บทที่ 14 ชอนอีเซกับพวกขยะ 1 (1)
[ชื่อ : ซนซองวอน อายุ 22 ปี]
[ความสามารถพิเศษ]
[บัฟ : <เพิ่มพลังเสียงร้อง> ช่วยเพิ่มพลังเสียงร้องให้มีความเสถียรมากขึ้นขณะร้องเพลง]
[จำนวนแต้มที่ใช้ 30 แต้ม]
อ้อ...ดูเหมือนหมอนี่จะเป็คนที่ร้องเพลงเก่งที่สุดในวง
แต้มที่ใช้จะเพิ่มตามความยอดเยี่ยมของความสามารถนั้น ๆ
ผมอยากฟังเหมือนกันว่าเขาจะร้องเพลงได้เก่งขนาดไหน
แล้วความสามารถของนาซอนอูล่ะ?
[ชื่อ : นาซอนอู อายุ 21 ปี]
[ความสามารถพิเศษ]
[บัฟ : <ศูนย์แคลอรี> สามารถกินอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะจำนวนแคลอรีที่รับประทานเข้าไปจะเท่ากับศูนย์]
[จำนวนแต้มที่ใช้ 10 แต้ม]
นี่เป็ความสามารถที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น
"นี่เราเป็คนที่น้ำหนักขึ้นง่ายหรือไงหว่า?"
ผมนึกอิจฉาเพื่อนร่วมวงคนนี้ที่ยังไม่เคยพบหน้าขึ้นมาทันที
ขณะนี้ รถแท็กซี่ก็แล่นเข้าไปใกล้ตำแหน่งของหอพักมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมชำเลืองมองไปที่ระบบนำทางก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง
"คุณผู้โดยสารครับ มาถึงแล้วครับ"
รถแท็กซี่จอดลงตรงหน้าอาคารที่เหมือนหอพักพอดี
ผมหยิบค่าโดยสาร...นี่คือครั้งแรกที่ผมหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาสำรวจอย่างจริงจัง
ผมนำกระเป๋าตังค์ใบนี้ออกมาจากเสื้อคลุมตัวหนึ่งที่แขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า มันเต็มไปด้วยบัตรเครดิต บิลต่าง ๆ และเช็คสำหรับขึ้นเงิน
มีเวลาเมื่อไหร่ผมว่าจะลองโทรไปที่บริษัทบัตรเครดิตเ่าั้เพื่อดูว่าตัวบัตรจำกัดวงเงินหรือไม่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเร่งด่วนในตอนนี้
ผมเลือกเอาบัตรที่ดูใหม่ที่สุดออกมา โชคดีที่การจ่ายเงินผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหา
เมื่อจ่ายค่าโดยสารเรียบร้อย ผมก็กำลังจะลงจากรถ แต่คนขับแท็กซี่ก็ถามขณะยื่นบัตรเครดิตคืนมาว่า
"นี่ ในจำนวนผู้โดยสารที่ผมรับขึ้นรถมา คุณเป็คนที่หล่อมากที่สุดเลยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็ดาราใช่หรือเปล่า?"
คนขับแท็กซี่มองหน้าผมด้วยความชื่นชม แต่อันที่จริงเขาชื่นชมชอนอีเซนั่นแหละ ไม่ได้ชื่นชมผมหรอก
แน่นอนว่าตัวจริงของผมก็ไม่ได้หน้าตาขี้เหร่อะไร...
แต่นี่เป็ครั้งแรกในชีวิต 40 ปีที่มีคนชมผมว่าหล่อ
"เอ่อ แค่หน้าเหมือนน่ะครับ...แต่ก็ขอบคุณมากนะครับ"
ปัญหาก็คือชอนอีเซไม่ใช่ดารา แต่เขาเป็นักร้องที่เดบิวต์มา 5 ปีแล้วและก็ยังไม่ดังสักที
เมื่อมีคนชมว่าหน้าตาหล่อเหลาเหมือนดารา ผมก็ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจ
ผมพยายามไม่ทำตัวกระดากอาย
ผมรับบัตรเครดิตกลับคืนมาและจ้องมองไปทางหอพัก
"พี่ผู้จัดการบอกว่าที่พักชั่วคราวของพวกเราอยู่ชั้น 3"
พิจารณาจากหน้าตาของตึกหลังนี้แล้ว มันไม่ได้มีขนาดเล็กเกินไปที่กลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4 คนจะอาศัยอยู่ด้วยกัน
"ขึ้นไปเลยดีกว่า"
ระหว่างที่นั่งรถแท็กซี่มา ผมใช้เวลาทั้งหมดไปกับการตอบแช็ตและตรวจสอบความสามารถพิเศษของเพื่อนร่วมวง
แต่เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ผมก็ยังรู้สึกเหมือนมีบางอย่างรบกวนจิตใจเล็กน้อย
ความจริง ผมไม่ได้เป็เด็กวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ต่อให้ผมสารภาพเื่นี้กับทุกคน พวกเขาก็คงคิดว่าผมบ้าอยู่ดี
แต่ผมก็ยังคงเป็กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดผมได้ยินเื่แปลก ๆ ที่ไม่คาดฝัน
"แล้วนี่เราเหลือกี่แต้มล่ะเนี่ย?"
เพียงผมคิดสงสัยอยู่ในใจ หน้าต่างข้อความก็ปรากฏขึ้นมา เ้าขนปุ๋ยเห่าใส่ผมเพื่อเรียกร้องความสนใจ
โฮ่ง!
[ชอนอีเซ (อิมฮยอนซอง) อายุ 24 ปี]
[จำนวนแต้มคงเหลือ : 30 แต้ม]
[บริการฉายซ้ำความทรงจำ : 30 แต้มต่อ 1 ตอน]
[บริการทบทวนความทรงจำ : 15 แต้มต่อ 1 ตอน]
[บริการแทรกแซงเหตุการณ์ : 100 แต้มต่อ 1 ครั้ง]
ต่อให้ผมทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ ผมก็จะได้รับเพียง 100 แต้มเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าระบบช่วยเหลือพวกนี้มีเพื่อดูดแต้มของผมจริง ๆ
[ถึงคุณจะไม่พอใจ แต่จำนวนแต้มที่ต้องใช้จะไม่ลดลงเด็ดขาด]
อย่ามาอ่านใจกันตามใจชอบแบบนี้สิ
ผมล้มเลิกความคิดไม่พอใจทั้งหมดทันทีและเลือกบริการเสริมในการทบทวนความทรงจำ
[บริการเสริม > ทบทวนความทรงจำ]
[คุณ้าจะซื้อบริการเสริมทบทวนความทรงจำหรือไม่?]
[ตกลง / ปฏิเสธ]
ผมเลือกตกลง
[กำลังดำเนินการทบทวนความทรงจำในรูปแบบเสียง]
หลังจากนั้น สภาพแวดล้อมรอบตัวผมก็กลายเป็สีเทา และเวลาก็หยุดเดิน
"ช่างเถอะ คนที่ได้เป็เซ็นเตอร์*[1]ก็คงเป็พี่อีเซอยู่ดีใช่ไหม? ตลกชะมัด ฉันไม่จำเป็ต้องถามเลยด้วยซ้ำ"
"ซองวอน อย่าพูดอย่างนั้นสิ ที่วงเรายังอยู่รอดมาจนถึงปัจจุบันแบบนี้ได้ก็เป็เพราะอีเซไม่ใช่หรือไง?"
"งั้นพวกเราจะทำยังไงกันดี เมื่อไหร่ผมจะได้เฉิดฉายกับเขาบ้าง? เป็แบบนี้น่าเบื่อจะตาย พวกเราคัมแบ็คแต่ละที มีนักข่าวเยอะกว่าคนดูอีก"
“ซะ…ซองวอน...อย่าพูดแบบนั้น..."
"นี่แกยังกลัวฉันอยู่อีกเหรอ? สภาพขี้ขลาดอย่างแกยังมีหน้าไปขึ้นเวทีอีกได้ยังไง?"
"เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ไอ้เด็กพวกนี้!"
"นี่ เยจุน นายไม่คิดว่าตัวเองรังแกคนอื่นมากเกินไปหน่อยหรือไง? หรือว่านายอยากจะเป็นักเลง ไม่ได้อยากจะเป็นักร้องแล้วสินะ?"
"หึหึ...งั้นฉันกลับบ้านดีกว่า...เฮ้อ ฉันไม่อยากทะเลาะกับใครอีกแล้ว..."
"ให้ตายเถอะ...ซอนอู อย่าร้องไห้เลยนะ นายชอบกินไก่ทอดไหม? เยจุน โทรสั่งไก่ทอดมากินกันหน่อยดีกว่า"
"แล้วใครจะเป็คนจ่ายค่าไก่ทอดล่ะ?"
"ก็ต้องเป็อีเซอยู่แล้ว..."
ทุกครั้งที่ซนซองวอนพูดอะไรออกมา เ้าขนปุ๋ยก็จะส่งเสียงขู่ในลำคออย่างไม่พอใจ
ผมมีแววตาเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีในขณะที่ไม่มีอะไรให้รับฟังอีก
โอเยจุนเป็พวกโวยวายและพูดคำหยาบบ่อยที่สุด
ซนซองวอนเป็พวกขี้บ่นปากมาก
รยูคยองฮวาเป็คนที่รู้จักชอนอีเซดีมากที่สุด และคงเห็นเขาเป็บ่อเงินบ่อทอง
ดูเหมือนเ้าเพื่อนร่วมวงพวกนี้ร่ำร้องอยากจะกลับบ้านกันแล้ว
"ฟังจากคำพูดของแต่ละคน นี่มันวงไอดอลที่ไหนกัน มีแต่เศษขยะชัด ๆ"
แต่แน่นอนว่าเศษขยะที่น่ารังเกียจที่สุดในวงก็คงต้องเป็ชอนอีเซ ซึ่งไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม ชอนอีเซก็จะได้รับการหนุนหลังจากพ่อแม่ผู้มีอำนาจอยู่เสมอ
เหตุผลที่วงยังไม่แตกก็เพราะพวกเขาไม่สามารถยุบวงได้ตามใจชอบนั่นเอง
ผมไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน
"ติ๊ด"
มีเสียงสัญญาณสั้น ๆ ดังขึ้นในหัวของผม
[นี่คือการทบทวนความทรงจำจากวันที่ 13 มกราคม ตอนที่ชอนอีเซมีอายุได้ 24 ปี]
เมื่อได้รับฟังเสียงเหล่านี้ ผมก็ััได้อย่างชัดเจนว่าปัญหาคืออะไร
ทำไมชอนอีเซถึงเลือกทิ้งความฝัน และพยายามฆ่าตัวตายอย่างนั้นเหรอ?
วันที่ 13 มกราคม ชอนอีเซมีอายุ 24 ปี...
นั่นเพิ่งจะผ่านไปได้ไม่นาน
เพื่อนร่วมวงรวมตัวกันทีไรก็ต้องทะเลาะกันทุกที และกลายเป็เื่ยากที่จะทำการแสดงบนเวที นี่ก็คงเป็สาเหตุสินะ?
ผมมองรอบตัวและเดินขึ้นไปที่ชั้น 3 ซึ่งสภาพแวดล้อมทุกอย่างกลับมาเป็ปกติก่อนที่ผมจะทันรู้ตัวเสียอีก
"รหัสผ่านคือ...อะไรหว่า อ้อ พี่ผู้จัดการเคยส่งมาให้แล้ว"
เมื่อผมมายืนอยู่หน้าประตูที่ไม่คุ้นเคย ผมก็กดเลขรหัสผ่านสี่ตัว แล้วล็อกประตูก็ถูกปลด ประตูห้องเปิดออกทันที
และสิ่งที่รอผมอยู่หลังประตูก็น่าจะเป็...ซนซองวอนกับนาซอนอู
[1] ตำแหน่งที่สมาชิกในวงได้รับมอบหมายให้เป็ตัวเด่นในการแสดง ส่วนใหญ่จะมีภาพลักษณ์และเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตา