“ไม่หรอกเ้าค่ะท่านแม่ ดีเสียอีกยิ่งมีลูกค้าเยอะๆข้ายิ่งชอบ”
“หึ เ้านี่ก็เก่งใช้ได้ข้าไม่คิดมาก่อนว่าคนเช่นเ้าจะมีหัวเื่การค้าขายเช่นนี้ ถือว่าข้ามองเ้าผิดไปจริงๆ”
นางยิ้มให้กับเล่าฮูหยิน
“เอาล่ะ เดือนหน้าจะมีงานไหว้ศาลเ้าประจำเมืองข้าอยากให้เ้ากับจ้วนสือเตรียมตัวให้พร้อม”
เหวินเฟิงเหอขมวดคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
“เตรียมตัวเหตุใดต้องเตรียมตัวด้วยเล่าท่านแม่”
เล่าฮูหยินหยิบพัดขึ้นมาพัดก่อนจะแสยะยิ้มออกมา
“ก็งานไหว้ศาลเ้าประจำเมือง 2 ปีจึงจะมีหนนึงอีกทั้งยังมีความเชื่อว่าชายหญิงที่แต่งงานกันแล้วยังไม่มีบุตรหากได้เข้าร่วมพิธีไหว้ศาลเ้าประจำเมืองจะทำให้มีดวงิญญาขององค์เทพลงมาจุติด้วยเช่นไรเล่า”
เหวินเฟิงเหอถึงกับขมวดคิ้วขึ้นในทันที
“เฮ้อ งมงายจริงๆเลย”นางพูดขึ้นเบาๆในใจก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างเห็นดีด้วยกับเล่าฮูหยิน
“เช่นนั้นข้ากับท่านพี่จะได้เตรียมตัวเ้าค่ะท่านแม่”
เล่าฮูหยินแสยะยิ้มอย่างพอใจ
หลี่หยางเหมยที่ได้เห็นท่าทีของเล่าฮูหยินที่ดูพอใจในตัวเหวินเฟิงเหอก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้
ครั้นเมื่อถึงงานไหว้ศาลเ้าประจำเมือง......................
เล่าฮูหยินได้สั่งให้เหล่าคนใช้จัดเตรียมขนมของไหว้ให้พร้อมก่อนจะนำไปที่ศาลเ้าที่จัดงาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เหวินเฟิงเหอที่กำลังจัดเครื่องแต่งกายให้กับคหบดีเหวินอยู่เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูนางจึงรีบละมือออกจากเขาในทันที
เมื่อประตูถูกเปิดออกนางก็เห็นหลี่หยางเหมยยืนรออยู่
“เ้ามีอะไรเช่นนั้นหรือสาวใช้หลี่”
หลี่หยางเหมยยื่นถุงกำยานหอม 2ใบให้กับนาง
“เล่าฮูหยินให้ข้านำถุงกำยานมาให้นายท่านกับเหวินฮูหยินเ้าค่ะ”
นางรีบรับถุงกำยานมาจากหลี่ยางเหมยในทันที
“ขอบใจเ้ามาก”นางพูดพร้อมกับจะปิดประตูห้องเพราะรู้สึกไม่ชอบที่หางตาของหลี่หยางเหมยพยายามมองลอดเข้าไปหาคหบดีเหวินที่ยืนแต่งตัวอยู่ภายในห้อง
“เดี๋ยวเ้าค่ะเหวินฮูหยิน”
“มีอะไรเช่นนั้นหรือ”
“เล่าฮูหยินบอกให้พวกท่านรีบไปที่ศาลเ้าเ้าค่ะเพราะใกล้ได้เวลาทำพิธีแล้ว”
“อื้มข้าเข้าใจแล้ว”นางตอบหลี่หยางเหมยก่อนจะรีบปิดประตูห้องในทันที
หลี่หยางเหมยมองดูประตูที่ปิดลงก่อนจะแสยะยิ้มราวกับมีแผนร้าย
ครั้นเมื่อทั้งสองมาถึงงานไหว้ศาลเ้าประจำเมือง ไต้ซือผู้ประกอบพิธีก็ได้ให้ผู้เข้าร่วมพิธีที่จะขอบุตรนำถุงกำยานมาให้กับไต้ซือเพื่อประกอบพิธี ซึ่งถุงกำยานของแต่ละคู่จะถูกแยกออกจากกัน หลังจากนั้นไต้ซือจะทำการจุดกำยานทั้งหมดเพื่อทำพิธีไหว้ศาลเ้าและเป็การบูชาต่อองค์ทวยเทพให้ลงมาจุติยังครรภ์ของหญิงสาวที่มาขอบุตร แต่เมื่อไต้ซือจุดกำยานของคหบดีเหวินและเหวินเฟิงเหอกลับจุดไม่ติด ไม่ว่าจะจุดเท่าไหร่ก็ไม่สามารถจุดได้ เมื่อเล่าฮูหยินได้เห็นเช่นนั้นก็ถึงกับหน้าเสียในทันที
เหวินเฟิงเหอมองดูใบหน้าของผู้เป็แม่สามีที่ดูท่าทางร้อนรนที่เห็นว่ากำยานของนางและคหบดีเหวินจุดไม่ติด ด้วยความที่นางไม่ค่อยประสากับพีธีเช่นนี้จึงไม่ค่อยเข้าใจ นางมองดูกำยานที่จุดไม่ติดไฟ2ชิ้นนั้นในใจก็อยากจะเข้าไปดูว่าสาเหตุอะไรจึงจุดไม่ติดไฟแต่ติดที่ไต้ซือกำลังทำพิธีอยู่หากนางทะเล่อทะล่าเข้าไปอาจจะทำให้พิธีเสียได้นางจึงทำได้เพียงมองดูอยู่ห่างๆ
หลังจากพิธีเสร็จสิ้นลงเหวินเฟิงเหออดไม่ได้ที่อยากจะรู้ถึงสาเหตุที่กำยานของนางและคหบดีเหวินจุดไม่ติดนางจึงรีบไปเก็บกำยานทั้งสองนั้นติดตัวกลับด้วย
เมื่อกลับมาถึงบ้านตระกูลเหวินเล่าฮูหยินก็นั่งลงที่เก้าอี้ไม้สักแววตาไม่พอใจจ้องมองมายังคหบดีเหวินและเหวินเฟิงเหอ
“ท่านแม่มีอะไรเช่นนั้นหรือเหตุใดท่านแม่จึงได้มองข้าทั้งสองเช่นนั้น”เหวินเฟิงเหอถามขึ้นด้วยความสงสัย
“หึ พวกเ้าทั้งสองไม่รู้เช่นนั้นหรือว่าในพิธีเกิดอะไรขึ้น”
เหวินเฟิงเหอส่ายหน้าเบาๆด้วยความไม่รู้
“เฮอะ ก็กำยานของพวกเ้าเช่นไรเล่า เ้ารู้หรือไม่ว่าในพิธีไต้ซือจะทำการจุดกำยานเพื่อขอให้ทวยเทพลงมาจุติกับผู้เป็เ้าของกำยานแต่หากกำยานจุดไม่ติดนั่นหมายความว่าไม่มีองค์เทพองค์ใดอยากลงมาจุติด้วย ข้าล่ะผิดหวังยิ่งนัก”
“อ่อเป็เช่นนี้เองงั้นหรือเ้าค่ะ”นางพูดขึ้นราวกับคลายความสงสัย
“แล้วนี่เ้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยเช่นนั้นหรือเฟิงเหอ”เล่าฮูหยินถามขึ้นอย่างไม่พอใจ
เหวินเฟิงเหอหยิบถุงกำยานที่นำกลับมาด้วยออกมาก่อนจะเทมันลงบนโต๊ะพร้อมกับหันไปมองหน้าของหลี่หยางเหมย
“ข้าว่าไม่ใช่เพราะองค์เทพไม่อยากลงมาจุติกับข้าทั้งสองหรอเ้าค่ะแต่เป็เพราะมีใครบางคน้าให้กำยานของพวกข้าจุดไม่ติดมากกว่า”นางพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองหลี่หยางเหมย