[ประกาศ : คุณได้รับรางวัลจากการสังหารสัตว์ป่าตัวแรก 30 คะแนนนักล่า] [ประกาศ : คุณได้รับรางวัลจากการสังหารสัตว์ป่าสภาวะหวาดกลัวตัวแรก 50 คะแนนนักล่า] [ประกาศ : คุณได้รับรางวัลทั้งหมด 2 เท่าจากการลงมือเพียงลำพัง] [ประกาศ : คุณได้รับโบนัสแต้มค่าสถานะ 7 หน่วยจากผลลัพท์] [ทรัพย์นารักษ์ ราม] ความแข็งแรง : 14 หน่วย ความคล่องตัว : 14 หน่วย สัญชาตญาณ : 17 หน่วย สติปัญญา : 20 หน่วย วิญญาณ : 0[6] หน่วย [แต้มที่ยังไม่ได้เพิ่ม 7 หน่วย] คะแนนนักล่า : 191 แต้ม พรสวรรค์ : [จักรพรรดิวิหคนภาแรก] ตึ้ง!! ร่างของรามอ่อนล้าจนถึงขีดสุด เขาปล่อยตัวให้หล่นลงมาจากร่างของเจ้าหมียักษ์ที่สูงกว่า 2 เมตรจนทำให้ร่างของเรากระแทกกับพื้นอย่างแรก ตอนนี้แม้อยากที่จะยืนขึ้นยังยาก ด้วยร่างกายที่อ่อนล้าพร้อมทั้งขาของเขาบอบช้ำอย่างหนัก รามจึงคิดที่จะนอนพักก่อนครู่หนึ่ง หากแต่ความไม่ไว้วางใจในสถานที่ เขาจึงพยายามใช้มือหยิบเอายาฟื้นพลังวิญญาณออกมาดื่ม โดยคาดการณ์ว่าหนึ่งในสาเหตุที่เขาเหนื่อยอ่อนผิดปรกติก็เพราะพลังวิญญาณของเขาหมดลง การใช้พลังพรสวรรค์โดยผู้เป็นเจ้าของเดิมนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ใครเล่าจะไปคิดว่า เปลวเพลิงที่ตนได้รับมาจะสามารถใช้แช่แข็งได้! ถ้ามันทำได้แต่แรกแล้วทำไมไม่มีเขียนคู่มือเอาไว้เล่า เมื่อดื่มยาแล้ว รามรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขานั้นสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้ แต่มันก็มีบางส่วนเช่นขาของเขาที่ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ รามลุกขึ้นมานั่งนวดขาขวาของตัวเองเบาๆ ขณะนั้นเองหางตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งกำลังลอยเข้ามาหาเขา โดยไม่ต้องกล่าวถามว่ามันคือสิ่งใด รามก็เริ่มถอนหายใจออกมาก่อนแล้ว ''รางวัลที่ได้รับมันคุ้มค่าหรือไม่กับความพยายามของท่าน?'' คำถามนั้นไม่สมควรพูดออกมาจากปากของมันเลย สาเหตุที่รามเกือบตายนั้นก็มาจากมันแทบทั้งสิ้น! ''เรื่องสำคัญแบบนั้น ทำไมคุณถึงพึ่งมาบอกกัน...'' แม้จะโกรธแค่ไหนรามก็จำเป็นต้องฝืนอารมณ์ตัวเองไว้ เพราะในตอนนี้เขายังไม่มีความสามารถมากพอจะต่อคำกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ขนาดแค่กับเจ้าหมียักษ์นี่เขาก็ประมาทเกินไปจนเกือบที่จะทำให้ตัวเองบาดเจ็บสาหัสหรืออาจจะตายได้หากรามตัดสินใจช้าและจักรพรรดิวิหคนภาแรกไม่ออกมาช่วยเหลือเขา กระนั้นภูติน้อยอิลล์ก็ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร มันกลับหัวเราะออกมาเบาๆ หลังจากที่รามได้พูดถาม ''ฮิฮิ มันไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นงั้นหรือ? โดยทั่วไปแล้วเจ้าหมียักษ์และสิ่งมีชีวิตคล้ายๆ กันนี้ก็จัดเป็นสิ่งที่ยังไม่ควรรับมือในวันแรกๆ ใครเล่าจะไปคาดฝันว่าท่านจะคิดต่อกรกับมันตั้งแต่วันแรกที่มาถึงนี้ ข้าเลยไม่ได้เตรียมตัวที่จะบอกข้อมูลเรื่องนี้ข้าต้องขออภัยจริงๆ'' แม้มันจะกล่าวเช่นนั้น แต่จากสีหน้าและแววตามันกลับไม่มีความสำนึกผิดเลยสักนิด ชีวิตของมนุษย์ดูจะไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาของมัน ''...'' รามพูดไม่ออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาคงได้แต่โทษตัวเองที่ใจร้อนเกินไป แต่สิ่งที่ได้รับจากการสู้เจ้าหมียักษ์นั้นก็ทำให้เขามีความสุขมากแปลกๆ... ''เช่นนั้นนอกเหนือจากรางวัลของนายท่านทั้งหลาย ข้าจะขอมอบอะไรให้ท่านรามเล็กน้อยแทนคำขอโทษก็แล้วกัน'' เจ้าภูติน้อยอิลล์บินตรงมาลอยอยู่เหนือขาขวาที่บาดเจ็บของราม เพียงการวาดมือไปมากลางอากาศ ก็บังเกิดละอองแสงสีเขียวตกลงมา บาดแผลที่เคยช้ำและน่าจะมีอาการร้าวที่กระดูกก็เริ่มที่จะหายดีจนแทบไม่รู้สึกในเวลาหลังจากนั้นไม่นาน! ''ข้านั้นคิดไว้แล้วว่าท่านรามจะต้องตายไปแน่ๆ ใครเล่าจะคาดฝันว่าพลังพรสวรรค์ของท่านจะมอบความช่วยเหลือให้แบบนี้ ท่านรู้หรือไม่ พลังพรสวรรค์ก็เหมือนกับคุกสำหรับตัวตนระดับสูง พวกมันจำต้องมอบพลังให้กับมนุษย์ผู้เป็นร่างสถิตโดยบางตัวก็ยินยอมแต่บางตนก็ไม่ หากมนุษย์ผู้นั้นตายตัวมันก็จะกลายเป็นอิสระอีกครั้ง ทำให้พวกพลังพรสวรรค์มิได้คิดแยแสชีวิตของมนุษย์เท่าไหร่ เหตุการณ์นี้มันทำให้ข้านั้นประหลาดใจมากจริงๆ'' ''แต่หากลองมาคิดดูแล้ว ข้ากลับหลงลืมไปว่าท่านจักรพรรดิวิหคนภาแรกนั้น เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเมตตาสูงส่ง บางทีเขาอาจจะเห็นใจท่านรามจนลืมไปว่าตัวท่านจักรพรรดิวิหคนภาแรกสามารถหลุดพ้นได้ถ้าหากท่านรามนั้นตายไป เรื่องนี้มันทำให้ข้านั้นรู้สึกดีประหลาดจริงๆ ฮิฮิ'' ภูติน้อยอิลล์ไม่คิดที่จะอยู่สนทนานานนัก มันพูดขึ้นโดยไม่หวังการตอบรับจากราม เพียงไม่นานหลังจากที่พูดจบ เจ้าภูติน้อยอิลล์ก็ได้บินทะยานหายไปเช่นเดิม รามหวังเป็นอย่างมากว่าจะไม่พบเจอกับมันอีกในเร็วๆนี้... ''ยังไงก็ต้องขอบคุณมันที่ช่วยรักษาล่ะนะ'' รามพยายามคิดในแง่ดี เขาค่อยๆ ดันร่างของตัวเองให้ลุกขึ้น ผลจากการรักษาของภูติน้อยอิลล์ทำให้ร่างกายของรามเหมือนพึ่งตื่นนอน เขารู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก รามกระโดดขึ้นไปดึงดาบของตัวเองที่ปักอยู่ออกมา ในตอนนั้นเอง... โครกก.... เสียงท้องของเขาก็ดังขึ้นมาจนแม้ไม่มีคนอยู่รอบๆ เขาก็ยังรู้สึกอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น 'เรายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่นะ... คงจะต้อง...' สายตาของเขามองไปยังเจ้าหมียักษ์ที่มีน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม เพราะเหตุอันใดก็ไม่อาจจะทราบได้ รามรู้สึกว่าเนื้อของมันน่าอร่อยเป็นอย่างมาก หากจะขนมันไปทั้งร่างก็ดูจะหนักเกินไป ดังนั้นรามจึงได้ดันตัวของมันให้ล้มลง หลังจากนั้นก็ได้ใช้ดาบของตัวเองผ่าท้องของมันเพื่อเอาเครื่องในออก ลดน้ำหนักไปได้หลายสิบกิโลกรัม หลังจากนั้นรามก็ได้ใช้มือทั้งสองข้างค่อยๆ ดึงร่างของเจ้าหมียักษ์ที่ไร้เครื่องในกลับไปยังจุดที่กลุ่มของเขารวมตัวกันอยู่... ... เวลานี้ดวงตะวันก็ใกล้จะลาลับ หมายถึงใกล้ที่จะหมดเวลาในวันแรกที่แสนเหน็ดเหนื่อยเต็มที ก่อนที่แสงตะวันจะจางหายไปหมด กลุ่มคนทั้ง 5 ที่กำลังสนทนาพูดคุยกันอยู่ก็ได้เห็นถึงคนที่พวกเขารู้จักกำลังเดินมาทางนี้ แต่แทนที่จะเกิดเสียงต้อนรับยินดี เกือบทุกคนต่างเกิดอาการขนลุกไปทั่วร่าง เพราะรามไม่ได้กลับมาตัวเปล่า! ''อ๊าาาาาาาาาาาาาา!'' ''กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!'' ''นายเอาบ้าอะไรกลับมาด้วยเนี่ย!!'' ''จะเป็นอะไรไปได้ล่ะ? ซากหมีไง ฉันเห็นมันน่าอร่อยดีเลยคิดว่าจะเอากลับมากินด้วย'' รามกลับมาพร้อมเดินลากซากหมียักษ์ติดไม้ติดมือมาด้วย ดังนั้นการที่ทุกคนจะมีอาการตกใจจึงเป็นเรื่องที่เขาคิดเอาไว้ก่อนแล้ว ''จะว่าไปแล้วมันก็น่าอร่อยจริงๆ น่ะแหละ'' เสี่ยวฉางไม่ปฏิเสธในเรื่องนี้ ''ฉันขอจองขามันสักข้างได้หรือเปล่า?'' เขาชี้ไปยังเนื้อขาซึ่งเป็นส่วนที่น่าอร่อยเป็นอย่างมาก เสี่ยวฉางทำราวกับว่ากับเลือกซื้ออาหารในซุปเปอร์มาเก็ตยังไงอย่างงั้น รามที่ได้ยินก็หันไปยิ้มพร้อมกับชูนิ้วกลางไปให้ ''กับไอ้คนอย่างแกน่ะ ฝันไปเถอะ'' ''ไม่เอาน่า เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว จะให้ฉันขอโทษก็ได้'' เสี่ยวฉางได้กระทำการที่แม้แต่รามก็ยังไม่คาดคิด มันกลับยอมก้มหัวให้กับเขา ทำเอารามชะงักไปครู่หนึ่งคนแบบเสี่ยวฉางนั้นยึดมั่นในเกียรติของตนมาก... ''ฉันขอขาขวานะ'' เห็นแก่กิน... ''มีของติดไม้ติดมือมาบ้างก็ดี พวกเราเองก็รู้สึกหิวกันแล้ว ถ้านายไม่เอาซากหมีตัวนี้มาพวกเราก็คงจะต้องจำใจกินซากพวกโนมที่ขนไปทิ้งกันแล้วล่ะนะ'' อารินเดินเข้ามามองดูซากของเจ้าหมียักษ์ ขวางระหว่างสองหนุ่มที่ตั้งท่าอยากปะทะใส่กันตลอดเวลา ''นายเองก็น่าจะเหนื่อยมากแล้ว ค่อยคุยกันตอนกินก็แล้วกัน ตอนนี้พวกเรามาแบ่งหน้าที่จัดการกับซากหมียักษ์ตัวนี้กันดีกว่า'' ความเป็นผู้นำของอารินนั้นน่าชื่นชมไม่น้อย ด้วยลักษณะท่าทางของเธอที่มองดูเป็นคนฉลาดน่าเชื่อถือ ทำให้สามารถเข้าจัดการในสถานการณ์ต่างๆ ได้ไม่ยาก ตอนนี้รามเองก็ไม่อยากจะทะเลาะกันเสี่ยวฉางเท่าไหร่นัก เขาจึงเป็นคนอาสาแล่เจ้าหมียักษ์ด้วยกันกับมาคัส เสี่ยวฉางกับลูก้าจะออกไปหาฟืนในที่ใกล้ๆนี้ อารินกับน้ำก็อาสาจะเป็นคนจัดการปรุง น่าดีใจที่ในระบบตลาดมืดนั้นมีขายเครื่องปรุงต่างๆ อยู่มากมายตามต้องการ โดยแลกมากับคะแนนนักล่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้ง 6 คนนั้นทำราวกับพวกเขานัดกันมาตั้งแคมป์ต่างอากาศ โดยมีบรรยากาศรอบกายเป็นซากอารยธรรมที่ล่มสลาย ซึ่งพวกเขาก็พยายามที่จะไม่ใส่ใจมัน...
[คอมเมนต์สักนิดเป็นกำลังใจให้กันได้นะครับ :D] [ถ้าจะรีวิวให้จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ จุ๊บๆ]