เช้า
เมื่อคืนเฟยหรงและจิวหูนอนหลับสบายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนอีกทั้งยังตื่นมาด้วยความสดชื่นเพราะได้ดื่มยาแก้พิษธาตุไฟเข้าไปเฟยหรงรู้สึกไม่ใคร่สบายตัวนักเพราะเหงื่อจากการขับพิษธาตุไฟสีแดงชาดออกมาจากิันั้นทั้งเหนียวและเหม็นเฟยหรงขมวดคิ้วมองพิษธาตุไฟที่ถูกขับออกมาอย่างไม่เข้าใจว่านางเคยโดนพิษนี้เมื่อใดแต่ก็นึกไม่ออกจึงไม่ได้สนใจอะไรอีก
เฟยหรงและจิวหูเข้าไปอาบน้ำชำระสิ่งสกปรกออกจากร่างกายสักพักเมื่อเสร็จจึงกลับมาที่เตียงก่อนจะเห็นมี่ถงกำลังยืนมองไปที่เตียงอย่างตื่นตระหนกนางจึงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“มีอะไรกับเตียงข้าหรือมี่ถง”เฟยหรงอุ้มจิวหูออกมาพลางลูบศีรษะมันไปด้วยความเอ็นดูนางใช้ลมปรานทำให้ตัวเองและจิวหูแห้งโดยเฉพาะเมื่อขับของเสียออกจากร่างกายไปแล้วตอนนี้ขนจิวหูจึงนุ่มนิ่มกว่าเมื่อคืนมาก
“คุณหนู!”มี่ถงโผเข้าหาเฟยหรงแล้วมองนางด้วยสายตาเป็ห่วง
“เบาๆหน่อยเดี๋ยวแขกห้องอื่นก็มาว่าเอาหรอก” เฟยหรงบ่นแต่เมื่อเห็นมี่ถงใส่ชุดที่นางซื้อให้เมื่อวานก็คลี่ยิ้มออกมา
“บ่าวเห็นคราบสีแดงบนที่นอนก็นึกว่าคุณหนูเป็อะไรไปน่ะเ้าค่ะ”มี่ถงว่าอย่างเป็ห่วงพลันสายตาก็เห็นบางสิ่งซึ่งเป็ก้อนสีขาวในอ้อมแขนของเฟยหรงขยับไปมา
“นี่คือจิวหู...เก็บได้น่ะ”เฟยหรงหัวเราะเบาๆจิวหูเงยหน้าขึ้นมามองมี่ถงตามที่ได้ยินเ้านายแนะนำให้สาวใช้เบื้องหน้าดวงตาสีฟ้าวาววับจ้องมองนางจนมี่ถงใจเต้นไม่เป็จังหวะ
“ว๊าย น่ารักจังเลย”มี่ถงเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้นพลางใช้มือลูบขนจิวหูเบาๆเฟยหรงเห็นแล้วจึงยกยิ้มขึ้นมา
“เ้านี่มันตัวคนเดียวไม่มีพ่อแม่ข้าเลยเก็บมา ยังไงก็ฝากเ้าเอ็นดูมันด้วยนะ” เฟยหรงยื่นจิวหูให้มี่ถงได้อุ้มนางรับมาแล้วลูบขนมันเบาๆ จิวหูเองก็คลอเคลียมือของมี่ถงด้วยเช่นกัน
“ไปหาอะไรกินกันเถอะ”เฟยหรงเอ่ยขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง ก็พบว่าจิ้นฝานรออยู่ด้านนอกอยู่แล้วแต่ทว่าหน้าตาของเขาเปลี่ยนไปมาก แถมหล่อเหลาขึ้นจนจำแทบไม่ได้
“ตื่นแล้วหรือครับคุณหนู”แม้หน้าตาจะเปลี่ยนไปแต่เสียงนั้นเฟยหรงยังจำได้ดี
“จิ้นฝาน นี่เ้ารึ”เฟยหรงเบิกตากว้างจนจิ้นฝานเองก็อดขำไม่ได้
“ขอรับต้องของคุณโอสถสลายพิษของท่านเมื่อคืนจริงๆ พิษที่สั่งสมในร่างกายของข้าทั้งหมดได้ถูกขับออกไปแล้วและระดับปรานยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย” จิ้นฝานค้อมตัวให้เฟยหรงอย่างจริงใจระดับพลังของจิ้นฝานเดิมทีนั้นอยู่ที่จอมทัพขั้น2 แต่ตอนนี้สามารถเลื่อนขั้นมาเป็จอมทัพขั้น3ได้แล้ว
“นี่เ้าโดนพิษเยอะขนาดไหนเนี่ยพอขับออกไปแล้วถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้”จิ้นฝานเพียงยิ้มแต่กลับไม่ตอบคำถามนั้น
มองไปมองมาเฟยหรงก็อดอิจฉารูปร่างหน้าตาของจิ้นฝานไม่ได้หากเขาในอีกโลกมาเทียบก็คงหล่อไม่เท่าคนตรงหน้าแน่ๆแถมชุดจอมยุทธ์ที่นางซื้อให้เมื่อจิ้นฝานใส่แล้วก็ดูเข้ากันมากคิดแล้วก็กัดฟันกรอดๆ ...มันน่าหมั่นไส้นัก!...
“คุณหนูนี่มันเื่อะไรหรือเ้าคะ” มี่ถงที่ฟังคนทั้งสองพูดกันก็ไม่เข้าใจสักนิด
“ไว้ข้าจะเล่าให้ฟังตอนนี้เราลงไปหาอะไรทานกันก่อนเถอะ”เฟยหรงพูดจากนั้นทั้งสามก็ลงไปด้านล่างโรงเตี๊ยมเพื่อทานอาหารเช้ากัน
“เสี่ยวเอ้อ ข้าวานเ้าให้คนไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนหน่อยนะแล้วเอาอาหารแบบเมื่อวานหนึ่งชุดกับเนื้อสัตว์ย่างไฟอีก2จานนี่เงินค่าเปลี่ยนผ้า” เฟยหรงเรียกเสี่ยวเอ้อให้เงินเขาไป5เหรียญทองเขารับเงินจำนวนนั้นมาแล้วรีบพยักหน้าหงึกหงักเสร็จแล้วก็ใช้ให้เสี่ยวเอ้อสาวสองคนไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนโดยไม่ลืมที่จะแบ่งเงินให้สองสาว
“คุณหนูตกลงจะบอกได้หรือยังเ้าคะว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”มี่ถงคาดคั้น
“ไว้กินข้าวเสร็จเราขึ้นไปคุยกันบนห้องข้าแล้วกัน”มี่ถงพยักหน้าเล็กน้อย นางแอบลอบมองเสี้ยวหน้าจิ้นฝานอย่างสงสัยจิ้นฝานเองก็รู้สึกได้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ส่วนจิวหูเองก็ซุกซนหยิบจับนั่นนี่มาเล่นเมื่อเบื่อแล้วจึงปีนป่ายโต๊ะไปหาเฟยหรง นางยิ้มแล้วอุ้มมันมาไว้บนตัก
ไม่นานก็มีเสี่ยวเอ้อนำอาหารมาวางบนโต๊ะกลิ่นอาหารตรงหน้าเรียกเสียงท้องร้องของคนทั้งสามและสัตว์อสูรหนึ่งตัวได้เป็อย่างดีเฟยหรงหยิบจานเนื้อมาให้จิวหูสองจาน เมื่อเห็นมันกินนางจึงลงมือทานข้าวในส่วนของตัวเองเช่นกัน
หลังจากที่ทานเสร็จก็หันไปสั่งเนื้ออีก3จานมาให้จิวหูเพราะทนดูท่าทางอ้อนขออาหารอีกของมันไม่ไหว
“เสี่ยวเอ้อไปเอาน้ำชามาหน่อยซิ”เสียงทรงพลังดังขึ้นมาจากด้านหน้าร้าน ปรากฏให้เห็นชายหนุ่มและผู้าุโผู้หนึ่งทั้งสองเดินมานั่งโต๊ะข้างหลังเฟยหรงนางไม่ได้สนใจอะไรพยายามไม่ยุ่งไม่สบตาเพราะไม่อยากมีเื่ดูๆไปแล้วท่าทางแล้วชายหนุ่มคนนั้นดูนักเลงไม่น้อย
ผู้าุโมองไปรอบๆร้านอย่าสำรวจจากนั้นตาก็สบเข้ากับก้อนสีขาวบนตักของสตรีผู้หนึ่งก็เบิกตากว้างเมื่อดูแน่ใจแล้วว่าใช้สิ่งที่ตนคิดเขาจึงเดินมาที่โต๊ะของสตรีผู้นั้น
"แม่นาง"ผู้าุโเอ่ยเรียก คนทั้งโต๊ะจึงเงยหน้ามองเขาด้วยความงุนงง
“มีอะไรหรือเ้าคะท่านผู้าุโ”เฟยหรงเอ่ยพลางลูบเ้าตัวเล็กไปด้วย
“เ้าขายลูกอสูรตนนี้หรือไม่"เขาเอ่ยตามความคิด ไม่มีการอ้อมค้อมใดๆทั้งสิ้น
“ต้องขออภัยด้วยข้าไม่คิดที่จะขายมันเ้าค่ะ” เฟยหรงก้มศีรษะให้เป็เชิงขอโทษ
“น่าเสียดาย น่าเสียดาย”ผู้าุโส่ายศีรษะเบาๆ
“นี่นังหนู ไยเ้าถึงไม่ขายรู้หรือไม่ท่านผู้นี้เป็ถึงผู้าุโแห่งสำนักพยัคฆ์เหมันต์เชียวนะ!”ชายที่อยู่ข้างๆผู้าุโคนนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างเดือดดาลเฟยหรงเองก็คิ้วกระตุกเล็กน้อยจิ้นฝานที่รับรู้ได้ถึงอารมณ์คุกรุ่นของนางก็รีบเอาตัวมากันไว้
“พวกท่านเป็ถึงคนสำนักพยัคฆ์เหมันต์ไยจึงมากล่าววาจาข่มขู่หญิงสาวตัวเล็กๆเช่นนี้” จิ้นฝานเอ่ยขึ้น
“ต้องขออภัยศิษย์ของข้าเป็พวกปากไม่มีหูรูดแม่นางโปรดอภัย” ผู้าุโคนนั้นเอ่ยขึ้นจนทำให้ชายผู้นั้นรู้สึกไม่พอใจที่ตัวเองเสียหน้า
“ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ” เฟยหรงยิ้มอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
“ไยท่านเ้าสำนักถึงถ่อมตัวเช่นนี้!”เขารู้สึกหงุดหงิด
“พอเถิดวันนี้ข้าไม่ได้มาหาเื่ใคร เ้าเองก็ด้วย” ท่าผู้าุโว่าแล้วขอตัวกลับไปนั่งเหตุการณ์ในโรงเตี๊ยมจึงกลับมาเป็ปกติอีกครั้งเห็นดังนั้นทุกคนจึงถอนหายใจออกตามๆกัน หากท่านผู้ที่มาจากสำนักพยัคฆ์เหมันต์ลงมือโรงเตี๊ยมคงพังราบเป็หน้ากลองแน่นอน
“จริงสิ แม่หนูเ้าไปได้เ้าตัวนี้มาได้อย่างไรหรือ” ผู้าุโถามขึ้น เฟยหรงจึงหันไป
“ข้าพบมันใน่ที่กำลังหลงป่าเ้าค่ะตอนนั้นเห็นพ่อแม่ของมันโดนอสูรตนอื่นสังหารตัวมันก็ยังเล็กเห็นแล้วสงสารจึงพามันหนีออกมาจากป่าด้วยกัน”เฟยหรงโกหกออกไปมีความจริงเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น
“เ้าช่างโชคดีนั้นคืออสูรหมีน้ำแข็งที่หายากยิ่ง หากเลี้ยงมันดีๆมันจะแข็งแกร่งและสามารถเป็กำลังให้เ้าได้”ผู้าุโเอ่ย
เฟยหรงรู้สึกถูกชะตากับผู้าุโผู้นี้จึงหันมาพูดคุยทักทายอย่างจริงจัง
“ข้านาม เว่ย เฟยหรงขอทราบนามของท่านผู้าุโได้หรือไม่เ้าคะ”ผู้อาวุธผู้นั้นและชายข้างๆเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“ได้ ข้ามีนามว่า กู่เลี่ยงจินและนี่ลูกศิษย์ของข้า เฟิงหยางลู่ ” ผู้าุโกู่แนะนำตัวเองและลูกศิษย์ข้างๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักท่านผู้าุโกู่และท่านเฟิงเ้าค่ะ”เฟยหรงคำนับทั้งสอง
เมื่อเฟิงหยางลู่เห็นท่าทางนอบน้อมของเฟยหรงก็คลายความขุ่นเคืองเมื่อครู่ไปได้หลายส่วน
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันแม่นางน้อยแล้วคนของเ้าล่ะ ไม่คิดจะแนะนำบ้างหรือ”กู่เลี่ยงจินเอ่ยขึ้นแล้วมองสองคนด้านหลัง
“ยินดีที่ได้รู้จักท่านเลี่ยงจินละหยางลู่ข้าน้อยซือจิ้นฝานเป็ผู้ติดตามของคุณหนูเฟยหรงขอรับ” เขาประสานมือคำนับทั้งสอง
“ข้าน้อย อี๋มี่ถง เ้าค่ะเป็สาวใช้ประจำตัวของคุณหนูเฟยหรง” นางว่าพร้อมลุกขึ้นคำนับ
“แล้วนี่ก็เ้าจิวหูเ้าค่ะ”เฟยหรงอุ้มจิวหูขึ้นมา แต่เ้าตัวกลับเบนหน้าหนีทั้งสองผู้าุโกู่จึงหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ฮ่าๆเหมือนข้าจะโดนเ้าตัวเล็กนี่เกลียดเข้าแล้วสิ” ผู้าุโกู่คลี่ยิ้ม
“เดี๋ยวเถอะเ้าตัวดี”เฟยหรงส่ายศีรษะไปมาอย่างเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมากเพราะจิวหูหันมาอ้อนเซาะนางจนบ่นไม่ลง
จากนั้นเฟยหรงและผู้าุโกู่ก็พูดคุยกันด้วยเื่ต่างๆอย่างถูกคอโดยเฉพาะเื่ออกท่องเที่ยวไปยังเมืองต่างๆ เมื่อรู้สึกว่าควรจะกลับแล้วพวกเขาจึงกล่าวล่ำลากัน
“ไว้พบกันใหม่นะเ้าค่ะท่านปู่เลี่ยงจิน”เฟยหรงเปลี่ยนคำเรียกผู้าุโกู่เพราะ เขาบอกให้เรียกเช่นนั้นผู้าุโกู่พยักหน้าแล้วลูบเคราเล็กน้อย
“หากมีวาสนาเราคงได้พบกันอีกแม่หนู”ผู้าุโกู่เอ่ยขึ้นจากนั้นศิษย์อาจารย์ทั้งสองก็เดินออกจากโรงเตี๊ยมเฟยหรงจึงหันมาเรียกเสี่ยวเอ้อเพื่อคิดเงิน
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินขึ้นมายังห้องของเฟยหรงจากนั้นก็สั่งให้มี่ถงและจิ้นฝานนั่งรอ เฟยหรงยกมือขึ้นวาดอักขระบนอากาศแล้วสะบัดมือคราหนึ่งตัวอักษรทั้งหมดจึงพุ่งเข้าไปในกำแพงบังเกิดม่านพลังขึ้นมาทั้งมี่ถงและจิ้นฝานเห็นแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง
“คุณหนูเมื่อกี้ท่านใช้อักขระหรือเ้าคะ!”มี่ถงถามออกมาอย่าไม่เชื่อสายตาตัวเอง เฟยหรงเห็นดังนั้นจึงยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ใช่ พวกเ้าคงอยากรู้แล้วว่าเหตุใดข้าถึงให้คุยกันในห้องความจริงแล้วในตอนที่ข้าตกลงมาด้านล่างหุบเหวเมื่อเดือนก่อนนั้นข้าได้ตายไปแล้วแต่มีผู้าุโผู้หนึ่งยื้อชีวิตและช่วยกระตุ้นพลังปรานของข้าที่หลับใหลอยู่ภายในจนเมื่อข้าฟื้นก็พบท่านผู้นั้นกำลังเดินจากไป ข้าจึงถามนามของท่าน แต่ผู้าุโผู้นั้นกลับไม่ตอบทิ้งไว้ให้เพียงตำราฝึกใช้อักขระเล่มหนึ่ง" เฟยหรงเอ่ยทั้งสองเองก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ
"มี่ถงเ้าสงสัยใช่หรือไม่ว่าเหตุใดตอนอยู่บ้านท่านไป๋อี้ข้าเข้าป่าไปทำไมทุกวัน...ก็เพราะออกไปฝึกวิชานั่นแหละข้าก็อยากให้เ้าได้ฝึกด้วยแต่ท่านผู้าุโผู้นั้นบอกห้ามคนอื่นได้เรียนรู้ตำราเล่มนั้นนอกจากข้า”เฟยหรงโกหก นางไม่ได้บอกความจริงให้ทั้งสอง แต่ก็เอาเื่จริงมาแต่งผสมกันไป
“ท่านผู้าุโผู้นั้นช่างเก่งกาจและมีเมตตาข้าเลื่อมใสยิ่งนัก” จิ้นฝานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเลื่อมใสมี่ถงเอ่ยก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วเมื่อคืนละเ้าคะคุณหนูไปไหนมา” มี่ถงเอ่ยขึ้น เฟยหรงจึงเรียกกระบี่และขวดโหลที่มีโอสถสีใสออกมา
“นี่คือกระบี่สยบอสูรข้าทำขึ้นมาในตอนฝึกวิชาต่างๆอยู่ที่บ้านท่านป้ากระบี่เล่มนี้เคลือบด้วยพิษต้นพลับเพลิง และนี่คือยาแก้พิษธาตุไฟซึ่งจะเอาไว้แก้พิษต้นพลับเพลิง” จิ้นฝานมองกระบี่สยบอสูรอย่างไม่วางตาเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากตัวกระบี่จนทำให้เข้ารู้สึกอึดอัดไม่ใคร่สบายใจนัก
“และสมุนไพรที่เอาไว้ทำยาชนิดนี้ก็อยู่ในป่าเหมันต์ข้าจึงออกไปหามา” เฟยหรงนำบัวหิมะออกมาจากมิติ
“นี่คือดอกบัวหิมะร้อยปีที่จะบานเฉพาะใต้ธารน้ำแข็งเขตหนาวเท่านั้น” เฟยหรงส่งให้จิ้นฝานและมี่ถงดูมี่ถงรับมาก็รู้สึกได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวดอกไม้ชนิดนี้
“นี่คือเื่ทั้งหมด” เฟยหรงยิ้ม
“แล้วเ้าจิวหูละเ้าคะ” มี่ถงถาม
“ข้าบอกแล้วว่าเก็บได้ในป่า”เฟยหรงไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แล้วนำขวดแก้วอันเล็กออกมาตักยาในโหลส่งให้มี่ถง
“เ้าเอาไปดื่มมันจะช่วยขับพิษธาตุไฟในตัวเมื่อเ้าดื่มแล้วก็ค่อยๆโคจรลมปราณให้ยาแก้พิษไหลไปทั่วร่างหากทำสำเร็จพิษธาตุไฟทุกชนิดจะไม่สามารถทำอะไรเ้าได้”มี่ถงเบิกตากว้างแล้วเงยหน้าขึ้น
“ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเ้าคะของล้ำค่าเช่นนี้” มี่ถงส่ายหน้าปฏิเสธรัว
“รับไปเถอะน่า ข้ามีตั้งเยอะอีกอย่างจิ้นฝานก็ได้ดื่มแล้วด้วยเ้าดูสิตอนนี้จิ้นฝานเมื่อขับพิษออกมาแล้วเปลี่ยนไปขนาดไหน”มี่ถงหันไปมองจิ้นฝานก็พบว่าเขาพยักหน้าเบาๆ นางจึงรับยาขวดนั้นมาถือไว้ในมือ
“แล้วนี่คือยาเพิ่มระดับปรานจิ้นฝานเ้าอยู่ในขั้นจอมทัพ ยาระดับนภาคงช่วยไม่ได้มากแต่มี่ถงยานี้คงช่วยเ้าให้เพิ่มระดับได้”เฟยหรงนำเม็ดยาเพิ่มระดับสีทองออกมาให้ทั้งสองคนละ5เม็ดทั้งสองเห็นแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยาระดับกลางว่าหายากแล้ว แต่นี่มันเป็ถึงยาระดับสูงทั้งสองรับมาด้วยสีหน้านับถือเฟยหรงอย่างเต็มเปี่ยม
“เอาล่ะพวกเ้าไปพักผ่อนแล้วโคจรลมปราณซะ ค่ำนี้ข้าจะไปหาสมุนไพร หากพวกเ้าอยากไปกับข้ายามไฮ่( 21.00 - 22.59) ก็เข้ามาหาข้าแล้วกัน” เฟยหรงเอ่ย
เมื่อพูดคุยเสร็จทั้งสองจึงขอตัวออกมาเพื่อทำการโคจรบ่มเพาะพลังของตัวเองเมื่อเฟยหรงเห็นทั้งสองคนดูกระตือรือร้นก็คลี่ยิ้มออกมาแล้วนำโอสถสีทองออกมาเพื่อบ่มเพาะพลังตัวเองบ้าง