ณ โรงอาหารใต้ตึกเรียน เวลา 12:40 นาฬิกา
"ทำไมวันนี้กินน้อยจัง?" ผมถามโทคิยะที่วันนี้เขาดื่มแค่นมเปรี้ยวกล่องเดียว ปกติจะต้องมีพวกขนมปังไม่ก็ข้าวปั้นอะไรแบบนี้ ซึ่งน่าแปลกที่เขาไม่ได้กินเยอะเหมือนแต่ก่อน หรือมีเื่บางอย่างเกิดขึ้นกับเขา?
"ก็นายบอกจะเอาเค้กมาให้นี่นา ฉันก็ต้องเก็บกระเพาะไว้กินเค้กสิ (^^) " โทคิยะพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางนึกถึงเค้กแสนอร่อยที่ตั้งตาคอยอยู่ตลอดเวลา โดยปกติโทคิยะมักชอบเก็บของอร่อยไว้กินคนเดียวเสมอ ดังนั้นแผนการรอบนี้เขาต้องเขมือบเค้กก้อนโตได้ทั้งอันแน่ๆ สมกับเป็แฟนตัวยงด้านของหวาน กินได้กินดีจริงๆ
"ไง (^^) "
"อ่าว! พี่ริว /..." ระหว่างนั้นเองพี่ริวจิก็เดินเข้ามาหาพวกเราดั่งเช่นเคย แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมพี่ริวจิถึงมาเวลานี่ละ จำได้ว่าเขาจะมาประมาณเที่ยงนิดๆไม่ใช่เหรอ? หรือผมจำเวลาผิดไปเอง
"พี่ริวจิมาซื้อน้ำให้อาจารย์เหรอครับ?"
"โอ้! รู้ได้ไงเนี่ย พี่ยังไม่ได้บอกเลยนะ"
"คาเสะมันมองเห็นอนาคตได้นะพี่ (^^) "
"เห่...เก่งจังเลยนะ (^^) " พี่ริวจิหันมามองผมด้วยความเอ็นดูพร้อมยืนขำขันอยู่คนเดียวจนผมเริ่มรู้สึกอาย เห็นอนาคตบ้าอะไรกันเล่า! มันคือปัจจุบันที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วนต่างหาก
"วันนี้คาเสะจะมาบ้านผมด้วย พี่จะมามั้ย?" เมื่อนึกคำถามออกโทคิยะจึงถามพี่ริวจิออกไปอย่างรวดเร็วขณะแสดงสีหน้าครึกครื้นอย่างไม่ปิดบัง ทำให้พี่ริวจินิ่งไปสักพักก่อนจะอธิบายให้เข้าใจพลางยิ้มแห้งๆออกมา
"โทษทีนะ ตอนเย็นพี่ต้องทำงาน ไปเล่นด้วยไม่ได้หรอก (^^) "
"โห้...นึกว่าจะได้เล่นกันสามคนซะอีก (-3-) " เมื่อได้คำตอบที่ไม่ตรงใจทำให้โทคิยะชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ขณะพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง เมื่อก่อนพี่ริวจิมักชอบมาเล่นกับพวกเราบ่อยๆเหมือนกัน แต่พอเข้าม.ปลายพี่เขาก็เริ่มห่างจากพวกเรามากขึ้น แต่ผมไม่ค่อยชอบเล่นกับพี่เขาเท่าไหร่เพราะเขาเล่นแรงมาก เคยเตะบอลกับพี่เขาๆใส่แรงเตะเต็มที่จนบางทีผมก็รับไม่ได้ แต่ก็สมกับเป็พี่เขาดีนะ ดีกรีนักกีฬาประจำโรงเรียนเลยนี่นา
"ฮ่าๆๆไว้วันหลังนะ" ผมมองโทคิยะกับพี่ริวจิคุยกันอย่างเหม่อลอยพร้อมย้อนกลับมาคิดเื่ใครเป็คนฆ่าโทคิยะกันแน่ พี่ริวจิเป็เพื่อนบ้านของโทคิยะก็จริงแต่พวกเขาไม่เคยมีเื่ทะเลาะกันแถมตอนเย็นพี่เขายังต้องทำงานอีก ไม่น่ามีเวลาย้อนกลับมาฆ่าโทคิยะได้แน่ แต่ถ้าเป็อาจารย์ไอดะก็ไม่แน่เพราะเขามักชอบใช้งานโทคิยะบ่อยๆแถมมีผู้ปกครองเคยมาต่อว่าเสียๆหายๆอีก ต้องมีเื่ที่เกี่ยวข้องกับอาจารย์ไอดะที่เรายังไม่รู้แน่นอน หรืออจารย์อาจจะเครียดจากเื่รอบๆตัวจนเผลอลงมือฆ่าโทคิยะที่ไม่รู้เื่ก็ได้ แล้วทำไมต้องเป็โทคิยะด้วย? โอ้ย...ยิ่งคิดยิ่งงง ทำไมมันซับซ่อนอย่างนี้นะ
"คาเสะ!! / คาเสะ?"
"ฮะ!" ขณะกำลังนั่งคิดไตร่ตรองอยู่คนเดียวก็ต้องสะดุ้งทันควันหลังโทคิยะและพี่ริวจิะโเสียงดังพร้อมๆกัน ทำให้ผมต้องเรียกสติกลับมาอีกครั้งพร้อมหันไปสนใจทั้งสองคนเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
"พี่ริวเรียกตั้งนานแล้ว เป็อะไรเนี่ย?"
"อ่อ ขอโทษครับ พอดีคิดนู่นคิดนี่นิดหน่อย"
"ยังเด็กยังเล็กคิดอะไรถึงเหม่อขนาดนั้น?"
"เอ่อ...เื่ส่วนตัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอก" ผมพยายามหลีกเลี่ยงคำตอบจากทั้งสองคนเพื่อความสบายใจของตัวเอง จะบอกได้ยังไงว่าจะมีคนมาฆ่าโทคิยะทุกวันทุกคืนจนไม่ได้เริ่มต้นวันใหม่สักที แบบนี้อาจทำให้ทุกคนใไม่ก็หาว่าผมเป็บ้าแน่ๆ ต้องไม่ให้พวกเขารู้เื่นี้เด็ดขาด
"จะถามว่าขนมโม--"
"อร่อยมากเลย ขอบคุณนะครับ" เพราะไม่อยากสนทนาให้เสียเวลาจึงตัดบทพูดของพี่ริวจิทันทีพร้อมดึงแขนโทคิยะเดินออกมาจากโรงอาหารขณะหันไปบอกลาพี่ริวจิไวๆ
"แล้วเจอกันนะครับพี่ริวจิ"
"เอ่อ...โอเค แล้วเจอกัน" ดูเหมือนว่าจะรอดไปได้อีกสถานการณ์หนึ่ง ถ้าพี่ริวจิถามมากกว่านี้คงมีเื่ให้คุยกันยาวๆ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ต้องรีบหาความจริงและวิธีรับมือกับเ้าคนใจทรามคนนั้นให้ได้
"นายเป็อะไรหรือเปล่า? เหมือนนายกำลังหนีพี่เขาเลยนะ"
"เปล่า แค่อยากขึ้นห้องไวๆเฉยๆ" จะเรียกว่าหนีก็ไม่ใช่ แค่ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้โทคิยะแค่นั้นเอง ทุกคนต่างน่าสงสัยทั้งนั้นไม่ว่าจะอาจารย์ไอดะ พี่ริวจิ หรือคนรอบตัวโทคิยะ ผมจะต้องหาตัวทำร้ายให้เจอก่อนที่ชีวิตของผมจะพังทลายไปมากกว่านี้
"นี่...มีอะไรก็บอกได้นะ ยังไงพวกเราก็เพื่อนกันจริงมั้ย?" โทคิยะพูดด้วยความเป็ห่วงขณะเลื่อนมือออกมาจับมือของผมแน่น ฝ่ามือนุ่มนวลของเขาอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกจนรู้สึกเพลิดเพลินกับััจากไออุ่นของเขาจนไม่อยากให้่เวลานี้หายไป แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอยู่เฉยๆ ผมจึงได้แต่ยิ้มบางๆเป็คำตอบก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
"ขอบใจ ถ้าฉันไม่ไหวฉันจะบอกเอง" ผมกุมมือโทคิยะไว้แน่นพลางส่งสายตามุ่งมั่นแทนคำตอบ ถึงเขาจะเป็เพื่อนสนิทแต่เื่บางเื่ก็ไม่ควรให้เขารับรู้ ถ้าบอกตอนนี้คงเร็วเกินไป ไว้ฉันหาตัวคนร้ายได้แล้วจะมาบอกนะโทคิยะ
"อื้ม! ปะ เข้าห้องกัน" เมื่อได้ยินแบบนั้นทำให้เขาอารมณ์ดีมากขึ้นพร้อมจูงมือของผมเดินนำหน้าไป นั้นทำให้ผมเบาใจได้เปราะหนึ่งขณะเดินตามหลังเขาไปติดๆ อย่างน้อยเขาก็ยังอยู่ตรงหน้าเราไม่ได้หายไปไหน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมจะทุ่มสุดตัวเพื่อปกป้องเขาให้ได้
.
.
หลังเลิกเรียน เวลา 16:00 นาฬิกา
"เค้ก~เค้ก~เค้ก~เค้ก~ (^0^) " หลังจากเลิกเรียนปุ๊บโทคิยะก็ลากผมออกจากโรงเรียนทันทีพร้อมพูดแต่เค้กๆๆอยู่แบบนั้นั้แ่ออกจากห้องเรียนจนมาถึงหน้าปากซอยก็ยังไม่ยอมหยุด อะไรมันจะดีใจขนาดนั้น กะอีแค่เค้กก้อนเดียวทำเป็โอเวอร์ไปได้
"นายนี่เป็เอามากนะ"
"ก็นะ...นานๆจะได้กินทีนี่นา"
"อื้ม ไว้จะบอกแม่อีกถ้าอยากกิน"
"จริงอะ! คราวหน้าขอเค้กมะพร้าวนะ"
"ได้..."
ถ้านายรอดจากวันนี้นะ
ผมได้แต่คิดในใจแต่พูดออกไปไม่ได้พร้อมเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเขาอย่างเป็กังวล เขาจะใไหมถ้ารู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย ถ้าเป็ผมคงไม่เชื่อแน่ๆและอาจโดนหาว่าบ้าก็เป็ได้ ยัง...ยังไม่ได้ อย่าพึ่งบอกตอนนี้เลยดีกว่าเดี๋ยวจะทำให้โทคิยะกลัวเปล่าๆ
"งั้นเจอกันนะ รีบๆมาละ"
"โอเค" เมื่อพวกเราเดินมาถึงหน้าบ้านของผมโทคิยะจึงขอตัวเดินกลับบ้านทันทีโดยใช่เวลาไม่นานก็ไม่เห็นร่างของเขาแล้ว ผมจึงรีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดอย่างไวพร้อมลงมาหาแม่ก่อนจะเห็นกล่องเค้กกล่องเดิมที่อยู่ตรงนี้มาโดยตลอดพร้อมหยิบขึ้นมาเพื่อเตรียมนำไปให้โทคิยะ
"อ่าว? จะเอาเค้กไปไหนนะ อันนั้นแม่ให้--"
"เดี๋ยวผมเอาไปให้โทคิยะเองครับ ไปก่อนนะครับแม่" ผมตอบกลับแม่อย่างว่องไวก่อนจะวิ่งออกมาจากบ้านทันทีโดยทิ้งให้แม่ยืนงงอย่างไม่เข้าใจ ขอโทษนะครับแม่แต่ตอนนี้คงไม่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ ถ้าเื่ทุกอย่างจบลงผมสัญญาว่าจะบอกความจริงทุกๆอย่างเลย
ดิ๊งด่อง~
หลังจากเดินมาได้สักพักก็ถึงที่หมายจึงกดกริ๊งเรียกเ้าของบ้านเพื่อให้รับรู้ว่ามีคนมาหา ขณะรอให้คนในบ้านมาเปิดประตูก็มองรอบๆไปด้วยอย่างหวาดระแวงพลางคิดในใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ตอนนี้ไม่มีใครน่าสงสัยอยู่แถวนี้เลย คงยังไม่ถึงเวลาสินะ
"อ่าว มาหาโทคิยะเหรอลูก?" และคนที่มาเปิดประตูก็คือคุณแม่ของโทคิยะนี่เอง เธอทักทายผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มขณะเปิดประตูต้อนรับอย่างอบอุ่น ผมจึงพยักหน้ารับขณะเดินก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมยื่นกล่องขนมเค้กที่แม่ของผมนำมาฝากอย่างรู้หน้าที่
"คุณแม่เอามาฝากครับ"
"ตายจริง! ฝากขอบคุณคุณแม่ด้วยนะจ้ะ"
"ได้ครับ"
"คาเสะมาแล้ว...เอ้ย! แม่! นั่นเค้กผมนะ" ดูเหมือนจมูกของโทคิยะกำลังทำงานเต็มที่ทำให้รีบโผล่หัวออกมาพร้อมปรี่มาหาแม่ที่กำลังถือกล่องเค้กอย่างสงสัย เขาะโดึ๊งดั๋งเพื่อ้าแย่งกล่องเค้กมาจากแม่ของเขาทำให้หมอนั่นโดนเขกหัวไปทีหนึ่งถึงจะยอมหยุดได้
"หยุดเลย เค้กนี่ไม่ใช่ของลูกคนเดียวนะ"
"แต่ผมหิวแล้วนี่นา"
"งั้นเดี๋ยวแม่จะแบ่งให้ ชวนคาเสะไปเล่นก่อนสิ"
"ก็ได้ ปะ ขึ้นข้างบนกันเถอะ" โทคิยะรับคำจากปากของแม่พร้อมลากผมขึ้นมาบนห้องนอนของเขาเพื่อเล่นสนุกกันตามประสาเด็กๆ ซึ่งในห้องของเขาเต็มไปด้วยโปสเตอร์การ์ตูนหลากหลายรูปแบบติดตามผนังจนไม่มีช่องว่างให้เห็น ส่วนบนพื้นก็เต็มไปด้วยการ์ดเกมต่างๆที่วางกระจัดกระจายจนแทบไม่มีทางเดิน ถ้าแม่ผมมาเห็นแบบนี้คงโดนตีตายแน่ๆ
"ห้องรกชะมัด (-_-) "
"เห...พูดเหมือนแม่ฉันเลย แต่ฉันไม่เห็นว่ามันจะรกตรงไหน" โทคิยะยักไหล่อย่างไม่ใยดีขณะยืนมองรอบห้องตัวเองอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน ถ้าเขารู้จักแม่ของผมไม่มีทางมายืนมองสบายๆแบบนี้แน่ สงสัยต้องให้เขาโดนฝ่ามืออรหันต์สักทีหนึ่งถึงจะกลับมาเป็ผู้เป็คนได้
"นายอยากเล่นอะไรละ?"
"อะไรก็ได้" โทคิยะกำลังวุ่นวายกับการ์ดเกมของเขาเพื่อนำมาเล่นตามที่ใจอยาก ส่วนผมถือโอกาสเดินสำรวจรอบๆห้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากเหตุการณ์คืนที่สองเขาถูกฆ่าในห้องนอนของตัวเอง แสดงว่าคนร้ายอาจจะแอบเข้ามาจากหน้าต่างไม่ก็หน้าบ้านได้สินะ ผมคิดแบบนั้นจึงชะเง้อหน้ามองนอกหน้าต่างเพื่อสำรวจรอบๆบ้าน ปรากฎว่าข้างล่างว่างเปล่าแถมยังสูงมากอีกด้วย ถ้าจะปีนขึ้นมาต้องหาอะไรมาเหยียบถึงจะขึ้นมาได้ แต่ถ้าเป็หน้าบ้านก็อีกเื่ แล้วคนร้ายมาจากทางไหนกันแน่?
"เล่นนี่กันปะ?" โทคิยะชูเกมกระดานสมัยที่พวกเรายังอยู่ชั้นประถมขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ ถึงมันจะเก่ามากแต่มันก็ยังสนุกดี เป็เกมกระดานทอยลูกเต๋าที่ใครเข้าเส้นชัยก่อนชนะ ล่าสุดจำได้ว่าผมเล่นชนะและได้ช็อกโกแลตจากเขาเป็รางวัล คราวนี้รางวัลอาจจะเป็...
"เค้กมาแล้วจ้า"
"เค้ก!/เค้ก" พวกเขาพูดพร้อมกันอย่างรู้ทัน แม่ของโทคิยะจึงได้แต่มองทั้งสองคนอย่างงงๆก่อนจะวางเค้กให้อย่างเบามือ โทคิยะรีบวิ่งไปรับจากแม่พร้อมหันมาพูดกับผมด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ
"คราวนี้ฉันชนะแน่ เค้กต้องเป็ของฉัน"
"แล้วถ้าฉันชนะละ?"
"เค้กก็ต้องเป็ของฉันอยู่ดี"
"ขี้โกงจริงๆ" ผมพูดอย่างเอือมระอาก่อนจะเริ่มเล่นเกมกระดานอย่างสนุกสนาน พวกเราผลัดกันทอยผลัดกันเดินจนไม่รู้ว่าข้างนอกกี่โมงแล้ว รู้ตัวอีกทีผมก็รู้สึกปวดท้องจึงขอตัวลงมาเข้าห้องน้ำก่อน
"2 ทุ่มแล้วเหรอ..." ผมยืนมองนาฬิกาข้างฝาผนังขณะล้างมือไปด้วยอย่างเป็กังวล เวลานี่มันผ่านไปเร็วจริงๆโดยเฉพาะวันหยุด พูดถึงวันหยุดเมื่อไหร่ผมจะหลุดจากวันนี้สักที บ่นไปก็ไม่ช่วยอะไรถ้ายังหาคนร้ายไม่เจอ ถ้าคนร้ายโผล่มาเมื่อไหร่ละก็...จะจับยัดเข้าคุกไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย
"หวังว่าหมอนั่นคงไม่แอบกินเค้กก่อนนะ" เมื่อนึกถึงเค้กผมละกลัวจริงๆถ้าโทคิยะแอบกินเค้กก่อน นานๆทีได้แวะมาหาเขาก็อยากเพลิดเพลินกับเวลาแสนสนุกบ้าง คิดได้แบบนั้นผมจึงรีบขึ้นไปข้างบนพร้อมเปิดประตูอย่างรวดเร็วก่อนจะพูดออกไป
"โทคิยะถ้านายกินเค้ก--"
"อะ...อะ" แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็ต้องใกับภาพตรงหน้าจนทำตัวไม่ถูก ผมยืนตาค้างพร้อมมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึงเพราะภายในห้องนั้นไม่ได้มีแค่โทคิยะเพียงคนเดียวแต่มีอีกคนที่กำลังขึ้นคร่อมบีบคอเขาด้วยกำลังแขนทั้งสองข้าง โทคิยะหน้าเริ่มซีดเผือก เขาตะเกียกตะกายดิ้นรนสุดกำลังขณะพยายามตีแขนคนร้ายเพื่อหวังให้ปล่อยแต่หมอนั่นไม่ยอมปล่อยสักวินาทีเดียว
ไม่...มันจะเป็แบบเดิมอีกแล้ว
ไม่เอานะ!!
เพล้ง!
โป๊ะ!
ผมรวบรวมสติหยิบของที่อยู่ใกล้มือที่สุดคือจานเค้กปาใส่คนร้ายจนจานแตกกระจาย เค้กทั้งก้อนเลอะเปื้อนตามเสื้อผ้าของคนร้ายเต็มไปหมด เสียงแตกเมื่อกี้ทำให้ข้างล่างเริ่มส่งเสียงเอะอะส่งผลให้คนร้ายรีบลุกออกจากร่างของโทคิยะก่อนจะปีนหน้าต่างหนีออกไป
"หยุดนะ!" ผมะโเรียกสุดเสียงเพื่อหวังว่าจะถ่วงเวลาของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ ก่อนจะชะเง้อคอออกไปดูนอกหน้าต่างก็ได้ยินเสียงสตาร์ทรถดังแว่วๆแต่ไม่เห็นตัวรถทำให้รู้สึกหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ไอ้สารเลวนั่นไวชะมัด! รู้งี้น่าจะรีบรั้งตัวมันเอาไว้จะได้ถ่วงเวลาพวกผู้ใหญ่มา
"โทคิยะ! โอเคหรือเปล่า?" แต่เพราะเป็ห่วงอาการของโทคิยะมากกว่าทำให้เลิกสนใจเ้าคนร้ายพร้อมรีบปรี่เข้ามาหาโทคิยะที่กำลังไอค่อกแค่กออกมา
"แฮ่ก...แฮ่ก.." พระเ้าช่วยเขายังไม่ตาย! ผมรู้สึกดีใจมากที่เขายังปลอดภัยแต่ตอนนี้เขาดูทรมานมาก เป็เพราะฝีมือของเ้าคนร้ายแน่ๆถึงทำให้เขาเป็แบบนี้ ระหว่างนั้นแม่ของโทคิยะก็ขึ้นมาพอดีผมจึงปล่อยให้เขาอยู่กับแม่อย่างสงบสุข ส่วนผมขอตัวกลับบ้านเพราะมีเื่สำคัญที่ต้องทำ
เพราะผมเห็นรูปร่างของคนร้ายแล้ว
คนร้ายใส่หมวกไหมพรมสีดำปิดหน้า ใส่เสื้อสีดำทั้งตัว รูปร่างสูงใหญ่แบบนั้นต้องเป็ผู้ชายแน่ๆ มีรถซึ่งไม่ทราบประเภทแถมว่องไวอีกต่างหาก
คงต้องหาเบาะแสให้มากกว่านี้ซะแล้ว โดยเฉพาะคนใกล้ตัว...
.
.
.
Dead ล้มเหลว
.
.
.
ถ้าชอบอย่าลืมกดใจ???? กดเข้าชั้น????และคอมเม้น????ส่งกำลังใจให้ด้วยนะคะ ทุกคอมเม้นของทุกคนเป็แรงผลักดันให้ไรท์มีแรงใจแต่งต่อไป ขอขอบคุณค่ะ ????