“บ่ายสามโมงแล้วเหรอเนี่ย”เห้อ...หญิงสาวถอนหายใจ
“เลิกงานั้แ่เที่ยงแท้ ๆ” หญิงสาวโอดครวญในขณะที่กำลังเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ
“ยินดีต้อนรับครับ/ค่า” พนักงานพูดต้อนรับเป็เสียงเดียวกันโดยแทบจะพร้อมเพรียงกันด้วยความเคยชิน[น่าทึ่งจริง ๆ ]หญิงสาวคิดในใจในขณะที่กำลังเดินไปยังหมวดอาหารสัตว์[ทำไมหมวดอาหารสัตว์ต้องอยู่ส่วนในสุดของร้านสะดวกซื้อด้วยนะ] ในที่สุดเธอก็เดินมาถึง [นี่ไงเจอแล้ว]
หญิงสาวยิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วหยิบอาหารแมวกระป๋องขึ้นมาสองอันเธอเดินไปที่หน้าเคาเตอร์ต่อคิวถัดจากชายหนุ่มที่กำลังคิดเงินอยู่ดูแล้วน่าจะอยู่ใน่เรียนมหาวิทยาลัยความสูงของเขากำลังดี ผมยาวปานกลาง หน้าตาดูธรรมดา ดูแล้วไม่มีอะไรโดดเด่นเลยจนกระทั่งเขายิ้มออกมาเป็ยิ้มตามมารยาทที่ยิ้มตอบรับพนักงานคิดเงินเท่านั้นแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เขาดูดีขึ้นมาราวกับเป็คนละคนทำเอาคนที่เห็นรอยยิ้มนั้นถูกตกไปได้เลยไม่เว้นแม้แต่หญิงสาว [อันตรายจริง ๆเด็กสมัยนี้] [แต่เอ๊ะ!เหมือนเคยเห็นที่ไหนกันนะ] หญิงสาวพยายามนึกให้ออกจนเหม่อลอยไม่รู้ตัวว่าถึงคิวของตัวเองแล้ว“คิวต่อไปเชิญครับ.. เอ่อ ถึงคิวคุณลูกค้าแล้วครับ” พนักงานคิดเงินร้องเรียกด้วยเสียงที่ดังขึ้นตามระดับ“อ๊ะ.. ค่ะ” หญิงสาวกลับมาสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงเรียกด้วยความลนลานจนเกือบทำอาหารแมวตกพนักงานหลุดขำออกมาเล็กน้อยทำให้หญิงสาวเกิดอาการประหม่าขึ้นมาเมื่อคิดเงินเสร็จเธอก็รีบเดินออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว
[ในที่สุดก็มาถึงสักที]หญิงสาวมีท่าทางสดใสขึ้นมาทันทีหลังจากการเดินทางที่ยาวนานในที่สุดเธอก็มาถึงหอพักสักทีหญิงสาวหยิบกุญแจออกมาไขประตูด้วยความคล่องแคล่ว เดินเข้าไปในห้อง วางกระเป๋าทำงานลงเดินไปที่ตู้เย็น เปิดประตูออกมา สิ่งแรกที่เห็นคือน้ำเปล่า [น้ำเปล่าเย็น ๆ ก็ดีเหมือนกัน] ในตอนที่กำลังก้มลงไปหยิบน้ำาเปล่าสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นน้ำอัดลมที่อยู่ด้านข้างของประตูพอดี[แต่น้ำอัดลมเย็น ๆ นั้นดีกว่า] เธอหยิบน้ำอัดลมออกมาจากนั้นเปิดดื่มรวดเดียวครึ่งกระป๋องจนแทบสำลักออกมา[อุหวา..เกือบพ่นน้ำอัดลมอึกใหญ่ออกมาแล้วสิ] เธอเดินกลับไปนั่งที่โซฟาเอนหลังผ่อนคลายหลับตาลงดื่มด่ำกับ่เวลาแห่งความสุขแต่ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรบางอย่างไปเธอลืมตาแล้วมองไปที่นาฬิกาที่อยู่บนกำแพงตรงข้ามกับโซฟาที่เธอนั่งอยู่ นาฬิกาบอกเวลา16.27 [หวาย เลยเวลามาเยอะแล้วเหรอเนี่ย] หญิงสาวรีบลุกออกจากโซฟาตรงไปหยิบอาหารแมวขึ้นมาหนึ่งกระป๋องแล้วรีบวิ่งออกจากห้องตรงไปยังลิฟต์ลิฟต์ยังค้างอยู่ที่ชั้นบนสุดหญิงสาวกอดอกใช้มือขวาตีแขนไปมาเพื่อระงับความกังวล ่เวลาที่รอนั้นสำหรับหญิงสาวแล้วถือว่านานมากเธอรอไม่ไหว มองไปเห็นบันไดหนีไฟ จึงใช้ทางนั้นเพื่อลงไปข้างล่าง เธอวิ่งลงมาได้ชั้นหนึ่งแล้วคิดได้ว่า[นี่มันเหนื่อยชะมัด จะไปทันเวลาไหมนะ ปกติแล้วจะไปหาคุณแมวเ้าของหอตอนเวลาประมาณ16.20 ประจำแท้ ๆ เลยเวลามาขนาดนี้จะยังรออยู่ที่เดิมไหมนะ] ในที่สุดเธอก็วิ่งลงมาถึงชั้นล่างจากนั้นเดินตรงไปที่สนามเด็กเล่นของหอพักเดินเลยสนามเด็กเล่นไปหน่อยก็จะถึงแล้ว “ตรอกหลังหอ”
ด้านหนึ่งเป็กำแพงตึกหอพักส่วนอีกด้านหนึ่งเป็พุ่มไม้ในพุ่มไม้นั้นมีรูที่มีขนาดใหญ่พอให้สัตว์ขนาดเล็กหนึ่งตัวเดินเข้าออกได้และรอยรูของพุ่มไม้ยังดูใหม่อยู่[เพิ่งมีตัวอะไรบางอย่างใช้ทางนี้ได้ไม่นาน] ทั้ง ๆที่เป็พื้นที่ที่ดูแล้วอากาศไม่น่าจะถ่ายเทเพราะรายล้อมไปด้วยพุ่มไม้และกำแพงสูง แต่กลับมีลมเย็นสบายพัดผ่านตลอดทั้งวันหญิงสาวค้นพบที่นี่โดยบังเอิญตอนเดินสำรวจรอบ ๆ หอพัก หญิงสาวสังเกตเห็นบ้านไม้ขนาดเล็กที่ตรงหลังค้าบ้านมีสามเหลี่ยมประดับอยู่มองดูแล้วคล้ายหูแมว[หรือจะเป็บ้านแมวกันนะ] หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้บ้านไม้หลังนั้นข้างหน้าบ้านไม้มีรูวงกลมขนาดที่ให้แมวตัวโตเต็มวัยเข้าออกได้เท่านั้นเมื่อหญิงสาวเชื่อมโยงบ้านไม้หลังนี้เข้ากับรูที่เห็นอยู่ในพุ่มไม้จึงสรุปได้ว่านี่คือบ้านแมวที่นี่ต้องมีแมวอาศัยอยู่แน่นอนเหนือรูขนาดใหญ่บนหน้าบ้านมีตัวอักษรเขียนเอาไว้ว่า “คุณแมวเ้าของหอ”หญิงสาวอ่านออกเสียงออกมา ทันใดนั้น“แซ็ก..แซ็ก” หญิงสาวได้ยินเสียงพุ่มไม้ขยับจึงหันไปดูแล้วพบกับแมวที่กำลังเดินเข้ามาทั้งคู่สบตากัน สิ่งที่เธอเห็นคือแมวสองสีมีสีดำกับสีขาว บนบริเวณหน้าเป็สีดำมองดูแล้วคล้ายใส่หมวกแบทแมนอยู่ขาหน้าและขาหลังมีสีขาวตัดกับบริเวณลำตัวที่เป็สีดำมองดูแล้วคล้ายคนใส่ชุดสูทสีดำแล้วใส่ถุงมือและถุงเท้าสีขาวดวงตามีสีเหลืองตรงกลางเป็สีดำ เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน อย่างกับผู้ดีสูงศักดิ์
“เมี้ยว” (นั่นใครน่ะ)เ้าแมว
“เมี้ยววว(มาทำลับ ๆ ล่อ ๆอะไรที่บ้านของผม)” เ้าแมวร้องแกมขู่
“น่ารักจังเลย เมี้ยว ๆ” หญิงสาวผายมือออกมาพร้อมกับร้องเรียก
“เมี้ยวๆ” (หึ ทำมาเป็เลียนแบบเสียง ถึงจะชมแต่ผมก็ไม่ไปหาหรอกนะไม่หลงกลง่าย ๆ หรอก) เ้าแมว
หญิงสาวยิ้มเหยเก[หยิ่งไม่ใช่เล่นเลยนะ แต่ไม่ยอมแพ้หรอก] “ถ้าไม่เข้ามาหาล่ะก็จะเข้าไปหาเองละนะ”หญิงสาวพูดและเดินเข้าไปหาเ้าแมว “เมี้ยวฟ่อวว”(อย่าเข้ามานะเมี้ยว) เ้าแมวร้องเสียงหลงหางชูชันขู่ไม่ให้เข้ามาใกล้[ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวภายนอกที่ดูสดใสไม่เข้ากับท่าทางน่ากลัวนั่นเลย]หญิงสาวเดินเข้าไปหาอย่างช้า ๆ [ต้องหนีแล้วเมี้ยว]เ้าเหมียวหันหลังเตรียมที่จะวิ่งหนีเข้าไปในพุ่มแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อถึงระยะที่พอเหมาะหญิงสาวก็กระโจนเข้าไปตะครุบเ้าแมว “หนีไม่รอดแล้วล่ะ”หญิงสาวลุกขึ้นนั่งจับเ้าแมวเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยง “เมี้ยวววว~~”เ้าแมวพยายามดิ้นอย่างสุดแรงแต่ก็ไม่อาจหลุดออกจากอ้อมแขนของหญิงสาวได้ เมื่อหญิงสาวพึงพอใจแล้วเธอยกเ้าแมวขึ้นสูงเหนือระดับสายตาของเธอแล้วจ้องไปที่ตาของเ้าแมวแล้วพูดว่า“เธอเองสินะคุณแมวเ้าของหอ ยินดีที่ได้รู้จักนะ จากนี้ฉันจะแวะมาหาบ่อย ๆ พร้อมกับอาหารนะเอาเป็เวลาที่เราเจอกันวันนี้นะ” หญิงสาววางเ้าแมวลง ลุกขึ้นยืน โบกมือลาเ้าแมว“เมี้ยว”(ผมไม่ใจอ่อนหรอกนะ)
“มาถึงจนได้”แฮ่ก ๆ หญิงสาวหอบหายใจ “ตรอกหลังหอ” ในขณะที่หญิงสาวกำลังเลี้ยวเข้าไปในตรอกก็ต้องรีบหันหลังกลับมาแล้วโผล่เพียงแค่หน้าออกไปดูแทน[ นั่นมัน...เด็กหนุ่มมหาลัยนี่นา]หญิงสาวครุ่นคิดแล้วก็พบว่าตอนนี้เธอจำได้แล้วว่าเคยเจอเ้าหนุ่มคนนี้ที่ไหน