เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 174 การเคลื่อนไหวของเรน

            ณ สนามบินเมืองจงโจว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายของผู้คนที่เร่งรีบ


            เยว่ซินและเยว่หลินนั่งอยู่ในบริเวณที่พักรอผู้โดยสาร ด้านหน้าพวกเธอคือกระเป๋าเดินทางสองใบที่เต็มไปด้วยของจำเป็นในการเดินทางไกลครั้งนี้


            ทั้งคู่ตัดสินใจใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางไปยังเมืองหรู่หมิง

            

            เมืองที่อยู่คนละฟากของโลก


            เยว่หลิน ผู้เป็นมารดายังคงมีแววตากังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองลูกสาว


            “ซินเอ๋อ เจ้ามั่นใจหรือว่าการไปที่นั่นจะช่วยแก้ปัญหาได้?”


            เสียงของเธอแฝงความหวาดหวั่น


            แม้จะพยายามไม่แสดงออก แต่สีหน้าที่วิตกกังวลของเธอก็ปิดไม่มิด


            เยว่ซินที่นั่งอยู่ข้างๆหันไปสบตาแม่ของตนด้วยรอยยิ้ม


            “แม่คะ เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”


            “และที่สำคัญ หนูได้ยินมาว่านายน้อยอนาเธอร์เป็นคนมีเมตตามาก ขนาดเรื่องใหญ่กว่านี้เขายังช่วยคนอื่นมาแล้ว”


            เยว่หลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะพูดต่ออย่างไม่มั่นใจ


            “แต่เขาเป็นถึงทายาทตระกูลซิกฟรีดนะลูก ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าเทียบกับเรา..”


            “แม่ว่าคนรับใช้ลำดับสุดท้ายของตระกูลนั้นยังมีฐานะสูงกว่าพวกเราเสียอีก ลูกจะกล้าหวังให้คนอย่างท่านช่วยพวกเราได้จริงๆหรือ?”


            “แม่มองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้วค่ะ”


            เยว่ซินตอบพร้อมรอยยิ้มบางที่มุมปาก แววตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น


            “คนแบบเขา ถ้าเราบอกเหตุผลที่ดีพอ นายน้อยท่านนั้นจะต้องช่วยเราแน่ๆ หนูเชื่อว่าเขาเป็นคนที่เข้าใจความลำบากของคนอื่นได้”


            บทสนทนาของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไป ในขณะที่เสียงประกาศเที่ยวบินขาเข้าขาออกดังเป็นระยะ เยว่หลินดูเหมือนจะยังไม่มั่นใจในคำพูดของลูกสาว แต่ความมุ่งมั่นในแววตาของเยว่ซิน กลับทำให้เธออดรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาวไม่ได้


            “แล้วถ้าไม่ช่วยล่ะ? แม่กลัวว่าเราจะเสียทั้งเวลา ทั้งความหวัง ทั้งเงินไปโดยเปล่าประโยชน์..”


            เยว่หลินถามอีกครั้ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล ยังไงเธอก็อยากให้ลูกของตนได้รับสิ่งที่ดีๆ ถ้าเลือกเข้าร่วมกิลด์มันก็ไม่เลวเลย


            “ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ถ้าไม่.. พวกเราก็จะไปหาทางของเราเองต่อไป หนูสัญญาว่าจะปกป้องแม่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”


            เยว่ซินหันมาจับมือแม่ของตนแน่น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเยว่หลิน ราวกับจะถ่ายทอดความเชื่อมั่นของตัวเองไปยังแม่


            คำพูดของเยว่ซินเต็มไปด้วยความแน่วแน่จนทำให้เยว่หลินนิ่งไปชั่วครู่ เธอมองดูใบหน้าของลูกสาวที่เติบโตขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัว


            และในที่สุดก็พยักหน้าอย่างช้าๆ


            【ประกาศเรียนผู้โดยสารทุกท่าน สายการบินที่จะเดินทางไปยังเมืองหรู่หมิงกำลังจะออกในอีก 10 นาที โปรดขึ้นเครื่องด้วยนะคะ】


            เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารเที่ยวบินไปยังเมืองหรู่หมิงดังขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายของสนามบิน ทั้งสองแม่ลูกลุกขึ้นพร้อมกระเป๋าเดินทางในมือ ทั้งสองคนกำลังจะขึ้นสู่เครื่องบินเพื่อเดินทาง


            ทว่าในตอนนั้นเอง


            ระหว่างที่เยว่ซินและเยว่หลินกำลังจะก้าวเข้าสู่ประตูทางขึ้นเครื่องบิน


            “นั่นมัน.. ใช่พวกเธอจริงๆด้วย!”


            เสียงฮือฮาและความวุ่นวายก็พลันดังขึ้นที่บริเวณท่าอากาศยาน ทั้งคู่หันไปมองตามเสียงเพื่อพบว่าผู้คนมากมายกำลังรวมตัวกัน และมีสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง กำลังจ้องมองไปยังกลุ่มหญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามา


            ในขณะที่คนในสนามบินพากันหันไปมอง กลุ่มหญิงสาวชุดเกราะสีขาวอันสง่างามก็ก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ บรรยากาศภายในสนามบินพลันสั่นสะเทือน ไม่เพียงแค่เพราะความสวยงามและความยิ่งใหญ่ที่แผ่ซ่านจากกลุ่มผู้เล่นหญิงเหล่านั้น


            แต่ยังเพราะสัญลักษณ์บนชุดของพวกเธอ เป็นตราประจำกิลด์ที่มีชื่อเสียงที่สุดและมีแต่ผู้เล่นหญิงทั้งหมด นั่นคือกิลด์แองเจิ้ล!


            สายตาของเยว่ซินและเยว่หลินเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พวกเธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเมื่อได้เห็นกลุ่มกิลด์แองเจิ้ล


            ผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นกิลด์หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดของโลก ผู้คนมากมายในสนามบินต่างจับจ้องอย่างไม่วางตา บางคนถึงกับหยุดสิ่งที่กำลังทำเพื่อหันไปดูการมาถึงของพวกเธอ


            ท่ามกลางสมาชิกกลุ่มนี้ มีหญิงสาวคนหนึ่งที่โดดเด่นที่สุด เธอเป็นหญิงสาวที่มีผมสีม่วงอ่อนสะท้อนแสง เธอเป็นผู้นำกลุ่มเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเยว่ซินและเยว่หลิน


            “สวัสดีน้องหญิง”


            หญิงสาวผมสีม่วงอ่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยอำนาจ


            “พี่ชื่อเลน่า เป็นหนึ่งในรองหัวหน้าของกิลด์แองเจิ้ล พวกเราได้รับคำสั่งโดยตรงจากหัวหน้ากิลด์ เรน ซิกฟรีด ให้มาหาน้องหญิงเยว่ซิน”


            ชื่อของเรน ซิกฟรีด ทำให้เยว่หลินและเยว่ซินต่างพากันสะดุ้ง ทั้งคู่ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง


            “เรน ซิกฟรีดหรือคะ?”


            “ท่านเรน ซิกฟรีด...ทายาทลำดับที่สองของตระกูลซิกฟรีด ที่เขาลือกันว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก..”


            เยว่หลินพึมพำในความสับสน


            เธอหันมามองลูกสาวของเธอ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและกังวล


            “ใช่ค่ะ หัวหน้าเรน ซิกฟรีด!”


            เลน่าตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน จากนั้นก็กล่าวออกมาอย่างใจจริง


            “หัวหน้าได้ยินเรื่องราวของน้องหญิงเยว่ซินและสนใจในศักยภาพเป็นอย่างมาก!”


            “ดังนั้นหัวหน้ากิลด์จึงส่งฉัน.. เพื่อเชิญชวนน้องให้มาเข้าร่วมกับกิลด์แองเจิ้ลของเรา!”


            เยว่ซินที่ได้ยินถึงกับตะลึง จนไม่สามารถตอบคำถามได้ในทันที เธอจ้องมองไปยังเลน่าด้วยความอึ้งที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ


            สายตาของคนรอบข้างที่มองมายังเธอ เต็มไปด้วยความอิจฉาและความอยากรู้อยากเห็น บางคนถึงกับพากันซุบซิบด้วยเสียงตื่นเต้น


            เยว่หลินเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอจับแขนของลูกสาวเธออย่างแน่น และพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านภายในใจ


            “ซินเอ๋อ...นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?”


            เยว่ซินหันไปมองแม่ของตน และรู้ดีว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา การที่รองหัวหน้ากิลด์แองเจิ้ลมาเชิญชวนด้วยตนเองนั้น


            แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความสนใจของท่านเรนมากเพียงใด แต่ก็ยังคงสงสัยว่าทำไมตนเองถึงได้รับการเชิญชวนในครั้งนี้


            หลังจากเลน่าได้เชิญชวนเสร็จ เยว่ซินตอบกลับด้วยความนอบน้อม


            “ขอบคุณค่ะท่านเลน่า ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ท่านเรนให้ความสนใจในตัวของฉัน”


            “แต่ตอนนี้ฉันมีเรื่องต้องจัดการบางอย่าง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ได้กำลังจะเดินทางไปเมืองหรู่หมิง”


            “ฉันอยากไปหานายน้อยอนาเธอร์น่ะค่ะ เพราะมันเป็นคำสั่งโดยตรงของท่านเทพเจ้า!”


            เมื่อได้ยินถึงจุดประสงค์ของการเดินทาง


            เลน่าและเหล่าสมาชิกกิลด์หญิงสาวของเธอต่างก็มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ


            ทุกคนแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เมื่อเยว่ซินเล่าถึงภารกิจอันน่าตกตะลึงนี้ เยว่ซินเองก็บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เธอได้รับพลังอวาตาร์เทพเจ้า การที่ได้ยินเสียงของเทพเจ้าเทียนเผิง ซึ่งเป็นเทพเจ้าผู้ทรงอำนาจของสวรรค์บอกให้เธอไปตามหาผู้สืบทอดของซุนหงอคงที่ชื่อว่า อนาเธอร์


            เลน่าที่นิ่งฟังเรื่องราวของเยว่ซินถึงกับต้องหันมามองลูกกิลด์หญิงคนอื่นๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความประหลาดใจ


            ความเงียบงันชั่วครู่เกิดขึ้นก่อนที่เลน่าจะพูดเสียงเบาออกมา


            “คำสั่งโดยตรงจากเทพเจ้าเทียนเผิง?”


            “หมายความว่าอย่างไร?”


            เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ทุกคนก็ยังได้ยินความตื่นเต้นและความไม่เชื่อในคำพูดนั้น


            เยว่ซินพยักหน้ารับก่อนจะพูดต่อ


            “ใช่ค่ะ ตอนที่ได้รับพลังอวาตาร์ ฉันได้ยินเสียงของเทพเจ้าเทียนเผิง ท่านบอกว่าจะต้องไปหาผู้สืบทอดของซุนหงอคง นายน้อยอนาเธอร์”


            “ท่านบอกว่าการพบเขาจะช่วยให้พวกเราค้นพบคำตอบที่ตามหาอยู่ และไม่ต้องอยู่อย่างยากลำบากอีกต่อไป!”


            คำพูดของเยว่ซินนั้นน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง พวกเธอเคยได้ยินถึงความแข็งแกร่งของซุนหงอคงและความสัมพันธ์ของเขากับเทพเจ้าเทียนเผิง ทั้งคู่เป็นคู่หูที่ร่วมต่อสู้ในสงครามสวรรค์ในอดีต และเป็นตำนานที่เล่าขานกันมานาน


            “เข้าใจแล้ว..”


            เลน่าพูดออกมาหลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอพยักหน้าอย่างหนักแน่น


            “น้องเยว่ซิน.. ถ้าเช่นนั้นพวกพี่จะไม่บังคับให้น้องเข้าร่วมกิลด์แองเจิ้ล แต่พวกพี่ก็ไม่อาจละทิ้งน้องไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้ได้”


            “เพราะฉะนั้นแล้ว.. พวกเราจะพาเจ้าไปส่งที่เมืองหรู่หมิงให้เอง”


            เสียงของเลน่าเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในฐานะพี่สาวที่ต้องการปกป้องน้องสาว


            “ขอบคุณค่ะ ท่านเลน่า”


            เยว่ซินพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก นัยน์ตาที่งดงามเองก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง


            หลังจากตกลงกันได้ เลน่าก็หันไปให้สัญญาณลูกกิลด์คนอื่นๆ พวกเธอนำพาสองแม่ลูกไปยังบริเวณลานกว้างของสนามบินที่มีเครื่องบินส่วนตัวลำใหญ่จอดอยู่ ทันทีที่เยว่ซินและเยว่หลินได้เห็นเครื่องบินลำนี้ พวกเธอต่างก็ตกตะลึง


            เครื่องบินลำนี้มีขนาดใหญ่โต โดดเด่นด้วยสีขาวเงางามที่ถูกตกแต่งด้วยลวดลายทองคำที่แสดงถึงความหรูหราและอำนาจ ประตูเครื่องบินถูกเปิดออก เผยให้เห็นภายในที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา เบาะนั่งบุด้วยผ้าเนื้อดี พื้นเป็นพรมที่นุ่มเหมือนกับก้าวเดินบนปุยเมฆ


            เยว่หลินถึงกับต้องเอามือปิดปากเพื่อกลั้นความตกตะลึงไว้ไม่อยู่ เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้สัมผัสเครื่องบินส่วนตัวที่หรูหราเช่นนี้


            “นี่มัน.. หรูหราเกินไปจริงๆ!”


            หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เหมือนกำลังไม่เชื่อกับสิ่งที่เห็น


            “พวกเรามีความภาคภูมิใจในกิลด์ และเราไม่เคยขี้เหนียวกับสมาชิกหรือแขกของเรา”


            เลน่ายิ้มพลางผายมือเชิญสองแม่ลูกให้ขึ้นไปบนเครื่องบิน เยว่ซินหันไปสบตากับแม่ของเธอก่อนจะยิ้มให้ และก้าวขึ้นไปบนบันไดเครื่องบินอย่างมั่นใจ เยว่หลินตามลูกสาวไป


            ตลอดเวลานั้น เธอยังคงมีแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและความตื่นเต้นอยู่ในใจ


    คล้ายกับเรื่องเกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า ที่คุณอ่าน