เ้าของร่างนี้มีหน้าตาละม้ายคล้ายบิดาอย่างมาก เมื่อพินิจดูแล้วเรียกได้ว่าเหมือนกับมู่หงไห่ถึงแปดส่วน ยิ่งอยู่ใกล้กันเช่นนี้แล้ว คงมีแต่คนตาบอดเท่านั้นที่กล้าสงสัยในความเป็บิดาและบุตรีของทั้งคู่
มู่อวิ๋นฮวาจมอยู่กับความเคลือบแคลงและเศร้าหมองมาตลอดหลายปี เพียงเพราะนางไม่เคยได้พบหน้าบิดาเลยสักครั้งจึงไม่ได้ตระหนักถึงเื่นี้ นางโทษตัวเองมานานนับสิบปีอย่างน่าเศร้า
ช่างน่าสมเพช และเป็เื่ไร้สาระสิ้นดี
แม้แต่มู่หงไห่เองก็เพิ่งมองเห็นความคล้ายคลึงของตนกับนางอย่างชัดเจน
เขามีบุตรสาวสามคน ว่ากันว่าบุตรสาวมักดูเหมือนพ่อ และบุตรชายมักละม้ายคล้ายแม่ ทว่ามู่อวี่ซีและมู่อวี่เหยาต่างมีรูปโฉมไปทางมารดาเสียมากกว่า ดูไม่คล้ายคลึงกับเขามากนัก
ตรงข้ามกับบุตรสาวผู้ชอบธรรมที่ถูกละเลยและไร้สิทธิ์ไร้เสียงในคฤหาสน์ผู้นี้ รูปลักษณ์ของนางถอดแบบมาจากเขาอย่างสมบูรณ์ ดูเหมือนกันถึงเจ็ดแปดส่วน
ทว่านั่นเป็สิ่งที่เขาไม่เคยค้นพบเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา...
“ข้าเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าคุณหนูใหญ่จะดูคล้ายท่านพ่อมากถึงเพียงนี้ ต่างจากน้องอวี่เหยาและตัวข้าที่แทบไม่ได้รูปลักษณ์จากท่านพ่อมาเท่าไรนัก ว่ากันตามตรงแล้ว ข้ากับอวี่เหยาเสียอีกที่ดูเหมือนไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของท่านพ่อ” จู่ ๆ มู่อวี่ซีก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงค่อนข้างผิดหวัง เรียกความสนใจจากมู่หงไห่
ดูจากรูปร่างหน้าตาของมู่อวิ๋นฮวาแล้ว หากฉู่เตี๋ยลอบคบชู้หนีตามผู้ชายไปจริง ๆ คงเป็ไปไม่ได้เลยที่จะให้กำเนิดบุตรสาวที่ดูเหมือนเขาเช่นนี้ หากเปรียบเทียบกันตามจริงแล้ว อนุว่านและอนุหลานก็สามารถถูกครหาว่าคบชู้ได้เช่นกัน
ซึ่งเป็ไปไม่ได้ที่อนุเ่าั้จะสวมเขาให้เขา มู่หงไห่ยังมั่นใจเช่นนั้น
เมื่อได้เห็นสีหน้าน้อยใจของมู่อวี่ซี เขาก็พลันรู้สึกเห็นใจนาง เด็กคนนี้นึกเสียใจขึ้นมาเพียงเพราะรู้สึกว่านางดูไม่เหมือนพ่อ ในฐานะผู้เป็บิดา เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงเอ็นดูนางอยู่หลายส่วน
“ซีเอ๋อร์ฉลาดเฉลียว มีความสามารถเหมือนกับพ่ออย่างไรล่ะ” มู่หงไห่ปลอบใจนาง มู่อวี่ซีจึงเปลี่ยนเป็พยักหน้าอย่างมีความสุข แววตาพลันเบิกบานขึ้นผิดกับมู่อวิ๋นฮวา
นางเหลือบมองมู่อวี่ซีด้วยแววตาเย็นเยียบ แน่นอนว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างที่เห็น
เพียงประโยคเดียวที่ออกจากปากบุตรสาวคนโปรด บรรยากาศตึงเครียดที่ถูกสร้างขึ้นกลับทลายลงอย่างรวดเร็ว ซ้ำยิ่งได้รับความโปรดปรานจากมู่หงไห่มากขึ้นอีก
มู่อวิ๋นฮวามั่นใจว่าทุกอย่างผ่านการคิดไตร่ตรองและแฝงเจตนาเช่นนั้นมาแล้ว
“คุณหนูเ้าคะ...” แม่นมจับมือมู่อวิ๋นฮวา มือนั้นหยาบกร้านด้วยแผลเป็และร่องรอยจากการตรากตรำทำงาน ทว่าเต็มไปด้วยความอบอุ่น ราวกับ้าปลอบคุณหนูของตนเองอย่างเงียบ ๆ แม้ไม่มีผู้ใดเข้าใจ แต่ก็ยกเว้นนางหนึ่งคนที่เข้าอกเข้าใจคุณหนูเสมอมา
อย่างไรเสีย นายท่านและมู่อวี่ซีก็ผูกพันกันมากว่าสิบหกปี ความเสน่หาที่เขามีต่อบุตรสาวคนโปรดย่อมมีมากเสียจนคุณหนูของนางไม่อาจเทียบได้
หัวใจที่ห่างเหินหรือจะหวนกลับมาชิดใกล้ได้อย่างง่ายดาย
นางหวังแค่ว่าคุณหนูจะไม่เศร้าโศกจนเกินไปนัก แม่นมได้แต่ทอดถอนใจอยู่เงียบ ๆ
แน่นอนว่ามู่อวิ๋นฮวาััได้ถึงความกังวลของแม่นม นางจึงบีบมืออีกฝ่ายตอบเป็เชิงว่าให้สบายใจได้และไม่มีเื่ต้องเป็ห่วง หรือจะพูดตามตรงก็คือนางไม่มีเหตุผลให้ต้องรู้สึกเ็ปสักนิด ในคฤหาสน์ตระกูลมู่นี้ นอกจากแม่นมแล้วก็ไม่มีใครควรค่าทำให้นางเสียใจ
สำหรับนางแล้วคนเหล่านี้เป็เพียงคนแปลกหน้า ไม่จำเป็ต้องนึกเสียใจกับสิ่งที่คนแปลกหน้าทำ
มู่อวิ๋นฮวาผละจากแม่นมแล้วมองมู่หงไห่กับมู่อวี่ซีอย่างเงียบ ๆ ราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ไม่นานนักมู่หงไห่ก็ตระหนักถึงการมีอยู่ของบุตรสาวอีกคน
เขาส่งเสียงกระแอมราวกับ้าจะกลบเกลื่อนการกระทำเมื่อครู่ มู่อวี่ซีก็แสร้งทำเป็นึกขึ้นได้ก่อนจะกล่าวอย่างร้อนรน “คุณหนูใหญ่ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะคุณหนูกับท่านพ่อ แต่ว่า...” ข้าจงใจหรือไม่นั้น?
“เอาเถอะ ซีเอ๋อร์ไม่ได้ตั้งใจ” มู่อวี่ซีพูดยังไม่ทันจบ มู่หงไห่ก็ช่วยเสริม จากนั้นหันกลับมามองมู่อวิ๋นฮวาด้วยแววตาซับซ้อนอยู่ครู่หนึ่งก่อนพรูลมหายใจด้วยอารมณ์ที่รุนแรง เขากล่าวกับนาง “แม้ข้าจะเกลียดแม่เ้า แต่จะไม่เอาเื่ทั้งหมดมาระบายความแค้นกับเ้าอีก ข้าจะชดเชยความขุ่นเคืองใจตลอดหลายปีที่ผ่านมาให้เ้าเอง”
“ให้คนไปทำความสะอาดเรือนเจียงเตี๋ยฮวา จากนั้นเ้าก็ย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่น”
มู่อวิ๋นฮวาไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ หลังได้ยินคำสั่งเช่นนั้น นี่เป็สิ่งที่นางสมควรจะได้รับนานแล้วในฐานะบุตรสาวผู้ชอบธรรมของฮูหยินเอก แต่แม่นมที่อยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกตื่นเต้น “คุณหนูเ้าคะ ที่นั่นคือเรือนของฮูหยินเ้าค่ะ”
แม้ว่าแม่นมจะกล่าวเช่นนั้น แต่มู่อวิ๋นฮวายังคงไม่แสดงอาการออกมากนัก เพราะความจริงแล้วนางไม่ได้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างเรือนเจียงเตี๋ยฮวากับเรือนอื่น ๆ เนื่องจากไม่ว่าเรือนใด ๆ ในคฤหาสน์นี้ล้วนถือว่าดีกว่าเรือนเก่าโทรมที่นางเคยอยู่กับแม่นมมาตลอดทั้งสิ้น
นางไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรือนหลังนั้น ทว่ามู่อวี่ซีกลับรู้ดี
นั่นคือเรือนที่ฉู่เตี๋ยเคยอาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังเป็เรือนที่ตกแต่งอย่างสวยงามที่สุดในคฤหาสน์ตระกูลมู่ ด้านหน้ามีสระบัวงดงามและมีสวนอยู่ด้านหลัง แม้จะมีชื่อคล้ายกับเรือนอวี่ฮวาของมารดานาง แต่ความสำคัญต่างกันลิบลับ
เมื่อครั้งยังเด็ก มู่อวี่ซีเคยลอบเข้าไปที่นั่นครั้งหนึ่งโดยบังเอิญ เพียงครั้งแรกที่ได้เห็นเรือนหลังนั้น ก็เกิดความปรารถนาว่าในอนาคตจะต้องเปลี่ยนเรือนเจียงเตี๋ยฮวามาเป็ของตนเองให้ได้ ทว่าเรือนหลังนี้กลับถูกปิดร้างมานานนับั้แ่ฉู่เตี๋ยหายตัวไป
แน่นอนว่ามู่อวี่ซีไม่้าปล่อยให้เรือนหลังงามถูกปิดร้างเงียบงันไร้เ้าของอย่างเปล่าประโยชน์เช่นนั้น ยิ่งเป็เรือนที่นางสนใจเป็พิเศษด้วยแล้วก็ยิ่งปรารถนาจะ นางเคยร้องขอเรือนนี้จากมู่หงไห่ถึงสองครั้ง แต่บิดาไม่ยอมยกให้
เวลานี้มู่หงไห่กลับเอ่ยปากยกมันให้มู่อวิ๋นฮวา เป็เื่ที่งี่เง่าสิ้นดี
เมื่อครู่ก่อนหน้า มู่อวี่ซียังรู้สึกรักมู่หงไห่อย่างจริงใจ แต่เวลานี้กลับนึกเกลียดเขาขึ้นมาเสียแล้ว
“เตรียมเสื้อผ้า เครื่องประดับ ข้าวของจำเป็อย่างสมฐานะไปที่เรือนเจียงเตี๋ยฮวา ข้าจำได้ว่าเมื่อคราวก่อนฮ่องเต้เคยพระราชทานผ้าไหมล้ำค่า เ้าส่งผ้าพับนั้นไปที่เรือนด้วย หาก้าสิ่งใดเพิ่มเติมก็บอกผู้ดูแลได้” หลังกล่าวเช่นนั้นกับมู่อวิ๋นฮวาแล้ว มู่หงไห่ก็เปลี่ยนน้ำเสียงในการออกคำสั่ง “ผู้ดูแลโจว เ้าถือว่าเป็คนเก่าแก่ในคฤหาสน์ หวังว่าเ้าคงรู้ว่าควรจัดการเื่นี้อย่างไร”
ใช่ว่ามู่หงไห่จะไม่รู้ว่าใครบ้างมีอิทธิพลในการจัดการเื่ต่าง ๆ ของคฤหาสน์นี้ แต่อย่างไรเสียเขาก็คือผู้นำตระกูล เป็นายที่แท้จริงของครอบครัวนี้ บางครั้งจึงจำเป็ต้องใช้อำนาจในการจัดการให้เรียบร้อยบ้าง
บ่าวไพร่ล้วนเรียนรู้ที่จะปรับตัวตามทิศทางลม และผู้ดูแลโจวก็คือผู้นำในหมู่พวกเขา “นายท่านไม่ต้องกังวลขอรับ ข้าน้อยจะจัดการดูแลคุณหนูใหญ่เป็อย่างดี คุณหนูใหญ่จะไม่ถูกดูิ่อีกต่อไป”
หลังวันนี้เป็ต้นไป คุณหนูไร้ค่าประจำตระกูลมู่คงยืนหยัดขึ้นมาได้แล้วจริง ๆ ราวกับปลาเค็มที่ฟื้นจากความตาย!
มู่หงไห่กวาดสายตามองบ่าวไพร่ที่อยู่รอบ ๆ “ใครก็ตามที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้าดูิ่เ้านาย ข้าจะขายออกไปให้หมด คฤหาสน์ตระกูลมู่จะไม่เลี้ยงคนโอหังเช่นนั้นให้เสียข้าวสุก”
“นายท่าน โปรดยกโทษให้บ่าวด้วยเ้าค่ะ!”
“นายท่าน โปรดเมตตาด้วยขอรับ!”
ทันใดนั้นสาวใช้และคนงานบางส่วนก็รีบคุกเข่า ส่วนคนที่ฉลาดกว่านั้นรีบเข้ามาขอความเมตตาจากมู่อวิ๋นฮวา บอกว่าที่ผ่านมาพวกเขาตามืดบอด มองไม่เห็นความจริง ได้แต่ทำตามคำยุยงด้วยความโง่เขลาเท่านั้น บ่าวไพร่เ่าั้ต่างแสดงความรู้สึกผิดเสียจนเกินจะพรรณนา ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่มู่อวิ๋นฮวา้าได้ยิน
นางเลิกคิ้วแล้วถาม “ข้าจดจำทุกอย่างที่ทุกคนทำกับข้าตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้อย่างขึ้นใจ และเป็ไปไม่ได้ที่ข้าจะอภัยให้พวกเ้าง่าย ๆ นอกจากพวกเ้าจะยอมบอกว่า คนที่ยุยงให้พวกเ้าทำเช่นนั้นเป็ใคร ผู้ใดกันที่อยู่เื้ัในการกลั่นแกล้งข้า”
ว่าจบมู่อวิ๋นฮวาก็เหลือบไปมองมู่อวี่ซีอย่างเ็า อีกฝ่ายก็มองนางอยู่ ท่าทางเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วเช่นกัน
โบราณกล่าวไว้ว่าตีงูต้องตีให้ตาย จะแค่ขู่ให้มันถอยไม่ได้ จะรอให้มันหันมาลอบทำร้ายอีกอย่างนั้นหรือ
สำหรับมู่อวิ๋นฮวาแล้ว เมื่อตัดสินใจเริ่มทำสิ่งใด นางจะทำเต็มที่จนสุดทาง ไม่เช่นนั้นจะไม่เริ่มทำเสียั้แ่แรก
เสียงร่ำร้องขอโทษขอโพยยังดังระงม บ่าวไพร่คุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่ละคนสีหน้าลนลานด้วยเกรงกลัวคนที่อยู่เื้ัผู้นั้นอย่างยิ่ง
มู่อวี่ซีบีบมือสาวใช้ข้างกายแน่น หากมารดาของนางถูกมุ่งเป้าขึ้นมาอีก บิดาต้องมอบหนังสือหย่าร้างให้นางเป็แน่แท้
“พวกเ้าไม่อยากพูด หรือไม่กล้าพูดกันแน่” มู่อวิ๋นฮวาหัวเราะหยัน “อย่าลืมล่ะ ว่าที่อยู่นี้เป็คฤหาสน์ของคนตระกูลมู่ และนายที่แท้จริงก็คือบิดาของข้า”
นายท่านนั้นมั่นคง แต่นายหญิงอาจผันเปลี่ยนได้
อนุและฮูหยินสามารถแต่งเข้ามาอีกกี่คนก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายท่านก็จะยังคงเป็นายท่านผู้นี้
ในตอนนั้นเอง บ่าวคนหนึ่งจึงค่อย ๆ เอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “คะ...คุณหนูใหญ่...คือว่า...คนที่...สั่งเราคือ...อนุ..วะ...”
“แย่แล้ว แย่แล้วเ้าค่ะ!!! อนุว่านปลิดชีพตนเอง!!!”