บทที่ 27 รำลึกความหลัง
สวี่หรานเห็นซุนจื้อเสวียยังคงมึนงงอยู่ ก็เลยอธิบายว่า "พี่อู๋แค่มาเรียนภาษาอังกฤษกับฉัน พวกเราอยู่กันแค่สองคนในห้องนี้" มีคนอยู่ที่นี่ตั้งเยอะตั้งแยะ จะแอบคบชู้กันได้ยังไง? เื่นี้เธอก็ต้องเอาคืนโจวจินฮวาด้วย คราวนี้ต้องสั่งสอนให้หลาบจำซะบ้าง
ซุนจื้อเสวียรู้สึกเสียใจ ไม่น่าไปเชื่อคำยุยงของโจวจินฮวา จนต้องมาหาเื่แบบนี้!
"เื่วันนี้ยังไม่จบแค่นี้แน่!" อู๋ซิ่วหรงพูดพลางเก็บหนังสือ ตอนนี้เธอโกรธจนเรียนไม่รู้เื่แล้ว
อู๋ซิ่วหรงเดินนำหน้าด้วยความโมโห ซุนจื้อเสวียรีบวิ่งตาม พอทั้งสองคนไปแล้ว บ้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
หลังจากผ่านพ้นวันปีใหม่ไปแล้ว ก็ถึงวันสอบปลายภาค สวี่หรานตรวจข้อสอบตามระดับชั้นปี แล้วก็เฉลยข้อสอบ แก้ไขข้อผิดพลาด พอถึงวันหยุดฤดูหนาว ก็เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือนก็จะถึงวันตรุษจีนแล้ว
่นี้สวี่หรานก็ไม่ได้อยู่เฉย พอมีเวลาว่างก็ไปเรียนตัดเย็บเสื้อผ้ากับป้าเฉียน
"ป้าคะ พี่สะใภ้คะ วันนี้กินผักกาดดองตุ๋นเต้าหู้กันมั้ยคะ? ฉันเอาผักกาดดองที่เหยียนเยว่ดองมาฝากค่ะ" สวี่หรานเดินเข้ามาพร้อมกับจานใส่ผักกาดดอง ชาวชนบทมักจะดองผักไว้กินเอง เธอมาเรียนตัดเย็บที่นี่บ่อยๆ แถมยังใช้จักรเย็บผ้าของพวกเขาอีก จะมาตัวเปล่าทุกครั้งก็กระไรอยู่
หลิวชุ่ยเฟินรีบพูดว่า "มาตัวเปล่าก็ได้ ไม่เห็นต้องเอาอะไรมาด้วยเลย"
"ไม่ใช่ของมีค่าอะไรหรอกค่ะ แค่เอามาให้ชิมเฉยๆ รบกวนเทใส่จานให้หน่อยนะคะ เดี๋ยวฉันเอาจานกลับ" สวี่หรานพูดด้วยรอยยิ้ม ป้าๆ พี่ๆ ในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็คนจิตใจดี เธอจะมาแบบขอไปทีก็ไม่ได้ มนุษยสัมพันธ์ต้องดีไว้ก่อน
ป้าเฉียนยิ้ม แล้วบอกให้ลูกสะใภ้รับไว้ จากนั้นก็พูดว่า "โชคดีที่มีเธอมาช่วยดูแลสามพี่น้อง ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะอยู่กันยังไง" ั้แ่สวี่หรานแต่งเข้ามา เหยียนฮ่าวกับน้องๆ ก็มีกินมีใช้ เสื้อผ้าก็ดูดีขึ้น ดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนเยอะ
สวี่หรานหยิบผ้าขึ้นมาเทียบ แล้วพูดว่า "ก็เรื่อยๆ ค่ะ" ถึงจะเป็สามีภรรยากันแบบหลอกๆ แต่เธอก็ต้องทำตัวให้สมจริง เธอไม่รู้จะไปไหน เหยียนฮ่าวให้ที่พักพิงแก่เธอ เธอก็ต้องทำอะไรตอบแทนบ้าง
หลังจากเรียนวาดแบบตัดเสื้อผ้าอยู่หลายวัน ในที่สุดเธอก็ตัดผ้าได้สำเร็จ แต่ใกล้จะถึงวันตรุษจีนแล้ว สวี่หรานจึงต้องรีบตัดเย็บเสื้อผ้าให้เสร็จทันเวลา
ส่วนเหยียนฮ่าวพอเห็นสวี่หรานเย็บปักถักร้อยก็รู้สึกกังวลใจ สวี่หรานคงต้องไปจากที่นี่ในสักวัน ตอนแรกที่แต่งงานกัน ถ้าสวี่หรานจากไปเลย เขาก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้ได้ััชีวิตที่มีภรรยาแล้ว...เขาไม่อยากให้สวี่หรานไป
ตอนนี้สวี่หรานมีเป้าหมายใหม่แล้ว ด้านหลังหมู่บ้านมีสวนผลไม้เล็กๆ แห่งหนึ่ง ่ปีหลังๆ มานี้ ผลไม้ที่ปลูกขายไม่ได้ เพราะเป็พันธุ์ที่ไม่ค่อยดี สุดท้ายสวนผลไม้แห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้าง สองสามปีมานี้ หลายๆ พื้นที่เริ่มมีการปฏิรูปที่ดิน แบ่งที่ดินให้ชาวนาทำกิน เท่าที่เธอจำได้ ในปี 1982 จะมีการปฏิรูปที่ดินอย่างเต็มรูปแบบ มีหมู่บ้านจำนวนไม่น้อยที่เริ่มแบ่งที่ดินให้ชาวนาทำกินแล้ว แต่ที่หมู่บ้านหย่งฮุย พื้นที่เพาะปลูกมีไม่มาก แบ่งเท่าไหร่ก็ได้ไม่มาก ชาวบ้านเลยไม่ค่อยอยากแบ่ง มีแค่บางคนที่อยากจะทำกินเอง อย่างเช่นโรงงานอิฐ โรงงานปูนซีเมนต์ ก็แยกตัวออกมาแล้ว
ตอนนี้เพิ่งปี 1980 เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองปี สวี่หรานจึงอยากจะรีบคว้าโอกาส เช่าสวนผลไม้แห่งนั้นไว้ก่อน ถ้าเลยเวลาไป ชาวบ้านรู้ทัน ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็คงเช่าไม่ได้
วันที่ 23 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ ทุกบ้านต่างก็ไหว้เ้าเตา เหยียนฮ่าวซื้อขนมน้ำตาลกลับมาจากในเมือง ให้ทุกคนได้กินกัน
สวี่หรานรู้สึกว่าขนมน้ำตาลนี้กรอบอร่อยดี แต่ติดฟันนิดหน่อย
"กินเสร็จแล้วก็บ้วนปากล้างคอด้วยนะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวฟันผุ" สวี่หรานเตือนเหยียนเยว่กับเหยียนชิว ขนมแบบนี้มีกินแค่่เทศกาลเท่านั้น เด็กๆ เลยชอบกันมาก