คืนนี้… เธออยากให้เขามาเห็นจังหญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ของนัทพงษ์ แล้วต่อด้วยของพีช สายสั้นๆ ง่ายๆ "พี่เปิดไวน์ไว้นะมากินด้วยกันหน่อยสิ"
ร่างงามเดินไปเตรียมแก้วสามใบวางบนโต๊ะเตี้ยใกล้โซฟาในห้อง เปิดขวดไวน์แดงที่แช่เย็นไว้นานแล้วด้วยมือของตัวเองและเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอก็ยิ้ม
นัทพงษ์ยืนอยู่หน้าประตู สูดหายใจเข้าลึกสุดก่อนเคาะด้วยมือที่รู้สึกเย็นแต่กลับชื้นไปด้วยเหงื่อเขามาถึงก่อนพีช ไม่รู้เพราะอะไร… หรือเพราะใจมันเร่งให้มาก่อน
พอประตูเปิดออกภาพตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจเขาสะดุด เป็นห้วงๆ รากับกำลังจะขาดใจตาย ร่างสูงโปร่งยืนอยู่หน้าประตูในชุดนอนบางเบาสีเทาเงินซีทรูที่มองทะลุเห็นทุกสัดส่วนของร่างกายเนื้อผ้าลู่ไปตามลำตัวและโอบรับทุกส่วนเว้าส่วนโค้งของเธออย่างละเอียด แสงไฟอ่อนๆตกกระทบเนื้อผ้า จนแทบแยกไม่ออกว่ามันเป็นชุดนอน หรือเป็นเพียงเงาแสงที่ห่มกายเปล่าเปลือยอยู่
"เข้ามาสิ" เธอพูดเบาๆพร้อมยื่นแก้วไวน์ให้เขา โดยไม่กล้าสบตา
นัทพงษ์รับแก้วมาด้วยมือที่ไม่แน่ใจว่ากำลังสั่นหรือเปล่าเขาไม่กล้ามองตรงๆ แต่ก็ไม่อาจห้ามสายตาให้ละจากร่างเธอได้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาจากตัวเธอผสมกับกลิ่นไวน์แดงในแก้วบรรยากาศทุกอย่างเหมือนห้องนี้ไม่ได้ตั้งใจต้อนรับแขก แต่ต้อนรับ ‘เขา’เพียงคนเดียว
ไม่นานนัก พีชก็เดินตามมาเธอสวมเสื้อคลุมตัวบางทับชุดนอนลูกไม้เนื้อนุ่มบางเฉียบ ดวงตาเธอไล่มองมารตีตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วแอบเม้มปากนิดๆ อย่างนึกอิจฉาในความงามของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มขำ
"พี่รตี… ถ้ามีผู้ชายคนไหนหัวใจวายตายคืนนี้พีชจะไม่แปลกใจเลยค่ะ" เธอพูดติดตลกก่อนถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นร่องเนื้ออวบที่ล้นออกมาจากขอบชุดนอนและนูนเล็กที่ดุนออกมาตรงหน้าอก พลางนั่งลงข้างนัทพงษ์ ก่อนจะยื่นมือรับแก้วไวน์จากมารตี
"ใครจะหัวใจวายเหรอ?" มารตียิ้มหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อพลางถามเบาๆก่อนจะนั่งไขว่ห้างลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง ผ้าบางเบาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมเมื่อเธอขยับตัวจะมองเห็นเงาสีเข้มๆที่หน้าขาขาวราวงาช้างนั้นได้โดยไม่ต้องเพ่งมอง รอยยิ้มของเธออ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจที่ผู้หญิงคนหนึ่งรู้ตัวว่าตัวเองมีเสน่ห์แค่ไหน
"พีชก็แค่ห่วงนัทพงษ์ น่ะค่ะ"พีชแกล้งพูดขำๆ พร้อมหันไปยักคิ้วใส่หนุ่มน้อยที่ยังถือแก้วไวน์
เหมือนไม่กล้าดื่ม
เอ่อ...ผมไม่เป็นไรครับ…" นัทพงษ์พูดเสียงเบาแต่ใบหน้าร้อนวาบ
เขาไม่ชินกับการอยู่ในบรรยากาศแบบนี้โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงที่เขาแอบหลงรักมานานนั่งอยู่ตรงหน้าในชุดที่เหมือนกับเปลือยเปล่าเช่นนี้เขากลัวว่าตัวเองจะเผลอแสดงออกมากเกินไป กลัวว่าจะแสดงความต้องการที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองพร้อมหรือไม่
แต่มารตีกลับพูดขึ้นเบาๆขณะยกไวน์ขึ้นจิบ "อย่าเกร็งสินัทพงษ์ คืนนี้พี่อยากให้เราผ่อนคลาย...แค่ดื่มไวน์ ดูดาว แล้วก็อยู่ด้วยกันเฉยๆ ก็พอ"
คำว่า “อยู่ด้วยกัน” ของเธอไม่ได้มีความหมายพิเศษในน้ำเสียงแต่มันมีน้ำหนักในใจของนัทพงษ์อย่างน่ากลัว
"ครับ..." เขาตอบเสียงแผ่วแล้วค่อยๆ จิบไวน์
ไวน์ขวดนั้นกลิ่นหอมกลมกล่อมและอุ่นซ่านเหมือนความรู้สึกในอกที่กำลังขยายตัวอย่างช้าๆ ขณะที่เขากำลังนั่งใกล้ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอยู่สูงเกินเอื้อมทั้งๆ ที่ตอนนี้เธออยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าควรจะยื่นมือไปหรือยัง
ขณะที่ไวน์ในแก้วพร่องลง ความเขินของนัทพงษ์ก็เริ่มเผยให้เห็นชัดเจนขึ้นริมฝีปากที่เม้มเบาๆ เวลาถูกมารตีมองตรง ดวงตาที่กล้าสบเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหลบตามือที่เผลอจับชายกางเกงตัวเองแน่นและใบหน้าที่แดงเหมือนเด็กหนุ่มเพิ่งได้รับจูบแรก
แต่สาวสวยมากประสบการณ์กลับไม่รีบร้อน เธอเพียงยิ้มอ่อนโยน เหมือนจะบอกว่า "ไม่ต้องรีบ พี่อยู่ตรงนี้นะ"
พีชนั่งมองอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆสลับกับแกล้งหยอกเย้าด้วยคำบางคำเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
ที่ตึงเครียดแต่ในใจเธอกลับรู้สึกอบอุ่น…และปวดหนึบ อบอุ่น… เพราะเธอได้เห็นมารตีมีความสุข ปวดหนึบ…เพราะเธอเองก็แอบคิดว่า ถ้าเธอเป็นนัทพงษ์ล่ะ…แต่เธอรู้… คืนนี้ ไม่ใช่ของเธอ
เธอเพียงนั่งข้างๆ มองความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวระหว่างสองคนที่อยู่ตรงหน้าเหมือนสายลมที่พัดจากทะเลในคืนนี้ อ่อนโยน อบอุ่น และค่อยๆล้อมรอบหัวใจของกันและกัน… อย่างช้าๆ
ไวน์ในแก้วพร่องลงเรื่อยๆพร้อมเสียงพูดคุยเบาๆ ที่ลอยวนอยู่ภายในห้องสูทหรูริมทะเล เสียงคลื่นจากด้าน นอกยังคงดังอยู่ห่างๆราวกับจังหวะของหัวใจที่กำลังเต้นช้าๆ และหนักแน่นขึ้นทุกขณะ
ทั้งสามนั่งบนโซฟาใกล้กัน ขาของมารตีเกยอยู่บนเบาะนั่งไขว่ห้างอย่างผ่อนคลายเปิดเผยส่วนลึกล้ำรำไร ผ้าสีเทาเงินบางเบาพลิ้วไหวตามจังหวะลมหายใจส่วนนัทพงษ์นั่งชิดขอบโซฟาอีกด้าน ใบหูแดงจางๆ เพราะฤทธิ์ไวน์และบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่กล้าเอ่ยถึง
พีชนั่งตรงกลางชุดเดรสตัวบางของเธอร่นมาถึงหน้าขามองเห็นกางเกงในตัวจิ๋ววับๆ แวมๆ มือถือแก้วไวน์แน่นขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเธอรู้ว่าความอบอุ่นในห้องนี้ไม่ได้เผื่อที่ให้เธออย่างที่หวัง
"พี่รตีเคยมีรักครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่คะ?" พีชถามขึ้นเสียงใสกลบความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มเกาะกุมในอก
สาวสวยรุ่นพี่หันไปยิ้ม ก่อนตอบเบาๆ "ถ้านับจริงๆ...ก็คงตอนอายุประมาณ 15-16 นี่แหละ แต่ไม่เคยเป็นรักที่กล้าเรียกว่ารักหรอกมันเหมือนแค่รู้สึกดีแล้วกลัวจะหายไป…"
ใบหน้าอิ่มเอิบขาวอมชมพูหันมองนัทพงษ์สบตากับเขาแวบหนึ่ง แล้วถามกลับเสียงนุ่ม "แล้วนัทพงษ์ล่ะเคยมีคนที่ทำให้รู้สึก… ว่าควรเก็บไว้ทั้งหัวใจมั้ย?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงในทันทีราวกับแม้แต่เสียงคลื่นเองก็หยุดฟัง นัทพงษ์ยกไวน์ขึ้นจิบ รวบรวมสติก่อนตอบเสียงเบาแต่จริงใจ"ผม…ยังไม่เคยรักใครแบบที่รู้สึกอย่างนั้นมาก่อนเลยครับ"
มารตีนิ่ง… สายตาเธออ่อนลง ก่อนมือเรียวสวยจะค่อยๆเอื้อมไปวางลงบนมือของนัทพงษ์ช้าๆ สัมผัสแผ่วเบาแต่นุ่มนวลนั้นทำให้นัทพงษ์กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัวร่างกายของเขาแข็งค้างอยู่ชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา
ดวงตาทั้งคู่สบกัน…ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาอีก มีเพียงความรู้สึกที่แล่นผ่านสัมผัสนั้นไปถึงกัน พีชนั่งมองภาพตรงหน้าใจหนึ่งเธออยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ลึกลงไป เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังกลายเป็น‘ผู้ชม’ หรือส่วนเกินมากกว่าคนร่วมวง เธอยกไวน์ขึ้นดื่มอีกแก้ว แล้วอีกแก้ว รอยยิ้มยังแต่งแต้มไว้บนใบหน้าแต่ดวงตาเริ่มเลือนล้า
"พีช… ดื่มเยอะไปไหมจ๊ะ น้อง"มารตีหันไปถามอย่างห่วงใย แต่เสียงของเธอเหมือนเบาหวิวในหูพีช
"ไม่เยอะหรอกค่ะ พีชแค่…อยากให้คืนนี้เป็นของพี่กับนัทพงษ์"
ประโยคนั้นเบาและอ่อนล้าเกินกว่าจะเรียกว่าแซวมันเหมือนเป็นคำยินยอมปนเศร้าเล็กน้อย จากใครคนหนึ่งที่รู้ว่า คืนนี้เธอควรถอยออกมา หลังจากนั้นไม่นาน
พีชก็วางแก้วลงบนโต๊ะล้มตัวลงนอนบนซฟาอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรอีก ไม่สนใจชุดนอนด้านหน้าที่เลิกขึ้นมากองอยู่เหนือสะดือเปลือกตาค่อยๆ ปิดลง ภาพของมารตีและนัทพงษ์ยังอยู่ในห้วงความคิด
เสียงหายใจของเธอสม่ำเสมอขึ้นเรื่อยๆ ในไม่ช้าก็กลายเป็นเสียงที่บอกว่าเธอหลับสนิทแล้ว
มารตีหันไปมองเงียบๆ เธอลุกขึ้นคว้าผ้าห่มผืนบางจากปลายเตียง มาคลุมให้พีชเบาๆ จัดหมอนรองหัวให้ และลูบผมของพีชอย่างแผ่วเบาเธอรักพีชมาก เพราะทำงานมาด้วยกันหลายปีแล้ว… และเข้าใจเธอมากกว่าที่พีชจะรู้ตัว
เมื่อหันกลับมา เธอพบว่านัทพงษ์ยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน แต่ดวงตาของเขากำลังจ้องมองผู้จัดการสาวอย่างเปิดเผย ไม่มีความลังเลไม่มีคำถาม มารตีเดินกลับไปนั่งที่เดิม คราวนี้ใกล้กว่าเดิมนิดหนึ่ง และไม่ได้ผละมือออกจากมือเขา
"นัทพงษ์รู้ไหม..."เธอพูดเบาๆ "บางครั้งความรู้สึกก็ไม่ต้องรีบร้อนหาคำตอบหรอกแค่กล้าอยู่กับมันให้นานพอ... เราก็จะรู้เอง"
ชายหนุ่มพยักหน้า ดวงตาเขายังมองตรงไปที่เธอจนสบตากันเขานิ่ง... ซื่อตรง และอ่อนโยนอย่างน่าใจหาย คืนนี้... พวกเขาใกล้กันกว่าที่เคย ไม่ใช่แค่ระยะห่างแต่เป็นระยะของความกล้า และความรู้สึกที่ค่อยๆเติบโตอย่างมั่นคงในความเงียบที่ล้อมรอบด้วยเสียงคลื่น