จ้าวจิงถิงไม่ได้หมดสติทว่าเขาลืมตาไม่ขึ้น ทั้งยังไร้เรี่ยวแรงบอดี้การ์ดของคุณนายหงซึ่งเขาสงสัยว่าเป็คนเดียวกับภรรยา มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวพอได้กลิ่นนี้แล้วเขารู้สึกดี น่าเสียดายที่ยามปรกติตอนเจอกับเหรินซวงอิ๋นเขานั้นชอบเว้นระยะห่างจากอีกฝ่าย ตอนที่เหรินซวงอิ๋นเข้าใกล้ก็มักจะกลั้นหายใจกลัวจะติดเชื้อบ้า
เหตุการณ์ที่จำฝังใจที่ทำให้เขาเข็ดขยาดคือ เหรินซวงอิ๋นปลอมเป็ลูกน้องใหม่ของประมุขจ้าวแอบเข้ามาบนคอนโดเทลของเขา ตอนนั้นเขายังไม่มีอำนาจอะไรในตระกูลจึงไม่ได้ระวังตัวเท่าไหร่ พอจ้าวจิงถิงเปิดประตูห้องนอนก็ถูกร่างผอมบางโถมเข้าใส่แบบไม่ใส่อะไรเลย เขาใจนเกือบจะฆ่าโจรปล้นสวาทแซ่เหรินตายคามือตอนหลังให้ลูกน้องจับโยนออกไปแล้ว กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของโจรยังฟุ้งอยู่ทั่วห้องนอน
หรือคนผู้นี้หาใช่ภรรยาเช่นนั้นเขาจะช่วยเราหรือเปล่า ในตอนนั้นคุณชายใหญ่จ้าวไม่หวังให้เขาช่วยตนแล้วแค่ไม่ใช่พวกเดียวกับคนร้าย หรือคิดลงมือซ้ำเติมก็ดีถมถืด
โอ๊ย...เจ็บ ปวด ร้อน แสบ ทรมาน
ทั่วร่างกายกำยำหลั่งเหงื่อกาฬไม่หยุดสารพัดความรู้สึกไม่ดีทั้งหลาย บางอาการนึกคำบรรยายไม่ออกว่าเป็ความรู้สึกแย่แบบไหน รู้แค่ว่าั้แ่เกิดมาเกือบจะสามสิบปีเต็มจ้าวจิงถิงไม่เคยรู้สึกตนเข้าใกล้ความตายเท่านี้มาก่อน
ทรวงอกดั่งถูกเหล็กร้อนเสียบลงมาโดยไร้ซึ่งยาชาหัวใจที่เต้นอยู่ผิดจังหวะ ลมหายใจติดขัด เืทุกหยดแข็งเป็หินอวัยวะน้อยใหญ่เริ่มเสื่อมสภาพ แขนขาอ่อนแรงเสมือนคนไร้ความสามารถััเ็ปเหลือแสนกระจายไม่เว้นในกระดูก
คนผู้นั้นยกเขาขึ้นจากพื้นเขาถูกพาไปไหนไม่อาจทราบได้ บางคราวเขาหนาวจนคางสั่น สลับร้อนจนเหมือนิัพุพองเขาอ้าปากอยากคร่ำครวญ ระบายความทุกข์ทรมานออกมาเป็ถ้อยคำ แต่ยากเกินไปเขาทำได้แค่ครางแ่
ตัวของเขานั่งลงเพราะมีคนจัดท่าให้แผ่นหลังที่ตั้งเองไม่ได้ถูกฝ่ามือใครสักคนค้ำยัน ฝ่ามือนั้นอุ่นพอประมาณช่วยคลายอาการหนาวได้ เขารู้สึกว่าในตัวอุ่นขึ้นเรื่อยๆที่เคยร้อนจนไหม้ก็ไม่ได้หนักเท่าก่อนหน้านี้ เืก็เริ่มไหลเวียนตามเดิม
ผ่านไปไม่น่าจะเกินสองนาทีเขาก็หายใจเข้าออกได้สุดโดยไม่เจ็บที่กลางอก
ฮึก...ฮึกกก
มีบางอยากที่มากองอยู่ตรงลำคอรอให้เขาขย่อนออกมา เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ อาเจียนออกไปทันทีเหนื่อยแต่กลับรู้สึกโล่งขึ้น
โอ๊ย..
ที่หลังมือรู้สึกว่าถูกของแข็งแทงหรือบาด..
ไม่แน่ใจ
แต่รู้ว่ามันเจ็บความรู้สึกว่ามีแรงหนึ่งรีดกล้ามเนื้อตรงหัวไหล่ลงมา จนมาจบที่ปากแผลบนหลังมือใช้เวลาไม่นานแต่ความเ็ปก็แจ่มชัด
มือของเขาถูกยกขึ้นพันด้วยผ้าน่าจะเป็การห้ามเืเบื้องต้น
คุณชายใหญ่หมดสภาพแต่ยังพยายามยิ้มทั้งที่ไม่มีแรงแม้จะลืมตา แต่เขาก็ยังรวบรวมกำลังกล่าว
“ขอบคุณ”
เสียงขยับตัวจากผู้มีพระคุณกำลังย้ายเขามานั่งพิงกับ..อะไรสักอย่างบางทีอาจเป็ผนังสักมุม หรือเป็เสาสักต้นเสียงกลอนประตูบวกกับเสียงเดินที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ
เขาอยู่ที่ไหน ไร้ผู้คนผ่านไปมาคนนั้นลุกและก้าวไม่กี่ก้าวก็ออกจากประตูได้ แปลว่าที่นี่คับแคบ
นึกออกแล้ว..ทางหนีไฟ
จ้าวจิงถิงนั่งอยู่ตรงนั้นอีกหน่อยพอมีแรงลืมตาก็พบว่าไม่ผิดจากที่คิดไว้ มันเป็ทางหนีไฟจริง ข้าง ๆมีกองเืกองหนึ่ง คงเป็ตอนที่เขาถูกช่วยเหลือ หลังมือมีผ้าขาวพันไว้เืซึมออกมาเล็กน้อย แขนข้างนั้นอ่อนแรงแต่ยังพอขยับยกไหว
พิษตะขาบ..หนิงเทียนผู้นำกลุ่มตะขาบพิษก็มางานคืนนี้ แต่ตระกูลจ้าวหรือตัวเขาเองไม่เคยพบปะหรือมีความขัดแย้งกับใครในกลุ่มนี้เกาะเจียวเมิ่งเขาก็ไม่เคยไปเหยียบสักครั้ง อาจมีผู้ว่าจ้างกลุ่มรับจ้างเช่นนี้ใครมีเงินก็รับใช้ได้หมด
เอาไว้ก่อนตอนนี้...อีกหนึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาประชุมลงคะแนนแล้ว
จ้าวจิงถิงโทรหาคังข่าย ปลายสายรับทันทีน้ำเสียงที่เรียกคุณชายบ่งบอกว่ากำลังร้อนใจอย่างที่สุด เขาบอกว่าตนเกิดเื่แต่ไม่เป็อะไรมาก ให้ลูกน้องมาหาที่ทางหนีไฟ ไม่นานคังข่ายกับโจก็หาคุณชายของตนเจอ
“คุณชายเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับแล้วแผลกับเืคุณชายาเ็”
“เื่นี้เอาไว้ก่อนบอกคนหาชุดให้ฉันเปลี่ยนด้วย”
คุณชายใหญ่สั่งลูกน้อง “ลงมือรึยัง”คังข่ายตอบ “ครับ ทุกอย่างเป็ไปตามแผน”
“ฟางเหนียงว่ายังไงบ้าง”
“ฝากมาบอกว่าไม่ต้องห่วงงานนี้จะเป็งานสุดท้ายในชีวิตของผู้เฒ่าเ้าเล่ห์คนนั้น”
จริงสิ ยังมีอีกเื่ต้องเตือน“บอกคุณชายเข่อให้ระวังตัวด้วย โดยเฉพาะคนของหนิงเทียน” โจรีบโทรเตือนพันธมิตรทางนั้นรับทราบแล้ว พอวางสายจ้าวจิงถิงก็ถาม “เขายังปลอดภัยใช่ไหม”
“ครับ”
“ดี”จ้าวจิงถิงถอนหายใจแล้วก็เรียกลูกน้อง “ไป” คังข่ายเดินนำ คุณชายใหญ่จ้าวเดินตามปิดท้ายด้วยโจ พอออกจากทางหนีไฟ ก็เจอลูกน้องนับสิบของเขารออยู่เขาก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามอีกครั้ง ทิ้งนาทีเกือบตายกับความสงสัยมากมายที่ยังไม่กระจ่างไว้เื้ั
ด้านเหรินซวงอิ๋นใช้ปราณไปเยอะพอดูเขาฟื้นฟูร่างกายเริ่มดีขึ้นแล้ว ก็จะกลับเข้าไปในงานแต่ว่าเหตุการณ์เดจาวูก็มาเกิดตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้เป็คุณชายเข่อ นามเข่อซิงคุณชายเล็ก ตระกูลเข่อ แห่ง เมืองหลงโต้วตระกูลของเขาคุมเขตการค้าสำคัญประจำภาคตะวันตกพ่อบ้านเหรินจำเขาได้จากรูปที่ลูกน้องเอาให้ดู ตัวจริงเป็ชายรูปร่างผอมสูงแต่ไม่ดูอ่อนแอ ถึงหน้าตาซีดเชียวแต่ยังคงดูดี
เข่อซิงประคองตัวเองจนมาถึงตรงที่เหรินซวงอิ๋นยืนอยู่เขาเกาะแขนจะล้มมิล้มแหล่ “ช่วย..ด้วย” พยายามขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าที่คิดว่าเป็ดาราคนหนึ่ง
“คุณ..อะไรอีกเนี่ย”
เดี๋ยวนะ..อาการคล้ายกับไอ้ตัวปัญหาของเขาเลยรีบจับมือพลิกดูหลังมือก็เจอแผลถูกกัด ยามนี้บวมแดงจนดูน่ากลัว
เหรินซวงอิ๋นรีบพยุงเขาเข้าไปในห้องว่างเหมือนจะเป็ห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด
ทำการรักษาแบบเดียวกับที่ทำให้จ้าวจิงถิงแผ่นเหล็กที่ซุกไว้ในเสื้อเดิมใช้กันะุ ตอนนี้ถูกเอามาใช้แทนมีดอีกครั้งกรีดลงบนแผล เืสีดำมีพิษไหลออกมา เขาใช้ปราณขับจากส่วนไหล่ไปที่แผลคุณชายเข่อกระตุกสั่นและครางออกมาคงเ็ปสุดที่จะอดกลั้น
“ผมช่วยได้เท่านี้ ไม่นานคุณจะดีขึ้นเองขอตัว”
เพราะเข่อซิงมีฝีมืออยู่บ้างและถูกตะขาบเล่นงานไม่มากเท่าจ้าวจิงถิง เขาลืมตาขึ้นได้ไวกว่าภาพที่เขาเห็นคือใบหน้าผู้มีพระคุณ ถึงไม่ชัดเจน แต่เขาพอจะรู้จักคนผู้นี้
“คุณ..นายเล็กจ้าว ขะ..ขอบ..คุณ”
เหรินซวงอิ๋นชะงักเขาหันไปช้า ๆกำหน้ากากที่เมื่อครู่ถอดออกเพื่อซับเหงื่อไว้แน่น นี่เื่ห่าเหวอะไรช่วยคนก็ผิดเหรอ ต้องมาเผยตัวเนี่ย
ในเมื่อหลบซ่อนไม่ได้ก็ต้องทำความเข้าใจ
“เื่ที่เจอผมคืนนี้ขอคุณชายเข่อเก็บเป็ความลับด้วย”
เข่อซิงไม่รู้เหตุผลของคุณนายเล็กคนนี้แต่ในเมื่ออีกฝ่ายช่วยตนไว้ก็พร้อมจะตอบแทน ชายหนุ่มพยักหน้ารับปากเหรินซวงอิ๋นก็จากไป ทิ้งเขาไว้ในห้องที่ดู...
มืด
เหม็นอับ
และมีกลิ่นน้ำยาทำความสะอาด
คุณชายเข่อเพิ่งจะเห็นชัด ๆว่าตนอยู่ที่ไหน ที่เขานั่งทับอยู่คือไม้ถูพื้นที่ผ่านการใช้งานมานานแม้จะถูกซักพร้อมใช้ แต่ก็ยังมีคราบเปื้อน
อี๊...อะไรเนี่ย
สกปรก!!!
เหรินซวงอิ๋นกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อพวกลูกน้องมองมาอย่างสงสัย คงอยากถามว่านายไปทำอะไรนานจัง แต่ด้วยไม่สะดวกจะถามจึงไม่มีใครพูดมากไม่รู้กาลเทศะออกมามีแต่นายจ้างสาวใหญ่ที่หันมาคุยทันทีที่เห็นเขา
“เป็ยังไงบ้าง เมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้นเห็นมีเสียงวุ่นวายตรงโน้น”
“ตะขาบครับ ไม่รู้ว่ามาจากไหน ไต่ไปทั่วผมเป็ห่วงคุณนายเลยรีบกลับมา ไม่ทันเห็นว่าคุณชายเข่อพาคนมาเท่าไหร่”
หงผูเหย่ใ “ตะขาบเหรอ มันมาได้ไง”แล้วก็มองไปทางหนิงเทียน ผู้นำกลุ่มตะขาบพิษ คิดว่าไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่สงสัยเขาแม้ว่าจะคัดค้านในใจว่าหนิงเทียนไม่ใช่คนโง่ที่ลงมือแล้วทิ้งหลักฐานทนโถ่ไว้เช่นนี้ก็ตามที
“ในงานมีกลุ่มตะขาบพิษมาร่วมงานด้วย”หัวหน้าหน่วยหนึ่งพูดลอย ๆ แต่คุณนายหงกลับแก้ต่างให้ฝ่ายนั้น
“หนิงเทียนไม่น่าสะเพร่าขนาดนี้แต่นอกจากพวกเขา ใครจะมีความสามารถลักลอบเอาตัวประหลาดเช่นนั้นมาได้อีก”
เหรินซวงอิ๋นไม่ออกความเห็นสักคำขณะที่คุณนายหงยังพูดไม่หยุดเธอเล่าให้พวกเขาฟังถึงความเก่งกาจของสำนักตะขาบพิษในสมัยก่อน
“กลุ่มตะขาบพิษของหนิงเทียนอ้างว่าสืบทอดวิชาควบคุมสัตว์มีพิษมาจากสำนักตะขาบพิษในอดีตหัวหน้าระดับสูงในกลุ่ม มีความสามารถควบคุม สั่งการสัตว์มีพิษเช่นตะขาบได้ กลุ่มนี้ทำงานไม่มีร่องรอยเื่คืนนี้ไม่น่าใช่เขา”
จะเป็ฝีมือใครเหรินซวงอิ๋นไม่ทราบเหมือนกับที่ไม่รู้เลยว่าค่ำคืนนี้ ในงานจะมีอีกกี่คนที่ถูกพิษร้ายของสัตว์เลื้อยคลานร้อยขาทำร้ายเอา
หงผูเหย่หยุดเล่าเพราะถึงเวลาเข้าประชุมแล้วพวกเขาเดินมาถึงหน้าทางเข้าห้องประชุมพอดี ตรงจุดนี้มีเ้าหน้าที่ยืนเฝ้าคอยสแกนคนเธอชี้เล็บสีแดงที่เคลือบจนขึ้นเงามาที่เหรินซวงอิ๋น
“นายเข้าไปกับฉัน ส่วนคนอื่นรอด้านนอก”
เหรินซวงอิ๋นก้มหน้าเล็กน้อยรับคำสั่งคุณนายหงสาวใหญ่กระชับผ้าคลุมไหล่ราคาแพง แล้วก็ออกเดินนำ มีเหรินซวงอิ๋นเดินตามติด ๆพยัคฆ์เร้นกายคนอื่นยืนรออยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น มองพวกตระกูลอื่นทยอยกันเข้าไปลูกน้องที่ไม่ถูกเลือกให้เข้าไปด้วยต่างจับกลุ่มคนละมุม กระจายกันอยู่ทางฝั่งโจที่เป็พี่ใหญ่แทนคังข่ายซึ่งตามคุณชายเข้าไปแล้ว หันมาประสานสายตากับพวกสี่คนที่สวมหน้ากากเข้าพอดี
คนที่โจบังเอิญสบตาก็คือหัวหน้าหน่วยห้าแว่วเสียงหนึ่งในลูกน้องของใครบางคนดังขึ้น
“ดูสี่คนนั้นสิลูกพี่คนของตระกูลไหนกันนะ นึกว่ามาโชว์ตัวกับพวกดารารึไง แต่งตัวซะจัดเต็มยังมีหน้ากากอีก ตลกเป็บ้า”
คนอื่นที่ได้ยินก็ขำตาม หัวหน้าหน่วยสองรีบจับหัวหน้าหน่วยหนึ่งจอมหัวร้อนไว้กระชิบเตือน
“นายไม่ให้มีเื่ผิดพลาดบางทีพวกมันอาจตั้งใจยั่วโมโหเรา”
หัวหน้าอีกสองหน่วยก็ช่วยพูดให้ชายตัวสูงของกลุ่มอย่าเพิ่งไปบวก คนหัวร้อนกระชากแขนของตนออกจากมือเพื่อน
“รู้ ไม่ได้วู่วามขนาดนั้น”
แต่ว่าเสียงอีกกลุ่มกลับดังขึ้นอีก“หมาของตระกูลหง เห็นแล้วคันลูกตะตา ถ้าคุณหนูไม่ห้ามไว้ฉันจะซัดพวกแม่งให้เดินสี่ขากลับเกาะยูจินไปเลย”
พวกนี้คือลูกน้องสาวที่มากับคุณหนูใหญ่ซูเ้านายโดนทำร้ายหยามเกียรติขนาดนั้นคาดว่าลูกน้องคงอยากรุมสับคนของตระกูลหงจนแทบทนไม่ไหว
ก็เข้าใจได้
พวกพยัคฆ์เร้นกายไม่ได้คิดจะตอบโต้เพราะถือคติพวกเธอด่าหมาของตระกูลหง พวกเขาเป็คนถึงจะหมารับใช้ก็ไม่คิดจะไปพึ่งพาตระกูลรวมความแค้นเช่นนั้น
หาเื่ตายไวชัด ๆ เลย
เมื่อชายสวมหน้ากากที่ดูภายนอกเหมือนบอยแบนด์ยืนนิ่งเป็กิ่งไม้ไม่มีใครตอบโต้ หรือเป็เดือดเป็ร้อนพวกที่คิดจะสร้างเื่แก้เบื่อระหว่างรอก็ล่าถอยไป ตรงนี้มีเ้าหน้าที่ของทางการลงมือก่อนไม่ได้ เ้านายจะด่าเอา
อีกด้านเหล่าตัวแทนตระกูลใหญ่ต่างมาถึงห้องประชุมกันแล้ว ห้องนี้เสียงรบกวนภายนอกเข้าไม่ถึงรอบโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่มีเก้าอี้นวมครบตามจำนวนคนไม่นับผู้ติดตามที่พาเข้ามาได้หนึ่งต่อหนึ่งคนลูกน้องใครก็ให้ยืนหลังเ้านายตัวเอง
ลำดับการนั่งไม่ได้จัดไว้ ใครอยากนั่งกับใครก็เลือกกันเอาเองมาก่อนได้เลือกที่นั่งก่อนด้วย แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็เลือกจะนั่งตามกำลังของตนเช่นผู้นำกลุ่มจากเกาะเจียวเมิ่งมาก่อน แต่ก็นั่งลำดับท้ายสุดของแต่ละฝั่งยังไงพวกเขาก็มาแค่เข้าร่วมเป็พยาน ไม่ได้มาแย่งผลประโยชน์กับใครส่วนเื่ที่จะมีผู้สนใจจ้างทำงานก็อีกเื่
เมื่อคนมาครบก็ไล่เรียงได้ดังนี้...
ฝั่งซ้ายคนแรกคือฉือตันท่านผู้เฒ่าตระกูลฉือ ต่อจากเขาคือปิ่นซาน ประมุขตระกูลปิ่นคนที่กล้านั่งข้างชายหน้าเถื่อนวันนี้เป็ซูมี่คุณหนูใหญ่ตระกูลซูถัดจากเธอเป็หนิงเหมย คุณนายตระกูลหนิงและ ฟางเหนียง คุณนายผู้เฒ่าตระกูลฟางหงผูเหย่ คุณนายตระกูลหง ปิดท้ายด้วยหนิงเทียน ผู้นำกลุ่มตะขาบพิษ
ฝั่งขวาคนแรกอูลาเยว่เล่อประมุขหญิงตระกูลอูลา ถัดไปคือฉุนซือ ประมุขตระกูลฉุนต่อจากเขาเป็สามคุณชายหน้าตาดีจ้าวจิงถิง คุณชายใหญ่ตระกูลจ้าว เข่อซิงคุณชายเล็กตระกูลเข่อ เยว่ส่างคุณชายรอง ตระกูลเยว่ และปิดท้ายเลี่ยงหวง เลี่ยงจินสองพี่น้องชายเ้าสำอาง ผู้นำกลุ่มกวางปีศาจ
หัวโต๊ะคือนายพลเติ้งไห่ทุกคนเรียกท่านเติ้ง เขาคือชายวัยห้าสิบ มีกลิ่นอายนายทหารชั้นผู้ใหญ่ปากยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม ปรากฏตัวด้วยชุดสูทสีเข้ม เขาเป็ตัวประสานระหว่างทางการกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลงานของเขาในกองทัพไม่ค่อยมีผลงานเป็ชิ้นเป็อัน แต่งานฝั่งธุรกิจสีเทากลับโดดเด่นกลุ่มผู้มีอิทธิพลในประเทศต่างเกรงใจเขา
เบื้องบนเห็นถึงศักยภาพนี้จึงมอบหมายงานสำคัญอย่างเื่สัมปทานหรืองานที่ไม่ขาวสะอาดให้เขาคอยควบคุม
เติ้งไห่กล่าวต้อนรับทุกคนผู้นำต่างลุกยืนเป็การให้เกียรติประธานของงาน
“เชิญทุกท่านตามสบายครับ”รอนายพลใหญ่นั่งลงก่อน คนอื่นถึงนั่งบ้าง เหรินซวงอิ๋นรู้สึกว่าถูกจับจ้องพอมองหาก็เจอกับสายตาจ้าวจิงถิง เขารีบหลบไปมองทางอื่น ท่าทีของเขานิ่งมากไม่มีพิรุธใดทั้งสิ้น สักนิดก็ไม่มี
คุณชายจ้าวคิดทำไมคนของตระกูลหงต้องมาช่วยเขาด้วย แปลว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับพวกหงงั้นเหรอ
“พี่ใหญ่รู้ไหมว่าเมื่อกี้ผมเกือบไม่รอดมานั่งข้างพี่แล้ว” เข่อซิงเอียงตัวมาคุยกับเขาคุณชายใหญ่จ้าวจำต้องละสายตาจากคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคุณนายหง
“ตะขาบ?”
“พี่รู้ได้ไง”
จ้าวจิงถิงถกแขนเสื้อขึ้นเล็กเข่อซิงเห็นผ้าที่พันแผลอยู่ เขาใ “พี่ก็โดนเหมือนกัน” อีกฝ่ายพยักหน้าแล้วบอกเขาว่าค่อยคุย
ยามนั้นไม่ได้นัดหมายแต่สายตามากกว่าห้าคู่ก็มองไปทางิเทียน ผู้นำกลุ่มตะขาบพิษยังนั่งนิ่งดูไม่ออกว่ารู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่
“ก่อนจะลงคะแนนทางการมีของที่ระลึกเล็กน้อย สำหรับทุกท่าน ที่ให้เกียรติมาในวันนี้”
เติ้งไห่ให้สัญญาณเ้าหน้าที่สองคนยกถาดไม้เข้ามา บนถาดมีกล่องขนาดเล็กคล้ายกล่องแหวนถาดละเจ็ดกล่อง
เหรินซวงอิ๋นรู้สึกไม่ดีั้แ่เห็นกล่องพวกนั้นเขามีลางสังหรณ์ว่าในกล่อง จะไม่ใช่ของดี ของมีค่า ควรชื่นชม
ตามหน้าที่ควรเตือนผู้ว่าจ้างสักหน่อยเขาขยับเข้าไปหมายรับกล่องที่เ้าหน้าที่แทนเธอ แต่เธอกลับหันมาตำหนิ
“อย่าเสียมารยาท”ขาที่ก้าวไปแล้วหนึ่งข้าง จึงต้องถอยกลับไปประจำจุดเดิมคุณหนูใหญ่ซูป้องปากหัวเราะ
“ช่างสมกับเป็คนของตระกูลหง ระวังตัวไว้มาก ๆ ถูกต้องแล้ว”
อย่าถามว่าในนี้มีศัตรูกี่คนให้ถามว่าใครบ้างไม่มีเื่ผิดใจกับพวกตระกูลหงจะตอบง่ายกว่าไม่ให้ระวังแล้วจะให้ทำอะไร
หงผูเหย่ยิ้มเย็นให้หญิงสาวคราวลูก“คุณหนูซู เื่ในบ้านหงเรา ไม่ลำบากคนอื่นหรอกค่ะ สู้เอาเวลาไปหาเสียงจะดีกว่า”
หนิงเหมยวางมือบนแขนซูมี่กระซิบ“อย่าใจร้อน”
าขนาดย่อม จบลงที่สามสาวยิ้มปลอม ๆให้กัน นายพลเติ้งไม่คิดจะยื่นมือไปยุ่ง คนอื่นก็แค่ชมเื่สนุก ไม่ทันรู้ตัว
กล่องของที่ระลึกก็วางตรงหน้าทุกคนแล้ว
เติ้งไห่ผายมือ“ในกล่องคือไข่มุกดำที่ทางการให้เป็น้ำใจทุกท่านอุตส่าห์มีใจอยากช่วยงานของประเทศ ช่างเป็ตระกูลที่น่ายกย่องอย่ารังเกียจว่าเป็ของไร้ราคาเลยนะครับ”
“ไข่มุกดำเชียวหรือท่านเติ้งใจกว้างดุจมหาสมุทร สมแล้วที่เป็คนที่ทางการให้ความสำคัญ”ปิ่นซานจากเขตยากจนคนนี้ขึ้นชื่อเื่ความงก หน้าเงิน จนมีฉายามนุษย์เกลือพอได้ยินว่าได้ของมีค่าหน้าโหด ๆ ก็เปลี่ยนมายิ้มในทันที
ผิดกับเยว่ส่าง คุณชายรองเขตผู้ดีคิดว่าของเช่นนี้เขาอาจเคยเอามาโยนเล่นั้แ่เด็กแล้วเพราะเขาเป็คนเดียวที่ยังไม่หยิบกล่องขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ
ทุกคนทยอยกล่าวขอบคุณทางการและเยินยอนายพลเติ้งคนละประโยคสองประโยค
แต่ก็เกิดเื่ไม่คาดคิด..
“กรี๊ดด ตะขาบ῀” เสียงที่ดังเตือนเป็เสียงคุณนายผู้เฒ่าฟางขณะเดียวกันยกเว้นคุณชายเยว่ คนที่เหลือก็กำลังจะเปิดกล่องของตน
เหรินซวงอิ๋นรีบปัดกล่องในมือคุณนายหงฉุดเธอให้ลุกขึ้น ตะขาบโลหิตปลิวไปกลางโต๊ะเขาใช้ความรวดเร็วกำเม็ดแมคคาเดเมียในจาน ซัดไปในทิศทางเป้าหมายทุกคนใยังไม่ทันได้เปิดกล่องดี ก็ถูกแมคคาเดเมียดีดมันออกจากมือ