นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 154 คำท้าประลอง

        ตอนที่ 154 คำท้าประลอง

         

         

        องค์หญิงไพลินยังคงมองคนได้เก่งกาจและเฉียบคม เรื่องราวชีวิตและความเป็นตัวเองของเพชฌฆาตทำให้กลุ่มขุดค้นใกล้ชิดกันมากยิ่งกว่าที่เคย เขาเป็นราวกับน้ำผึ้งแสนหวานที่ทำให้ขนมรสเปรี้ยวและขมเกิดความกลมกล่อม

         

        “แล้วคุณนิทานล่ะครับ ผมอยากฟังเรื่องของคุณนิทานนะ” เพชฌฆาตหันมามองที่เขา ทำเอานิทานสะดุ้งน้อย ๆ

         

        “จริงด้วยค่ะ พูดตามตรงว่าพวกเราก็รู้เรื่องมาบ้าง แต่ยังไงก็อยากได้ยินจากมุมมองของเจ้าตัวเองนะคะ” เลโอยิ้มให้เขา ดูเธอจะอารมณ์ดีทีเดียว พาเอาบรรยากาศอบอุ่นไม่น้อย

         

        โฮโจนั่งหลังตรงขึ้นเล็กน้อย เขาดูจะสนใจเรื่องราวของนิทานเป็นพิเศษ ยิ่งดูเป็นเรื่องในอดีตที่มิอาจสืบทราบได้ด้วยตนเองง่ายขนาดนั้น จะอย่างไรการสืบข่าวหรือสืบค้นข้อมูลของคนคนหนึ่งก็เป็นข้อมูลที่ได้รับการบันทึกหรือมีคนเล่า มิใช่มุมมองจากปากของเจ้าตัว

         

        องค์หญิงไพลินและอารากะเป็นคนที่สนใจมากที่สุด พวกเขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย จ้องมองใบหน้าของนิทานไม่ให้คลาดสายตา ราวกับกลัวว่าตนจะพลาดข้อมูลอะไรไป

         

        คีตาเหมือนจะเข้าใจคำถามนั้น มันลุกเดินมานั่งขวางตัวของนิทานกับคนอื่น ๆ สายตาดำสนิทราวกับเม็ดลำไยที่ปกติเต็มไปด้วยความสดใสยามนี้เริ่มแฝงไปด้วยความไม่พอใจ

         

        มันไม่ปิดบังความไม่พอใจแม้แต่น้อย ตัวขนาดใหญ่ของมันยามนี้บังร่างนิทานจนมิด ใช้ขนสีดำของมันต่างกำแพง ปกป้องนิทานจากกลุ่มคนเบื้องหน้า

         

        เมื่อเห็นท่าทีของคีตาและนิทานที่เงียบไป ทั้งห้องก็เงียบเสียงลงตาม ไม่มีใครพูดสิ่งใด แม้แต่กับองค์หญิงไพลินที่ดูจะสนิทกับนิทานที่สุด

         

        “ไว้มีโอกาสผมจะเล่าให้ฟังนะครับ” นิทานพยายามปั้นรอยยิ้มตอบกลับ หากกลับไม่ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเพชฌฆาตที่ปกติแล้วมีแต่รอยยิ้มยามนี้ยังมีท่าทีกระอักกระอ่วนและสีหน้ารู้สึกผิด

         

        “ขอโทษด้วยนะครับ ผมพูดเพลินปากไปอีกแล้ว” เพชฌฆาตสีหน้าสำนึกผิดอย่างแท้จริง เขาไม่ทันคิดเลยแม้แต่น้อยว่าหัวข้อเรื่องอดีตจะเป็นอะไรที่ทำร้ายอัจฉริยะผู้แข็งแกร่งคนนี้ได้ถึงเพียงนั้น

         

        ผู้ที่แปลกใจที่สุดคือองค์หญิงไพลิน เธอรู้จักนิทานครั้งแรกที่งานเลี้ยงและรับรู้เรื่องของเขามาบ้างเพราะผู้พันลาลันตา ในตอนนั้นที่เธอกดดันจนแทบจะระเบิดออกมา เธอได้รับคำปลอบโยนจากผู้พันรวมถึงเรื่องราวของนิทาน เธอจึงปลดเปลื้องมันทิ้งและก้าวมาได้จนถึงปัจจุบัน

         

        ดังนั้นจะบอกว่าส่วนหนึ่งเธอมองนิทานเป็นแรงบันดาลใจก็ไม่เกินเลยไปนัก นิทานเคยสูญเสียแทบทุกสิ่ง โดนหลอกลวงและหาทางใช้งาน แต่เขาก็ผ่านมันมาได้ แถมยังค่อย ๆ สร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือของตน แม้จะขรุขระหรือเกิดปัญหาขึ้นบ้างหากเขาก็มีชีวิตอย่างมีความสุข มุ่งหน้าไปตามวิถีของตนได้อย่างเต็มภาคภูมิ

         

        ยิ่งช่วงหลังนี้ดูเขาจะมีเป้าหมายและสิ่งที่ตามหาแล้วด้วย เธอจึงเข้าใจมาตลอดว่าบาดแผลในอดีตนั้นดีขึ้นมากแล้ว หลงเหลือเพียงแผลเป็นที่สะกิดแล้วแสบเล็กน้อยเท่านั้น

         

        “แต่เด็กนั่นน่ะ พังทลายสุด ๆ เลยล่ะ แม้จะมีคีตาอยู่ด้วย แต่เขาก็ยังไม่ปลดเปลื้องอดีตออกไปเลย เหมือนเขาทุ่มชีวิตให้กับคนที่เขารัก ปัจจุบันนี้ก็เห็นจะมีแต่คีตา โดยที่ไม่สนตัวเองเลยล่ะ”

         

        สิ่งที่ผู้พันลาลันตาเคยพูดกับเธอโผล่ขึ้นมาในจิตของเธออีกครั้ง เสียงนั้นราวกับกระซิบข้างหูเธอแผ่วเบา เธอผิดพลาดไปแล้วจริง ๆ แม้ยามปกติเขาจะยิ้มแย้มได้ดั่งคนทั่วไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอดีตจะลบเลือนได้ง่ายเพียงนั้น

         

        มันเป็นเหมือนเข็มแหลมในกองของเล่น แม้ยามมองไปจะไม่สามารถเห็นเข็มเล่มเล็กเล่มนั้น เห็นเพียงของเล่นมากมายที่ชวนให้ยิ้ม หากอยากหยิบชิ้นใดมาเล่นก็ไม่มีปัญหา มีความสุขได้เช่นคนปกติ

         

        หากยามใดที่กองของเล่นนี้ถูกขุดคุ้ย เข็มเล่มเล็กนั้นจะทิ่มมือเมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบ

         

        “ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่มันไม่ใช่โอกาสที่ดีเท่าไหร่ ขอโทษทุกคนด้วยนะครับ เหมือนผมจะทำให้งานกร่อยแล้ว” นิทานหัวเราะแผ่วเบา

         

        “คีตา นายก็อย่าไปขู่พวกเขาขนาดนั้นสิ” เขาดึงร่างของคีตาที่บังอยู่เบื้องหน้าเขามาที่ตักแล้วจึงกอดมันแนบแน่น เมื่อคีตาเห็นท่าทีเช่นนั้นของนิทานมันจึงเลิกจ้องมองเพชฌฆาต ลิ้นหนาใหญ่เลียหน้าของนิทานเบา ๆ

         

        เสียงของนิทานดูจะเป็นการตำหนิ หากการกระทำของเขาไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย เขาจะไปดุคีตาได้ยังไง ในเมื่อมันทำเพื่อเขาและเป็นห่วงเขาถึงเพียงนี้

         

        “จริงด้วยครับ คุณนิทาน ร่มปกปักหทัยของคุณถึงมือของนักรังสรรค์ระดับสูงแล้วนะครับ จะเสร็จทันการขุดค้นแน่นอน ผมคิดว่าไม่เกินเดือนนี้ก็จะได้แล้วล่ะครับ” อารากะพยายามเปลี่ยนเรื่องตามวิสัยนักธุรกิจ พวกเขาอุตส่าห์ดูจะเปิดใจให้กันมากขนาดนั้นแล้ว หากหัวข้อพูดคุยเดียวกลับทำให้บรรยากาศแย่ลงทันตา

         

        “ขอบคุณมากนะครับ ผมคงพกพาสมบัติไปไม่มาก นอกจากของจำเป็นอย่างพวกอุปกรณ์รักษาหรืออุปกรณ์สำหรับการเดินทาง ก็คงมีแค่ร่มคันนั้นกับไข่มุกอินทนิล” นิทานตอบ เขามักเข้าป่าอยู่บ่อย ๆ จึงมีของจำเป็นสำหรับการเอาตัวรอดพรักพร้อมอยู่เสมอ หากการลงขุดค้นนี้เขาไม่เคยแม้แต่น้อย

         

        “วัตถุเสริมอาคมระดับนักสลักเอกยังพอใช้ได้นะครับ แม้ประสิทธิภาพจะหลงเหลือเพียงระดับผู้เรียนรู้ คงไม่มีประโยชน์มากนักในการต่อสู้กับสัตว์อสูร แต่กลุ่มการค้าอิสึกะจะเตรียมไปให้ไว้ก่อนครับ เช่นควันอำพราง หุ่นนกสำรวจ เต็นท์ค้างคืน หมุดกันภัย และอื่น ๆ ครับ” อารากะเสริม แม้หลายอย่างจะโดนกดพลังมาก แต่มันก็ยังพอมีประโยชน์ในแบบของมัน

         

        “พวกโอสถต่าง ๆ และของฟื้นฟูทั้งหลายทางศาสนจักรจะช่วยจัดเตรียมให้ด้วยค่ะ” เลโอกล่าวขึ้น เธอเห็นความพยายามของอารากะในการเปลี่ยนเรื่อง จึงได้แต่เสริมตามน้ำไป

         

        มื้ออาหารครั้งนี้จึงดำเนินต่อไปในรูปแบบที่บรรยากาศกลับมาดีขึ้นน้อย ๆ นิทานก็เหมือนจะรู้ตัวว่าทำให้บรรยากาศแย่ลง เขาจึงพยายามชวนคนอื่นคุยมากขึ้นกว่าปกติ

         

        โฮโจเหมือนจะครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่ในหัว เขาเหลือบมองมาทางนิทานเป็นระยะ ๆ ตัวนิทานเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะไพลินนั่งอยู่ข้างเขาหรือเปล่าโฮโจจึงได้มองมาทางนี้

         

        เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า มื้ออาหารจึงจบลงในที่สุด อารากะกล่าวอำลาพร้อมกับนัดหมายทุกคนอีกครั้งว่าเมื่อเตรียมพร้อมแล้วจะให้มารวมตัวกันอีกครั้ง และครั้งนั้นจะเป็นการเดินทางไปขุดค้นอย่างแท้จริง

         

        จากที่เขาพูด สมควรเป็นภายใน 1 เดือนนี้ นิทานแอบคิดในใจว่าหากเขาทำงานนี้เสร็จก่อนสิ้นปีก็คงจะดี เขาจะได้นำเงินรางวัลไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกับคีตาเป็นการฉลองวันเกิดของตน

         

        ระหว่างที่พวกเขาแยกย้ายกัน กลับเป็นโฮโจที่เดินตรงมาหานิทาน ก้มหัวอย่างสุภาพ ก่อนจะท้าเขาประลอง

         

        “คุณนิทานครับ ให้เกียรติประลองกับผมได้มั้ยครับ” นี่คือสิ่งที่โฮโจพูดขึ้นตอนที่นิทานและองค์หญิงไพลินกำลังมุ่งหน้าออกจากเรือนของตระกูลอิสึกะ

         

        “เอ่อ..กะทันหันไปหน่อยมั้ยครับ” นิทานมึนงง เขาไม่แปลกใจที่โฮโจอยากลองประลองกับเขา โฮโจเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง การที่เขาจะต้องการเรียนรู้จากคนที่โดดเด่นเช่นกันก็เป็นเรื่องธรรมดา

         

        “ขอโทษด้วยครับ แต่ผมมีความรู้สึกบางอย่างครับ เป็นความรู้สึกที่ว่าถ้าผมได้ลองฝีมือกับคุณนิทาน ผมจะเข้าใจตนเองมากยิ่งกว่าที่เคยครับ” โฮโจพูดอย่างจริงจัง

         

        “โฮ่ ช่วงเวลาตื่นรู้เหรอ สัญชาตญาณมันบอกสินะ” องค์หญิงไพลินเผยรอยยิ้ม เธอเข้าใจความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ว่าร่างกายมันกำลังร่ำร้องบอกให้ทำบางสิ่ง

         

        “เราไม่มีปัญหานะ อยากเห็นเหมือนกันว่าอัจฉริยะของตระกูลอิสึกะจะเป็นยังไงบ้าง” องค์หญิงไพลินยิ้มหวานให้โฮโจจนเขาก้มหน้าหลบเพียงชั่วครู่ แล้วจึงหันกลับมาจ้องมองนิทาน นิทานลอบขำน้อย ๆ ดูก็รู้ว่าเพื่อนของเขาไม่ได้คิดอะไรกับรอยยิ้มนั้นแม้แต่น้อย หากก็ยังทำเอาอีกคนเขินได้

         

        “นี่ คนประลองมันฉันมั้ยล่ะ ตอนบ่ายฉันก็สู้กับหมีขนมรกตมานะ” นิทานบ่นเล็กน้อย ยิ่งไพลินพูดเหมือนเขาจะประลองแน่นอนด้วยเช่นนั้น

         

        “ตลก พูดเหมือนนายเหนื่อยตายล่ะ ช่วยเขาหน่อยไม่ได้รึไง” องค์หญิงไพลินตอกกลับ เธอชี้ไปยังโฮโจที่มีสีหน้ามุ่งมั่นทางด้านข้าง ด้วยนิสัยขององค์หญิงผู้ที่ใจดีกับทุกคนยกเว้นเขาอย่างเธอ เธอย่อมไม่อยากปฏิเสธ

         

        “ได้โปรดครับ ผมยินดีจ่ายค่าเสียเวลาให้ครับ” โฮโจกล่าวต่อ

         

        "ไม่ต้องจ่ายก็ได้ เอาสิ ถือว่าย่อยอาหารกัน" นิทานส่ายหน้าแม้ในใจจะเสียดาย แต่ในอนาคตอีกไม่นานนี้พวกเขาจะต้องร่วมฝ่าสุสานของขุนนางพันธุ์ผสมไปด้วยกัน จะให้ทำอะไรที่อาจทำให้หมองใจอย่างการปฏิเสธได้ยังไง ยังไม่รวมเรื่องที่กลุ่มการค้าอิสึกะเป็นผู้สนับสนุนฝักฝ่ายของไพลินด้วย

         

        “ขอบคุณมากครับ!” นัยน์ตาของโฮโจลุกโชน ภายในนั้นนิทานเห็นได้ชัดถึงความปรารถนาที่จะพิสูจน์ตน ความต้องการที่จะเอาตนไปเทียบกับผู้ที่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน

         

        นิทานถึงกับหลุดยิ้มเมื่อเขาเห็นภาพของตนทับกับภาพของโฮโจ

         

        ภาพของคนที่ทิฐิสูงเทียมฟ้าและไม่คิดว่าตนจะด้อยกว่าใครหน้าไหน

         

        โฮโจที่ดูราวกับแทบจะรอไม่ไหวอีกต่อไปรีบนำทางพวกเขาไปยังสวนหย่อมข้างสระปลาคาร์ปเช่นเคย พื้นที่ตรงนั้นคือจุดที่นิทานสังหารหมีขนมรกตไป ข่ายอาคมป้องกันอันตรายรอบด้านยังคงอยู่ครบถ้วน

         

        ไม่ทราบว่าอารากะได้ข่าวตั้งแต่เมื่อใด หากเขากลับมาปรากฏกายอย่างรวดเร็วพร้อมกับอิซึมิ ไม่เพียงแค่นั้น จากไกล ๆ เขาเห็นกลุ่มคนที่แต่งกายด้วยชุดผ้าจากตระกูลอิสึกะมากมายมองดูอยู่

         

        ดูเหมือนข่าวจะแพร่ไปไวจนไม่น่าเชื่อเมื่อเพชฌฆาตและเลโอที่สมควรกลับไปแล้วยามนี้มายืนอยู่ข้างกายองค์หญิงไพลิน

         

        “โห ศึกของอัจฉริยะสินะครับเนี่ย น่าตื่นเต้นจังเลย คุณนิทานก็แข็งแกร่งจากครั้งก่อนที่ผมเจออย่างกับคนละคน โฮโจก็เป็นอัจฉริยะที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเคยเอาชนะนักสลักเอกมาได้แล้ว จริง ๆ ถ้าเป็นศึกของอัจฉริยะแบบนี้ผมก็น่าจะเข้าร่วมได้สิครับองค์หญิง” เพชฌฆาตมาถึงเพียงไม่นานก็เริ่มฝอยอย่างตื่นเต้น

         

        “นายเงียบก่อนเลย เรายังไม่จัดการเรื่องที่นายไปพูดแบบนั้นเลยนะ” องค์หญิงไพลินปรามเพชฌฆาตด้วยสีหน้าดุ ๆ

         

        “หวา ขอโทษจริง ๆ ครับ ผมไม่ทันคิดจริง ๆ ผมรู้สึกผิดจริง ๆ นะครับ นี่ยังว่าครั้งหน้าที่เจอผมจะหาซื้อของมาขอโทษด้วย องค์หญิงมีอะไรแนะนำมั้ยครับ” เพชฌฆาตก้มหน้างุด

         

        “ขนม เผื่อสำหรับคีตาด้วย เยอะ ๆ เลย ไม่งั้นก็เงินสดก็ได้ หมอนั่นชอบไม่กี่อย่างหรอก” องค์หญิงไพลินหัวเราะ

         

        เลโอที่อยู่ด้านข้างกลั้นขำเบา ๆ ดูเหมือนนิทานคนนี้จะนิสัยค่อนข้างตลกทีเดียว องค์หญิงถึงกับบอกว่าชอบเงินแบบนั้น

         

        กลางลานประลองที่ไม่รู้ว่ามีคนมาดูมากมายตั้งแต่เมื่อใด นิทานยืดเส้นยืดสายอยู่ทางด้านข้าง ส่วนคีตาเพียงยืนอยู่ขอบของเวทีเท่านั้น อารากะกล่าวกฎสั้น ๆ

         

        “ในฐานะสหายร่วมภารกิจ การประลองครั้งนี้จะเป็นการประลองกระชับมิตรเท่านั้น ข่ายอาคมรอบสนามประลองจะหยุดยั้งการโจมตีที่รุนแรงให้โดยอัตโนมัติ ผลแพ้ชนะจะตัดสินจากข่ายอาคมสลายการโจมตีเพื่อปกป้องใครก่อน” อารากะกล่าวรวบรัด

         

        ทั้งสองพยักหน้าน้อย ๆ นิทานเพียงอบอุ่นร่างกายช้า ๆ ส่วนคีตานั้นไม่มีท่าทีจะเข้าร่วมแต่อย่างใด

         

        โฮโจเห็นคีตาไม่เข้าร่วมก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ

         

        “คุณนิทานครับ คุณเป็นผู้ฝึกสัตว์ไม่ใช่เหรอครับ” โฮโจมีท่าทีไม่พอใจเมื่อเห็นว่านิทานไม่มีความตั้งใจจะให้คีตาเข้าร่วมด้วย สำหรับเขาแล้วหากผู้ฝึกสัตว์ไม่นำสัตว์คู่หูของตนมาประลองด้วยนั่นเท่ากับเป็นการดูถูกคู่ต่อสู้

         

        นิทานยิ้มบาง เขาเข้าใจความคิดของโฮโจทุกประการ เพียงแต่ว่าหากให้คีตาร่วมประลองด้วยตอนนี้ เขาจำเป็นต้องสลับแบ่งการใช้พลังกัน เขาที่เลื่อนเป็นนักสลักเอกไม่นานยังทำได้ไม่ชินมากนัก เขาไม่ได้กลัวจะพ่ายแพ้ เขาเพียงกลัวใครบางคนจะมองจุดบอดตรงนี้ออก

         

        หากเธอสามารถสังเกตได้ว่ายามที่นิทานแข็งแกร่งเป็นพิเศษ คีตาจะไม่ได้โจมตีหรือเป็นเพียงตัวล่อ ความลับของเขาจะต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน

         

        “นั่นสินะครับ ถ้าคุณโฮโจทำให้คีตารู้สึกว่าผมมีอันตรายได้ มันจะพุ่งเข้ามาร่วมวงเองครับ” นิทานแสยะยิ้ม


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน