ชายคนนั้นเดินเข้ามา ขณะที่เขาเดินเข้ามา เขาสังเกตเห็น เดรสมอนด์ แล้วจึงเดินมาหาด้วยท่าทางหาเื่
"พี่มาทำอะไร ?"
เขาหยุดตรงหน้าเดรสมอนด์ สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความเ็าและไม่พอใจ เขามองไปที่ เดรสมอนด์ แล้วใช้นิ้วชี้จิ้มที่อกของเดรสมอนด์แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์
"ไม่มีอะไร ทำไม ! ! กูจะเข้ามาเนี่ยะ. . . มันไม่ได้หรือไงวะ" พูดเสร็จก็ใช้นิ้วผลักเดรสมอนด์ออกไป
เดรสมอนด์เซเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มแห้งๆออกไปแต่ภายในใจของเขานั้นเดือดปุดๆเหมือนน้ำลวกไก่ออกมาอย่างที่ดีกลั่นไว้แทบไม่ได้ แต่ภายนอกใบหน้าของเขาดูไม่ต่างจากเมื่อก่อนมากนัก
“ผมเพิ่งกินข้าวกับพ่อเสร็จ ผมกำลังจะไปอ่านหนังสือ”
“ หนังสือ ! ! มึง ฮ่า ฮ่า ฮ่า หนังสือที่ไร้ประโยชน์ ฮึ ไปอย่ามาให้กูเห็นหน้า”
เขาพูดขณะที่ใบหน้าของเขายังแสดงสีหน้าเ็าและดูถูกเหยียดหยาม เมื่อเขาพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ทิ้งไว้เพียงเดรสมอนด์ที่ยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆ สายตายังจับจ้องไปยังด้านหลังของชายคนนั้น เขาครุ่นคิดว่าชายที่เดินเข้ามาขิงแล้วจากไปเป็ใคร ไม่นานนักดูเหมือนว่าเขาจะจำได้
โทมัส เครท ลูกชายคนโตของบ้านเครทซึ่งเป็หนึ่งในสามทายาทของบ้านเครท พวกเขาทั้งสามเป็พี่น้องมารดาเดี่ยวกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างโทมัสกับคนอื่นนั้นบอกได้เลยว่าแย่ แย่มาก แย่ที่สุด
ในพี่น้องสามคนของบ้านเครทเ้าของร่างนี้สนิทกับพี่สาวคนกลางมากที่สุดจะว่าด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกันก็น่าจะเป็เหตุ แต่เหตุจริงๆก็อาจจะเป็พี่สาวและน้องชายต่างพึ่งพากันและกันเนื่องจากมารดาของพวกเขารักพี่ชายคนโต และพี่คนโตที่อายุมากกว่าเกือบ 10 ปีคอยแกล้งพวกเขาอยู่เรื่อยๆ
ตอนนี้พี่สาวคนกลางของเ้าของร่างนี้ได้หนีออกจากบ้านไปนานแล้วเนื่องจากเธอถูกพี่ชายของเธอวางยาและจับเธอไปแต่งงานกับขุนนางที่สนิทด้วยและด้วยเหตุการณ์นี้เดรสมอนด์ก็เกือบตายจากการพยายามพาพี่สาวหลบหนีเช่นกัน
ในตอนนั้นเมื่อบารอนเห็นร่างโชกเืของเดรสมอนด์และรู้เื่ที่โทมัสทำไว้ บารอนถึงกับคว้าดาบวิ่งไล่ฟันเ้าโทมัสไปจนรอบศักดินาแต่ดีที่นางลีเต้ได้เข้ามาห้ามเอาไว้ทันไม่อย่างนั้นบารอนคงฟันลูกของตัวเองตายไปแล้ว
ถึงอย่างนั้นบารอน้าลงโทษโทมัสแต่นางลีเต้เสนอให้โทมัสไปไถ่โทษโดยการให้ไปเป็ทหารลาดตระเวนเป็เวลา 5 ปี ในทีแรกบารอนไม่เห็นด้วยและ้าให้โทมัสไปอยู่หมู่บ้านชายขอบศักดินาแต่ด้วยการรบเร้าของนางลีเต้บารอนจึงได้แต่ยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้
จากทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ทั้งสองคนเกือบจะเหมือนคนแปลกหน้าในยามอยู่ต่อหน้าบิดาและเป็ศัตรูกันลับหลังบิดา
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เดรสมอนด์ กังวลมากขึ้นคือโทมัส หลังจากเวลานานกว่า 5 ปี เขาก็สามารถควบคุมทหารในศักดินาได้ถึงแม้ว่าทหารจะไม่ชอบเขาเลยก็ตาม
ด้วยความที่เขาเป็ลูกชายคนโตของบ้านเครท ทั้งยังเป็ผู้นำของกองทหารของศักดินา
และตามกฎของบ้านเครท หากบารอนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต เขาจะเป็คนที่ได้รับตำแหน่งต่อจากบารอน
สำหรับ เดรสมอนด์ เขาไม่สามารถได้อะไรเลยในศักดินา
เขาไม่ใช่ลูกชายคนโต ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถสืบทอดอะไรได้
ไม่เป็ไรถ้าพ่อเอาอกเอาใจ ถ้าเขาเอาอกเอาใจไม่พอ ชีวิตจะไม่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
"ก็นะ…" เดรสมอนด์ยักไหล่อย่างไม่สนใจแล้วเดินขึ้นห้องไป
เช้าวันต่อมา ณ เวลาเรียนตามปกติหลักจากเดรสมอนด์อดทนกับความเบื่อหน่ายเป็อย่างมากเนื่องจากวิชาที่เขาเรียนในตอนนี้คือวิชาบวก ลบเลขพื้นฐาน ต่างจากผู้สอนของเขาที่ตกตลึกอยู่ข้างๆ
“อัจฉริยะ ! ! นี้มัน. . . เป็ไปไม่ได้ยังไง. . . เมื่อวานยัง”
‘มันขนาดนั้นเลยหรอครับ ไม่ขนาดนั้นมั่ง ! ไม่ต้องใแล้วทำหน้าอย่างนั้นก็ได้’
“การเรียนวันนี้จบแล้วใช่ไหมครับ”
เดรสมอนด์ถามและยิ้มอย่างคาดหวังว่าเขาจะหลุดไปจากการทรมานนี้ซักที
“ใช่”
เมื่อได้ฟังเดรสมอนด์ยิ้มให้กับผู้สอน
"ขอบคุณสำหรับการทำงานครับ"
“ไม่เป็ไรครับ นี่คือสิ่งที่ผมควรทำ”
เมื่อเมื่อมาสเตอร์เซตได้คำขอบคุณจากเดรสมอนด์ เขาก็แสดงสีหน้าตกตะลึงและแปลกใจออกมา
เดรสมอนด์ในอดีตจะไม่พูดสิ่งเหล่านี้ได้ อย่างพวกคำขอบคุณมีเพียงเดินออกไปอย่างเฉยเมยเท่านั้น
มาสเตอร์เซตเดินออกไป เหลือไว้เพียง เดรสมอนด์ที่ซบหน้าลงกับโต๊ะเรียนอย่างหมดสภาพ
หลังจากนั้นไม่นาน เด็กผู้หญิงที่แต่งตัวเรียบง่ายแต่ดูดีก็เดินเข้าประตูมาหาเดรสมอนด์
“นายน้อย”
เธอพูดอย่างขี้อาย
“ลีฟ ในที่สุดคุณก็มา”
หลังจากอาหารเช้าวันนี้เดรสมอนด์เผอิญไปได้ยินว่าพี่ชายของลีฟที่เป็ทหารนั้นถูกโจรฟันตอนที่ไปลาดตระเวนเมื่อวานนี้ ในตอนนี้หลังจากรู้สภาพของตัวเองเขาจึงต้องพยายามหาคนของตัวเองไว้บ้าง
เมื่อมองไปที่หญิงสาว เดรสมอนด์ยิ้มและแตะศีรษะของหญิงสาวด้วยความเห็นใจ
ลีฟมองไปที่มือที่เหยียดออกมาของ เดรสมอนด์ หญิงสาวก็หลบเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แต่ในท้ายที่สุดเธอก็ยังไม่หลบ ลีฟ หดตัวเล็กน้อย เมื่อเห็นอย่างนั้นเดรสมอนด์ก็ยิ้มและเขาก็หยิบถุงบางอย่างขึ้นมาจากลิ้นชักและส่งให้ลีฟ
“ผมได้ยินเื่พี่ชายของคุณ เนื่องจากมันได้เกิดขึ้นแล้ว คุณต้องไม่คิดมากและสู้ต่อไป”
“เอาเ้าพวกนี้ไป ถึงมันจะไม่มากนักแต่ก็คงพอที่จะบรรเทาปัญหาการเงินให้กับพ่อแม่ของคุณได้ซักพัก ”
เมื่อถุงถึงมือของลีฟเสียงของเหรียญกระทบก็กระทบกัน และลีฟถึงกับผงะด้วยความใ
“นะ นี้ เหรียญนี้… สำหรับฉัน?”
เธอมองดูถุงใบเล็กๆ ในมือ
อารมณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ได้ไหลบ่าเข้าสู่จิตใจของเธอ
ในตอนนี้ เธอมีความรู้สึกทำอะไรไม่ถูกทำได้เพียงแต่ร้องไห้ออกมาราวกับภาระบนไหลเล็กๆของเธอได้ถูกยกออก
เธอเกิดมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างดีหรืออย่างน้อยบ้านของเธอก็สามารถกินข้าวเช้าและเย็นได้ซึ่งถือว่าดีมากแล้วสำหรับเธอแต่เมื่อวานเธอก็รู้สึกเหมือนว่าท้องฟ้าของเธอถล่มเมื่อเธอเห็นร่างที่เต็มไปด้วยเืของพี่ชายของเธอ
เธอกลัวมากในตอนนั้นและเธอก็ยิ่งกลัวมากขึ้นเมื่อเธอกลับไปยังบ้านของเธอเมื่อเธอเห็นพ่อแม่ที่อารมณ์แตกสลายด้วยความกลัวจะเสียลูกชายอันเป็ที่รักและเธอก็กลัวที่จะเสียพี่ชายอันเป็ที่รักของเธอไป
พวกเขารวบรวมเงินทุกเหรียญที่หาได้เพื่อเชิญหมอมารักษาพี่ชายที่บ้าน ในที่สุดพี่ชายของก็รอดแต่เหรียญในบ้านก็หมดลงเช่นกันในตอนนี้พวกเขาก็ยิ่งหมดหนทางแล้วจริงๆ
ความกังวลต่อความกังวลได้เข้ามายังบ้านของเธออีกครั้งแต่แล้วในความสิ้นหวังนี้ ด้วยถุงใบเล็กๆนี้ครอบครัวของเธอก็อาจจะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
ในฐานะคนชั้นต่ำการที่ครอบครัวของเธอได้รับการปฏิบัติเช่นนี้นั้นก็เหมือนกับฟ้ามาโปรด ราวกับเทพลงมาจาก์ก็ไม่ปาน เด็กหญิงตัวเล็กยังคงร้องไห้ต่อไปอย่างเงียบๆ และด้วยความเห็นใจเดรสมอนด์จึงดึงเธอเข้ามากอดพลางลูบหัว
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร มันจะไม่เป็ไร คุณจะผ่านมันไปได้ ”
เด็กผู้หญิงได้แต่ผยักหน้าทั้งน้ำตา
“เอาละวันนี้คุณกลับก่อน กลับไปดูครอบครัว”
เขาััศีรษะของหญิงสาวและมองดวงตาที่แดงก่ำของเด็กหญิง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"เดี่ยวผมจะตามไปส่ง"