บทที่ 17 สมุน
"เรียนนายท่าน ข้าชื่อฉีอัน ส่วนระดับพลังปราณคือจักรพรรค์ห้า"
"ปราณจักรพรรดิห้า!" เฉิงมู่เบิ่งตา ปากอ้ากว้าง มันไม่เคยคิดเลยว่าวันนึงจะมียอดฝีมือระดับปราณจักรพรรดิกลายมาเป็ลูกสมุนให้มันได้ใช้งาน
เฉิงมู่ตะลึงงัน!
สิบลมหายใจผ่านพ้นไป เฉิงมู่เพิ่งได้สติและชี้โครงกระดูกถัดไป "เอาละ ต่อไปตาเ้า" โครงกระดูกทั้งสิบสองทยอยรายงานตัวอย่างต่อเนื่อง
ในเวลานี้เฉิงมู่แข็งค้าง มันตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ มันมีลูกสมุนชั้นยอดทั้งสิบสามตนมาอยู่ใต้บังคับบัญชา
สุดยอดไปแล้ว!
หากคนอื่นรู้เื่นี้ต้องอกแตกตาย!
พวกมันต้องคลั่งใจตายแน่นอน
เฉิงมู่สะบัดหน้า มันระงับความตื่นเต้นลง มันเริ่มสำรวจทั้งสิบสามตนอย่างจริงจังและเปิดปาก "พวกเ้ามาจากดินแดนเจิดจรัสใช่ไหม?"
"นายท่าน พวกข้าจำไม่ได้" สิบสามตนตอบอย่างพร้อมเพรียง
"จำไม่ได้!" เฉิงมู่ประหลาดใจ
จากนั้นมันเริ่มครุ่นคิดและหาสาเหตุ "หรือเนี่ยคือฝีมือท่านพ่อ" เฉิงมู่หาเหตุผลที่ต้องลบความทรงจําพวกมันทันที
ท้ายที่สุดมันนึกออกสำเร็จ!
"สมกับเป็ท่านพ่อ" เฉิงมู่กล่าวยกย่องชมเชยกับความคิดอันยอดเยี่ยมของบิดา มันไม่ต้องห่วงเื่การทรยหรือต่อต้านจากเหล่าสมุนอีกต่อไป
ทั้งหมดคือ หุ่นเชิดสังหารสมบูรณ์แบบ!
เฉิงมู่สบายใจขึ้น เมื่อมันคิดว่าหากโครงกระดูกที่ทรงพลังเกิดการทรยศขึ้นมาจริง มันหมดสิทธิ์ขัดขืนแน่
สามจักรพรรดิ สิบเซียน!
เฉิงมู่พูดไม่ออก เมื่อมันรับรู้ความแข็งแกร่งของสมุนทั้งสิบสามจนครบ
พลังทั้งสิบสามตนเพียงพอถล่มสำนักและอาละวาดทั่วผืนปฐีได้สบาย
พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน!
ทันใดนั้นเฉิงมู่นึกถึงตระกูลสาขาเฉิงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวมัน หากมันมีพลังเหล่านี้ มันไม่จำเป็ต้องหวั่นเกรงต่อผู้นำสาขาอีกต่อไป
เฉิงมู่มองดูรูปลักษณ์ของสมุนทั้งสิบสามที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่กระดูก ร่างกายพวกมันประกอบด้วยกระดูกเพียวๆหลายชิ้นที่ไม่เืเนื้อติดอยู่เลย "เห็นทีต้องปกปิดรูปลักษณ์"
หากผู้คนเห็นคงได้มีขวัญกระเจิงแน่ เพราะพวกมันเด่นมากเกินไป
หลังจากนั้นเฉิงมู่กล่าวขึ้นมาว่า "ต่อไปนี้พวกเ้าจะได้รับนามใหม่" นอกจากรูปลักษณ์ที่ต้องปกปิด นามต้องเปลี่ยน
กลายเป็ตัวตนใหม่โดยปริยาย
สมุนทั้งสิบสามได้รับนามโดยเฉิงมู่เป็คนตั้ง นามของโครงกระดูกทั้งสิบสามเรียงตามระดับพลังความแข็งแกร่ง
เฉิงมู่ที่มอบชื่อให้เสร็จสรรพ สายตาของมันสังเกตเห็นสิ่งของที่ยังคงหลงเหลือบนพื้น อุปกรณ์ ชุดเกราะ อาวุธ ทุกอย่างล้วนอยู่ในสภาพสมบูรณ์
"หรือว่าเป็อุปกรณ์ระดับสูง!" ดวงตาของเฉิงมู่ระยิบระยับ มันชี้นิ้วไปที่สิ่งของที่อยู่บนพื้น มันสั่งการเหล่าสมุนเสียงดัง "พวกเ้าไปเก็บให้หมด"
ในพริบตาอุปกรณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่กระจัดกระจายวางกองตรงหน้าเฉิงมู่
"พวกเ้าใช้เป็ไหม" เฉิงมู่สอบถามสมุนทั้งสิบสาม พวกมันตอบเหมือนกัน
"แสดงว่าอุปกรณ์เหล่านี้เคยเป็ของพวกเ้าสินะ" เฉิงมู่คาดเดาได้อย่างไม่ยากเย็น มันมองกองอุปกรณ์ตรงหน้าและตัดสินใจยกชุดเกราะ อาวุธส่งกลับคืนสู่มือของเ้าของเดิมอีกครั้ง
เฉิงมู่ไม่อาจสวมชุดเกราะและใช้อาวุธจำนวนมากได้พร้อมกันหมด การเก็บอุปกรณ์เอาไว้หมด มันจะกลายเป็สิ่งของไร้ประโยชน์และไร้ความหมาย
แต่หากเหล่าสมุนได้สวมใส่พวกอุปกรณ์นี้เหมือนเมื่อก่อน
พลังต่อสู้และพลังป้องกันสูงขึ้น!
หรือเรียกให้ถูกต้องและชัดเจนคือ พวกมันจะมีพลังใกล้เคียงจุดสูงสุด!
"ขอบคุณขอรับ นายท่าน" เหล่าสมุนทั้งสิบสามตอบประสานเสียง
เฉิงมู่พยักหน้าและกล่าวต่อว่า "ต่อไปพวกเ้าไม่ต้องเรียกข้าว่านายท่าน แต่ให้เปลี่ยนไปเรียกว่า นายน้อย"
เหล่าสมุนไม่ติดขัด "ได้ขอรับนายน้อย"
...
ในขณะที่เฉิงมู่วุ่นกับสมุนทั้งสิบสาม จู่ๆฉิงซินส่งเสียงดัง "นี้ท่านพี่ ั้แ่เมื่อกี้ล่ะ ท่านพี่คุยกับใครอยู่ พวกเขาเป็ใคร ทำไมพวกเขาต้องเรียกท่านว่า นายท่าน นายน้อย?"
เด็กสาวที่ฟังอยู่นาน นางอดทนต่อความอยากรู้ไม่ไหวจึงเปิดปากถาม
"จริงสิ ลืมไปเลยว่ามีน้องสาวอยู่ด้วย" ในขณะที่เฉิงมู่กำลังพัวพันกับเหล่าสมุนทั้งสิบสามและสมบัติที่ได้รับ มันเผลอลืมเื่น้องสาวไปซะสนิท
"บอกหรือไม่บอก?" เฉิงมู่ครุ่นคิด ระหว่างบอกความจริงหรือปิดบัง ท้ายที่สุดมันตัดสินใจบอกความจริง!
เฉิงมู่ตอบน้องสาว "เดียวออกจากถ้ำแห่งนี้ก่อน แล้วพี่จะค่อยเล่าให้เ้าฟัง" จากนั้นสำรวจถ้ำเป็ครั้งสุดท้ายก่อนออกไป
"ท่านพ่อท่านแม่พักผ่อนให้สบาย ไว้เดียวข้ามีโอกาสจะกลับมาเยี่ยมท่าน" สายตาของเฉิงมู่มองป้ายหลุมศพตรงหน้าเป็การส่งท้ายก่อนอำลา
.....
แสงอาทิตย์อัศดงสาดส่อง ลมหนาวยามค่ำคืนพัดผ่าน หญ้าปลิวไสว พื้นดินสะท้อนแสงแปรเปลี่ยนเป็สีส้ม
โครงกระดูกทั้งสิบสามยืนเรียงราย
"ท่านพี่ พวกนี้เป็ใคร!? " เฉิงซินเบิกตาและมองอย่างตื่นตระหนก นางไม่แน่ใจว่าบุคคลลึกลับตรงหน้ายังเป็มนุษย์อยู่ใช่ไหม หรือพวกเขาเป็ุ์กันแน่ นางไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนในชีวิต นางรีบหลบหลังพี่ชายอย่างรวดเร็ว
โครงกระดูกทั้งสิบสามที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานเหมือนผู้พิทักษ์ พวกมันไม่พูดไม่จาและยืนนิ่งเหมือนหุ่นเชิด
เฉิงซินรู้สึกหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าทั้งสิบสามตนไม่คิดทำร้าย นางจึงเริ่มผ่อนคลายและกล้าจ้องมองแล้วสำรวจพวกมันมากขึ้น
สายตาเฉิงซินมองพี่ชายที่นิ่งเฉยและไม่มีอาการหวั่นกลัวต่อโครงกระดูก
นางต้องประหลาดใจ!
เฉิงมู่มองเฉิงซินคราหนึ่งและตอบเรียบง่าย "พวกนี้คือลูกสมุนของพี่"
"ลูกสมุน!" เฉิงซินใ จากการที่นางไม่สามารถตรวจสอบพลังได้ หมายความทุกคนล้วนเป็ยอดฝีมือ แต่พี่ชายนางบอกว่าเป็ลูกสมุน!!!
ยอดฝีมือที่ไหนจะยอมลดศักดิ์ศรีมารับใช้คนที่อ่อนแอกว่าตนเองได้กัน!
"ท่านพี่ที่พูดมา... เื่จริงงั้นรึ!? " เฉิงซินมองพี่ชายและถามย้ำ เฉิงมู่ยืนยันคำเดิม