลูกมือพอได้ เป็แม่ครัวนี่ ไม่ไหว ดีใจจังเลยที่คุณเพชรมา ไม่งั้นพี่จอยตายแน่เลย"
หลังจากนั้นแม่ครัวใหญ่แต่ตัวเล็ก ทำอาหารไปส่งเสียงแจ๋วๆ กำกับไปด้วยตลอดเวลา สองคนช่วยกันทำมือเป็ระวิงไม่เกินครึ่งชั่วโมง อาหาร 4 อย่างก็พร้อมเสิร์ฟ “คุณเพชรไม่ต้องออกไปนะคะ คุณโมกข์กับเพื่อน เปิดเพลงกินเหล้าสูบบุหรี่เวลาเมาหัวเราะกันเสียงดังน่ากลัวคะ พี่จอยออกไปไม่เป็ไรหรอกคะ” เพชรชมพูมองตามจอยไป อดคิดไม่ได้ นี่ใช่เฮียโมกข์เ้าหนี้รายใหญ่ของเธอจริงๆหรือเปล่า อายุแค่16 กินเหล้าสูบบุหรี่ ทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ใช้ไม่ได้เลย อยากจะออกไปดูหน้าจริงๆ เด็กสาวตัวเล็กในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ขาสั้น ยืนเท้าเอวทำแก้มป่องถอนหายใจฟึดฟัดอย่างขัดใจ
"ริมสระว่ายน้ำ กลุ่มเด็กหนุ่มสาวในชุดว่ายน้ำ เปิดเพลงเสียงดังยืนโยกตัวเต้นตามจังหวะเพลง บ้างสูบบุหรี่บ้างก็ดื่มเหล้าบ้างก็ว่ายน้ำ หัวเราะกันเสียงดัง พูดคุยสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษสลับไทยอย่างลูกคนมีฐานะที่พ่อแม่มีความสามารถจ่ายค่าเทอมแพงๆเพื่อเรียนโรงเรียนอินเตอร์
ท่ามกลางเสียงเพลงและเพื่อนๆทั้งหญิงและชายที่ต่างดื่มกินอย่างสนุกสนาน ร่างสูงของพิโมกข์ที่เพิ่งขึ้นจากสระว่ายน้ำเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดหยดน้ำที่เกาะลำตัว้าที่เปลือยเปล่าแล้วพันลวกๆไว้ที่เอวก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้สระน้ำ หยิบแก้วเหล้าผสมโซดายกดื่มรวดเดียวหมดอย่างคนกระหายน้ำ จุดบุหรี่สูบแล้วทอดตัวลงนอนที่เก้าอี้นอนข้างสระว่ายน้ำ เขาเหงา เขาเบื่อ การกลับบ้านเพื่อมาอยู่เงียบๆคนเดียวหลังจากแม่เขาเสียไป เริ่มเป็เื่ที่ทนได้ยาก ยากขึ้นทุกวันทุกวัน ยิ่งพ่อเขาแต่งงานใหม่เขายิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า ไม่รู้ว่าเขาจะเกิดมาเพื่ออะไรมีเงินทองมากมาย มีบ้านหลังใหญ่โต แต่ไม่มีใครให้คุยด้วย เขาทอดสายตามองเหม่อผ่านม่านควันบุหรี่ กลุ่มเพื่อนที่เขาชวนมาส่วนใหญ่มีทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นพี่ เป็กลุ่มเพื่อนที่ใช้เงินซื้อได้ พวกนี้คบเขาเพราะเงินของเขาเพราะธุรกิจที่แม่เขาสร้างขึ้นมา จริงใจหรือเปล่านะเหรอ ใครจะสน!! เขาก็แค่เบื่อความเงียบเกินไปกว้างเกินไปของบ้านแค่นั้นเอง
เขาเห็นพี่จอยทยอยเอากับข้าวมาวาง เอ๊ะ! เท้าไวเท่าความคิดเขายืนอยู่ตรงหน้าใครบางคน
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เพชรชมพูพยายามยิ้มแบบใจดีสู้เสือ “เพชรมาอยู่กับแม่เรือนเล็กข้างหลังนี้นะเฮียโมกข์”
เธอมองสีหน้าคนตัวโตข้างหน้า เปลี่ยนจากใเป็โกรธต่อหน้าต่อตา ว่าแล้วเชียวเขาจะต้องโกรธ “เฮียโมกข์ใจเย็นๆก่อนสูดหายใจ เข้าออกลึกๆนะคะ”
“ไม่ขำ” เสียงดุพูดห้วนๆขึ้น อุ้ย! เธอยิ้มแหยๆ
“เพชร อธิบายได้คะ เฮียโมกข์ กินข้าวไหม เพชรตักให้ หิวอยู่หรือเปล่า"
“ออก-ไป-จาก-บ้าน-ฉัน-เดี๋ยว-นี้” เขาพูดลอดไลฟัน อย่างสะกดอารมณ์
เพื่อนๆที่ สังเกต เห็นสิ่งผิดปรกติเดินมายืนข้างๆเขา “มีอะไรวะโมกข์”
พิโมกข์ตอบเพื่อนโดยไม่ละสายตาจากหน้าของเพชรชมพู “ไม่มีอะไรก็แค่ลูกเมียน้อยนะ”
“เฮียโมกข์ ทำไมพูดแบบนี้ แม่เพชรไม่ได้เป็เมียน้อย” เพชรชมพูพยายามเถียงอย่างใจเย็น
“แม่ฉันตายยังไม่ถึงปี เธอกับครอบครัวก็ย้ายเข้ามาอยู่บ้านฉัน ถ้าพ่อไม่ได้แอบคบแม่เธอเป็เมียน้อยจะเรียกว่าอะไร อย่าคิดนะว่าเข้ามาอยู่บ้านฉันแล้วจะมาแทนที่แม่ฉันเข้ามาเอาสมบัติที่แม่ฉันสร้างไว้นะ ถ้าไอ้โมกข์คนนี้ยังไม่ตายใครก็เอาของกูไปไม่ได้”
“เฮียโมกข์ ไปกันใหญ่แล้วเราไม่ได้อยากได้สมบัติของเฮียโมกข์เลย ไม่ได้คิดจะแทนที่ ป้าพิมแม่เฮียโมกข์ด้วย”
“อย่าให้ชื่อแม่ฉันออกจากปากลูกเมียน้อยอย่างเธอด้วย เสนียด!!!!” ฤทธิ์เหล้าบวกกับอารมณ์ที่อัดอั้นในใจมานานทำให้ยิ่งพูดก็ยิ่งเสียงดัง คำพูดที่หลุดออกจากปากมาก็ยิ่งรุนแรงและหยาบคายขึ้นเรื่อย ๆ
เพชรชมพูค่อนข้างกลัวและใ ั้แ่เกิดมาเธอก็เพิ่งเคยโดนใครด่าและเข้าใจผิดอย่างไม่สามารถจะอ้าปากอธิบายอย่างนี้มาก่อน เธอพยายามจะเข้าใจเขา เขามีเหตุผลที่จะโกรธจะเกลียด เขาไม่รู้เื่พ่อของเขาและแม่ของเธออย่างที่เธอรู้ เขาเพิ่งเสียแม่ไปไม่นาน แต่! เธอก็อดเสียใจกับคำพูดร้ายกาจที่เขาพูดขึ้นมาไม่ได้
“เธอจะเดินออกไปดีๆ หรือจะให้ฉันโยนเธอออกไป” พี่จอยเห็นท่าไม่ดีรีบเดินมาคว้ามือเพชรชมพูพาเดินออกมาจากตรงนั้น ใจหนึ่งก็สงสารเด็กหญิงที่ยืนหน้าแดงน้ำตาคลอถูกด่าแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ตัวเธอเองที่ไม่รู้เื่อะไรมากนักก็ยังอดคิดแบบพิโมกข์ไม่ได้ แต่ตราบใดที่ยังกินเงินเดือนลูกจ้างอยู่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดหรือแสดงความคิดเห็นอะไรนอกจากแอบซุบซิบกันเองกับแม่บ้างบางครั้งเท่านั้น
“อ่อ!! อีกอย่าง ฉันเป็ลูกคนเดียว ไม่มีพี่ไม่มีน้อง เลิกนับญาติกับฉันได้แล้ว” คนพูดไม่หันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำ ก่อนที่เขาจะกลับไปนั่งข้างสระว่ายน้ำยกแก้วเหล้าที่เพื่อนชงมาวางไว้ให้ เรียกว่าสาดลงคอก็ว่าได้รวดเดียวหมดแก้ว