เทพสงครามมังกรเทวะ

    พี่หญิงคนใหม่

    เมื่อปรากฏการณ์ธรรมชาติเกิดขึ้นมาแสดงถึงว่ามีมีคนที่ได้ถือครองบัลลังก์ราชัน เหล่าผู้ถือครองคนอื่นๆในเวลานี้กลับมีสีหน้าที่แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง แต่โดยรวมๆแล้วพวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อจะได้พบกับสหายคนใหม่ผู้ถือครองพลังแห่งพระเจ้าเหมือนกับพวกเขา แต่หากพวกเขารู้ว่าคนที่ถือครองคือเสวียเหม่ยเกรงว่าจะต้องหวาดผวากันไปตามๆกันเนื่องจากฉายานางมารเหมันต์ปฐมกาลนั้นไม่ใช่ของที่ได้มาง่ายๆในเวลาที่นางไม่มีบัลลังก์ราชันนางก็เกือบจะเทียบเคียงผู้ถือครองอยู่แล้วและมาถึงเวลานี้ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่านางจะเหนือล้ำเพียงใด

     

    ตัดกลับมายังมหาดินแดนเยือกแข็งในเวลานี้เสวียเหม่ยได้ลืมตาขึ้นมาแล้วบัลลังก์ราชันและมงกุฏหายเข้าไปในตัวของนางในทันที พร้อมกับตัวนางเองที่ลอยมาอยู่ข้างๆกันเฟยหรง

     

    "ยอดเยี่ยมๆยินดีด้วยผู้สืบทอดแห่งข้า เอาละถึงเวลาที่ต้องจากลากันแล้ว ในฐานะของผุ้ถือครองบัลลังก์ราชันรุ่นก่อนขอให้เจ้าใช้พลังนี้อย่างถูกต้องก้เพียงพอ และในฐานะของบรรพบุรุษของเจ้าข้าเองก็ขอให้เจ้ามีชีวิตคู่ที่ดีต่อจากนี้"

     

    "บรรพบุรุษ!!"เฟยหรงเเละเสวียเหม่ยอุทานพร้อมกันอย่างแปลกใจ โดยเฉพาะเสวียเหม่ยที่ตอนนี้นางรู้สึกสั่นสะท้านไปหมด นี่คือบรรพบุรุษของนางจริงๆหรือ

     

    "ฮ่าๆๆนามของข้าคือเสวียเหยียน เจ้าคิดว่าไงละ"เสวียเหยียนกล่าว เวลานี้เสวียเหม่ยกระจ่างในใจ เจ้าบัลลังก์คนนี้แซ่เสวียเหมือนกับนางดั้งนั้นนางจึงผสานมือคาราวะในทันที "เสวียเหม่ยคาราวะท่านบรรพบุรุษ"

     

    "ฮุฮุ เด็กน้อยไม่จำเป็นต้องมากพิธีไป แม้ข้าจะเกิดในตระกูลเสวียแต่ข้าก็ออกมานานแล้วได้เห้นลูกหลานที่เก่งและโดดเด่นเช่นนี้ก้ถือว่าข้าตายตาหลับ เด็กน้อยจำไว้ความแค้นไม่ใช่สิ่งที่ผิดแต่เจ้าควรจะใช้มันเป็นตัวกระตุ้นและไม่ควรถลำลึกจนลืมสิ่งรอบข้างไป ไม่เช่นนั้นเมื่อเจ้าแก้แค้นสำเจ็ขสิ่งที่รอเจ้าอยู่ข้างหน้านั้นแล้วเต็มไปด้วยความว่างเปล่า"เสวียเหยียนกล่าวสังสอนเป็นครั้งสุดท้ายร่างเงาของนางก็หายวับไปกับตา

     

    "น้อมรับคำสอนของบรรพบุรุษ"เสวียเหม่ยกล่าว ในเวลานี้ต่อให้เสวียเหยียนไม่ออกมาบอกนางก็ค้นพบสิ่งสำคัญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นชีวิตนี้นอกจากการแก้แค้นนางยังมีครอบครัวใหม่แล้วเช่นเดียวกัน ตัวนางไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป

     

    เมื่อเสวียเหยียนหายไปเฟยหรงก็ได้หันไปหาเสวียเหม่ยในทันทีก่อนจะกล่าว "ยินดีด้วยสำหรับบัลลังก์ราชัน"กล่าวเพียงนั้นสั้นๆเสวียเหม่ยก้พุ่งตัวเข้ามากอดเขาในทันที

     

    "หากไม่ได้เจ้าข้าคงไม่มีวันนี้และคงสืบทอดบัลลังก์ราชันไม่ได้"เสวียเหม่ยกล่าวอย่างจริงใจ ด้านในภาพลวงตานั้นชายหนุ่มที่นางเห็นย่อมไม่ใช่ใครนอกจากเฟยหรงสามีของนางนี่เอง

     

    "กลับกันเถอะ นี่เราออกมาเกือบสองเดือนแล้ว"เสวียเหม่ยพยักหน้าและเดินทางกลับในทันที ทั้งสองไม่ได้รีบร้อนอะไรเพียงแค่เดินทางไปช้าชื่นชมความงามท้องฟ้ายามราตรีไปเรื่อยๆจนในที่สุดผ่านไปเจ็ดวันพวกเขาถึงกลับมาถึงยังพระราชวังเยือกแข็ง

     

    เฟยหรงและเสวียเหม่ยนั้นแม้จะกลับมาถึงที่หมายแต่พวกเขาก็ไม่ได้ปิดกั้นอารมณ์ความรักไคร่ที่มีให้กันมากนักแต่ก็ไม่ได้แสดงมันออกมาอย่างประเจิดประเจ้อ เนื่องจากเฟยหรงรู้ดีในพระราชวังเยือกแข็งนี้เสวียเหม่ยต้องทำตัวเคร่งขรึมเพื่อไม่ให้ขายหน้าแก่ผู้อาวุโส ทั้งเดินทะยานร่างมาถึงยังพระราชวังเยือกแข็งบนยอดเขา เหล่าภรรยาของเฟยหรงก็เข้ามาต้อนรับเป็นอย่างดีพร้อมกับเจ้าตัวเล็กทั้งสองที่ตอนนี้มีกระบี่อยู่ด้านหลังของพวกนางแล้ว

     

    นี่ทำให้เฟยหรงสงสัยไม่น้อยแต่พอถามไถ่ปรากฏว่ากระบี่สองเล่มนี้แม่สามของพวกนางให้มาและนั่นคือจ้าวหลานนั่นเอง สมกับที่เป็นเทพธิดากระบี่เหมันต์นางสามารถหากระบี่ที่เหมาะกับลูกสาวทั้งสองได้อย่างง่ายดาย

     

    "ขะ ข้าขอตัวก่อน มะ มีธุระบางอย่างที่ข้าต้องจัดการ"เสวียเหม่ยกล่าวอย่างตะกุกตะกักและหายวับไปจากบริเวณนั้นในทันที เนื่องจากนางแทบไม่รู้จะกล่าวเรื่องเฟยหรงกับศิษย์ของพวกนางอย่างไรดีดังนั้นจึงเลือกออกไปตั้งหลักก่อนและไอ้ด้วยท่าทีรนรานของนางนี้เองมันก็ทำให้เหล่าภรรยาของเฟยหรงเริ่มเอะใจขึ้นมาแล้วมองมาที่เฟยหรงผู้เป็นสามีอย่างคาดคั้นเอาความจริง เฟยหรงที่ได้เห็นถึงกับผงะไปชั่วครู่ก่อนที่จะยอดเปิดปากเล่าเรื่องของเขาและเสวียเหม่ยออกมาอย่างไม่ปิดบัง

     

    "จะ เจ้าตัวร้าย!!อาจารย์ของพวกเรายังไม่ละเว้น!"

     

    เหล่าหญิงสาวก่นด่าเฟยหรงพร้อมกันจนชายหนุ่มตัวอ่อนยวบไปในทันที แต่ดูจากอาการของพวกนางแล้วไม่ได้โกรธเฟยหรงแต่อย่างใดแต่ดูเหมือนพวกนางจะตกใจมากกว่าเพราะไม่นึกว่าอาจารย์ที่แสนเย็นชาของพวกนางจะเสร็จสามีตัวร้ายไปด้วยนั่นเอง

     

    "เห้อ เอาเถอะ แบบนี้นี้ก็ดีกว่าไปคว้าเอาผู้หญิงไม่ดีมาละนะ"ในฐานะภรรยาคนที่หนึ่งเสียวเซียนนั่งลงและกอดอกอันอวบอิ่มอย่างเข้าใจ ความเจ้าชู้ของเฟยหรงมันเผยออกมาตั้งนานแล้วดังนั้นนางจึงไม่ได้ติดใจเอาความอะไรมากนัก ทั้งยังจะออกจะยินดีด้วยซ้ำที่อาจารย์ของนางกลับกลายเป็นพี่น้องไปด้วยอีกคน

     

    "แต่เซียนเซียนเราจะเรียกอาจารยืว่าอย่างไรดีละทีนี้ จะลำดับกันอย่างไร"จ้าวหลานกล่าวถามขึ้นมาเพราะนางนึกสับสน เสียวเซียนเพียงยิ้มและกล่าวออกไป "เรื่องนี้ต้องปรึกษาอาจารย์ ดูเหมือนว่าคืนนี้จะต้องมีชุมนุมสาวน้อยเกิดขึ้นเสียแล้ว"

     

    หญิงสาวอีกสองคนพยักหน้าอย่างเข้าใจผิดกันเฟยหรงที่ตอนนี้นั่งคอตกจนลูกๆทั้งสองของเขาต้องเดินเข้ามาดูและมองซ้ายมองขวารอบตัวพ่อของตนเอง "ท่านพ่อหาแม่แปดให้พวกเราแล้วหรือเจ้าคะ"พวกนางกล่าวถามอย่างใสซื้อแม้จะเป็นเด็กแต่ก็จับต้นชนปลายถึงเรื่องราวที่บรรดาแม่ๆของพวกนางคุยกันได้ เฟยหรงยกยิ้มและพยักหน้ารับสารภาพกับเจ้าเด็กน้อยแต่โดยดี นี่ทำให้พวกนางพากันวิ่งเต้นยกใหญ่ด้วยความตื่นเต้นและดีใจอย่างถึงที่สุดเนื่องจากแม่ของนางเคยบอกไว้ยิ่งมีแม่มากเท่าไรครอบครัวจะยิ่งอบอุ่นมากเท่านั้นแล้วพวกนางยังมีสิทธิ์ที่จะมีน้องมากขึ้นนั่นเอง

     

    ในค่ำคืนนั้นในขณะที่เสวียเหม่ยกำลังนั่งอยู่ในห้องของนางนั้น พวกเสียวเซียนพากันมาเคาะประตูของนางในทันที เสวียเหม่ยสบัดมือหนึ่งครั้งพลันเปิดออกในทันที เหล่าหญิงสาวทั้งสาวรวมถึงเจ็าเด็กตัวน้อยทั้งสองเข้ามาหานางด้วยรอยยิ้มที่ดีเป็นมิตรจนทำให้เสวียเหม่ยต้องผงะ พวกนางต้องการอะไรจากนางกันหรือจะมากลั่นแกล้งนางเหมือนที่เฟยหรงเคยกล่าวไว้

     

    "ท่านอาจารยืพวกเราทราบเรื่องจากสามีหมดแล้วนะเจ้าคะ"เสียวเซียนยกยิ้มพร้อมกล่าวขึ้น เสวียเหม่ยได้ยินก็คิ้วกระตุกในทันทีไม่คิดว่าเฟยหรงจะบอกหญิงสาวของเขาได้เร็วถึงเพียงนี้ดังนั้นจึงได้แต่นิ่งเงียบ

     

    "เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะเจ้าคะ ดังนั้นพวกข้าจึงมาขอความเห็นจากท่าน"จ้าวหลานกล่าว

     

    "ความเห็น??"เสวียเหม่ยอุทานขึ้น

     

    "ใช่ เจ้าค่ะ ความเห็นสำคัญมากด้วยในเรื่องนี้ ท่านจะให้พวกข้าเรียกท่านว่าอย่างไรดีเจ้าคะ"เสียวเซียนกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าจริงจังราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

     

    "เห้อ นึกว่าเรื่องอะไร ตอนเรียนให้เรียกว่าอาจารย์ตามเดิมส่วนเวลาอื่นนั้นแล้วแต่พวกเจ้า"เสวียเหม่ยกล่าวอย่างโล่งใจ นางคิดว่าพวกนางจะคัดค้านความสัมพันธ์ของนางกับเฟยหรงเสียอีก โชคดีไปที่เป็นแค่เรื่องลำดับขั้นภรรยาเท่านั้นเอง

     

    "งั้นข้าต้องขอล้วงเกิน"เซียนปิงเอ๋อกล่าวจบนางก็หายตัวมาโผล่ที่ด้านหลังของเสวียเหม่ยในทันที พร้อมทั้งกอดนางเอาไว้แน่นใบหน้าของนางดูมีความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด "ข้าอยากทำเช่นนี้มาตั้งนานแล้วพี่หญิงตรงนี้ของนางดูน่าขยำยิ่งนัก"

     

    "ปิงเอ๋อหยุด อ๊า"เสวียเหม่ยตื่นตระหนกขึ้นมาโดยพลันเวลานี้มืออันซุกซนของศิษย์นางกำลังขยำภูเขาทั้งสองลูกของนางอยู่ ทางด้านเสี่ยวเซียนและจ้าวหลานถึงกับหัวเราะกันคิกคัก เนื่องจากไม่เคยเห็นเสวียเหม่ยเป็นเช่นนี้มาก่อน ในเวลาที่พวกนางพากันฝึกฝนอาจารยืของนางมักจะเข้มงวดอยู่ตลอดเวลาจนพวกนางไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ แต่บัดนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เสวียเหม่ยตอนนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะของอาจารย์ของพวกแต่เป็นพี่หญิงดังนั้นความซุกซนที่ซ่อนมานานของพวกนางจึงปะทุออกมา และหยอกล้อหญิงผู้เคยเป็นอาจารย์ของพวกนางอย่างเป็นกันเอง

     

    "พวกเจ้าอย่า อย่าจับตรงนั้น อ๊าา"เสวียเหม่ยร้องขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะเวลานี้นางถูกเหล่าลูกศิษย์รุมกลั่นเเกล้งจับนั่นจับนี่ไปทั่วร่างกายทั้งยังมีเจ้าตัวน้อยที่ตอนนี้หัวเราะอย่างชอบใจอยู่ใกล้ๆอีกด้วย