ปัง ปัง ปัง
เสียงเคาะประตูดังมาจากทางหน้าบ้านค่ำมืดขนาดนี้ใครมากันนะ ทั้ง 4 คนต่างออกมาจากในห้องเพื่อที่จะไปดูเพราะไม่คุ้นเสียงของคนที่ตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้าน
" มีใครอยู่ไหมครับ "หลี่ฮ่าวตูตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้านพักที่สอบถามแล้วว่าหลังนี้เป็นหลังที่น้องสาวของเขาพักอาศัยอยู่
" หลังนี้แน่นอนใช่มั้ย " แต่ก็ยังไม่วายถามคนข้างๆเพื่อความแน่ใจเพราะดูเหมือนว่าทั้งบ้านจะไม่มีไฟจากตะเกียงหรือแสงเทียนเหลืออยู่แล้ว
" อืม " คนที่ยืนข้างๆ ตอบออกมาเพียงสั้นๆฮ่าวตูได้แต่ส่ายหน้ากับความนิ่งเงียบตามแบบฉบับของเขานอกเวลางานจำเป็นต้องเก๊กขนาดนี้มั้ยเนี่ย
กว่าที่พวกเขาจะทำเรื่องขอเปลี่ยนตัวแล้วยืนยันตัวตนก็ใช้เวลานานพอสมควรเกือบ 2 สัปดาห์สำหรับเวลาในการดำเนินการ นี่ถือว่าเร็วมากแล้วในยุคที่การสื่อสารล้าหลังขนาดนี้หยางหมิงเฉิงดำเนินการเองทุกขั้นตอนโชคดีที่เขามีเพื่อนอยู่ทุกหน่วยงานคนภายในจะทำอะไรหรือติดต่ออะไรก็ย่อมรวดเร็วกว่าคนธรรมดาอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติการที่จะเปลี่ยนคนเพียงคนเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร จริงๆ เขาจะเอาตัวเธอไปเลยก็ย่อมได้กล่าวคือเหล่าปัญญาชนที่ถูกเกณฑ์มานั้นเป็นเพียงนโยบายบังหน้าที่ชะลอความก้าวหน้าของประเทศหลังจากเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองใหม่ได้ไม่นานเพียงเท่านั้น
ตลอดระยะเวลาที่เดินทางมาหนทางช่างลำบากยิ่งห่างไกลเมืองหลวงเท่าไหร่ความแตกต่างยิ่งชัดเจนหลี่ฮ่าวตูรู้สึกสงสารน้องสาวจับใจเธอไม่เคยต้องลำบากอะไรแบบนี้มาก่อนครอบครัวเขาเป็นข้าราชการไม่ต้องทำนาทำไร่ตัวเขาเองยังทำไม่เป็นนับประสาอะไรกับน้องสาวที่ถูกเลี้ยงมาดั่งแก้วตาดวงใจถึงแม้ว่าบ้านอื่นจะยกย่องลูกชายว่าดีกว่าลูกสาวแต่เพราะทั้งบ้านของเขามีเพียงน้องสาวเขาเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงทุกคนจึงรักและเอาใจใส่เธอมากเป็นพิเศษอีกทั้งเธอมีหน้าตาที่น่ารักน่าทะนุถนอมใครเห็นเป็นต้องเข้ามาขออุ้มตลอด
เวลาเปลี่ยนคนก็เริ่มเปลี่ยนตัวฮ่าวตูเองพอขึ้นระดับมัธยมก็เรียนหนักเพราะต้องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อที่จะเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยรับราชการเขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการเรียนความสนิทสนมกับน้องสาวจึงค่อยๆ หายตามไปด้วยประกอบกับพ่อเขานำภรรยาใหม่พร้อมลูกติดเข้ามาในบ้านทำให้ตัวหลี่เล่อเยียนเองกลายเป็นคนพูดน้อยเธอชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเล่นกับน้องชายอาจจะเพราะเธอเคยเป็นที่รักของทุกคนแต่พอมาวันหนึ่งมีอีก 2 ชีวิตเข้ามาจึงทำให้เธอค่อนข้างเก็บตัวซึ่งต่างจากหรูฟางเซียนที่เธอเป็นคนร่างเริงยิ้มแย้มเข้ากับคนในบ้านได้เป็นอย่างดี
" มาหาใครคะ " หม่ายวี่ไท่เป็นคนไปเปิดประตู
เมื่อเห็นชายรูปร่างสูงโปร่งทั้งสองคนเธอก็ขมวดคิ้วเพราะมั่นใจว่าไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อนแน่แต่รู้สึกคุ้นหน้าชายที่หุ่นบอบบางคนนี้อย่างบอกไม่ถูกลักษณะท่าทางของเขาบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเป็นพวกนักศึกษาแน่นอนเพราะท่าทางลูกคุณหนูผิวขาวราวกับไม่เคยเจอแดดจมูกโด่งเป็นสัน หุ่นไม่กำยำออกไปทางผอมเพรียวซะมากกว่า
ต่างจากอีกคนที่ยืนข้างๆกันคนนี้แผ่ไอของความน่าเกรงขามรูปร่างกำยำบ่งบอกว่าออกกำลังกายสม่ำเสมอดูเป็นคนสุขภาพดีหน้าตาหล่อเหลาคมคายแม้ว่าผิวออกจะคล้ำไปบ้างแต่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนผิวดำแต่คล้ำเพราะตากแดดหม่ายวี่ไท่เข่าแทบทรุดเพราะความหล่อที่กินกันไม่ลงคนหนึ่งหล่อแบบสะอาดสะอ้านผู้ดีอีกคนก็หล่อเท่บาดใจเหลือเกินไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้เหมือนโดนสะกดคนอะไรทำไมถึงนิ่งขนาดนี้หากไม่สังเกตจังหวะการหายใจคงคิดว่าเขาเป็นรูปปั้นที่สวรรค์สร้างแล้วทำหล่นมาจากบนฟ้าแน่นอน
" อะแฮ่ม " เมื่อรู้สึกว่าถูกจ้องนานเกินไปฮ่าวตูเลยกระแอมเพื่อเรียกสติหญิงสาวตรงหน้าเป็นแบบนี้ทุกทีสิน่าเวลาที่พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกัน
" สวัสดีครับ ผมมาหาน้องสาวเธอชื่อว่าหลี่เล่อเยียนน่ะครับ "ฮ่าวตูไม่ได้แนะนำตัวเองแต่บอกจุดประสงค์ของเขาออกไป
" คุณเป็นอะไรกับเธอคะ "แม้จะได้ยินที่เขาบอกว่าเล่อเยียนเป็นน้องสาวแต่ก็อยากแน่ใจว่าไม่ใช่พวกแอบอ้างถึงแม้หน้าตาเขาจะเหมือนเล่อเยียนถึงหกส่วน
'ใช่แล้ว คิดออกแล้วเขาเหมือนเล่อเยียนนี่เองถึงว่าทำไมเธอถึงคุ้นๆหน้าของเขาแต่เพื่อความแน่ใจรอฟังเขาบอกก่อนดีกว่า'
" ผมเป็นพี่ชายชื่อหลี่ฮ่าวตูครับ " ฮ่าวตูกรอกตาไปนี่ท่าทางเขาดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยหรือไงกันนะเมื่อครู่ไม่ใช่ว่าเขาเพิ่งบอกไปหรอกหรือว่ามาหาน้องสาว
" ใครมาหรืออาไท่ "คนข้างในเห็นว่าหม่ายวี่ไท่ออกไปเปิดประตูนานแล้วแต่ไม่ยอมกลับเข้ามาสักทีจึงออกมาดูเผื่อว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
" เขาบอกว่าเป็นพี่ชายของเล่อเยียนน่ะ " ยวี่ไท่ตอบคำถามของหมี่เมี่ยนแล้วก็หลีกทางให้พี่น้องได้มองหน้ากันแบบชัดๆ
หลี่เล่อเยียนที่ตอนแรกกะว่าจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อตรวจให้รู้ผลแต่ก็ต้องอั้นเอาไว้ก่อนเมื่อได้ยินสิ่งที่ยวี่ไท่ได้บอกเมื่อครู่
" พี่ "เล่อเยียนจำเขาได้ในความทรงจำทำให้น้ำตาเธอมันรื้นขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวเธอแค่รู้สึกว่าดีใจเหมือนได้พบคนในครอบครัวของเธอจริงๆไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดขึ้นได้ยังไง
" เยี่ยนเอ๋อร์ "ฮ่าวตูยิ้มกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของน้องสาวเธอดูผอมไปเล็กน้อยแต่ก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นสำรวจคร่าวๆ ดูท่าเธอจะไม่ลำบากอย่างที่เขาคิดไว้ในตอนแรกเพราะดูท่าเธอจะผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
" พี่มาได้ไงเข้ามาก่อนเถอะค่ะ "เล่อเยียนเดินเข้าไปหาตั้งใจจะไปจูงมือพี่ชายเข้าบ้านแต่ต้องชะงักเพราะเธอเพิ่งจะสังเกตเห็นชายข้างๆพี่ชายของเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใส่เครื่องแบบแต่เธอจำเขาได้เธอจำคิ้วโก่งเข้มเหมือนคันศรธนู จำดวงตาดุจเหยี่ยวที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเธออู่จมูกโด่งสันรับกับใบหน้าเรียบเนียนที่นิ่งสนิทของเขาได้เหมือนมันติดอยู่ในใจของร่างนี้อยู่นานแล้ว หยางหนิงเฉิง
" สวัสดีค่ะ "เธอก้มหัวทักทายเขามันเป็นไปเองโดยที่หลี่เล่อเยียนก็งงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทักทายเขาด้วย
" อืม " มีเพียงเสียงขานรับเพียงเท่านั้นที่เขาตอบออกมาแต่เธอรู้สึกได้ว่าเขากำลังสำรวจตัวเธออยู่เพราะเขาไม่ปิดบังท่าทีหรือสายตาเลยว่ากำลังจ้องมองเธอเพียงคนเดียว
' ตาก้อนน้ำแข็งนี่จะจ้องอะไรขนาดนั้นนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยแต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนเป็นนักโทษเลยล่ะ งือ..ฉันก้าวขาไม่ออกแล้วนะ '
" เชิญค่ะ เชิญค่ะ "หมี่เมี่ยนพูดทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้เพราะดูเหมือนเล่อเยียนเธอจะสติหลุดไปตั้งแต่ได้พบพ่อเทพบุตรหน้านิ่งนั่นไปซะแล้ว
เมื่อมาถึงห้องโถงของบ้านฮุ่ยหลินรู้ความดีที่สุดว่าเธอเป็นคนนอกถึงแม้ว่าอยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมในบทสนทนามากเพียงใดก็ตามแต่ก็ต้องหักห้ามใจแล้วพาตัวเองกลับเข้าห้องส่วนใจเธอนั้นลอยไปสยบแทบเท้าของชายผิวแทนหน้านิ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
" พี่มาที่นี่ได้ยังไงคะ"เล่อเยียนหลังจากตั้งสติได้จึงถามไถ่ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชาย อืม...บ้านนี้หน้าตาดีกันทั้งบ้านจริงๆซินะ
" พี่มาทำทุกอย่างให้ถูกต้องแล้วก็ต้องขอโทษเธอด้วยที่ต้องมาลำบากไกลถึงขนาดนี้"เดิมทีฮ่าวตูมีเรื่องในหัวจะคุยกับน้องสาวมากมายแต่เขานั้นพูดไม่ออกได้แต่รู้สึกละอายใจแทน
" ฉันไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ" เล่อเยียนกล่าวยิ้มๆคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายเธอหมาดๆกำลังจะเรียนจบเขาสมควรทำตามความฝันเพราะมันอีกแค่นิดเดียว จริงๆแล้วเป็นเธอที่มาน่ะถูกแล้ว
" ไม่ลำบากอะไรพี่รู้ไหมคะว่าเล่อเยียนวันนี้เป็นลมแล้วก็อาเจียนออกมาด้วย"หมี่เมี่ยนได้ทีก็ฟ้องพี่ชายของเล่อเยียนทันทีแต่ก็ต้องหยุดพูดเพราะหางตาดันเหลือบไปเห็นคนที่นั่งเป็นรูปปั้นนั้นคิ้วเขาเริ่มขยับได้แต่เป็นการขมวดคิ้วเข้าหากันนะหรือเขาจะรำคาญที่เธอพูดแทรกสองพี่น้องนั่น
" จริงหรือเยี่ยนเอ๋อร์น้องเป็นอะไรมากรึเปล่า เจ็บตรงไหนไหม"ฮ่าวตูได้ฟังก็ตกใจมากรีบเข้าไปจับมือพลิกดูซ้ายขวามาเพื่อสำรวจ
" อะแฮ่ม " แต่คนที่นั่งหน้านิ่งข้างๆ ดันมากระแอมซะนี่
'ไอ้หมอนี่จะมาหวงอะไรกันเขาเป็นพี่ชายนะพี่ชายเป็นห่วงน้องสาวไม่ได้หรืออย่างไรกัน' แต่พอหันไปมองหน้าเพื่อนที่มาด้วยกันเป็นต้องปล่อยมือน้องสาวตัวเองเพราะสายตาที่มองมานั้นช่างดุดันซะเหลือเกินอยู่ห่างๆ อย่าห่วงๆ จะดีกว่า
"ไม่หรอกค่ะ แค่เป็นลมแดดน่ะ " เล่อเยียนกล่าวยิ้มๆกับความเป็นห่วงที่พี่ชายมีให้พร้อมกับเหลือบไปมองหยางหมิงเฉิงก็พบว่าเขาจ้องเธอราวกับว่าจะเข้ามาสิงในร่างนี้แทนเธอได้เขาคงทำไปแล้ว
" ต้องขอโทษพวกเธอด้วยที่มารบกวนค่ำมืดขนาดนี้ " ฮ่าวตูรู้สึกปีติยินดีที่เห็นน้องสาวเขาใจร้อนแต่มีคนใจร้อนยิ่งกว่าที่อยากจะพบหน้าน้องสาวเขาเร็วๆแต่พอมาเจอกลับไม่พูดอะไรกับเธอเลยสักคำ
" ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พอดีพวกเรายังไม่เข้านอน "หมี่เมี่ยนตอบอย่างเขินอาย เจอคนหล่อหน้าตาดีใครบ้างจะไม่ใจเต้นแรง เล่อเยียนทำบุญด้วยอะไรทำไมหล่อนถึงพบเจอแต่เทพบุตร(เพราะเธอเป็นนางเอกจ้ะ อิอิ)
"จริงซิพี่ทานอะไรมาหรือยังคะ"เล่อเยียนนึกขึ้นได้ว่าถ้าเกิดเขาเพิ่งจะมาถึงหมู่บ้านก็น่าจะยังไม่ได้กินอะไรเป็นแน่
" ยังเลย นี่ก็กะว่าจะไปที่บ้านพักตามที่ทางค่ายจัดหาให้น่ะ "ฮ่าวตูบอกน้องสาวเขาไปตามตรง
" งั้นพี่รอฉันสักครู่นะคะ ขอฉันไปต้มบะหมี่ให้พี่ก่อน "เล่อเยียนรีบเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเองพร้อมทั้งแอบหยิบเอาบะหมี่มาจากในมิติซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ห่อแล้วจริงๆแล้วเธอลืมซื้ออะไรอีกหลายอย่างมากนะก่อนที่จะจากมาโชคยังพอเข้าข้างที่ในห้องพักยังมีของพวกนี้อยู่บ้าง
เธอหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมา5 ห่อ ไข่ไก่ 4 ฟองเห็ดหอมแห้งอีกหนึ่งกำมือ แล้วก็ซาลาเปาอีก 8 ลูกคิดว่าเท่านี้น่าจะเพียงพอสำหรับผู้ชายตัวโต 2 คนนี้นะ
หมี่เมี่ยนขันอาสาลงไปเก็บผักที่ปลูกในแปลงหลังบ้านคงไม่พ้นต้นหอมแล้วก็มะเขือเทศพวกเธอตกลงกันว่าวันหยุดครั้งหน้าจะเข้าไปในเมืองหาดูเมล็ดพืชผักสวนครัวมาปลูกให้มันหลากหลายมากกว่านี้หน่อย
" เพิ่งมาถึงเหนื่อยๆ พี่ไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ น่าจะเสร็จทันบะหมี่นี่พอดี"เล่อเยียนเห็นสภาพแต่ละคนแล้วก็แทบจะรับไม่ได้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะหน้าตาดีแต่กลิ่นตัวของพวกเขาที่เดินทางมาหลายวันก็ใช่ว่าจะดีตามหน้าตาฮ่าวตูกับหมิงเฉิงพยักหน้าเพราะตอนนี้พวกเขาก็เหม็นกลิ่นตัวของกันและกันมากเลยทีเดียว
" ดีเหมือนกัน รบกวนพวกเธอด้วยนะ "ฮ่าวตูแม้จะเกรงใจเพื่อนของน้องสาวอยู่บ้างแต่เขาทนอยู่ในสภาพนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆหนุ่มหล่อเจ้าสำอางอย่างเขาไม่ได้อาบน้ำมา 3 วันแล้วเพราะเร่งเดินทางมาหาน้องสาวจริงๆ เขาก็ไม่ได้รีบอะไรขนาดนั้นแต่เพื่อนรักเพื่อนชังเขาคนนี้ร้อนใจเป็นไหนๆแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนยังดีที่มีแอบงีบบนรถไฟมาบ้าง
" ตามสบายเลยค่ะ " หม่ายวี่ไท่ตอบเสียงแผ่วเธอพูดดังกว่านี้ไม่ได้แล้วตอนนี้เธอรู้สึกเกร็งมากไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ตรงไหน
" งั้นพี่รอฉันสักครู่นะคะขอไปหยิบของใช้ให้พี่ก่อน "เล่อเยียนเธอพยายามชวนพี่ชายคุยปากจะได้ไม่ว่างพร้อมกับยื่นของกินที่เธอไปหยิบมาให้กับยวี่ไท่ให้ไปในครัวรอเธอก่อน
พอถึงห้องเธอหยิบสบู่ก้อนใหม่ออกจากมิติพร้อมทั้งยาสระผมยาสีฟันด้วยเพราะคิดว่าผู้ชายสองคนนั้นไม่น่าจะมีอะไรมาแน่นอนเธอหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ออกมาให้กับพี่ชายส่วนผู้ชายคนนั้นฝันไปเถอะเขาคงน่าจะมีอยู่แหละมั้ง
" นี่ค่ะ ห้องน้ำอยู่ทางด้านหลังนี่ตะเกียงค่ะ"เล่อเยียรส่งของทั้งหมดให้กับพี่ชายจากนั้นก็เดินไปทางครัวที่มียวี่ไท่รออยู่ก่อนแล้ว
พวกเธอทำอาหารง่ายๆนั่นก็คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแม้จะงงไปบ้างว่ามาได้ไงแต่ตลาดมืดก็สามารถช่วยชีวิตของเล่อเยียนได้อีกเช่นเคยเธอต้มบะหมีใส่ไข่ ใส่ต้นหอมพร้อมทั้งมะเขือเทศหั่นเต๋าลงไปช่วยไม่ได้นี่นาเธอไม่รู้ว่าพี่ชายจะมาไม่งั้นคงเหลือเนื้อไว้ให้เขาแล้วแต่โชคดีที่มีซาลาเปาเอาออกมาอุ่นก็ทานได้แล้ว
" เสร็จแล้วล่ะยกไปข้างในกันเถอะ" หมี่เมี่ยนจัดแจงถ้วยชามยวี่ไท่ยกหม้อต้มบะหมี่ส่วนเล่อเยียนเป็นคนเดินไปตามพี่ชายเพราะตอนนี้พี่ชายเธอและหยางหมิงเฉิงไม่ได้อยู่ที่ห้องโถงของบ้านแล้ว
" พี่คะ อยู่ในห้องรึเปล่าอาหารเสร็จแล้วค่ะ "เล่อเยียนไม่กล้าเข้าไปได้แต่ยืนเรียกอยู่หน้าห้องแต่รอจนสักพักไม่มีเสียงตอบรับจึงผลักประตูเข้ามาในห้องนอนของเธอ
" ว้ายยยย"
..........
ตัดจบแบบละครไทยอิอิ สมองปรู้ดปร้าดมาก แต่ปวดตา นิ้วเริ่มหงิกเพราะพิมพ์ในมือถือไรท์เข้าระบบพิมพ์ในคอมไม่เป็นขออภัยในความ low techno มา ณ ที่นี้ด้วยจ้า????