ญาหลันยอมทำตามแต่ยืนยันจะอาบน้ำเองโดยไม่ยอมให้ผู้หญิงที่แนะนำตังว่าขื่อหลี่หยงมีตำแหน่งเลขาของผู้ชายที่เพิ่งหายออกจากห้องไปช่วย ญาหลันก้าวลงไปแช่ในอ่างน้ำที่เลขาหลี่หยงเตรียมไว้ให้รู้สึกเจ็บระบบไปทั้งตัว ญาหลันทำใจให้ยอมรับไม่ได้เลยว่าตนเองมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนดีเมื่อคืน เขาเป็ฝ่ายเริ่ม.. ญาหลันพูดได้ไม่เต็มปากว่าถูกเขาบังคับปลุกปล้ำ ความรู้สึกแปลกใหม่ที่แผ่ซ่านอยู่ในความรู้สึกคืออะไร เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอไม่มีความสุขใดๆ ต่อการกระทำของเขา ทั้งที่เธอควรโกรธที่เขาไม่ให้เกียรติเธอเลย เขากระทำกับเธอตามใจ ราวกับญาหลันเป็ผู้หญิง ที่เขาซื้อหามาเพื่อระบายความใคร่ พอคิดเช่นนี้น้ำตาแห่งความสิ้นหวังก็ไหลเอ่อท้วมเบ้าตา หยดแหมะลงไปในอ่างที่เ้าตัวนั่งแช่อยู่ เธอจะมีหน้าออกไปพบใครได้อีก คนพวกนั้นรู้หมดแล้วว่าเธอมีอะไรกับเขาเมื่อคืน รอยแดงบนตัวเธอก็ประจานจนหมดสิ้น
ญาหลัน แช่น้ำอยู่อย่างนั้นโดยไม่อาจทำใจให้ไปออกมาเผชิญหน้ากับใครได้ โดยเฉพาะเหวินหยูเหว่ย เธออ้อยอิ่งและไม่ยอมลุกออกจากอ่างน้ำจนเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง เสียงเตือนของ เลขาหลี่หยงคนเดิมก็ดังขึ้นพร้อมกับเคาะประตูเบาๆ เป็สัญญาณว่าพอควรแก่เวลา
“คุณผู้หญิง นานมากแล้วนะคะเป็อะไรหรือเปล่า" น้ำเสียงนั้นมีแววกังวลเอื้ออาทร
เงียบกริบ!!
“ถ้าคุณไม่ตอบดิฉันจะไปเรียนคุณชายแล้วนะคะ” คำขู่นั้นได้ผล ทำเอาญาหลันรีบเช็ดน้ำตาที่เริ่มเอ่อขึ้นมาอีก เมื่อนึกถึงอนาคตอันใกล้ ฝันร้ายกำลังมาเยือนหลังผ่านห้วงหฤหรรษ์ในวัยสาว... เธอกัดฟัน ร้องออกไป
“จะออกไปเดี๋ยวนี้แล้ว” ลุกและใช้ผ้าเช็ดตัวห่อร่างเปลือยเอาไว้ รู้สึกคับแค้นใจอย่างบอกไม่ถูก เจ็บระบมไปหมดทั้งตัว เธอมีสภาพเช่นนี้เพราะผู้ชายคนนั้น แต่เขาสิ กลับไปทำงานได้หน้าตาเฉย เกิดเป็ผู้หญิงนี่ไม่ดีเลย น่าแค้นใจนัก ญาหลันนึกอาฆาตผู้ชายที่ทำให้ตนมีสภาพน่าสังเวช เซเล็กน้อยเมื่อเท้าััพื้นหินอ่อนเนื้อเนียนเรียบเย็นเฉียบ ห้องน้ำกว้างขวางตกแต่งด้วยสุขภัณฑ์ราคาแพง มันยังบ่งบอกถึงฐานะของชายผู้เป็เ้าของห้องพักสุดหรูหรา ราคาแพง ของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานครแห่งนี้อีกด้วย
หญิงสาวเปิดประตูออกมาพบว่าห้องถูกจัดแต่งใหม่เรียบร้อยเป็ระเบียบเนี๊ยบ ไม่เหลือล่องลอยแตกหักของสิ่งของที่เธอใช้ขว้างปาผู้ชายตัวโต ๆ คนนั้นอีก ญาหลันชำเลืองมองเตียงที่เรียบตึงด้วยผ้าปูขาวสะอาด คนทำความสะอาดจะคิดอย่างไรกับสภาพแบบนั้น ญาหลันอับอายจนไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว หญิงสาวก้มหน้าซ่อนสะอื้นและความอดสูในชีวิต ไม่เคยเลยที่เธอจะรู้สึกอับอายขายหน้าจนไม่กล้าสบตาใครแม้กระทั่งเลขาสาวใหญ่ผู้ที่เธอพบในครั้งแรก เลขาหลี่หยงนำชุดเติมของเธอที่ถูกซักและรีดจัดเตรียมไว้อย่างดีทั้งเสื้อ กางเกงและชุดชั้นใน มาวางใส่มือให้
“แต่งตัวซะเถอะคุณหนู....” หลี่หยงบอกหญิงสาว ญาหลันก้มหน้างุด เมื่อคืนเขาถอดมันออกั้แ่อยู่ข้างนอก ไม่อยากคิดไม่อยากจำแต่ทำไมเธอถึงจดจำได้แม่นยำทุกการกระทำของเขาขนาดนั้นด้วย ยังดีที่เลขาสาวใหญ่ผู้นี้ยังคงรักษาใบหน้าของเธอให้เรียบสนิทไว้เช่นเดิม ญาหลันรับเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำและกลับออกมา
“ฉันจะกลับ” บอกสั้น ๆ กับเลขาสาวใหญ่ ที่เงียบขรึมและพูดน้อย หลี่หยงเป็คนมีกระดูกใบหน้าของเธอแหลม ตาเล็กเฉียงขึ้นเหมือนคนจีนส่วนใหญ่ สวมแว่น และใบหน้านิ่งสนิททำให้เธอ ดูเหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัยดุ คนหนึ่ง
“ต้องบอกกับคุณชายค่ะ” เลขาสาวใหญ่
"ดิฉันขอโทษที่เข้าใจผิด..คิดว่าคุณคือ” เธอหยุดชะงัก ญาหลันขมวดคิ้วมองเลขาสาวใหญ่เต็มตา
"คุณคิดว่าฉันเป็ใคร”
"ไม่มีอะไรค่ะ”
“ต้องมีสิ ก็เมื่อกี้..” หญิงสาวขยับจะคาดคั้น
“ญาหลัน” เสียงทุ้มของเหวินหยูเหว่ย ทำให้เธอชะงักกึก แต่ไม่ยอมหันกลับไปมองต้นเสียง เลขาหลี่หยงจึงอาศัยจัวหวะหลบออกจากที่นั่นทิ้งห็ญาหลันต้องเผชิญหน้าเบเหวินอยู่เหว่ยตามลำพัง ญาหลันยังคงยืนหันหลังให้เหวินอยู่เหว่ยอยู่เช่นเดิมไม่ยอมขยับ
“ไปทานอาหารเถอะฉันหิวจะแย่แล้ว” เขาบอก ร่างสูงใหญ่เคลื่องเข้ามาจับจูงเธอ ญาหลันชักมือหนีแต่เหวินอยู่เหว่ยไม่ยินยอมและกลายเป็ว่าเขาคว้าตัวเธอเข้าไปกอด ญาหลันใช้มือยันแผ่นอกเขาไว้ กรุ่นโกรธต่อการกระทำจาบจ้วง
“ปล่อยนะ” ญาหลันเข่นเขี้ยวตาขวาง เหวินอยู่เหว่ยยิ้มเ้าเล่ห์ใส่ดวงตาคูนั้น
“ไม่”
“ปล่อย” หญิงสาวดิ้นรน ญาหลันสูงแต่เมื่อยืนเทียบกับร่างสูงใหญ่ของเหวินอยู่เหว่ยเธอมองเห็นแค่ระดับปลายคางที่ผ่านการโกนหนวดเครามาแล้วเท่านั้น หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาอย่างเอาเื่ ทั้งยังเสียเปรียบถูกเขากอดอยู่ในขณะนี้ แต่การเงยหน้าขึ้นเพื่อจะต่อว่ากลับกลายเป็ว่าเธอเงยหน้ารับจูบจากเขา เหวินอยู่เหว่ยจูบปากจนหญิงสาวหมดฤทธิ์ตัวอ่อนอยู่ในอ้อมแขน แล้วพรมจูบไปทั่วใบหน้าเธออย่างคนถือสิทธิ์ เป็เ้าเข้าเ้าของ
“ญาหลัน ที่รักของฉัน” เขากระซิบเสียงพล่า จ้องเข้าไปในดวงตาดื้อรั้น
"ฉันรักเธอ” เขากระซิบหากแต่ญาหลันคิดว่าเขากำลังป้อนคำหวานเพื่อทำให้เธอสยบ
กล่าวคำรักเพื่อปิดปากจะได้ไม่โวยวาย เขาทำแบบนี้กับผู้หญิงมากี่คนแล้วล่ะ
“ปล่อย ค่ะ”
”อย่าโกรธฉัน ได้ไหมที่รักฉันยินดีรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น “ ญาหลันอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน
“ฉันจะกลับที่พัก” เธอพูดไม่มองหน้าเขา
“งั้นไปทานอาหารกัน” เขาบอกจับจูงมือเธอ ญาหลันขัดขืน แต่มือแข็งแกร่งกำมือเธอไว้แน่น บังคับกรายๆ เขาเลิกคิ้วเป็คำถามและเป็เชิงขู่ เมื่อเห็นตาเขียวปักของหญิงสาวที่ไม่ยอมลงให้เขา ว่าถ้าเธอยังขัดขืนอีก เขาจะจัดการเธอ ในแบบของเขา
ญาหลันหน้างอง้ำขึ้น ยอมตามเขาไปแต่โดยดี ไม่มีใครอยู่ที่ห้องโถ่งแล้วมีแต่อาหารที่จัดวางไว้อย่างสวยงามน่ารัปประทานอยู่บนโต๊ะ ญาหลันใจชื้นขึ้นอย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องอับอายเมื่อไม่มีคนของเขาเข้ามายุ่งเกี่ยว นั่นดูเหมือนจะเป็คำสั่งของเหวินอยู่เหว่ยมากกว่า เขาขยับเก้าอี้ให้เธอนั่งอย่างสุภาพบุรุษพึงกระทำต่อสุภาพสตรี หากเป็ก่อนหน้านี้เธอคงกล่าวขอบคุณเขา แต่ยามนี้หญิงสาว ขุ่นมัวเกินกว่าจะรักษมารยาท
ญาหลันพบว่าเธอนั้นหิวจนตาลายแต่กลับกลืนไม่ค่อยลงทุกอย่างฝืดเฝื่อนไปหมด มีแต่น้ำส้มที่พอจะช่วยให้เธอกลืนอะไรลงไปได้บ้างจึงกลายว่าเธอกินน้ำคำข้าวคำ และพยายามจะไม่สบตาคมกริบของเหวินอยู่เหว่ยที่มอง
ผู้ชายคนนี้หล่อและมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างร้ายกาจ ใช่แล้วเขาร้ายกาจกับเธอก่อน ญาหลันคิดหาวิธีเอาคืน พยายามที่จะวางท่าบึ่งชาอย่างที่สุด ...แต่เพราะความสัมพันธ์เมื่อคืน มันทำให้เธอขวยเขิน อายจนแทบอย่างเอาปี๊บคุมหัวยามสบกับประกายตาสีน้ำตาลเข้มลึกล้ำ
ที่น่าใคือ เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายตรงหน้านี้เลย นอกจากการแนะนำตัวของเขา เขาชื่อเหวินอยู่เหว่ย มาจากเซี่ยงไฮ้ แค่นั้นเอง.... ดูเหมือนเขาจะเป็นักธุรกิจ แต่การกระทำของเขาน่าจะเรียกได้ว่าเป็พวกมาเฟียอย่างที่เธอคิดไว้แต่แรก จำนวนคนที่ห้อมล้อมรับใช้อีก เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เข้าไปยุ่งกับคนที่ดูน่ากลัวแบบนี้ คิดอีกทีเธอก็ไม่ได้อยากยุ่ง เธอพยายามแล้วที่จะหนี แต่เขาต่างหากที่ไม่ยอมปล่อย