“ก่อเื่ให้มันน้อยๆ หน่อย” เสียงเตือนจากคนแก่ดังขึ้น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน คือคุณย่าหวงนั่นเอง
ตอนนี้ท่านกำลังอยู่ในห้องของหยางจู หลายวันแล้วที่ไม่ได้เข้ามาที่นี่ พอได้มาเห็นก็อดแปลกใจไม่ได้ ข้าวของดูจะมากกว่าครั้งก่อน และที่สำคัญมีแต่ของราคาด้วยกันทั้งนั้น
“คุณย่าก็เห็นนี่คะว่าพี่สะใภ้มาหาเื่ฉันถึงที่ห้อง”
“นั่นเป็เพราะหล่อนทำอะไรไม่รู้จักระวัง จะกินเนื้อหรือกินปลาฉันก็ไม่ว่าหรอก แต่คนอื่นไม่เหมือนกัน อีกอย่างก็ใช้เงินให้มันประหยัดหน่อย ไม่ใช่ใช้เงินมือเติบแบบนี้”
“ทราบแล้วค่ะ วันนี้ขอบคุณคุณย่ามากนะคะที่มาช่วย” หยางจูเปลี่ยนเื่ ไม่อย่างนั้นเธอได้ถูกบ่นเื่ใช้เงินเกินตัวเป็แน่
“ใครช่วยหล่อน? ฉันช่วยเหลนชายฉันต่างหาก ถ้ายังจัดการกับคนพวกนั้นไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะเอาเหลนฉันมาอยู่ด้วยได้ ิเอ๋อร์ กลับห้อง”
หยางจูได้ยินแบบนี้ก็ตาโต จากนั้นก็ระบายยิ้มออกมาอย่างไม่ปิดบัง แบบนี้ก็แสดงว่าเธอใกล้ที่จะได้ตัวลูกชายแล้วหรือเปล่า?
หลังจากที่เข้าไปในเมือง ความคิดที่จะขอแยกบ้านของเธอก็เปลี่ยนไป อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น อย่างมากก็ต้องลงไปใช้แรงงานที่ทุ่งนา ทำงานแลกแต้มค่าแรง รอสิ้นปีมาถึงได้รับส่วนแบ่งจากทางการ ซึ่งเธอไม่มีทางทำแบบนั้นแน่
ในเมืองมีแหล่งหาเงินมากกว่าเป็ไหนๆ อีกทั้งยังมีโรงงานอยู่มากถึง 3 โรง ทั้งโรงงานทอผ้า โรงงานเหล็กกล้า และโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ถึงอย่างนั้นเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็ยังขาดตลาด
ยุคนี้ทางการให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กมากเป็พิเศษ ทำให้โรงงานเหล็กกล้ามีอยู่ทุกมณฑล แต่น่าแปลกที่ในตัวเมืองเล็กๆแห่งนี้กลับมาโรงงานเหล็กกล้าเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
พี่รองกับคนบ้านรองก็ไปทำงานที่โรงงานเหล็กกล้า เพียงแต่ได้เป็พนักงานชั่วคราว ไม่ใช่พนักงานประจำ สวัสดิการต่างๆ รวมไปถึงค่าแรงขั้นต่ำจึงได้น้อยกว่าพวกพนักงานประจำเท่าตัว
ความจริงค่าแรงขั้นต่ำของพนักงานประจำ อยู่ที่ 35 หยวน แต่พี่รองกลับได้รับเงินเดือนเพียง 15 หยวน และรายได้ของบ้านใหญ่ยังมีของ หวงจิ่นเม่ยน้องเล็กของบ้าน ปีนี้เธออายุ 17 ปี เธอทำงานที่โรงงานทอผ้า ได้รับเงินเดือนอยู่ที่เดือนละ 12 หยวน นอกจากนั้นยังมีคุณพ่อหวง เป็ผู้นำหมู่บ้านท่านได้รับเงินเดือน 30 หยวน ส่วนคุณแม่หวงนั้นทำงานที่สหกรณ์หมู่บ้าน ได้เงินเดือน 10 หยวน และพี่ใหญ่ทำงานเป็กรรมการหมู่บ้าน ได้รับเงินเดือน 12 หยวน
กระทั่งอารองที่ทำงานที่นั่นมาเป็สิบๆปี ยังได้ค่าแรงเดือนละ 30 หยวนเท่านั้น ซึ่งถือว่าสูงสุดในบรรดาพนักงานชั่วคราวแล้ว
แต่บ้านรองยังมี หวงิเซียน ซึ่งเป็ลูกชายคนโต เขาก็ทำงานที่โรงงานเหล็กกล้าด้วยเหมือนกัน และเงินเดือนก็อยู่ที่ 15 หยวนต่อเดือน
ส่วนลูกชายอีกคนคือ หวงิลู่ เขาสมัครไปเป็ทหารพร้อมกับ หวงจิ่นกวงสามีของหยางจู ทั้งสองคนได้รับเงินเดือนอยู่ที่ 40 หยวน
เท่ากับว่าบ้านใหญ่จะมีรายได้รวมกันต่อเดือนทั้งหมด เดือนละ 107 หยวน ส่วนบ้านรองจะมีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 85 หยวน
ถึงรายได้บ้านใหญ่จะมีรายได้มากกว่า แต่จำนวนสมาชิกของบ้านก็มีมากกว่าบ้านรองเท่าตัวเช่นเดียวกัน ทำให้สภาพการเงินของบ้านรองคล่องตัวกว่าเป็ไหนๆ
เช้าวันถัดมา หยางจูก็ออกจากบ้านั้แ่เช้ามืด โดยไม่ลืมไปขออนุญาตคุณย่าหวงด้วยเช่นกัน ถึงจะถูกบ่นและถูกมองด้วยสายตาไม่พอใจ แต่ก็ยังพยักหน้าด้วยความจำยอม
ไปถึงตลาดมืดหยางจูพบว่าคุณยายท่านนั้นมายืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว โชคดีที่เธอแอบเอาเตาออกจากมิติ ไปไว้ในที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ไม่อย่างนั้นคงหาโอกาสหยิบตาขนาดใหญ่ออกมาไม่ได้
“สวัสดีค่ะคุณยาย มารอนานแล้วเหรอคะ?”
“ไม่นานๆ ไหนล่ะของ ได้มาหรือเปล่า” ท่านไม่ถามเปล่า ขณะที่ถามสายตาก็คอยสอดส่องไปได้
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ว่าแตุ่คุณยายมีคนมาช่วยแบกไปหรือเปล่า ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่าเตาถ่านของฉันคุณภาพดีมาก รับรองว่าไม่เหมือนเตาถ่านทั่วไปแน่นอน”
“ดีๆ ส่วนคนช่วยยกนั้นไม่ต้องห่วง หลานชายของฉันก็มายืนรอด้วยเหมือนกัน เขาอยู่แถวๆนี้แหละ”
“งั้นก็ดีค่ะ ฉันเอาของไปวางไว้ตรงซอกตึกตรงนั้นที่มีใบไม้คลุมไว้อยู่ คุณยายให้หลานชายไปตรวจสอบก่อนได้ค่ะ” หยางจูพูดจบก็มีผู้ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินไปยังจุดที่เธอชี้ สักพักเขาก็พยักหน้ากลับมา เป็อันว่าเรียบร้อย
“นี่จ้ะเงิน 60 หยวน แล้วก็คูปองเนื้อ 2 ชั่ง บอกตามตรงว่าคูปองหายากกว่าเงินเสียอีก”
“อะไรกันคะคุณยาย ฉันจำได้ว่ายังไม่ตกลงราคาเลยนะคะ อย่าเห็นว่าฉันเป็คนซื่อแล้วจะมาเอาเปรียบกันได้นะคะ เตาถ่านราคาตามท้องตลาดก็ 50 หยวนแล้ว ไหนจะต้องใช้คูปองอุตสาหกรรมกว่าจะได้มันมา แบบนี้ฉันก็ขาดทุนแย่สิคะ” หยางจูเริ่มสร้างมูลค่าราคาสินค้า
“งะ งั้นเหรอ? แม่หนูฉันไม่รู้ราคาจริงๆ ขอโทษด้วยๆ ถ้าอย่างนั้นเธอจะขายเท่าไหร่เหรอ?” เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ง่าย คุณยายท่านนี้เริ่มเหงื่อตก
“ฉันยังยืนยันคำเดิม ว่าเห็นแก่ความยุติธรรมของคุณยายหรอกนะคะ ฉันขายแค่ 80 หยวนก็แล้วกันค่ะ”
“วะ ว่าอย่างไรนะ!!” ได้ยินรคาแล้วท่านถึงกับถามซ้ำด้วยความใ
“ไม่รับไม่เป็ไรนะ ฉันถามขายต่อคนแถวนี้ได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะคะ ถ้าเปลี่ยนใจกลับมาซื้อซ้ำแล้วไม่ได้ราคานี้แน่นอน” หยางจูทำท่าจะเดินจากไป
“ดะ เดี๋ยวก่อน แม่หนู ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย ตกลงกันแล้วก็ต้องขายให้ฉันสิถึงจะถูก 80 หยวนก็ 80 หยวน ตามนั้นแหละ” คุณยายยื่นเงินให้ด้วยมือสั่นเท่า รู้สึกปวดจเมื่อเงินที่ท่านเก็บหอมรอมริบไปอยู่ในมือของคนอื่น
“ขอบคุณค่ะ ฉันไปก่อนนะคะ” หยางจูรีบรับเงินมา ด้วยกลัวว่าคุณยายท่านนี้จะเปลี่ยนใจ
ถ้าถามเธอว่าเตาถ่านธรรมดาๆนี้ราคาแพงไปหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่าแพงมากถ้าเทียบกับยุคที่เธอจากมา แต่ถ้าเทียบกับยุคอดอยากนี้แล้วไม่แพงเลยสักนิด ใครๆก็้าเปลี่ยนมาใช้เตาถ่านด้วยกันทั้งนั้น แต่ติดตรงที่หายากและราคาเอื้อมไม่ถึง
หยางจูเก็บเงินเข้าไปในมิติ พอนับมันออกมาแล้วมีมากถึง 1100 หยวน ไม่รู้ว่าจะพอซื้อบ้านแถวในเมืองได้หรือเปล่า คงต้องหาเวลาออกมาสำรวจราคาก่อน
วันนี้เธอไม่ได้เอาของออกมาขาย เพราะตั้งใจมาขายแค่เตาถ่านให้คุณยายท่านนั้น จากนั้นก็จะเดินสำรวจดู เผื่อว่าจะมีที่ไหนประกาศขายบ้าน แม้ว่าจะเป็เื่ยากมากเลยก็ตาม
แต่แล้วเหมือน์เมตตา เมื่อเธอเหลือบไปเห็นป้ายประกาศขายบ้านหลังหนึ่ง เป็บ้านชั้นเดียว ขนาด 60 ตารางวา ซึ่งถือว่าไม่เลวเลย ถึงจะดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่ถ้าเอามารีโนเวทใหม่ก็คงจะดูดีเลยทีเดียว
“มาดูบ้านเหรอคะ?” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังของเธอ
“ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าขายไปหรือยังคะ?” หยางจูยิ้มให้กับผู้มาใหม่
“ฉันเป็ลูกสาวของเ้าของบ้านหลังนี้ค่ะ พอดีว่าแม่ของฉันท่านเสียแล้ว ฉันเป็ลูกคนเดียว แต่งงานไปอยู่บ้านสามีแล้ว บ้านหลังนี้ก็เลยว่างน่ะค่ะ”
“เสียใจด้วยนะคะ” หยางจูลุ้นจนตัวโก่งว่าเ้าของจะขายมันราคาเท่าไหร่
“ขอบคุณค่ะ ท่านแก่แล้วค่ะ อยู่ไปก็ทรมานเปล่า”
“แล้ว?”
“จริงสิคะ ต้องขอโทษด้วยที่ชวนคุณคุยเื่ไม่เป็เื่ พอดีว่ามีคนมามัดจำบ้านหลังนี้แล้วล่ะค่ะ เห็นบอกว่าเขากำลังทำเื่กูเงินจากโรงงานเพื่อมาซื้ออยู่ น่าเสียดายนะคะ ฉันติดประกาศขายไปเกือบปีแต่ไม่มีคนสนใจเลย พอจะมาก็มาพร้อมๆกัน”
หยางจูเหมือนคนหูดับ ทั้งที่เธอหาบ้านหลังนี้เจอแล้วแท้ๆ และยังเจอเ้าของบ้านด้วยความบังเอิญอีก ์ ถ้าจะเข้าข้างกันแบบนี้ก็ไม่ต้องหรอก เหมือนเธอลอยอยู่บนก้อนเมฆ แล้วสักพักก็ถูกถีบให้ตก์เพราะมาช้าไป