ความจริงหญิงสาวจำหมอหนุ่มได้ั้แ่วินาทีแรกที่เจอหน้ากันแล้วเขาเป็หมอรุ่นเดียวกับทันตแพทย์ศวัสสามีของภัควริณย์จริงๆ ด้วย
ฉลาดไม่พอหล่อจนน่ารังเกียจ
เป็ประโยคที่นิยามทันตแพทย์เซตนี้ได้ครบถ้วนไม่มีผิดเพี้ยนเรียกว่ามีหน้าตาเป็อาวุธของแท้เลยหมอก๊วนนี้
‘ChayanutSiwarukyothin’
เอทีเอ็มธนาคารสีฟ้าของรัฐบ่งบอกชัดว่าเป็บัญชีรับเงินเดือนตอนนั้นเธอใเหมือนกันไม่คิดว่าเขาจะกล้าให้บัตรกดเงินมาขนาดนี้แต่จะคืนให้ก็กลัวเสียฟอร์มได้แต่คิดว่าเขาคงแจ้งอายัดและทำบัตรใหม่หรือใช้วิธีเบิกถอนเงินผ่านแอปพลิชันของธนาคารแทนแล้ว
มิน่าเธอถึงคุ้นกับนามสกุลศิวรักษ์โยธิน นอกจากจะเป็นามสกุลของ พลเอกชยางกูร นายพลคนดังที่มีข่าวออกสื่อบ่อยๆ แล้วที่แท้ก็เพราะเห็นอยู่บนหน้าบัตรใบแข็งที่เก็บไว้ในกล่องเก็บสมบัตินี่เอง
“ตอนแอฟไปฝึกเดินให้ตอนจัดกีฬาไม่ได้เจอหมอเหรอ”กวิตาพยายามเปิดประเด็นหาเื่คุยเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งคู่
“คุ้นๆหน้าครับ ตอนนั้นผมเป็ลีด” ชยณัฐคลายความสงสัยให้รุ่นพี่สาวพลางสังเกตความชอบของหญิงสาวที่เขาสนใจไปด้วยเงียบๆ
หัวหอมเขี่ยทิ้งมะเขือเทศเขี่ยออก ไม่กินซอสพริก
“เราไปสอนดรัมไม่ได้เจอ”
โกหก! เจอเขาแทบทุกวันตลอดเดือนธันวาคมของปีนั้นยังบอกไม่ได้เจอ
ผู้หญิงขี้ฮก!
สุดหล่ออย่างเขาอุตส่าห์เสนอหน้าไปก่อนเวลานัดในทุกๆวันถึงไม่ได้รับการแนะนำกันอย่างเป็ทางการแต่อย่างน้อยก็ต้องคุ้นหน้าคุ้นตาเขาบ้างล่ะแล้วไหนจะยึดเอทีเอ็มเขาไปอีก นั่นมันบัญชีเงินเดือนของเขาเชียวนะ!
ถ้าจะบอกว่าจำไม่ได้เขาเถียงสุดใจ!
แต่เอาสิจะเล่นมุกจำไม่ได้ก็ตามใจยังกะเขาแคร์นักนี่
ฮึ่ย! ก็แค่หุ่นดีกว่าคนอื่นนิด สวยกว่าคนอื่นหน่อย
มีอะไรให้หนุ่มหล่อพ่อรวยอย่างเขาต้องให้ความสนใจเล้ย ไม่มี๊!
“ไนซ์รับทำคลินิกที่ไหนบ้าง”
“คลินิกแถวท่าอิฐกับโรง’บาลที่บางบัวทองครับ”
“สนใจรับเพิ่มมั้ยวันไหนก็ได้เพื่อนพี่กำลังหามือปืนเพิ่ม”
นี่ถ้าได้หน้าหล่อๆแบบนี้ไปเฝ้าคลินิกรับรองลูกค้าสาวๆ เข้าร้านหัวกระไดไม่แห้ง
ยิ่งถ้าโปรโมตตามหน้าเพจคลินิกหรือในติ๊กต็อกเพิ่มอีกหน่อยไม่ว่าหลุยส์หรือชาแนลที่อยากได้ก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม
“ตอนนี้ยังไม่ว่างเลยครับที่เหลือก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง ถ้าจะรับเพิ่มเดี๋ยวผมบอกพี่อีกที ขอบคุณมากครับ”
“พี่จองเราแล้วนะถ้าสนใจรีบบอกห้ามไปรับคนอื่นล่ะไม่งั้นพี่โกรธจริงด้วย”
“ครับ”แค่นี้เขาก็แทบจะไม่มีเวลาสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแล้ว เขามันพวกเน้นใช้ชีวิตซะด้วยสิ
“พี่แอฟสั่งเพิ่มมั้ย”ถึงจะบอกว่าไม่สนใจ แต่สายตาก็คอยมองดูหญิงสาวอยู่แบบไม่ให้คลาดสายตา
“ไม่จะต่อเมนูสลัดแล้ว” พออัปสราขยับตัวลุกขึ้นก็พบว่ากวิตาจะไปตักสลัดบาร์เหมือนกัน
“หล่อนไม่คุยเลยอ่ะ”
“ไม่รู้จะพูดอะไร”ร่างบางเดินสำรวจผักไปรอบบาร์หยิบจับผักหลากหลายชนิดใส่จานโดยมีหมอสาวเดินตามติดไม่ห่าง
“ไหนบอกจะจีบกลับบ้าน”
“พูดไปงั้นแหละขำๆ”
“ต้าร์ว่าไนซ์เขาดูสนใจแอฟอยู่นาพอเธอบอกว่าจำไม่ได้ไม่เคยเจอเท่านั้นหน้างี้จ๋อยเชียว”
“ไม่เคยรู้จักจริงๆนี่”
“ไม่ใช่ว่าเป็มุกเรียกร้องความสนใจนะแบบว่าทำท่าโนสนโนแคร์แต่จริงๆ คือมามะน้องมาให้พี่จีบซะดีๆ ทำนองเนี๊ยะ” กวิตากระเซ้า
“โน! บอกแล้วไงไม่ชอบไทป์หมาเด็ก”
ฮึ! แล้วชอบหมาแก่รึไง!
คำก็เด็ก! สองคำก็เด็ก!
แอฟทักษอร ดาราสาวคนสวยขวัญใจหนุ่มๆ ทั้งประเทศยังคบเด็กอายุน้อยกว่าตั้ง 16 ปี แต่แอฟ อัปสรา อายุห่างกับเขาแค่ 2-3 ปี ทำไมถึงตั้งแง่รังเกียจ
ไม่ชอบกินเด็กเหรอ?
ได้! ระวังตัวไว้ให้ดีเหอะ...จะถูกเด็กจับกินซะเอง
“จะกลับเองจริงเหรอ”กวิตาถามย้ำเสียงเบาระหว่างเตรียมแยกย้ายกันกลับบ้าน
“ทุกทีก็กลับเอง”
“ติดรถไนซ์กลับดีกว่ามั้ยทางผ่านอยู่แล้วนี่”
ชยณัฐยืนรอฟังบทสรุปของสองสาวโดยไม่กล่าวแทรกอะไรถ้าจะให้ไปส่งเขาก็ยินดี แต่ถ้าไม่เขาก็ไม่เร้าหรือ
“ต่างคนต่างกลับดีกว่าพอดีจะเดินดูเสื้อผ้าหน้าห้างด้วย ไม่ได้เดินช้อปแถวนี้มานานแล้ว”
“เอางั้นนะ”หมอกวิตาส่งสายตามายังหมอฟันรุ่นน้อง
เสียใจ! เขาไม่ชอบง้อใครด้วยสิ อยากขึ้นรถเมล์กลับก็ตามสบาย
“ตามนั้นแยกกันตรงนี้เลยนะ”
หมอหนุ่มเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงมายังลานจอดรถด้วยอาการเซ็งสุดขีดอุตส่าห์มีโอกาสได้ร่วมโต๊ะทั้งทีแต่กลับไม่มีอะไรคืบหน้าเลย
อย่างนี้จะเอาหน้าที่ไหนไปรายงานบรรดาโค้ชสนามอย่างกมลภพและนนทวัฒน์
ผู้หญิงไร้เสน่ห์ไม่มีจริตจะก้านมารยาหญิงกระตุ้นฮอร์โมนนักล่าของเพศผู้ให้ทำงานบ้างเลย
จืดชืดเป็สลัดผักไม่ราดครีม!
แล้วดูนั่นมืดๆ ยังคุณเธอเดินช้อปปิ้งอยู่ข้างถนนไม่รีบกลับบ้านอีก สินค้าที่เปิดขายริมข้างทางระหว่างป้ายรถเมล์มีอะไรน่าสนใจกว่าเขาไม่เข้าใจจริงๆ
ทันตแพทย์หนุ่มผู้บอกโนสนโนแคร์ค่อยๆเลื่อนรถเอสยูวีสัญชาติยุโรปตามร่างบางไปช้าๆ สังเกตว่าเธอใช้เวลาสั้นๆ หยุดดูเสื้อผ้าบ้างในบางร้านแต่ก็ไม่เห็นซื้อสักเ้า
เขามองตามจนเธอเดินมาถึงป้ายรถประจำทางที่มีคนอยู่หนาแน่นใน่เวลาสองทุ่มพอรถประจำทางปรับอากาศสาย 134 หยุดรับส่งผู้โดยสารอัปสราก็ต่อคิวเพื่อขึ้นรถโดยไม่ทันเห็นว่ามีรถยนต์ของหมอหนุ่มขับตามมาั้แ่หน้าห้าง
เอาสิวันนี้เขาว่างมากอยากจะรู้เหมือนกันว่าหญิงสาวพักที่ไหนถึงหวงที่อยู่ไม่อยากให้เขารู้นักในเมื่อไม่ยอมนั่งรถหรูแอร์เย็นๆแต่กลับเลือกที่จะนั่งรถเมล์เบียดเสียดยัดเยียดกับผู้โดยสารคนอื่นๆ แทน เขาก็ไม่เห็นจะง้อ!
อัปสรากลับมาถึงบ้านเดี่ยวขนาดเล็กในโครงการหรูติดรถไฟฟ้าใกล้กับไฮเปอร์มาเก็ตตอนสองทุ่มนิดๆ พอกลับถึงห้องพักก็โทรหามารดาที่อาศัยอยู่รังสิตดังเช่นทุกวัน
“แอฟจะกลับบ้านมั้ยวันหยุดนี้”
“ไม่ว่างเลยค่ะแม่”เธอตอบโดยไม่ต้องคิดเพราะรู้ว่าถ้ารับปากกลับบ้านจะต้องเจอกับเหตุการณ์อะไรที่รออยู่บ้าง
“กลับมาบ้านเราบ้างนะลูกแม่คิดถึง ถ้าลูกจะกลับมาแม่ไม่บอกคุณพ่อก็ได้” มารดาของเธอให้สัญญา เธอไม่อยากจะเชื่อนักเพราะทุกครั้งที่กลับบ้านบิดาก็มักจะรู้ล่วงหน้าเสมอและสาเหตุหลักที่เธอเลือกที่จะห่างออกมาก็เนื่องจาก‘ลูกชายเพื่อน’ ที่พ่ออยากให้รู้จักนั่นเอง
อธิปัตย์ลูกชายนักธุรกิจค้าส่งเพื่อนของบิดาเธอ เขาเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีมีเชื้อสายจีนนิดๆไม่ใช่ว่าที่เธอไม่ยอมผูกสมัครรักใคร่กับเขาเพราะรูปร่างหน้าตาหรือฐานะทางการเงินแต่เป็เพราะ ‘ธุรกิจ’ ที่เขาทำร่วมกับบิดาของเธอต่างหาก
บิดาของเธอเป็ตำรวจยศนายพลแต่มีธุรกิจสีเทาร่วมกับครอบครัวของอธิปัตย์ ดังนั้นมันจึงทำให้เธอไม่อยากจะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้บิดาทำผิดมากไปกว่านี้เพราะถ้าหากยิ่งเกี่ยวดองเป็ญาติกันก็จะยิ่งถลำลึกกว่าที่เป็อยู่แค่ลำพังคดีส่วยรถบรรทุกเมื่อหลายปีก่อนก็ทำให้อัปสราแทบจะหันหลังให้กลับครอบครัว
ใช่! พลโทอิทธิ์ นาวีพิพัฒน์ บิดาของเธอเป็นายตำรวจกังฉินที่มีชีวิตร่ำรวยสุขสบายด้วยการทุจริตคอร์รัปชันจากการเก็บส่วยทางหลวงจนกระทั่งหลายปีก่อนถูกบิดาเธอถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแต่ก็รอดพ้นมาได้เพราะมี ‘ผู้ใหญ่’ หนุนหลัง แต่คนที่ต้องรับเคราะห์ถูกไล่ออกจากราชการตำรวจและถูกดำเนินคดีอาญากลับเป็ลูกน้องคนสนิทที่มียศเพียงจ่าสิบตำรวจ
‘อย่าโกรธคุณพ่อเลยลูกเื่มันผ่านมาตั้งนานแล้ว ระหว่างที่จ่าธีระอยู่ในคุกคุณพ่อก็ยังดูแลครอบครัวจ่าเป็อย่างดีไม่อย่างนั้นตาธีร์จะได้เรียนต่อจนจบปริญญาเมืองนอกเมืองนาอย่างนี้เหรอ’ แน่นอนว่าประโยคนี้มารดาของเธอไม่มีทางคิดได้นอกจากจะได้รับการพร่ำบอกจากบิดา
‘แถมตอนนี้จ่ากับครอบครัวเขาก็มีความสุขดีออกมีที่ดินมีไร่มีสวนกว้างขวางไม่รู้ว่าถ้าอยู่รับราชการจนเกษียณจะมีปัญญาหาได้แบบนี้มั้ย’ อัปสรารู้ว่าพอพ้นโทษจ่าธีระกับภรรยาก็ย้ายครอบครัวไปอยู่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคอีสานเพราะบิดาของเธอซื้อที่ดินยกให้ปลูกบ้านและทำสวนเกือบสิบไร่เลยทีเดียว
‘แต่คนดีๆต้องเสียประวัติ ไหนจะชื่อเสียงวงศ์ตระกูลต้องมัวหมองอีกมันไม่คุ้มเลยนะคะคุณแม่’
เธอเชื่อว่าความรักความภาคภูมิใจในอาชีพและเกียรติของวงศ์ตระกูลมันแลกด้วยทรัพย์สินเงินทองไม่ได้
มารดาเธอยิ้มเศร้าพยายามให้เหตุผลกับบุตรสาวคนเดียว
‘จ่าธีระเลือกแล้วที่จะรับผิดทั้งหมดแทนคุณพ่อและคุณพ่อก็ได้ตอบแทนครอบครัวจ่าไปแล้วทุกอย่างก็ถือว่าสมเหตุสมผลชีวิตคนเราบางครั้งมันก็ไม่มีทางเลือกมากนักหรอกลูก ในเมื่อวันนี้ลูกมีโอกาสเลือกก็ขอให้เลือกอย่างที่ใจลูกปรารถนาถึงแม่จะช่วยลูกไม่ได้แต่ก็จะเป็กำลังใจให้ลูกเสมอ’