ตอนที่ 70 หานซานหยางขี่จักรยาน
หานเซี่ยงหยางพูดไปพลางวางชามและตะเกียบของตนเองลงไปด้วยเขาช่วยฉู่เจี้ยนกั๋วตักบะหมี่
ฉู่เจี้ยนกั๋วรู้สึกกระดากอยู่เล็กน้อยเขารู้ปริมาณเสบียงที่เขาให้ครอบครัวสกุลหานดี มันเพียงพอให้กินได้อิ่มท้องแต่แน่นอนว่าไม่เพียงพอให้กินได้อิ่มหน่ำเต็มไปด้วยสารอาหารก่อนที่เขาจะมากินข้าวที่บ้านสกุลหานเขารู้เพียงว่าอาหารการกินของครอบครัวสกุลหานนั้นขาดแคลนเขาจึงคิดว่าเสบียงของตนอาจจะพอช่วยเหลือครอบครัวสกุลหานได้บ้าง
ทว่าในยามนี้เขามากินข้าวที่บ้านสกุลหานทุกวัน ได้กินอาหารดีๆ แบบนี้เขาก็เริ่มรู้สึกเกรงใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ฉู่เจี้ยนกั๋วครุ่นคิดว่าหรือควรจะขอให้ที่บ้านช่วยส่งของมาให้เขาเพิ่มดีหรือไม่ ไม่อย่างนั้นต่อไปเขาคงจะเกรงใจจนกินไม่ลง และผลก็คือฉู่เจี้ยนกั๋วตัดสินใจลาครึ่งวันในเช้าวันรุ่งขึ้นเพื่อไปโทรศัพท์หาครอบครัวของตนในเมือง ถึงจะเขียนจดหมายส่งหาถึงกันได้ แต่การส่งจดหมายนั้นช้าเหลือเกินโทรศัพท์หาเลยย่อมดีกว่า!
“เสี่ยวฉู่ รีบกินเร็วเข้าอยายมัวแต่นั่งเหม่อสิ ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองนั่นแหละ”ย่าเฒ่าหานเรียกสติฉู่เจี้ยนกั๋วด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
หลานสาวเธอบอกไว้ว่าสหายฉู่มีความรู้ความสามารถต่อไปลูกหลานในบ้านจะได้ดีมีอนาคตหรือไม่นั้น ต้องพึ่งพาสหายฉู่ผู้นี้แล้ว
ชีเยวี่ยยังบอกอีกว่าสหายฉู่มากินข้าวที่บ้านและให้เสบียงอาหารพวกเขา แต่ต่อให้เขาจะไม่ให้เสบียงเพียงแค่เลี้ยงข้าว ก็ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับการที่เขาสอนหนังสือให้เด็กๆในบ้านแล้ว นับว่าเป็นบ้านพวกเขาต่างหากที่ได้เปรียบ
ฉู่เจี้ยนกั๋วได้รับการดูแลอย่างดีจากครอบครัวสกุลหานคิดอยู่ในใจว่าต้องสอนพี่น้องบ้านสกุลหานให้จงได้ทางบ้านเขาได้บอกเปรยๆกับเขาว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอาจจะกลับมาอีกครั้งถ้าเขาสามารถช่วยให้พี่น้องของบ้านสกุลหานสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จก็ถือได้ว่าเขาตอบแทนอาหารดีๆ ที่บ้านสกุลหานเลี้ยงดูเขาได้แล้ว
หลังกินข้าวเสร็จยังไม่ทันได้พักหายใจหายคอแม้แต่น้อยฉู่เจี้ยนกั๋วก็เรียกพี่น้องบ้านสกุลหานมาเรียนหนังสือทันที
พี่น้องบ้านสกุลหานเพิ่งกินข้าวอิ่มท้องตึงหนังตาหย่อน พอถูกฉู่เจี้ยนกั๋วเร่งรัดก็จำเป็นต้องหยิบหนังสือขึ้นมาเรียนอย่างเสียมิได้ คนอื่นๆ เริ่มทำงานของตัวเองกันย่าเฒ่าหานพาลูกสะใภ้ทั้งสอง รวมถึงหานชีเยวี่ยไปช่วย พวกเขาต่างยุ่งจนถึงดึกดื่นกว่าจะตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ของหานซานหยางเสร็จเรียบร้อย
เวลานั้น คนอื่นๆในบ้านล้วนเข้านอนกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงผู้หญิงไม่กี่คนที่กำลังขยี้ตา
“ไม่ได้นั่งเย็บนั่งปักมานานแล้วปวดเอวไปหมดเลย!” ย่าเฒ่าหานเอื้อมมือไปทุบที่หลังของตัวเอง
“แม่ วันนี้ลำบากแม่แล้วค่ะเจ้าเด็กหน้าเหม็นซานหยาง ถ้าต่อไปถ้าไม่กตัญญูกับแม่ ฉันจะไม่ปล่อยมันไว้แน่!”หยางชุนจือพูดไปพลางเก็บข้าวเก็บของที่กระจัดกระจายไปพลาง
หานชีเยวี่ยรีบคุกเข่าลงด้านหลังคุณยายก่อนจะช่วยนวดหลังให้ “คุณย่าคะ พรุ่งนี้เช้าย่านอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะเดี๋ยวหนูจะกลับมาทำอาหารเช้าเอง”
ซย่าซิ่วเหอได้ยินคำพูดของหานชีเยวี่ยก็รู้ว่าหานชีเยวี่ยจะขึ้นเขาไปอีก เธอจึงรีบพูดว่า“พรุ่งนี้เช้าลูกจะขึ้นเขาไปอีกแล้วหรือ?”
“แม่คะ หนูชินแล้วค่ะทุกเช้าได้ขึ้นเขาไปเดินเล่น หนูรู้สึกกระปรี้กระเปร่าตลอดเลย”หานชีเยวี่ยพูดกับซย่าซิ่วเหอด้วยรอยยิ้ม
ซย่าซิ่วเหอรักลูกสาวอยากจะให้ลูกสาวได้พักผ่อนนานขึ้นอีกหน่อย ทว่าเมื่อลูกสาวยืนกรานที่จะไปเธอก็ไม่รั้งไว้ “ลูกนี่นะ ช่างเถอะ แล้วแต่ลูกแล้วกันแต่อย่าคิดว่าตัวเองยังสาวแล้วจะไม่ดูแลสุขภาพตัวเองนะ”
“แม่คะ หนูรู้แล้วค่ะหนูจะไปนอนตั้งแต่ตอนนี้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ!”
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหานชีเยวี่ยก็ยังคงขึ้นเขาไปแต่เช้า หลังจากที่ลงมาจากเขา ย่าเฒ่าหานและคนอื่นๆก็เพิ่งจะลุกจากที่นอน
หานชีเยวี่ยไม่ยอมให้คุณยายลงมือเธอก็ลงมือทำน้ำแกงเกอตา [1] เอง
หลังกินข้าวเช้าเสร็จเนื่องจากคิดจะพาหานซานหยางไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจ เกรงว่าจะสายเกินไปหานชีเยวี่ยจึงไม่ได้อาสาที่จะล้างจาน แต่ไปยืมจักรยานจากผู้นำชุมชนแทน
ระหว่างทางไปบ้านผู้นำชุมชนหานชีเยวี่ยก็ถือโอกาสนำผ้าที่เตรียมไว้ไปให้ครอบครัวผู้นำชุมชนติดมือไปด้วย
หลังจากที่ผู้นำชุมชนเอ่ยคำพูดเมื่อวานออกไปเขาก็รู้สึกเสียใจในภายหลังแล้ว หัวใจของเขาปวดแสบปวดร้อนเหลือเกินเหตุใดถึงได้เอ่ยปากบอกให้ยืมจักรยานออกไปง่ายๆ แบบนั้น?
ถึงชีเยวี่ยจะเป็นเด็กที่ไว้ใจได้แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา จะทำอย่างไร?
หานชีเยวี่ยยิ้มพลางหยิบผ้าออกมาจากตะกร้าให้กับถังฮวาเมื่อถังฮวาเห็นผ้าผืนใหญ่ก็ตกใจจนอ้าปากหวอ “ชีเยวี่ยหนูเอามาให้ป้าทำไมตั้งผืนใหญ่แบบนี้?”
“คุณป้า หนูเพิ่งได้ผ้ามาเมื่อวานนี้ค่ะเลยคิดว่าจะเอามาฝากป้าผืนนึง ถึงตอนตรุษจีนจะได้เอาไว้ตัดเสื้อผ้าใส่ค่ะ”
“เด็กคนนี้นี่ ผ้าราคาแพงจะตายทำไมถึงต้องหักใจเอามาให้ป้าด้วย?” ถึงปากถังฮวาจะพูดว่าเกรงใจแต่สุดท้ายก็มิอาจหักใจคืนผ้าให้หานชีเยวี่ยได้
ผ้าผืนใหญ่ขนาดนี้สามารถตัดเสื้อผ้าได้ตั้งชุดหนึ่ง ช่วงนี้ลูกชายคนที่สองของบ้านกำลังมองหาคู่ครองเตรียมจะแต่งงานกันช่วงฤดูหนาวนี้ แต่ยังไม่มีเสื้อผ้าดีๆ สักชุดเลย
ไม่นึกเลยว่าจะได้ผ้ามาพอดีราวกับสวรรค์เสกสรรให้หานชีเยวี่ยนี่มาช่วยได้ทันเวลาพอดีจริงๆ
จากนั้นหานชีเยวี่ยก็เอ่ยปากขอยืมจักรยานถึงผู้นำชุมชนจะไม่อาจหักใจให้ยืมจักรยานของตัวเองแต่พอเห็นผ้าที่หานชีเยวี่ยเอามาให้ก็รู้สึกว่าต้องให้หานชีเยวี่ยยืมจักรยานคันนี้
อีกฝ่ายอุตส่าห์ให้ของขวัญชิ้นใหญ่มาขนาดนี้ย่อมมิอาจรับมาเปล่าๆ แม้แต่จักรยานก็ไม่ยอมให้ยืมได้กระมัง?
จักรยานแค่ใช้ครั้งเดียวคงไม่พังหรอก!
ผู้นำชุมชนตกลงทันทีเขารีบมอบจักรยานให้หานชีเยวี่ยด้วยความระมัดระวัง
หานชีเยวี่ยขี่จักรยานและขอบคุณผู้นำชุมชนและภรรยา ผู้นำชุมชนมองหานชีเยวี่ย (จักรยาน) จากไปไกลๆด้วยความอาลัย
หานชีเยวี่ยขี่จักรยานไปรับหานซานหยางที่บ้านของตน
หานซานหยางไม่อยากให้น้องสาวมาส่งเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นบุรุษอกสามศอก ให้น้องสาวมาส่งแบบนี้ถ้าคนอื่นเห็นจะต้องโดนหัวเราะเยาะเอาแน่
แต่ว่าเขาขี่จักรยานไม่เป็น
“ชีเยวี่ย ไม่อย่างนั้นพี่ลองหัดขี่ดีไหม?ดูเหมือนจะไม่ยากเท่าไหร่นะ”
หานชีเยวี่ยเองก็ไม่อยากออกแรงเธอขี่จักรยานคนเดียวก็เหนื่อยพอแล้ว ถ้าต้องพาคนอื่นไปด้วย คงจะเหนื่อยมากเป็นแน่
ถ้าพี่สามหัดขี่แล้วเป็นจริงๆเธอก็จะได้นั่งซ้อนท้ายได้อย่างสบายอกสบายใจ ไม่ต้องออกแรงปั่นแล้ว
ทว่าน่าเสียดายนักหานซานหยางที่ดูเป็นคนฉลาดคล่องแคล่วเวลาขี่จักรยานกลับดูเหมือนคนที่ขี่ลาแล้วเอาแต่กอดหัวลาอย่างไรอย่างนั้นหานชีเยวี่ยสงสัยว่า ถ้าจักรยานมีชีวิต หายใจได้มันคงจะโดนหานซานหยางบีบคอตายเป็นแน่
ช่างมันเถอะ
ถ้าไม่ใช่เพราะขาของหานซานหยางยาวพอจะค้ำจักรยานไว้จักรยานคันนี้ก็คงพังไปแล้ว
“พี่สาม ให้หนูขี่เองเถอะค่ะ”หานชีเยวี่ยเอ่ยอย่างอับจนหนทาง อยากจะขี้เกียจหน่อยก็ไม่ได้ ช่างอัปโชคจริงๆ!
แต่ถ้าปล่อยให้หานซานหยางหัดขี่จักรยานต่อไปนอกจากวันนี้จะไปสายแล้ว ยังต้องกังวลว่าจักรยานของผู้นำชุมชนจะพังและต่อไปก็คงไม่มีจักรยานให้ยืมอีกแล้วตาเฒ่านั่นหวงจักรยานของเขาจนไม่อาจหักใจให้เธอยืมอยู่แล้วเธอเห็นได้อย่างชัดเจนเลย หานซานหยางพบว่าการขี่จักรยานนั้นดูเหมือนจะง่ายแต่จริงๆ แล้วค่อนข้างยากเหลือเกิน
ช่างมันเถอะเอาไว้มีเวลาค่อยหัดใหม่ก็แล้วกัน อีกอย่างคนทั้งชุมชนต่างก็รู้ว่าผู้นำชุมชนรักจักรยานตัวเองมากถ้าเกิดจักรยานเป็นรอยขึ้นมา ตาเฒ่านั่นคงจะมองเขาด้วยสายตาพิฆาตแน่ๆ
“รอพี่หาเงินได้แล้วค่อยซื้อจักรยานมาหัดขี่เอง!” หานซานหยางพูดอย่างจนใจเขาส่งจักรยานคืนให้หานชีเยวี่ย
หานชีเยวี่ยขี่จักรยานไปอย่างช่วยไม่ได้เธอพาหานซานหยางผู้มีแขนขายาว มุ่งหน้าไปยังเมืองอย่างยากลำบาก
ในขณะที่สองพี่น้องบ้านสกุลหานกำลังเดินทางเข้าเมืองหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จในที่ไม่ไกลกันนัก ปรากฏเงาร่างของคนคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้าพวกเขา
เชิงอรรถ
[1] น้ำแกงเกอตา 面疙瘩汤เกอตาเป็นหมี่แป้งปั้นชนิดหนึ่ง ส่วนผสมหลักคือ แป้ง มะเขือเทศ และกะหล่ำปลีตัวเส้นนุ่มเหนียว ไม่เลี่ยน ในน้ำซุปรสเปรี้ยว กลิ่นหอมกินแบบหมี่น้ำคือเอาหมี่เทลงในน้ำซุป กินแบบแห้งคือ มีชามน้ำซุปเปรี้ยวหนึ่งชามใช้ตะเกียบคีบหมี่จุ่มลงในน้ำซุป (จิ้ม) แล้วค่อยกิน แป้งปั้นที่ว่าคือใช้แป้งผสมน้ำอุ่น เอาตะเกียบคน ๆ พอให้จับตัวเป็นก้อน แล้วนำไปต้มเรียกว่าเป็นบะหมี่จานด่วนที่ไม่ต้องดึงเป็นเส้น หรือปั้นนวดออกมาเป็นแผ่นนั่นเอง